เรื่องนี้พูดได้ว่าเป็นเรื่องบิ๊กสองคัน คันนึงครูยเซอร์ คันนึงสปอร์ตทั่วริ่งค่ายขายดีมีปีก
ครูยเซอร์ซัดวิ่งช่องกลาง ผมสปอร์ตตามมาทางช่องขวาสุด ด้านหน้าเป็นคอสะพาน ผมเห็นรถเยอะจึงแตะเบรคชะลอ
รถฟอร์จูนเนอร์คันนึงจะเปลี่ยนเลนออกซ้ายเห็นไฟตูดแดงแต่ไกล แต่ทันใดนั้น ครูยเซอร์ที่ตามตูดไปติดๆ กลับล้มเทกระจาด
รถยังอยู่ช่องกลาง แต่คนกลิ้งมาช่องทางขวา กลิ้งย้อนหลังมาเรื่อยๆ ไปคนละทางกันรถ ผมพยายามเบรคแล้ว
จะเบี่ยงก็ไม่ได้ เข้ากลางผมก็ต้องชนกับครูยเซอร์ที่นอนอยู่แน่ๆ เสี้ยววินาทีนั้นเค้าก็กลิ้งเข้าไปใต้รถให้ผมทับทั้งสองล้อ
แต่ไม่รู้โดนตรงไหน ผมเอารถอยู่และไม่ล้ม น้องคนนึงขี่รถเล็กที่ตามจอดข้างๆผม เค้าชวนผมไปจอดข้างทางแล้วช่วยเค้ายกรถ
คนแถวนั้นเริ่มมาช่วยกันเยอะขึ้น น้องเค้าเลยบอกว่าไม่เป็นไรแล้วพี่ มีคนมาช่วยเยอะ
ผมกับน้องเค้าก็เลยขึ้นรถ เพราะสายแล้ว ทันใดนั้น.... ได้ยินเสียงแตร ผมเลยหันไปดู พร้อมเสียงที่ว่า "พี่จะรีบไปไหน"
คำถามแบบนี้ ผมยอมรับเลยว่า "อารมณ์ขึ้น" นิดนึง แต่ก็ยังเห็นว่าเค้าเจ็บ แต่ไม่เป็นอะไรมาก ยังยืนและเดินได้ปกติ
คิดในใจ "ผมผิดเหรอที่ผมเกือบจะไปกองบนถนนเพราะคุณ" เลยยืนดูอาการสักพัก พอมีอาสาฯ ผ่านมา เค้าเลยมาทำแผลให้
เค้าเลยบอกว่าไม่เป็นไรแล้วพี่ ผมเลยรีบมาทำงาน คือไม่ใช่ผมไม่มีน้ำใจ แต่ความรู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดให้เป็นคู่กรณี
เค้าน่าจะดีใจที่ตัวเองไม่เป็นอะไรมาก และที่สำคัญถ้าผมล้ม ผมคงเรียกร้องค่าเสียหายกับเค้าแน่นอน
สรุปสาเหตุ เบรคเค้าคงล๊อคเพราะสภาพ นี่ขนาดฝนไม่ตกนะ รถไม่ได้ใหม่ น่าจะเป็นอดีตรถอินวอยที่ทำทะเบียน
รถผมเองผมเช็ครถทุกสัปดาห์ ทั้งลมยางทั้งเบรค เกือบไปวัดพื้นแล้วเพราะคนอื่น
อยากเตือนนะครับ ขี่รถในกรุงเทพ แม้จะใช้ความเร็วได้ไม่มาก แต่รถต้องพร้อม ทักษะต้องมี สติต้องพร้อม เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ
แค่ผมรู้สึกว่าผมไม่ผิด ไม่ใช่คู่กรณี
ครูยเซอร์ซัดวิ่งช่องกลาง ผมสปอร์ตตามมาทางช่องขวาสุด ด้านหน้าเป็นคอสะพาน ผมเห็นรถเยอะจึงแตะเบรคชะลอ
รถฟอร์จูนเนอร์คันนึงจะเปลี่ยนเลนออกซ้ายเห็นไฟตูดแดงแต่ไกล แต่ทันใดนั้น ครูยเซอร์ที่ตามตูดไปติดๆ กลับล้มเทกระจาด
รถยังอยู่ช่องกลาง แต่คนกลิ้งมาช่องทางขวา กลิ้งย้อนหลังมาเรื่อยๆ ไปคนละทางกันรถ ผมพยายามเบรคแล้ว
จะเบี่ยงก็ไม่ได้ เข้ากลางผมก็ต้องชนกับครูยเซอร์ที่นอนอยู่แน่ๆ เสี้ยววินาทีนั้นเค้าก็กลิ้งเข้าไปใต้รถให้ผมทับทั้งสองล้อ
แต่ไม่รู้โดนตรงไหน ผมเอารถอยู่และไม่ล้ม น้องคนนึงขี่รถเล็กที่ตามจอดข้างๆผม เค้าชวนผมไปจอดข้างทางแล้วช่วยเค้ายกรถ
คนแถวนั้นเริ่มมาช่วยกันเยอะขึ้น น้องเค้าเลยบอกว่าไม่เป็นไรแล้วพี่ มีคนมาช่วยเยอะ
ผมกับน้องเค้าก็เลยขึ้นรถ เพราะสายแล้ว ทันใดนั้น.... ได้ยินเสียงแตร ผมเลยหันไปดู พร้อมเสียงที่ว่า "พี่จะรีบไปไหน"
คำถามแบบนี้ ผมยอมรับเลยว่า "อารมณ์ขึ้น" นิดนึง แต่ก็ยังเห็นว่าเค้าเจ็บ แต่ไม่เป็นอะไรมาก ยังยืนและเดินได้ปกติ
คิดในใจ "ผมผิดเหรอที่ผมเกือบจะไปกองบนถนนเพราะคุณ" เลยยืนดูอาการสักพัก พอมีอาสาฯ ผ่านมา เค้าเลยมาทำแผลให้
เค้าเลยบอกว่าไม่เป็นไรแล้วพี่ ผมเลยรีบมาทำงาน คือไม่ใช่ผมไม่มีน้ำใจ แต่ความรู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดให้เป็นคู่กรณี
เค้าน่าจะดีใจที่ตัวเองไม่เป็นอะไรมาก และที่สำคัญถ้าผมล้ม ผมคงเรียกร้องค่าเสียหายกับเค้าแน่นอน
สรุปสาเหตุ เบรคเค้าคงล๊อคเพราะสภาพ นี่ขนาดฝนไม่ตกนะ รถไม่ได้ใหม่ น่าจะเป็นอดีตรถอินวอยที่ทำทะเบียน
รถผมเองผมเช็ครถทุกสัปดาห์ ทั้งลมยางทั้งเบรค เกือบไปวัดพื้นแล้วเพราะคนอื่น
อยากเตือนนะครับ ขี่รถในกรุงเทพ แม้จะใช้ความเร็วได้ไม่มาก แต่รถต้องพร้อม ทักษะต้องมี สติต้องพร้อม เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