ชีวิตคนเราเกิดมา เวลาประสบปัญหา บ่อยครั้งวิธีแก้ปัญหาที่ผู้คนเลือกใช้นั้นกลับเลวร้ายย่ำแย่กว่าตัวปัญหาเสียอีก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คำตอบก็คือความรู้สึกชิงชังรังเกียจที่มีต่อปัญหานั้น เมื่อเกลียดมากๆก็ลืมตัว..ทำอะไรอย่างไร้สติสัมปชัญญะ ชีวิตก็ไม่วัฒนา ไม่เจริญก้าวหน้า ซ้ำยังต้องรับเวรกรรมซ้ำเติม




ตัวอย่างคือ..นายวัฒนา มือระเบิดไปบ์บอมบ์ที่เป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ ที่พกความเกลียดชังเผาใจตัวเอง จนกระทำการผิดมนุษย์ที่จะทำได้ เกลียดทหารจนต้องระเบิด เป็นเหตุผลที่ไร้สาระสิ้นดี





ลองติดตามข่าวของเขาดูค่ะ....
"วัฒนา"มือระเบิด สารภาพแค้นทหารสลายชุมนุมปี 53
http://www.komchadluek.net/news/crime/282846
บื้องลึกชิงรวบตัว"มือบึ้ม" เหตุเตรียมระเบิด"ศิริราช"... อ่านต่อที่ :
https://www.dailynews.co.th/crime/580096#
ย้อนประวัติ'วัฒนา'มือบึ้มรพ. จากเด็กช่างสู่'ฮ้อเสื้อแดง'... อ่านต่อที่ :
https://www.dailynews.co.th/crime/580244
คำสารภาพในการใช้ความรุนแรงของนายวัฒนา ที่มีอายุถึงหกสิบสองปี อายุจึงเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น ไม่ได้มีสติสัมปชัญญะ เช่นคนที่เกิดมานาน เช่นที่คุณตาคุณยายทั้งหลายมีอยู่ ดิฉันเห็นภาพผู้ป่วยคนชราตกใจเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในรพ.แล้ว สงสารจับใจ
คนเราจึงต้องมีสติสัมปชัญญะอยู่ในจิตใจเพื่อบังคับยับยั้งการกระทำที่อาจส่งผลให้คนอื่นและตนเองบาดเจ็บเดือดร้อน ธรรมะนี้มีอุปการะมากเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติยิ่งนัก





"สติ” เป็นธรรมควบคุมเหนี่ยวรั้งจิตใจให้คิดดี พูดดี หรือทำดีเพราะธรรมชาติของจิตมีการนึกคิดตลอดเวลา ซึ่งถ้าขาดสติกำกับ เป็นความคิดที่ฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่างๆ อย่างไร้ทิศทาง แต่ถ้ามีสติกำกับแล้วจะทำให้ไม่ประมาทหรือพลั้งเผลอคิดชั่ว พูดชั่ว หรือทำชั่ว เพราะสติจะทำหน้าที่คอยควบคุมรักษาสภาพจิตใจให้อยู่ในภาวะที่ต้องการ โดยการตรวจตราความคิด เลือกรับแต่สิ่งที่ดีงาม กีดกันสิ่งที่ไม่ดีซึ่งตรงกันข้าม ตรึงกระแสความคิดให้เข้าที่ ทำให้จิตเป็นสมาธิได้ง่าย
