เลือกผมเป็นนายกสิครับ และนี่คือนโยบายของผม (เพื่อความบันเทิงผสมสาระ)

1.  ผมจะออกกฎหมายจำกัดจำนวนลูก ครอบครัวละไม่เกิน 3 คน และบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตั้งครรภ์ ถือว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองมีความผิด ต้องมีโทษปรับคนละ50,000บาท และจำคุก 1 เดือน และกำหนดกฎหมายให้สามารถทำแท้งลูกได้ถูกกฎหมาย และหากต้องการมีลูกเพิ่ม ต้องจ่ายให้กับรัฐ 100,000บาทต่อลูกหนึ่งคน และมีสถานเลี้ยงเด็กตั้งแต่ทารก สำหรับผู้ที่ไม่พร้อมเลี้ยงบุตรแต่ได้คลอดออกมาแล้ว

เพราะผมต้องการให้พลเมืองไทยเป็นประชาชนที่มีคุณภาพ ทุกวันนี้มีคนที่ไม่พร้อม คลอดลูกออกมาแต่ไม่ได้เลี้ยง ปล่อยไปเลยตามเลย กลายเป็นประชากรที่ไม่มีคุณภาพกันเยอะมากๆ สมัยนี้ 25 ปีก็เป็นคุณยายคุณย่ากันแล้วเพราะท้องตั้งแต่ป.6 พอเกิดลูกมาใหม่ลูกก็ท้องตั้งแต่ป.6อีก และมีกรณีทำนองนี้เยอะมาก จนติดอันดับTOPโลก ผมว่ากฎหมายอันนี้ควรปรับใช้อย่างเร่งด่วน

สำหรับประวัติศาสตร์ช่วงประมาณ100ปีก่อน ประเทศโซนฝรั่งได้กำหนดให้ทำแท้งลูกได้ถูกกฎหมาย กลายเป็นว่าหลังจากออกกฎหมายนั้นไม่กี่สิบปีต่อมา การค้ายา คดีฆาตกรรม สิ่งเสพติด การพกอาวุธและความรุนแรงลดลงแทบจะครึ่งต่อครึ่ง เพราะการทำแท้งคนที่ยังไม่พร้อม ก็เหมือนกับเราลดจำนวนประชากรที่ไม่มีคุณภาพไปได้ และประเทศก็พัฒนาต่อด้วยความรวดเร็วจนกลายเป็นผู้นำโลกอย่างในทุกวันนี้(จีนก็เช่นกันที่มีกฎหมายทำนองนี้)

2. ชี้แจงค่าใช้จ่ายของรัฐลงโซเชี่ยลมีเดียอย่างเป็นทางการ อาจจะผ่าน facebook เลยก็ได้ เพราะถ้าไปเปิดเว็บไซต์ใหม่ ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเปิดเว็บ เราเน้นประหยัดงบ และได้ผลจริง ในปีนึงที่แต่ละกระทรวงได้ไปกี่สิบล้านร้อยล้าน ต้องชี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะเงินจากรัฐ จริงๆแล้วก็คือภาษีจากประชาชนนั่นเอง ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ อาจจะแบ่งเป็น 77 เพจ จาก77จังหวัดไปเลยก็ยังได้ เช่น กรุงเทพฯ เขตพญาไท แขวงสามเสนใน ได้ปูกระเบื้องใหม่บริเวณทางเดินรถไฟฟ้าฝั่งประตู X  ค่าใช้จ่ายสุทธิรวมทั้งหมด 50,000 บาท โดยแบ่งแยกเป็นค่ากระเบื้อง ค่าแรงงาน ค่ากำไรผู้ใช้แรงงาน ฯลฯ ต่อจากนี้ ถ้าทำแบบนี้ ก็จะเม้มเงินกันไม่ได้แล้ว โปร่งใส ประชาชนตรวจสอบได้จริง

ทุกวันนี้หลายหน่วยงานมักออกตัวเสมอว่า โปร่งใส ตรวจสอบได้จริง แต่ความเป็นจริง กลับไม่มีใครตรวจสอบได้ เป็นคำพูดสวยหรูที่ไม่มีความหมาย

3. นโยบายค่าใช้จ่ายรักษาโรคแปรผันกับรายได้แต่ละครอบครัว ใครมีเยอะ จ่ายเยอะ ใครมีน้อย จ่ายน้อย

