รีวิวชีวิต ตอน โดนบริษัทใหญ่มาก สั่งปิดเพจ facebook จ้าา
มาอ่านกันเถอะ ก่อนนางจะปลิวจ้าาา ตอนนี้เรื่องราวกำลังดำเนินการนะคะ อยู่ระหว่างฝ่ายกฎหมายพิจารณา ( แน่นอนว่าฝ่ายกฎหมายของบริษัทจ้า ไม่ใช่ของดั๊น ไม่มีเงินจ้างนะคะ จน 5555)
เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมาดั๊นได้มีข้อพิพาทกับบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเครื่องสำอางในเมืองไทย ( จริงๆบริษัทมันระดับโลกแหละ แต่ขอพิพาทแค่บริษัทแม่ในไทยพอ แค่ในไทยก็กระอักเลือดแล้ว) ที่มาก็คือ นางมาแจ้ง report เพจขายของของดั๊นค่ะ แล้วทาง facebook ก็ได้กระทำการปิดเพจดั๊นอัตโนมัติค่ะ without การสอบสวน หรือสอบถามจากดั๊น แล้วก็ mail มาแจ้งดั๊นว่า " เราจะคืนเพจให้ ในกรณีที่คุณตกลงกับบุคคล( บริษัท) ที่คุณมีปัญหาด้วย" เนื้อความแปลจาก eng แล้วก็ประมาณนี้ค่ะ แล้วนางก็แนบเมลล์ของคนแจ้ง พร้อมบริษัทแม่ที่แจ้งมาให้ค่ะ
ดั๊นก็ตกใจมาก ช็อคมาก เพจดั๊นคนไลค์ประมาณ 3 แสน ( หลอกค่ะ จริงๆแค่ 20,000) ชิป_าย สิคะงานนี้ ลงทุนกับเพจไปเยอะมาก ค่าโฆษณา ของที่กำลังจะแพคส่ง ของที่ลูกค้าฝากซื้อ ของที่ค้างอยู่ในโกดัง คือหน้ามืดมากค่ะตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูก ตั้งสติได้ อ่าน mail จาก facebook ใหม่อีกรอบ แล้วเริ่มตั้งสติ
พอสติมาปัญญาเกิดค่ะ ผ่างงงงง สาเหตุที่บริษัทนาง report ดั๊น ก็เพราะว่าเพจดั๊น ซึ่งใช้ชื่อว่า ( นามสมมติ) "นางสาวทุเรียน กับหมาหลังอาน ริมทะเลอ่าวไทย" มีชื่อที่ตรงกับแบรนลูกผลิตภัณฑ์ในเครือของนาง ซึ่งใช้ชื่อว่า "นางสาวทุเรียน Thailand " what da f*** แค่ชื่อ คำเดียว นางก็กดปิดเพจดั๊นทโดยไม่มี notice ใดๆทั้งสิ้น นี่โกรธเคืองกันแต่ชาติปางไหน หรือนางเคยมาซื้อของในเพจดั๊นแล้วต่อราคาไม่ได้ดั่งใจ เลยพิโรธไปกด report เหรอ ? งง
แต่ดั๊นนั้นยอมรับค่ะ ว่าขายผลิตภัณฑ์แบรน นางสาวทุเรียน อยู่ด้วยเช่นกัน แต่ดั๊นไม่เคยแอบอ้างว่าเป็นตัวแทน หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทน ดั๊นแสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่เปิดเพจชัดเจนค่ะ ว่าดั๊นรับฝากซื้อ ฝากหิ้ว ไม่ใช่ตัวแทน ไม่ได้รับสินค้าจากไทยนะ ดั๊นซื่อจากเมืองนอก จึงแสดงเจตจำนงผ่าน email ไปค่ะ ว่ายินดีเปลี่ยนชื่อและปฏิบัติตาม แต่ให้ขอคืนเพจ เพราะเสียหายหลักแสนบาท ( อันนี้ของจริง ไม่อิงนิยาย) แต่ๆๆๆๆ ไม่มีเมลล์ตอบกลับค่ะ เงียบกริ๊บ