ความรู้ตัวในขณะที่กำลังทำ กำลังพูด หรือกำลังคิดอยู่ เป็นอาการของจิตที่รู้จักแยกแยะสิ่งที่ตนกำลังทำ พูด คิดอยู่นั้นว่าเป็นประโยชน์ หรือไม่เป็นประโยชน์ เหมาะกับตนหรือไม่ เป็นความสุขหรือทุกข์ และเป็นความดีหรือชั่วหรือไม่อย่างไร ความรู้ชัด ความรู้ตัว เป็นลักษณะแห่งความรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลานี้ เรียกว่า “สัมปชัญญะ”
“สัมปชัญญะ” เป็นธรรมที่ปฏิบัติคู่กับ “สติ” แยกกันไม่ออก กล่าวคือ “สติ” เป็นเครื่องระลึกควบคุมยับยั้งจิตมิให้คิด พูด หรือทำชั่ว ส่วน “สัมปชัญญะ” จะทำหน้าที่กำหนดรู้ในเวลาคิด พูด หรือทำอยู่ ดังนั้น จึงเรียกว่า สติสัมปชัญญะ
สติ ระลึกได้ทั้งในเรื่องอดีต อนาคต และปัจจุบัน ต้องใช้ในเวลาก่อนคิด พูด และทำ...สัมปชัญญะ รู้ตัวในปัจจุบัน ต้องใช้ในขณะที่กำลังคิด พูด และทำอยู่
"สติสัมปชัญญะ” มีอุปการะมากแก่คนเรา โดยเป็นธรรมควบคุมเส้นทางดำเนินชีวิตไม่ให้พลั้งเผลอทำในสิ่งที่ไม่สมควร ท่านเปรียบเหมือนหางเสือ ที่คอยกำหนดทิศทางไม่ให้เรือแล่นไปเกยตื้น เป็นเครื่องปลุกเร้าให้บุคคลมีเหตุผล รู้จักไตร่ตรองด้วยปัญญา และสนับสนุนธรรมคือการรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล
การมีสติสัมปชัญญะ ย่อมมีความสำนึกรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ว่าตัวเองเป็นใคร มีหน้าที่อย่างไร เมื่อปฏิบัติหน้าที่อยู่ รู้ตัวอยู่เสมอว่าตัวเองกำลังทำอะไร ดีหรือชั่ว เป็นคุณหรือโทษ เท่ากับว่าควบคุมตัวเองไว้ได้ตลอดเวลา
ด้วยความสำคัญดังกล่าวมานี้ ท่านจึงจัดสติสัมปชัญญะว่าเป็นธรรมมีอุปการะมาก คือ เป็นคุณธรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนเรา และเป็นธรรมมีอุปการะให้กุศลธรรมอื่นๆ เกิดขึ้นดำรงมั่นคงอยู่ในจิตได้
อ้างอิงจาก...
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8745
((มาลาริน)) ^_^ ชีวิตไม่วัฒนา ก็เพราะจุดไฟแห่งความชิงชังเผาใจตนเอง..เราแก้ได้ด้วยการมีสติสัมปชัญญะนะคะ
ตัวอย่างคือ..นายวัฒนา มือระเบิดไปบ์บอมบ์ที่เป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ ที่พกความเกลียดชังเผาใจตัวเอง จนกระทำการผิดมนุษย์ที่จะทำได้ เกลียดทหารจนต้องระเบิด เป็นเหตุผลที่ไร้สาระสิ้นดี
ลองติดตามข่าวของเขาดูค่ะ....