ทุกวันนี้โรงพยาบาลรัฐขาดทุนตลอดทุกวินาที เพราะคนมีเงินหลายคนก็แอ๊บเนียนใช้สิทธิ์30บาทไปกับเขาด้วย ดังนั้น นโยบายนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล

4. นโยบายเพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับโรคทำตัวเอง อย่างเช่น เมื่อตรวจคนไข้เบาหวานเรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 9,000 บาท แต่ใช้สิทธิ์ 30 บาทหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้จ่ายน้อยนิดเดียว แต่ยังคงทำตัวเองต่อไป เช่นยังคงกินทุเรียนวันละครึ่งลูกต่อไป ถือว่าเป็นโรคทำตัวเอง โรงพยาบาลจะเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 30% ของค่ารักษาพยาบาลจริงๆ

ทุกวันนี้มีคนไข้หลายคนที่รู้ดีว่า ไม่ว่าจะทำตัวเหลวแหลกยังไง กินน้ำตาล กินเหล้า สูบบุหรี่เยอะแค่ไหน เดี๋ยวรัฐก็ต้องจ่ายให้เกือบทั้งหมด ทำให้ผู้คนเหล่านี้เป็นโรคที่เรียกว่า โรคทำตัวเอง ซึ่งการวินิจฉัยทางการแพทย์สามารถตรวจสิ่งเหล่านี้ได้ การเก็บเงินเพิ่มตรงนี้ จะทำให้พื้นที่รักษาพยาบาลมีมากขึ้น และคนที่เร่งด่วนในการรักษาจริงๆมีโอกาสรักษาได้มากขึ้น

5. จัดทำช่องยูทูปเพื่อสอนความรู้ให้แก่เด็กตั้งแต่ประถมสี่ จนจบมัธยมหก ทั้งด้านวิทย์และศิลป์ เพื่อให้เด็กหลายคนที่อยากเรียนแต่ไม่มีที่เรียนได้เรียน เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าใครต่อใจนแค่ไหน สามารถเข้าถึงโซเชี่ยลกันได้แล้ว แค่สิบบาทเข้าร้านเน็ตก็ยังเรียนได้เลยชั่วโมงนึง

แผนนโยบายล่าสุดของรัฐบาลคือการปั๊มวีดีโอการสอนลงแผ่นCD คิดอะไรกันอยู่จ๊ะ ในเมื่อโซเชี่ยลมีเดียมียูทูปให้เราลงฟรีๆ แต่กลับเลือกวิธีที่ลำบากคือการแจกแผ่นซีดีเด็กทั่วประเทศ เป็นช่องโหว่ที่อาจทำให้เกิดการทุจริตได้ในจุดนี้ และผลการสอบที่รวบรวมเด็กหลายมุมโลกมาทำข้อสอบชุดเดียวกัน ซึ่งจะมีการแปรภาษาที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเทศแล้ววัดผล แน่นอนตามคาด เด็กไทย รั้งท้ายโลก

6. มีช่องทางที่สามารถทำเรื่องร้องเรียนได้โดยตรง ง่าย และทั่วถึง โดยจะเปิดเพจต่างๆ โดยแต่ละเพจก็จะให้ร้องเรียนเรื่องที่แตกต่างกันไป อาจจะแบ่งเป็นด้านสาธารณูปโภค ด้านไฟฟ้า ซอยถนนใหญ่ในบ้านไม่มีไฟ ให้มาช่วยติด เราก็จะช่วย ต่อไปใครเดือดร้อนอะไรก็สามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือได้โดยตรง โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสม เช่นถ้ามาขอยืมเงิน อันนี้คงให้ไม่ได้

7. เชื่อมโยงฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐที่เก็บข้อมูลประชาชนกันให้หมด อย่างที่รู้ว่าทุกวันนี้ใครเป็นโจรก็ขอไปเปลี่ยนชื่อและนามสกุลได้ เพราะหน่วยงานที่รับเปลี่ยนชื่อไม่ได้เชื่อมโยงกับหน่วยงานเก็บคดีหรือการกระทำผิด จะยื่นวุฒิการศึกษาปลอมเข้าหน่วยงานรัฐก็ยังทำได้เพราะทุกวันนี้ฐานข้อมูลไม่ได้เชื่อมกัน

อย่างในข่าวไม่นานมานี้ก็เคยมีผอ.ที่มาเป็นผอ.ในโรงเรียน อยู่ได้จนแก่แล้วเพิ่งจับได้ว่าใช้วุฒิการศึกษาปลอม เพราะฐานข้อมูลมันไม่ได้เชื่อมกัน

8. หากเมื่อต้องแสดงผลงานของรัฐบาล จะพูดในแง่ที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่พูดว่า 'ได้การยกระดับคุณภาพ และบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน' การพูดแบบนี้เหมือนกับการพูดลอยๆ ต้องพูดไปเลยว่า จีดีพีไตรมาสแรกมีค่า xxxx และสองเดือนต่อมามีค่า yyyy หรืออาจจะพูดว่า ได้วางถังขยะไว้กี่แห่งๆ ที่นั้นที่นี้ หรือพูดอะไรก็ตาม ที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่พูดในแง่ของจินตนาการ

9. เลิกโลกสวย อย่างเช่น ฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยเพราะมาชมธรรมชาติ เราต้องยอมรับความจริงว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ค่อนข้างมืดมัวในสายตาต่างชาติหลายๆคน ดังนั้นจะพูดอะไรคือพูดตามความจริง พูดไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

10. การทำความผิดในเขตพื้นที่ใดๆ สามารถแจ้งความในพื้นที่ใดก็ได้ในประเทศไทย และไม่จำเป็นว่าผู้เสียหายต้องเป็นคนแจ้ง

ทุกวันนี้ถ้าความผิดเกิดในอำเภอหนึ่ง แต่บ้านเราอยู่ใกล้สถานีอีกอำเภอหนึ่ง เราก็ต้องนั่งรถไปอำเภอที่เกิดเรื่อง เนื่องจากไม่อยู่ในความดูแล ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสงสารผู้เสียหายมากๆ ตำรวจไม่มีโทรศัพท์หรือโซเชี่ยลติดต่อกันเลยรึ และหลายคดีที่อายุความสั้นนิดเดียว คงต้องแก้ถึงประมวลกฎหมายกันเลยทีเดียว ให้อายุความผิดมีความยาวมากขึ้น เพราะบางคนก็เลือกที่จะไปต่างประเทศหรือหลบหนีจนความผิดหมดอายุ กลายเป็นว่ากฎหมายก็ไม่ศักดิ์สิทธ์

11. สนับสนุนให้คนไทยใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ส่วนตัวผมเป็นคนอยู่หลายสังคมครับ สังคมก๊อยแว้นซ์ผมก็อยู่ ทำให้ผมรู้ว่าสังคมนี้ จ พิมพ กัลล บั่ บ นีร้ ละ' ก่อคุย กัล รุ เรื อง ดาวย นร๊

บางคนคุยอวดกันว่าฉันท้องตั้งแต่สิบสาม อีกคนข่มทับ ฉันท้องตั้งแต่สิบเอ็ด บางคนมาข่มทับอีก ฉันได้เสียตั้งแต่เก้าปีแล้วย่ะ แต่ไม่ท้อง
เราเห็นแล้วก็อดเป็นห่วงอนาคตเด็กไทยไม่ได้ วันดีคืนดีคนแบบนี้โพสเฟสหาคนโชว์เว็บแค็มโป๊ลงหน้าเฟสบุ๊คก็ยังมี สงสัยเหมือนกันว่าพ่อแม่ก็เป็นเพื่อนในเฟส ทำไมไม่ว่าอะไรลูกๆบ้าง

12. เปลี่ยนกล้องวงจรปิดให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นในหลายๆพื้นที่ ทุกวันนี้กล้องวงจรปิดเหมือนกับติดตั้งไว้เล่นๆ ไม่ดัมมี่ก็กล้องเสีย ไม่กล้องเสียภาพก็เบลอซะจนดูอะไรไม่ออกซะเยอะ ตั้งแก้ตรงจุดนี้

อย่างกรณีข่าวเปรี้ยว หลายๆคนคงเห็นแล้วว่ากล้องวงจรปิดเมืองไทยกับกล้องวงจรปิดประเทศเพื่อนบ้าน มีความแตกต่างกันมาก

13. ง่วงแล้วครับ อันที่จริงที่มาตั้งกระทู้นี้เพราะนอนไม่หลับ และว่างมากก็เลยมาตั้งเล่นๆ ไม่คาดหวังอะไรมากมายหรอก เอาเป็นว่าผมคงไปนอนแล้วล่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่