ด้วยความร้อนใจ ดั๊นจึงโทรไปยังบริษัทแม่ที่แจ้ง report ค่ะ นับจากนี้จะเป็นขั้นตอนนะคะ กว่าจะถึงตัวคน report นั้น ขั้นตอนยุ่งยากระดับขอ VISA ไปอังกฤษเลยจ้า
โทรครั้งที่1: นอกเวลาทำการ เลยฝากข้อความให้ติดต่อกลับ ( จบการเรื่องราวในวันแรกที่โดนปิดเพจ)
วันถัดไป
โทรครั้งที่2: ไม่ได้โทรเอง ( นางโทรมา) บอกว่าได้รับเรื่องแล้ว จะส่งเรื่องให้ ดั๊นก็โอเคค่ะ
โทรครั้งที่3: เป็นวันที่ 2 แล้วที่เพจโดนปิด โทรไปเบอร์เดิม เต็มจ้า voice mail ก็เต็ม ทำไงดีวะ อ้าา ไปยังเพจของแบรนด์ " นางสาวทุเรียน" ขอเบอร์ติดต่อค่ะ เพจก็ดี้ดีนะคะ ให้มา แต่ ให้มาเป็นแบรนด์อีกแบรนด์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ในเครือนี้เหมือนกัน ( คือจะให้ทำไม้ ขออันนี้ได้อันนั้น ปัดโถ่ะ)
โทรครั้งที่ 4 : โทรไปยังอีกแบรนด์ค่ะ อันนี้ จนท น่ารักมากกก ให้เบอร์ไปยังบริษัทแม่ แล้วติดด้วยนะคะ ปรบมือค่ะ ชื่นชม
โทรครั้งที่ 5: โทรไปพอ operatorรับสาย ก็ขอสายคุณกับคนทีแจ้ง report เลยค่ะ เค้าก็ถามเรื่องราว นี่ก็เล่า เค้าก็เอ้อ เดะส่ง ส่งไปไม่รับสายจ้า ติดประชุม นี่ก็โอเค เดี๋ยวโทรใหม่ ขอเบอร์ต่อตรงค่ะ ก็ได้มา
โทรครั้งที่ 6: โทรครั้งนี้ติดเลยจ้าา ต่อตรงยังคนที่แจ้งเลย ( มันต้องได้เรื่องแล้วแหละ คุยกับคนแจ้งขนาดนี้ ต้องได้ protocol ดำเนินเรื่องเราแล้วแน่นอน ) สรุป เปล่าเลยค่าาา คนแจ้งชี้แจงว่าหมดหน้าที่เค้าแล้ว ส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมาย รบกวนไปเคลียร์กับฝ่ายกฎหมายนะคะ นี่เลยบอกว่า ใช่ค่ะ แต่สุดท้ายนี่ต้องมาคุยกะคุณ เพราะว่าทาง facebook ยินยอมรับหนังสือ จาก email คุณเท่านั้น เค้าก็บอกว่า ตอนนี้เค้าไม่มีหน้าที่ตรงนี้ค่ะ ส่งไปฝ่ายกฎหมายนะ แต่คือนางก็บอกนะ ว่าอ่านอีเมลล์เราแล้ว อ้าว ทำไมไม่ตอบกลับคะ อย่าให้ดั๊นรอเก้อสีแม่คุ้ณณณ โอ้โห แห้ว ไม่ได้ผล เครไปฝ่ายกฎหมายก็ได้ แต่สงสัยเค้าลืมส่ง เลยวางสายเรา
โทรครั้งที่ 7-12 หาฝ่ายกฎหมาย ไม่ติดเลยจ้าาาาาา สงสัยพักเที่ยงตอนบ่าย 3 หรือทั่งแผนกไม่มีคนเลยก็ไม่รู้ โทรสายไหม้ขนาดนี้ (55555 )
โทรครั้งที่ 13: นี่ก็กำชับบอกว่า ถ้าไม่มีใครรับรบกวน operator รับสายเราต่อก่อน อย่าวางบ่อย เดี๋ยวเรางอน 5555 สรุป ฝ่ายกฎหมายแจ้งว่า เค้าไม่รับเรื่อง ให้ไปคุยกับลูกค้าสัมพันธ์ ( เดี๋ยวววววว hello สรุปฝ่ายไหนกันแน่อะ โยนกันไปกันมา แล้วไหนบอกส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายละไง) นางก็โยนขั้นไปฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ก็คุยถามว่าเรื่องยังไงต้องรออะไร เค้าก็บอกว่า ทำไรไม่ได้นะ รอนะคะ เค้าตอบไรมากไม่ได้ เดะติดต่อกลับน้าา นี่ก็เครจ้า
