สวัสดีค่ะ เพื่อนๆในพันทิป
กระทู้นี้เราอยากจะเล่าประสบการณ์ของเราที่มีต่อไปรษณีย์ไทย
ซึ่งเราคิดว่าเคสแบบนี้คงเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว
แต่เราก็อยากจะแชร์ให้เพื่อนๆได้ทราบว่าปัญหามันยังมีอยู่ และไม่ได้รับการแก้ไขเลย
เริ่มต้นมาจากช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปดูงานที่ญี่ปุ่น
เลยมีเพื่อนที่ฝากซื้อของ(เครื่องสำอางค์) เพราะว่าราคาที่นั่นถูกกว่าราคาบ้านเราเยอะมาก (ตามภาพที่เราแนบมา)

และราได้ทำการส่งให้เพื่อนในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยส่งเป็นแบบลงทะเบียนปกติ
เพราะเพื่อนไม่ได้รีบมาก บวกกับความเชื่อใจ
ราคาของรวมๆแล้วเป็นมูลค่าประมาณ 6000เยน หรือ 2000บาทไทย
(แต่หากซื้อที่ไทยราคาจากมากกว่าที่ระบุข้างบน)
จากนั้นของเพื่อนคนอื่นก็ทยอยได้กันหมดจนเหลือของเพื่อนคนนี้คนเดียว
(ลืมบอกว่ามีการฝากจากเพื่อนหลายคน)
ผ่านไปสองอาทิตย์เราก็เข้าไปตรวจสถานะในอินเตอร์เนต สถานะยังอยู่ที่เดิมตอนส่งไม่เปลี่ยนเลย
เราเลยเริ่มโทรไปสอบถามกับทางคอลเซนเตอร์ คำตอบก็เหมือนเดิมไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
คือกำลังตรวจสอบ ได้คำตอบแล้วจะติดต่อกลับ ผ่านไปเดือนนึงก็ไม่มีการติดต่อกลับมาเลยซักครั้งเดียว
เราเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว เพราะสงสารเพื่อนด้วยที่ต้องรอของนานขนาดนั้น เราเองก็ใจหายไม่รู้ว่าของอยู่ที่ไหน
เลยโทรไปอีกครั้ง รอบนี้เราเริ่มโมโหแล้วพูดไม่ค่อยดีแล้ว และได้ถามแบบมีน้ำเสียงว่าของเราอยู่ที่ไหน
เราขอไปรับของเรากลับได้มั๊ย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราจะขับรถไปเอากลับมาเอง เค้าก็ตอบเรากลับมาว่าไม่รู้ว่าของอยู่ที่ไหน
หาไม่เจอแล้ว!!!! เราไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไงเลย แล้วเค้าก็บอกให้เราไปรับเงินชดเชยจำนวน 300 บาท แล้วจบเรื่องไป
เราเสียใจมากเพราะเราไม่ได้อยากได้เงิน 300 บาทเลย เราอยากได้ของเราคืนมากกว่า
สรุปหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ไปเอาเงินชดเชยเลย เพราะเรามีหวังว่าเดี่ยวเค้าหาของเราเจอเค้าคงติดต่อกลับมา
แล้วเค้าก็ติดต่อกลับมาจริงๆค่ะ มาที่บ้านเลย แต่มาให้เซ็นรับเงิน 300 บาทเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป ไม่ใช่รับของเรากลับค่ะ
ความรู้สึกตอนนั้นคือแย่มาก เค้าไม่คิดจะตรวจสอบเลยว่าของหายไปไหน ใครทำหาย หายตรงส่วนไหน
เราไม่ได้รับการติดต่อกลับเรื่องของเราเลยซักครั้งเดียว
สุดท้ายตอนนี้ผ่านมาได้สามเดือนกว่าเราก็ปลงแล้ว ส่วนค่าเครื่องสำอางค์เราก็คืนให้เพื่อนไปครึ่งนึง
(รับผิดชอบคนละครึ่ง) เพราะสงสารเพื่อนที่จ่ายตังค์มาแต่ไม่ได้รับของ แล้วก็ยังไม่ได้ไปเอา 300 บาท
แต่คิดไว้แล้วแหละว่าอาจจะไปเอาในเร็วๆนี้ เพราะไหนๆก็คงไม่ได้ของคืนแล้ว
ที่มาเล่าเพราะเราอยากให้ทุกคนระวังในการส่งของมากๆ ของสำคัญก็ส่งแบบEMS เพราะค่าชดเชยจะมากกว่า
สำหรับเราเงินมันไม่ใช่เรื่องหลักของการเล่าครั้งนี้ แต่ความรู้สึกเรา เวลาที่เสียไปของเราในการตามของ เราเหนื่อยมากเลย
ต่อไปนี้ถ้าของสำคัญเราคงไม่กล้าไว้ใจส่งไปรษณีย์ไทยอีกแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาฟังเราระบายนะคะ
ส่งของกับไปรษณีย์ไทย แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถแจ้งเราได้ว่าของอยู่ที่ไหน
กระทู้นี้เราอยากจะเล่าประสบการณ์ของเราที่มีต่อไปรษณีย์ไทย
ซึ่งเราคิดว่าเคสแบบนี้คงเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว
แต่เราก็อยากจะแชร์ให้เพื่อนๆได้ทราบว่าปัญหามันยังมีอยู่ และไม่ได้รับการแก้ไขเลย
เริ่มต้นมาจากช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปดูงานที่ญี่ปุ่น
เลยมีเพื่อนที่ฝากซื้อของ(เครื่องสำอางค์) เพราะว่าราคาที่นั่นถูกกว่าราคาบ้านเราเยอะมาก (ตามภาพที่เราแนบมา)
และราได้ทำการส่งให้เพื่อนในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยส่งเป็นแบบลงทะเบียนปกติ
เพราะเพื่อนไม่ได้รีบมาก บวกกับความเชื่อใจ
ราคาของรวมๆแล้วเป็นมูลค่าประมาณ 6000เยน หรือ 2000บาทไทย
(แต่หากซื้อที่ไทยราคาจากมากกว่าที่ระบุข้างบน)
จากนั้นของเพื่อนคนอื่นก็ทยอยได้กันหมดจนเหลือของเพื่อนคนนี้คนเดียว
(ลืมบอกว่ามีการฝากจากเพื่อนหลายคน)
ผ่านไปสองอาทิตย์เราก็เข้าไปตรวจสถานะในอินเตอร์เนต สถานะยังอยู่ที่เดิมตอนส่งไม่เปลี่ยนเลย
เราเลยเริ่มโทรไปสอบถามกับทางคอลเซนเตอร์ คำตอบก็เหมือนเดิมไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
คือกำลังตรวจสอบ ได้คำตอบแล้วจะติดต่อกลับ ผ่านไปเดือนนึงก็ไม่มีการติดต่อกลับมาเลยซักครั้งเดียว
เราเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว เพราะสงสารเพื่อนด้วยที่ต้องรอของนานขนาดนั้น เราเองก็ใจหายไม่รู้ว่าของอยู่ที่ไหน
เลยโทรไปอีกครั้ง รอบนี้เราเริ่มโมโหแล้วพูดไม่ค่อยดีแล้ว และได้ถามแบบมีน้ำเสียงว่าของเราอยู่ที่ไหน
เราขอไปรับของเรากลับได้มั๊ย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราจะขับรถไปเอากลับมาเอง เค้าก็ตอบเรากลับมาว่าไม่รู้ว่าของอยู่ที่ไหน
หาไม่เจอแล้ว!!!! เราไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไงเลย แล้วเค้าก็บอกให้เราไปรับเงินชดเชยจำนวน 300 บาท แล้วจบเรื่องไป
เราเสียใจมากเพราะเราไม่ได้อยากได้เงิน 300 บาทเลย เราอยากได้ของเราคืนมากกว่า
สรุปหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ไปเอาเงินชดเชยเลย เพราะเรามีหวังว่าเดี่ยวเค้าหาของเราเจอเค้าคงติดต่อกลับมา
แล้วเค้าก็ติดต่อกลับมาจริงๆค่ะ มาที่บ้านเลย แต่มาให้เซ็นรับเงิน 300 บาทเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป ไม่ใช่รับของเรากลับค่ะ
ความรู้สึกตอนนั้นคือแย่มาก เค้าไม่คิดจะตรวจสอบเลยว่าของหายไปไหน ใครทำหาย หายตรงส่วนไหน
เราไม่ได้รับการติดต่อกลับเรื่องของเราเลยซักครั้งเดียว
สุดท้ายตอนนี้ผ่านมาได้สามเดือนกว่าเราก็ปลงแล้ว ส่วนค่าเครื่องสำอางค์เราก็คืนให้เพื่อนไปครึ่งนึง
(รับผิดชอบคนละครึ่ง) เพราะสงสารเพื่อนที่จ่ายตังค์มาแต่ไม่ได้รับของ แล้วก็ยังไม่ได้ไปเอา 300 บาท
แต่คิดไว้แล้วแหละว่าอาจจะไปเอาในเร็วๆนี้ เพราะไหนๆก็คงไม่ได้ของคืนแล้ว
ที่มาเล่าเพราะเราอยากให้ทุกคนระวังในการส่งของมากๆ ของสำคัญก็ส่งแบบEMS เพราะค่าชดเชยจะมากกว่า
สำหรับเราเงินมันไม่ใช่เรื่องหลักของการเล่าครั้งนี้ แต่ความรู้สึกเรา เวลาที่เสียไปของเราในการตามของ เราเหนื่อยมากเลย
ต่อไปนี้ถ้าของสำคัญเราคงไม่กล้าไว้ใจส่งไปรษณีย์ไทยอีกแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาฟังเราระบายนะคะ