สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา หลังจากที่ตามอ่านมานาน พอผ่านการยืนยันบัตรก็ตั้งกระทู้มันวันนี้เลย
ยังเลือกแท็กไม่เป็น ยังงงๆ ยังไงขออภัยสำหรับมือใหม่ด้วยนะคะ
เนื่องจากมีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ จนเกือบทำเอาหัวใจวายคาที่ทำงาน
จึงอยากเล่าเพื่อขอคำปรึกษาหรือความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนค่ะ ....
เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่เราทำงานอยู่ค่ะ เราเป็นครูสอนอยู่ในชั้นประถมปีที่ 3
เด็กที่เราประจำชั้นอยู่ ค่อนข้างซนมากเลยทีเดียว เล่นกันเสียงดังตามประสาเด็กโรงเรียนชายล้วน
ซึ่งหนึ่งในนั้น มีเด็กนักเรียนที่เข้ามาใหม่ระหว่างปี ด้วยคะแนนสอบเข้าสูงลิ่ว
เด็กคนนี้ฉลาดมาก สามารถตอบคำถามขณะเรียนได้เสมอ ทำข้อสอบเก็บคะแนนได้เต็มเกือบทุกครั้ง
แต่ทักษะในการฟังนั้น แทบจะไม่สอดคล้องกัน เพราะบ่อยครั้ง ที่เค้ามักแอบเล่นใต้โต๊ะ หรือแอบเล่นยางลบ ดินสอ ในลิ้นชักเสมอ
เรื่องราวที่ดูจะมีปัญหาเพียงเท่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเที่ยงวันหนึ่ง เด็กชายเอากระดาษที่ถือในมือเลื่อยแขนตัวเอง เสมือนมีดกรีด
เรารีบปรี่ไปดูทันที " เกิดอะไรขึ้นครับ ทำแบบนี้ทำไม " เด็กชายก้มหน้าก้มตาตอบ " ก็..ก็กดดันหลายๆอย่างครับ"
"กดดันเรื่องอะไรครับ เล่าให้ฟังได้ไหม"
"...................."
"กดดันเรื่องอะไร ครูทำอะไรให้น้องรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า?"
(ส่ายหน้า)"เปล่าครับ กดดันแล้วก็คิดถึงคุณย่า คุณย่าเสียแล้ว"
"คุณย่าเสียเมื่อไหร่ครับ"
"เมื่อ 5 ปีที่แล้วครับ"
"คิดถึงคุณย่าใช่ไหมครับ ดูสิ ตอนนี้คุณย่าก็คงมองดูน้องอยู่ ว่าน้องเป็นเด็กดีมั้ย ถ้าคุณย่ารู้ว่าน้องทำร้ายตัวเอง คุณย่าจะดีใจมั้ยครับ"
"ไม่ครับ......."