โอเครอ คิดว่าไม่นานคงดีขึ้น ระหว่างพยายามทำใจ อีด-กกกกกกกก เพิ่งคิดได้ ว่าถ้าลูกค้าเอาเราไปแฉ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเราโกงจะทำไงวะ ชิปหา- ของจริงงานนี้ นี่เลยพุ่งไปปรึกษาทนายเลยจ้าา ทนายก็ให้คำปรึกษาดีมาก เค้าแจ้งว่าจากรูปการณ์ เราไม่ผิด เค้าไม่มีสิทธิ์มาปิดเรา ถ้าเราจะฟ้อง ก็ได้ แต่ตอนนี้ให้เราไปแจ้งลงบันทึกประจำวันก่อน จะได้เป็นไม้กันหมา ว่าเราไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนี เชิดเงิน
วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่โดนปิดเพจ
หลังจากปรึกษาทนายนี่ก็ทำตาม แต่มีเรียน เลยไปเช้าไม่ได้ ต้องไปเย็น ระหว่างว่าง ก็โทรอีกค่ะ พอโทรไปหาฝ่ายกฎหมาย ก็ไปพักกันหม้ดดดด อะ วาง รอ โทรใหม่ แบ้วก็มีคนมารับสาย แต่ไม่ใช่ฝ่ายกฎหมายนะ ลูกค้าสัมพันธ์อีก เค้าก็ฟังเราบ่นดีนะ 55565 แต่พอเราบอกว่า scale ใหญ่แล้ววนะ เพราะถ้าลูกค้าฟ้องเรา เราเดือดร้อนนะ เราขอไปแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจนะ ‼️
นางก็ตกใจค่ะ เสียงแบบกระตุก แจ้งความเหรอคะ ทีไ่หนคะ นี่บอกไม่ใช่จ้าา แจ้งลงบันทึกประจำวันเฉยๆจ้า ว่าเราไม่ได้มีเจตนาหนี หรือเชิดเงิน เรายินดีคืนเงิน แต่เราหาลูกเพจไม่เจอ เพราะเพจหาย หาใครไม่ได้ นางก็ดูเข้าใจผลกระทบละ ก็เลยบอกโอเค จะเร่งเรื่องให้อีกทีค่ะ เราเลยใส่ไปว่า " เราเข้าใจว่ามันมีขั้นตอน แต่ช่วยเร่งเรื่องให้เราหน่อย เพราะเราเดือดร้อนจริงๆ สำหรับบริษัทคุณ เราอาจไม่สำคัญ แต่สำหรับเรา เรื่องนี้สำคัญมาก เงินเป็นแสน เราจะทำยังไง เราควรมีสิทธิชี้แจงนะ ไม่ใช่อยู่ๆมาปิด โดยไม่ notice นางก็ห้ะ ตกใจว่าเราไม่ได้รับ notice ก่อนเหรอ เราก็บอกจ้าา ไม่มีค่าา แต่ก่อนหน้านี้ operator บอกเราว่า ไม่มีใครโทรมาขอเพจคืนแบบเราเลย แต่เราเองรับรู้จากลูกค้าเรา ซึ่งเค้าเอาไปขายต่อ และโดนเหมือนกัน เราเลยรู้ แบะลองค้นหาชือเพจที่มีชื่อ " นางสาวทุเรียน อยู่ด้วย" หายหมดจ้าาา ไม่มีเลย เหลือแค่เพจของนางอันเดียว ตั้งตระหง่านท่ามกลางน้ำตาคนอื่น 55555
นี่ก็แบบไม่ได้ละไง รายได้เราหายนะ ( นี่จ่ายภาษีกรมสรรพากรนะ ไม่มาลากไส้ตัวเองแน่นอน 55555) วันนึงหลายตังค์นะ นั้นเราขอนัดเจอฝ่ายกฎหมายเลยค่ะ ถามไปว่าพอจะสละเวลาให้เราเข้าพบได้มั้ย เราพร้อมจะทำตามข้อสัญญาค่ะ นัดมาได้ค่ะ นางก็แจ้งว่าอันนั้นคงต้องรอจนขั้นตอนสุดท้าย แต่ตอนนี้รอก่อนนะ ให้เค้า find out ก่อน ว่าจะยังไง เราผิด หรือเราไม่ผิด เดี๋ยวเคลียร์อีกที
What da he-- คือ ยังไม่ตัดสินกันเลยอะ ว่านี่ผิดหรือเปล่า แต่ปิดเพจดั๊นไปแล้ว ฮัลโหลลลล นี่ถ้าคนที่เค้าไม่ตามเรื่อง เพจคงหายไปกับสายลมใช่มั้ย คิดจะปิดก็ปิด คือคิดอะไรยังไง ถ้าเราผิด notice มายินดีทำยินดีเปลี่ยนเลย ถ้าเค้าตรวจสอบ จะรู้เลยว่าก่อนหน้าที่เราจะรู้เรื่องชิปหา-นี้ เราได้ทำการเลปี่ยนขื่อแล้ว แต่เฟสไม่อนุญาต เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเราไม่ได้ใช้ขื่อนางโจ้งๆ ( คือไม่ได้ใช้ชื่อ นางสาวทุเรียน เพียวๆ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเราคือตัวแทนในไทย เออ เราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นอยู่แล้วแต่แรก) นี่อะไร notice ไม่มี แต่มาปิดของฉัน แต่ก่อนหน้านี้ตอนทำโฆษณาเพจ facebook นางก็ยอมให้โฆษณา เพราะนางดูแล้วว่าเราไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์อะไร แต่พอมาตอนนี้ พอทางแบรนด์แจ้ง นางก็มาปิดเรา คืออะไร เหยยยย นี่คือต้องนิยามเหตุการณ์นี้ว่าอะไรอะ คือ facebook ไม่ผิดหรอก เพราะเรื่องลิขสิทธิ์เค้าเองก็ซีเรียส อันนี้เราเข้าใจ แต่คิดดูสิ ถ้าเราไม่ไปเรียกร้องกับทางคนที่แจ้ง report เรา เรื่องนี้ก็ตกไป เค้าก็ไม่ได้เอามาพิจารณาให้เปลืองทรัพยากรบุคคลเค้าหรอก เอาเวลาไปทำงานหลักของเค้าดีกว่า แต่นี่มันงานหลักเราไง เราเดือดร้อน เราต้องสู้ จะผิดจะถูก เราขอแค่ให้เราได้แสดงหลักฐาน ไม่ใช่เอะอะก็เห็นว่าเราสู้ไม่ได้ จะทำไรเราเราก็ต้องยอม ไม่ยอมนะ เราก็สู้คน เราจะทวงเพจคืน ( แบบสันตินะ 5555 บอกแต่แรกแล้ว ว่าสู้ไม่ไหว)
เพื่อนๆแนะนำได้นะคะ แต่ดั๊นนั้นไม่ฟ้องหรอกค่ะ ดั๊นตัวเล็ก เงินไม่เยอะมากมายอะไร จะไปแจ้งฟ้องร้องใครคงไม่ได้ แต่ถ้ามีใครยินดีเสนอข้อความเห็นทางกฎหมายดั๊นยินดีรับนะคะ เสนอได้นะคะว่าดั๊นผิดมาก ผิดน้อย ผิดเล็กๆ ผิดยังไง หรือไม่ได้ผืด ถูกน้อยมากแค่ไหน แนะนำได้เลยค่ะ ยินดีค่ะ
เอ้ออีกอย่าง ถ้า facebook เค้าคืนเพจให้เราไม่ได้ อันนี้เราเรียกค่าเสียหายจากแบรนด์ได้มั้ยคะ นี่เก็บสบิปบัตรเครดิต ที่โดน facebook เก็บค่าโฆษณาไว้หมดเลย ร้องเรียนอะไรได้บ้างมั้ยเนี่ย เห้อ ใครตอบมาว่าให้ทำใจ จะตีนะ 5555
อ้อ ขออนุญาตไม่แจ้งชื่อแบรนด์และบริษัทนะคะ หลังไมค์ก็ไม่ตอบนะคะ โดนคดีหมิ่นประมาทขึ้นมา ไม่มีเงินจ่ายจ้าาา เพจหายไปหลายวัน จนแล้วจ้า จะเรียกร้องขอเงินชดเชยยังไม่กล้าเลยจ้า กลัวตัวสั่นไปหมด ไม่ใช่อะไร หนี้บัตรเครดิตกองพะเนินจ้า ไม่ได่ขายของ+โดนฟ้องฉ้อโกง+ฟ้องหมอ่นประมาท คงได้ขายไต ขายปอดกันแล้วแหละจ้า
มหกรรมตามทวงเพจ facebook คืนค่ะ
มาอ่านกันเถอะ ก่อนนางจะปลิวจ้าาา ตอนนี้เรื่องราวกำลังดำเนินการนะคะ อยู่ระหว่างฝ่ายกฎหมายพิจารณา ( แน่นอนว่าฝ่ายกฎหมายของบริษัทจ้า ไม่ใช่ของดั๊น ไม่มีเงินจ้างนะคะ จน 5555)
เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมาดั๊นได้มีข้อพิพาทกับบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเครื่องสำอางในเมืองไทย ( จริงๆบริษัทมันระดับโลกแหละ แต่ขอพิพาทแค่บริษัทแม่ในไทยพอ แค่ในไทยก็กระอักเลือดแล้ว) ที่มาก็คือ นางมาแจ้ง report เพจขายของของดั๊นค่ะ แล้วทาง facebook ก็ได้กระทำการปิดเพจดั๊นอัตโนมัติค่ะ without การสอบสวน หรือสอบถามจากดั๊น แล้วก็ mail มาแจ้งดั๊นว่า " เราจะคืนเพจให้ ในกรณีที่คุณตกลงกับบุคคล( บริษัท) ที่คุณมีปัญหาด้วย" เนื้อความแปลจาก eng แล้วก็ประมาณนี้ค่ะ แล้วนางก็แนบเมลล์ของคนแจ้ง พร้อมบริษัทแม่ที่แจ้งมาให้ค่ะ
ดั๊นก็ตกใจมาก ช็อคมาก เพจดั๊นคนไลค์ประมาณ 3 แสน ( หลอกค่ะ จริงๆแค่ 20,000) ชิป_าย สิคะงานนี้ ลงทุนกับเพจไปเยอะมาก ค่าโฆษณา ของที่กำลังจะแพคส่ง ของที่ลูกค้าฝากซื้อ ของที่ค้างอยู่ในโกดัง คือหน้ามืดมากค่ะตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูก ตั้งสติได้ อ่าน mail จาก facebook ใหม่อีกรอบ แล้วเริ่มตั้งสติ
พอสติมาปัญญาเกิดค่ะ ผ่างงงงง สาเหตุที่บริษัทนาง report ดั๊น ก็เพราะว่าเพจดั๊น ซึ่งใช้ชื่อว่า ( นามสมมติ) "นางสาวทุเรียน กับหมาหลังอาน ริมทะเลอ่าวไทย" มีชื่อที่ตรงกับแบรนลูกผลิตภัณฑ์ในเครือของนาง ซึ่งใช้ชื่อว่า "นางสาวทุเรียน Thailand " what da f*** แค่ชื่อ คำเดียว นางก็กดปิดเพจดั๊นทโดยไม่มี notice ใดๆทั้งสิ้น นี่โกรธเคืองกันแต่ชาติปางไหน หรือนางเคยมาซื้อของในเพจดั๊นแล้วต่อราคาไม่ได้ดั่งใจ เลยพิโรธไปกด report เหรอ ? งง
แต่ดั๊นนั้นยอมรับค่ะ ว่าขายผลิตภัณฑ์แบรน นางสาวทุเรียน อยู่ด้วยเช่นกัน แต่ดั๊นไม่เคยแอบอ้างว่าเป็นตัวแทน หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทน ดั๊นแสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่เปิดเพจชัดเจนค่ะ ว่าดั๊นรับฝากซื้อ ฝากหิ้ว ไม่ใช่ตัวแทน ไม่ได้รับสินค้าจากไทยนะ ดั๊นซื่อจากเมืองนอก จึงแสดงเจตจำนงผ่าน email ไปค่ะ ว่ายินดีเปลี่ยนชื่อและปฏิบัติตาม แต่ให้ขอคืนเพจ เพราะเสียหายหลักแสนบาท ( อันนี้ของจริง ไม่อิงนิยาย) แต่ๆๆๆๆ ไม่มีเมลล์ตอบกลับค่ะ เงียบกริ๊บ
ด้วยความร้อนใจ ดั๊นจึงโทรไปยังบริษัทแม่ที่แจ้ง report ค่ะ นับจากนี้จะเป็นขั้นตอนนะคะ กว่าจะถึงตัวคน report นั้น ขั้นตอนยุ่งยากระดับขอ VISA ไปอังกฤษเลยจ้า