"วัฒนา"มือระเบิด สารภาพแค้นทหารสลายชุมนุมปี 53
http://www.komchadluek.net/news/crime/282846
บื้องลึกชิงรวบตัว"มือบึ้ม" เหตุเตรียมระเบิด"ศิริราช"... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/crime/580096#
ย้อนประวัติ'วัฒนา'มือบึ้มรพ. จากเด็กช่างสู่'ฮ้อเสื้อแดง'... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/crime/580244
คำสารภาพในการใช้ความรุนแรงของนายวัฒนา ที่มีอายุถึงหกสิบสองปี อายุจึงเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น ไม่ได้มีสติสัมปชัญญะ เช่นคนที่เกิดมานาน เช่นที่คุณตาคุณยายทั้งหลายมีอยู่ ดิฉันเห็นภาพผู้ป่วยคนชราตกใจเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในรพ.แล้ว สงสารจับใจ
คนเราจึงต้องมีสติสัมปชัญญะอยู่ในจิตใจเพื่อบังคับยับยั้งการกระทำที่อาจส่งผลให้คนอื่นและตนเองบาดเจ็บเดือดร้อน ธรรมะนี้มีอุปการะมากเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติยิ่งนัก
"สติ” เป็นธรรมควบคุมเหนี่ยวรั้งจิตใจให้คิดดี พูดดี หรือทำดีเพราะธรรมชาติของจิตมีการนึกคิดตลอดเวลา ซึ่งถ้าขาดสติกำกับ เป็นความคิดที่ฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่างๆ อย่างไร้ทิศทาง แต่ถ้ามีสติกำกับแล้วจะทำให้ไม่ประมาทหรือพลั้งเผลอคิดชั่ว พูดชั่ว หรือทำชั่ว เพราะสติจะทำหน้าที่คอยควบคุมรักษาสภาพจิตใจให้อยู่ในภาวะที่ต้องการ โดยการตรวจตราความคิด เลือกรับแต่สิ่งที่ดีงาม กีดกันสิ่งที่ไม่ดีซึ่งตรงกันข้าม ตรึงกระแสความคิดให้เข้าที่ ทำให้จิตเป็นสมาธิได้ง่าย
ความรู้ตัวในขณะที่กำลังทำ กำลังพูด หรือกำลังคิดอยู่ เป็นอาการของจิตที่รู้จักแยกแยะสิ่งที่ตนกำลังทำ พูด คิดอยู่นั้นว่าเป็นประโยชน์ หรือไม่เป็นประโยชน์ เหมาะกับตนหรือไม่ เป็นความสุขหรือทุกข์ และเป็นความดีหรือชั่วหรือไม่อย่างไร ความรู้ชัด ความรู้ตัว เป็นลักษณะแห่งความรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลานี้ เรียกว่า “สัมปชัญญะ”
“สัมปชัญญะ” เป็นธรรมที่ปฏิบัติคู่กับ “สติ” แยกกันไม่ออก กล่าวคือ “สติ” เป็นเครื่องระลึกควบคุมยับยั้งจิตมิให้คิด พูด หรือทำชั่ว ส่วน “สัมปชัญญะ” จะทำหน้าที่กำหนดรู้ในเวลาคิด พูด หรือทำอยู่ ดังนั้น จึงเรียกว่า สติสัมปชัญญะ
สติ ระลึกได้ทั้งในเรื่องอดีต อนาคต และปัจจุบัน ต้องใช้ในเวลาก่อนคิด พูด และทำ...สัมปชัญญะ รู้ตัวในปัจจุบัน ต้องใช้ในขณะที่กำลังคิด พูด และทำอยู่
"สติสัมปชัญญะ” มีอุปการะมากแก่คนเรา โดยเป็นธรรมควบคุมเส้นทางดำเนินชีวิตไม่ให้พลั้งเผลอทำในสิ่งที่ไม่สมควร ท่านเปรียบเหมือนหางเสือ ที่คอยกำหนดทิศทางไม่ให้เรือแล่นไปเกยตื้น เป็นเครื่องปลุกเร้าให้บุคคลมีเหตุผล รู้จักไตร่ตรองด้วยปัญญา และสนับสนุนธรรมคือการรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล
การมีสติสัมปชัญญะ ย่อมมีความสำนึกรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ว่าตัวเองเป็นใคร มีหน้าที่อย่างไร เมื่อปฏิบัติหน้าที่อยู่ รู้ตัวอยู่เสมอว่าตัวเองกำลังทำอะไร ดีหรือชั่ว เป็นคุณหรือโทษ เท่ากับว่าควบคุมตัวเองไว้ได้ตลอดเวลา
ด้วยความสำคัญดังกล่าวมานี้ ท่านจึงจัดสติสัมปชัญญะว่าเป็นธรรมมีอุปการะมาก คือ เป็นคุณธรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนเรา และเป็นธรรมมีอุปการะให้กุศลธรรมอื่นๆ เกิดขึ้นดำรงมั่นคงอยู่ในจิตได้
อ้างอิงจาก...
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8745