"แล้วคิดว่าการทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องดีมั้ยครับ ถ้าดี ดียังไงไหนบอกครูซิ"
" ไม่ดีครับ เจ็บด้วยครับ "
" เห็นมั้ย ถ้าอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่รู้สึกไม่ดี มาบอกครูนะครับ อย่าเก็บไว้จนกดดัน บอกได้ตลอดเลย สัญญานะครับ"
ครูและนักเรียนยื่นมือเกี่ยวก้อยเป็นพันธะสัญญาทางหัวใจกัน ว่าจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนั้นอีก
แต่เรื่องมันไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น หลายวันต่อมาขณะเราเข้าห้องเรียนเพื่อไปเปิดพัดลม แวบเดียวเท่านั้น มีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากหน้าห้องเรียน
"ครูครับ ครูครับ คนนั้นเค้าจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย" "จริงครู เมื่อกี้ปีนไปแล้วแต่ผมเรียกไว้ทัน" เสียงเด็กนักเรียนในห้องตกใจปนตื่นเต้น
แต่คงไม่มีใครตกใจเมื่อได้ยินในขณะนั้นเท่าเรา ซึ่งเป็นครูประจำชั้น แค่ไม่กี่วินาทีที่คลาดสายตา เกิดเรื่องแบบนี้โดยไม่คาดคิดเชียวหรือ
เราจัดแจงให้นักเรียนที่เหลือเข้าห้อง แล้วพาเค้าไปพบครูใหญ่ประจำช่วงชั้น พร้อมกับโทรแจ้งผู้ปกครองให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ได้ความว่า เด็กคนนี้ มีพฤติกรรมคล้ายกันในลักษณะนี้มาก่อนหน้าแล้ว และได้รับการรักษามาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งผู้ปกครองบอกว่า ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ
เราเลยถามว่าได้รับความกดดันมาจากครอบครัวหรือเปล่า หรือมีปัญหาอะไร เพราะเค้าบอกคิดถึงคุณย่าที่จากไปหลายครั้งหลายหน
ผู้ปกครองที่เป็นป้า บอกว่าคุณย่าเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก จึงรักและผูกพันกับคุณย่ามาก เมื่อคุณย่าเสียจึงพร่ำบ่นคิดถึงเสมอ
ส่วนพ่อและแม่นั้นต้องทำงานที่ต่างจังหวัด ตอนแรกจะรับไปอยู่ด้วย แต่ตัวเค้ายืนยันที่จะอยู่ที่นี่ เพราะอยากเรียนโรงเรียนนี้มาก
ซึ่งเค้าเคยสอบได้ตั้งแต่ป.1 แล้ว แต่ทางครอบครัวเห็นว่าอาการของน้องยังไม่ดีพอ จึงอยากรักษาให้ดีขึ้นก่อน
ป้าที่เป็นผู้เลี้ยงดูบอกว่า "เค้ามีลักษณะเหมือนไฮเปอร์บวกกับออทิสติกนิดๆ อะค่ะ จะออกอาการเวลาเครียด หรือโมโห"
เราให้ข้อมูลเสริมว่า "เวลาพูดคุยจะไม่สบตา นี่คืออาการร่วมด้วยหรือเปล่าคะ"
ป้า: " น่าจะใช่นะคะ เคยพาเค้าไปวัด IQ ปรากฏว่า IQ เค้าสูงมาก ร้อยกว่าๆเลย แต่ EQ นี่แทบไม่เจอเลย"
เรา : " ถ้ามีข้อมูลอะไรที่ครูควรทราบ หรือวิธีพูดคุยกับเค้าให้ได้ผล บอกได้เลยนะคะ จะพยายามทำความเข้าใจเค้า เมื่อกี้ก็กอดเค้าทีหนึ่งให้เค้าเย็นลง สรุปคืออารมณ์ดีขึ้นเฉยเลย ก็เลยให้เค้าไปเรียนต่อ"
ป้า : "ใช่ค่ะครู ครูทำดีมาก เค้าชอบให้กอดมากๆค่ะ อยู่บ้านก็จะกอดเค้า บอกให้เค้าเป็นเด็กดี"
..................................................................................................................................
เรื่องวันนั้นก็ผ่านไป พร้อมกับข้อมูลที่เราได้รับจากผู้ปกครองว่าควรใช้ไม้ไหน เค้าถึงจะลดความเครียดและกดดันตัวเองได้
จนกระทั่งวันนี้ ที่เราเกือบหัวใจวาย เมื่อเพลงบอกเวลาเข้าแถวตอนเที่ยงดังขึ้น
เด็กนักเรียนจะต้องมาเข้าแถวใต้ถุนอาคารเพื่อเดินไปเรียนยังห้องของตนเอง ซึ่งวันนี้ห้องของเราไม่ต้องลงแถว
เพราะต้องขึ้นไปเรียนก่อนเวลากรณีชดเชยคาบเรียน ขณะนั้นเด็กชายคนเดิมวิ่งกระหืดกระหอบมา
เรา : " น้องครับ ไม่ต้องลงแถว วันนี้เค้านัดเรียนข้างบน รีบไปเลย สายมากแล้ว"
เด็กคนนั้นรีบวิ่งไปทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองสาย ไม่ช้าไม่นานหลังจากเราไปหยิบอุปกรณ์การสอนจากห้องพักครูเพื่อมาห้องเรียน
สายตาเหลือบไปเห็น เด็กคนหนึ่งลักษณะท่าทางเหมือนเด็กคนนั้น อยู่ที่ขอบระเบียง เตรียมจะกระโดดลงมา
เราตะโกนเรียกชื่อเค้าสุดเสียง !!!!!!!! วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ หัวใจวูบและเกือบหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพนั้น
เราวิ่งไปหาเค้าในทันที "น้องทำแบบนี้อีกทำไมครับ สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ ครูตกใจมากรู้มั้ย"
เค้าใช้เหตุผลข้อเดิมพร้อมมีน้ำตาออมา " กดดันอีกแล้วครับ " พูดพลางเอามือปาดน้ำตา
เราส่งตัวไปยังครูใหญ่และติดต่อผู้ปกครองอีกครั้ง เพื่อรับทราบและหาทางออกร่วมกัน
ผลการพูดคุยนี้จบลงด้วยดีเช่นเคย แต่ไม่รู้เช่นกันว่าวันข้างหน้า จะมีแบบนี้อีกหรือไม่
หากมีขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจะทำอย่างไร
หรือเป็นการกระทำเพื่อต้องการความสนใจ หรือความต้องการอื่นๆ
พอจะมีหนทางใดทางจิตวิทยาช่วยเด็กนักเรียนคนนี้ได้หรือไม่
เรายังมีประสบการณ์ที่ไม่มาก จึงค่อนข้างเครียดว่าสิ่งที่ทำลงไปถูกหรือผิดมากน้อยแค่ไหน
อยากฟังและรับข้อเสนอแนะจากเพื่อนๆในนี้ เพื่อการช่วยเหลือ ดูแลเด็กคนหนึ่งให้เค้าได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ

...................................................................................................................................
เมื่อนักเรียนของฉัน อยากฆ่าตัวตาย
ยังเลือกแท็กไม่เป็น ยังงงๆ ยังไงขออภัยสำหรับมือใหม่ด้วยนะคะ
เนื่องจากมีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ จนเกือบทำเอาหัวใจวายคาที่ทำงาน
จึงอยากเล่าเพื่อขอคำปรึกษาหรือความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนค่ะ ....
เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่เราทำงานอยู่ค่ะ เราเป็นครูสอนอยู่ในชั้นประถมปีที่ 3
เด็กที่เราประจำชั้นอยู่ ค่อนข้างซนมากเลยทีเดียว เล่นกันเสียงดังตามประสาเด็กโรงเรียนชายล้วน
ซึ่งหนึ่งในนั้น มีเด็กนักเรียนที่เข้ามาใหม่ระหว่างปี ด้วยคะแนนสอบเข้าสูงลิ่ว
เด็กคนนี้ฉลาดมาก สามารถตอบคำถามขณะเรียนได้เสมอ ทำข้อสอบเก็บคะแนนได้เต็มเกือบทุกครั้ง
แต่ทักษะในการฟังนั้น แทบจะไม่สอดคล้องกัน เพราะบ่อยครั้ง ที่เค้ามักแอบเล่นใต้โต๊ะ หรือแอบเล่นยางลบ ดินสอ ในลิ้นชักเสมอ
เรื่องราวที่ดูจะมีปัญหาเพียงเท่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเที่ยงวันหนึ่ง เด็กชายเอากระดาษที่ถือในมือเลื่อยแขนตัวเอง เสมือนมีดกรีด
เรารีบปรี่ไปดูทันที " เกิดอะไรขึ้นครับ ทำแบบนี้ทำไม " เด็กชายก้มหน้าก้มตาตอบ " ก็..ก็กดดันหลายๆอย่างครับ"
"กดดันเรื่องอะไรครับ เล่าให้ฟังได้ไหม"
"...................."