โทรครั้งที่1: นอกเวลาทำการ เลยฝากข้อความให้ติดต่อกลับ ( จบการเรื่องราวในวันแรกที่โดนปิดเพจ)
วันถัดไป
โทรครั้งที่2: ไม่ได้โทรเอง ( นางโทรมา) บอกว่าได้รับเรื่องแล้ว จะส่งเรื่องให้ ดั๊นก็โอเคค่ะ
โทรครั้งที่3: เป็นวันที่ 2 แล้วที่เพจโดนปิด โทรไปเบอร์เดิม เต็มจ้า voice mail ก็เต็ม ทำไงดีวะ อ้าา ไปยังเพจของแบรนด์ " นางสาวทุเรียน" ขอเบอร์ติดต่อค่ะ เพจก็ดี้ดีนะคะ ให้มา แต่ ให้มาเป็นแบรนด์อีกแบรนด์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ในเครือนี้เหมือนกัน ( คือจะให้ทำไม้ ขออันนี้ได้อันนั้น ปัดโถ่ะ)
โทรครั้งที่ 4 : โทรไปยังอีกแบรนด์ค่ะ อันนี้ จนท น่ารักมากกก ให้เบอร์ไปยังบริษัทแม่ แล้วติดด้วยนะคะ ปรบมือค่ะ ชื่นชม
โทรครั้งที่ 5: โทรไปพอ operatorรับสาย ก็ขอสายคุณกับคนทีแจ้ง report เลยค่ะ เค้าก็ถามเรื่องราว นี่ก็เล่า เค้าก็เอ้อ เดะส่ง ส่งไปไม่รับสายจ้า ติดประชุม นี่ก็โอเค เดี๋ยวโทรใหม่ ขอเบอร์ต่อตรงค่ะ ก็ได้มา
โทรครั้งที่ 6: โทรครั้งนี้ติดเลยจ้าา ต่อตรงยังคนที่แจ้งเลย ( มันต้องได้เรื่องแล้วแหละ คุยกับคนแจ้งขนาดนี้ ต้องได้ protocol ดำเนินเรื่องเราแล้วแน่นอน ) สรุป เปล่าเลยค่าาา คนแจ้งชี้แจงว่าหมดหน้าที่เค้าแล้ว ส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมาย รบกวนไปเคลียร์กับฝ่ายกฎหมายนะคะ นี่เลยบอกว่า ใช่ค่ะ แต่สุดท้ายนี่ต้องมาคุยกะคุณ เพราะว่าทาง facebook ยินยอมรับหนังสือ จาก email คุณเท่านั้น เค้าก็บอกว่า ตอนนี้เค้าไม่มีหน้าที่ตรงนี้ค่ะ ส่งไปฝ่ายกฎหมายนะ แต่คือนางก็บอกนะ ว่าอ่านอีเมลล์เราแล้ว อ้าว ทำไมไม่ตอบกลับคะ อย่าให้ดั๊นรอเก้อสีแม่คุ้ณณณ โอ้โห แห้ว ไม่ได้ผล เครไปฝ่ายกฎหมายก็ได้ แต่สงสัยเค้าลืมส่ง เลยวางสายเรา
โทรครั้งที่ 7-12 หาฝ่ายกฎหมาย ไม่ติดเลยจ้าาาาาา สงสัยพักเที่ยงตอนบ่าย 3 หรือทั่งแผนกไม่มีคนเลยก็ไม่รู้ โทรสายไหม้ขนาดนี้ (55555 )
โทรครั้งที่ 13: นี่ก็กำชับบอกว่า ถ้าไม่มีใครรับรบกวน operator รับสายเราต่อก่อน อย่าวางบ่อย เดี๋ยวเรางอน 5555 สรุป ฝ่ายกฎหมายแจ้งว่า เค้าไม่รับเรื่อง ให้ไปคุยกับลูกค้าสัมพันธ์ ( เดี๋ยวววววว hello สรุปฝ่ายไหนกันแน่อะ โยนกันไปกันมา แล้วไหนบอกส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายละไง) นางก็โยนขั้นไปฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ก็คุยถามว่าเรื่องยังไงต้องรออะไร เค้าก็บอกว่า ทำไรไม่ได้นะ รอนะคะ เค้าตอบไรมากไม่ได้ เดะติดต่อกลับน้าา นี่ก็เครจ้า
โอเครอ คิดว่าไม่นานคงดีขึ้น ระหว่างพยายามทำใจ อีด-กกกกกกกก เพิ่งคิดได้ ว่าถ้าลูกค้าเอาเราไปแฉ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเราโกงจะทำไงวะ ชิปหา- ของจริงงานนี้ นี่เลยพุ่งไปปรึกษาทนายเลยจ้าา ทนายก็ให้คำปรึกษาดีมาก เค้าแจ้งว่าจากรูปการณ์ เราไม่ผิด เค้าไม่มีสิทธิ์มาปิดเรา ถ้าเราจะฟ้อง ก็ได้ แต่ตอนนี้ให้เราไปแจ้งลงบันทึกประจำวันก่อน จะได้เป็นไม้กันหมา ว่าเราไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนี เชิดเงิน
วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่โดนปิดเพจ
หลังจากปรึกษาทนายนี่ก็ทำตาม แต่มีเรียน เลยไปเช้าไม่ได้ ต้องไปเย็น ระหว่างว่าง ก็โทรอีกค่ะ พอโทรไปหาฝ่ายกฎหมาย ก็ไปพักกันหม้ดดดด อะ วาง รอ โทรใหม่ แบ้วก็มีคนมารับสาย แต่ไม่ใช่ฝ่ายกฎหมายนะ ลูกค้าสัมพันธ์อีก เค้าก็ฟังเราบ่นดีนะ 55565 แต่พอเราบอกว่า scale ใหญ่แล้ววนะ เพราะถ้าลูกค้าฟ้องเรา เราเดือดร้อนนะ เราขอไปแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจนะ ‼️
นางก็ตกใจค่ะ เสียงแบบกระตุก แจ้งความเหรอคะ ทีไ่หนคะ นี่บอกไม่ใช่จ้าา แจ้งลงบันทึกประจำวันเฉยๆจ้า ว่าเราไม่ได้มีเจตนาหนี หรือเชิดเงิน เรายินดีคืนเงิน แต่เราหาลูกเพจไม่เจอ เพราะเพจหาย หาใครไม่ได้ นางก็ดูเข้าใจผลกระทบละ ก็เลยบอกโอเค จะเร่งเรื่องให้อีกทีค่ะ เราเลยใส่ไปว่า " เราเข้าใจว่ามันมีขั้นตอน แต่ช่วยเร่งเรื่องให้เราหน่อย เพราะเราเดือดร้อนจริงๆ สำหรับบริษัทคุณ เราอาจไม่สำคัญ แต่สำหรับเรา เรื่องนี้สำคัญมาก เงินเป็นแสน เราจะทำยังไง เราควรมีสิทธิชี้แจงนะ ไม่ใช่อยู่ๆมาปิด โดยไม่ notice นางก็ห้ะ ตกใจว่าเราไม่ได้รับ notice ก่อนเหรอ เราก็บอกจ้าา ไม่มีค่าา แต่ก่อนหน้านี้ operator บอกเราว่า ไม่มีใครโทรมาขอเพจคืนแบบเราเลย แต่เราเองรับรู้จากลูกค้าเรา ซึ่งเค้าเอาไปขายต่อ และโดนเหมือนกัน เราเลยรู้ แบะลองค้นหาชือเพจที่มีชื่อ " นางสาวทุเรียน อยู่ด้วย" หายหมดจ้าาา ไม่มีเลย เหลือแค่เพจของนางอันเดียว ตั้งตระหง่านท่ามกลางน้ำตาคนอื่น 55555
นี่ก็แบบไม่ได้ละไง รายได้เราหายนะ ( นี่จ่ายภาษีกรมสรรพากรนะ ไม่มาลากไส้ตัวเองแน่นอน 55555) วันนึงหลายตังค์นะ นั้นเราขอนัดเจอฝ่ายกฎหมายเลยค่ะ ถามไปว่าพอจะสละเวลาให้เราเข้าพบได้มั้ย เราพร้อมจะทำตามข้อสัญญาค่ะ นัดมาได้ค่ะ นางก็แจ้งว่าอันนั้นคงต้องรอจนขั้นตอนสุดท้าย แต่ตอนนี้รอก่อนนะ ให้เค้า find out ก่อน ว่าจะยังไง เราผิด หรือเราไม่ผิด เดี๋ยวเคลียร์อีกที