"กดดันเรื่องอะไร ครูทำอะไรให้น้องรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า?"
(ส่ายหน้า)"เปล่าครับ กดดันแล้วก็คิดถึงคุณย่า คุณย่าเสียแล้ว"
"คุณย่าเสียเมื่อไหร่ครับ"
"เมื่อ 5 ปีที่แล้วครับ"
"คิดถึงคุณย่าใช่ไหมครับ ดูสิ ตอนนี้คุณย่าก็คงมองดูน้องอยู่ ว่าน้องเป็นเด็กดีมั้ย ถ้าคุณย่ารู้ว่าน้องทำร้ายตัวเอง คุณย่าจะดีใจมั้ยครับ"
"ไม่ครับ......."
"แล้วคิดว่าการทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องดีมั้ยครับ ถ้าดี ดียังไงไหนบอกครูซิ"
" ไม่ดีครับ เจ็บด้วยครับ "
" เห็นมั้ย ถ้าอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่รู้สึกไม่ดี มาบอกครูนะครับ อย่าเก็บไว้จนกดดัน บอกได้ตลอดเลย สัญญานะครับ"
ครูและนักเรียนยื่นมือเกี่ยวก้อยเป็นพันธะสัญญาทางหัวใจกัน ว่าจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนั้นอีก
แต่เรื่องมันไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น หลายวันต่อมาขณะเราเข้าห้องเรียนเพื่อไปเปิดพัดลม แวบเดียวเท่านั้น มีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากหน้าห้องเรียน
"ครูครับ ครูครับ คนนั้นเค้าจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย" "จริงครู เมื่อกี้ปีนไปแล้วแต่ผมเรียกไว้ทัน" เสียงเด็กนักเรียนในห้องตกใจปนตื่นเต้น
แต่คงไม่มีใครตกใจเมื่อได้ยินในขณะนั้นเท่าเรา ซึ่งเป็นครูประจำชั้น แค่ไม่กี่วินาทีที่คลาดสายตา เกิดเรื่องแบบนี้โดยไม่คาดคิดเชียวหรือ
เราจัดแจงให้นักเรียนที่เหลือเข้าห้อง แล้วพาเค้าไปพบครูใหญ่ประจำช่วงชั้น พร้อมกับโทรแจ้งผู้ปกครองให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ได้ความว่า เด็กคนนี้ มีพฤติกรรมคล้ายกันในลักษณะนี้มาก่อนหน้าแล้ว และได้รับการรักษามาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งผู้ปกครองบอกว่า ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ
เราเลยถามว่าได้รับความกดดันมาจากครอบครัวหรือเปล่า หรือมีปัญหาอะไร เพราะเค้าบอกคิดถึงคุณย่าที่จากไปหลายครั้งหลายหน
ผู้ปกครองที่เป็นป้า บอกว่าคุณย่าเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก จึงรักและผูกพันกับคุณย่ามาก เมื่อคุณย่าเสียจึงพร่ำบ่นคิดถึงเสมอ
ส่วนพ่อและแม่นั้นต้องทำงานที่ต่างจังหวัด ตอนแรกจะรับไปอยู่ด้วย แต่ตัวเค้ายืนยันที่จะอยู่ที่นี่ เพราะอยากเรียนโรงเรียนนี้มาก
ซึ่งเค้าเคยสอบได้ตั้งแต่ป.1 แล้ว แต่ทางครอบครัวเห็นว่าอาการของน้องยังไม่ดีพอ จึงอยากรักษาให้ดีขึ้นก่อน
ป้าที่เป็นผู้เลี้ยงดูบอกว่า "เค้ามีลักษณะเหมือนไฮเปอร์บวกกับออทิสติกนิดๆ อะค่ะ จะออกอาการเวลาเครียด หรือโมโห"
เราให้ข้อมูลเสริมว่า "เวลาพูดคุยจะไม่สบตา นี่คืออาการร่วมด้วยหรือเปล่าคะ"
ป้า: " น่าจะใช่นะคะ เคยพาเค้าไปวัด IQ ปรากฏว่า IQ เค้าสูงมาก ร้อยกว่าๆเลย แต่ EQ นี่แทบไม่เจอเลย"
เรา : " ถ้ามีข้อมูลอะไรที่ครูควรทราบ หรือวิธีพูดคุยกับเค้าให้ได้ผล บอกได้เลยนะคะ จะพยายามทำความเข้าใจเค้า เมื่อกี้ก็กอดเค้าทีหนึ่งให้เค้าเย็นลง สรุปคืออารมณ์ดีขึ้นเฉยเลย ก็เลยให้เค้าไปเรียนต่อ"
ป้า : "ใช่ค่ะครู ครูทำดีมาก เค้าชอบให้กอดมากๆค่ะ อยู่บ้านก็จะกอดเค้า บอกให้เค้าเป็นเด็กดี"
..................................................................................................................................