What da he-- คือ ยังไม่ตัดสินกันเลยอะ ว่านี่ผิดหรือเปล่า แต่ปิดเพจดั๊นไปแล้ว ฮัลโหลลลล นี่ถ้าคนที่เค้าไม่ตามเรื่อง เพจคงหายไปกับสายลมใช่มั้ย คิดจะปิดก็ปิด คือคิดอะไรยังไง ถ้าเราผิด notice มายินดีทำยินดีเปลี่ยนเลย ถ้าเค้าตรวจสอบ จะรู้เลยว่าก่อนหน้าที่เราจะรู้เรื่องชิปหา-นี้ เราได้ทำการเลปี่ยนขื่อแล้ว แต่เฟสไม่อนุญาต เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเราไม่ได้ใช้ขื่อนางโจ้งๆ ( คือไม่ได้ใช้ชื่อ นางสาวทุเรียน เพียวๆ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเราคือตัวแทนในไทย เออ เราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นอยู่แล้วแต่แรก) นี่อะไร notice ไม่มี แต่มาปิดของฉัน แต่ก่อนหน้านี้ตอนทำโฆษณาเพจ facebook นางก็ยอมให้โฆษณา เพราะนางดูแล้วว่าเราไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์อะไร แต่พอมาตอนนี้ พอทางแบรนด์แจ้ง นางก็มาปิดเรา คืออะไร เหยยยย นี่คือต้องนิยามเหตุการณ์นี้ว่าอะไรอะ คือ facebook ไม่ผิดหรอก เพราะเรื่องลิขสิทธิ์เค้าเองก็ซีเรียส อันนี้เราเข้าใจ แต่คิดดูสิ ถ้าเราไม่ไปเรียกร้องกับทางคนที่แจ้ง report เรา เรื่องนี้ก็ตกไป เค้าก็ไม่ได้เอามาพิจารณาให้เปลืองทรัพยากรบุคคลเค้าหรอก เอาเวลาไปทำงานหลักของเค้าดีกว่า แต่นี่มันงานหลักเราไง เราเดือดร้อน เราต้องสู้ จะผิดจะถูก เราขอแค่ให้เราได้แสดงหลักฐาน ไม่ใช่เอะอะก็เห็นว่าเราสู้ไม่ได้ จะทำไรเราเราก็ต้องยอม ไม่ยอมนะ เราก็สู้คน เราจะทวงเพจคืน ( แบบสันตินะ 5555 บอกแต่แรกแล้ว ว่าสู้ไม่ไหว)
เพื่อนๆแนะนำได้นะคะ แต่ดั๊นนั้นไม่ฟ้องหรอกค่ะ ดั๊นตัวเล็ก เงินไม่เยอะมากมายอะไร จะไปแจ้งฟ้องร้องใครคงไม่ได้ แต่ถ้ามีใครยินดีเสนอข้อความเห็นทางกฎหมายดั๊นยินดีรับนะคะ เสนอได้นะคะว่าดั๊นผิดมาก ผิดน้อย ผิดเล็กๆ ผิดยังไง หรือไม่ได้ผืด ถูกน้อยมากแค่ไหน แนะนำได้เลยค่ะ ยินดีค่ะ
เอ้ออีกอย่าง ถ้า facebook เค้าคืนเพจให้เราไม่ได้ อันนี้เราเรียกค่าเสียหายจากแบรนด์ได้มั้ยคะ นี่เก็บสบิปบัตรเครดิต ที่โดน facebook เก็บค่าโฆษณาไว้หมดเลย ร้องเรียนอะไรได้บ้างมั้ยเนี่ย เห้อ ใครตอบมาว่าให้ทำใจ จะตีนะ 5555
อ้อ ขออนุญาตไม่แจ้งชื่อแบรนด์และบริษัทนะคะ หลังไมค์ก็ไม่ตอบนะคะ โดนคดีหมิ่นประมาทขึ้นมา ไม่มีเงินจ่ายจ้าาา เพจหายไปหลายวัน จนแล้วจ้า จะเรียกร้องขอเงินชดเชยยังไม่กล้าเลยจ้า กลัวตัวสั่นไปหมด ไม่ใช่อะไร หนี้บัตรเครดิตกองพะเนินจ้า ไม่ได่ขายของ+โดนฟ้องฉ้อโกง+ฟ้องหมอ่นประมาท คงได้ขายไต ขายปอดกันแล้วแหละจ้า