เรื่องวันนั้นก็ผ่านไป พร้อมกับข้อมูลที่เราได้รับจากผู้ปกครองว่าควรใช้ไม้ไหน เค้าถึงจะลดความเครียดและกดดันตัวเองได้
จนกระทั่งวันนี้ ที่เราเกือบหัวใจวาย เมื่อเพลงบอกเวลาเข้าแถวตอนเที่ยงดังขึ้น
เด็กนักเรียนจะต้องมาเข้าแถวใต้ถุนอาคารเพื่อเดินไปเรียนยังห้องของตนเอง ซึ่งวันนี้ห้องของเราไม่ต้องลงแถว
เพราะต้องขึ้นไปเรียนก่อนเวลากรณีชดเชยคาบเรียน ขณะนั้นเด็กชายคนเดิมวิ่งกระหืดกระหอบมา
เรา : " น้องครับ ไม่ต้องลงแถว วันนี้เค้านัดเรียนข้างบน รีบไปเลย สายมากแล้ว"
เด็กคนนั้นรีบวิ่งไปทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองสาย ไม่ช้าไม่นานหลังจากเราไปหยิบอุปกรณ์การสอนจากห้องพักครูเพื่อมาห้องเรียน
สายตาเหลือบไปเห็น เด็กคนหนึ่งลักษณะท่าทางเหมือนเด็กคนนั้น อยู่ที่ขอบระเบียง เตรียมจะกระโดดลงมา
เราตะโกนเรียกชื่อเค้าสุดเสียง !!!!!!!! วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ หัวใจวูบและเกือบหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพนั้น
เราวิ่งไปหาเค้าในทันที "น้องทำแบบนี้อีกทำไมครับ สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ ครูตกใจมากรู้มั้ย"
เค้าใช้เหตุผลข้อเดิมพร้อมมีน้ำตาออมา " กดดันอีกแล้วครับ " พูดพลางเอามือปาดน้ำตา
เราส่งตัวไปยังครูใหญ่และติดต่อผู้ปกครองอีกครั้ง เพื่อรับทราบและหาทางออกร่วมกัน
ผลการพูดคุยนี้จบลงด้วยดีเช่นเคย แต่ไม่รู้เช่นกันว่าวันข้างหน้า จะมีแบบนี้อีกหรือไม่
หากมีขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจะทำอย่างไร
หรือเป็นการกระทำเพื่อต้องการความสนใจ หรือความต้องการอื่นๆ
พอจะมีหนทางใดทางจิตวิทยาช่วยเด็กนักเรียนคนนี้ได้หรือไม่
เรายังมีประสบการณ์ที่ไม่มาก จึงค่อนข้างเครียดว่าสิ่งที่ทำลงไปถูกหรือผิดมากน้อยแค่ไหน
อยากฟังและรับข้อเสนอแนะจากเพื่อนๆในนี้ เพื่อการช่วยเหลือ ดูแลเด็กคนหนึ่งให้เค้าได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
...................................................................................................................................