สวัสดีครับท่านผู้อ่านครับ ผมขอนำเสนอเรื่องราวชีวิตของผมที่เกิดขึ้นจริง เรื่องมีอยู่ว่า....ผมรับราชการทหารยศนายสิบเดินเอกสารทางราชการ ติดต่อประสานงานกับธนาคารและแล้วก็เจอผู้หญิง ดูดี หน้าตาน่ารัก สดใส่ อ่อนโยน ทำให้ผมตกหลุมรัก ผมก็ขอไลน์คุยกันช่วงที่เราคุยไลน์กันนั้นมีความสุขมาก เราทำความรู้จักกัน ศึกษาข้อดี ข้อเสียของกันและกัน เธอเล่าให้ฟังถึงครอบครัว เป็นต้นตระกลูทหาร มีหน้ามีตาในสังคม พ่อกับแม่ยศ พันเอก(พิเศษ) ตำแหน่งในขณะนั้น เราเองก็รู้สึกกลัวอยู่ในใจแต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจอะไรผมก็คุยกันตามปกติจนครบ3เดือน วันนั้นเราเล่นไลน์คุยกันจนถึงตี2 เธอขอเบอร์ผมและโทรมาหาผม ตอนนั้นผมรู้สึกดีมากแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน เราคุยกันได้สักพักก็เกิดปัญหาตามมา แม่เธอก็รู้เรื่องที่เราแอบคุยกันก็ได้ตักเตือนเธอในเรื่องความเหมาะสม การคบคนมี่ยศต่ำๆอย่างเรามันเป็นสิ่งไม่ดี เราเองมันเป็นแค่นายสิบ ไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคม ไม่มีอะไรเสมอหรือเทียบเท่าเธอได้ เราเองก็เสียใจที่ได้ยินคำพูดแบบนั่น และคำพูดเหล่านั้นเองก็ทำให้ผมมีแรงผลักดันในการสอบนายทหาร ลงทุกเหล่า ทบ. ทร. ทอ. และกองทัพไทย ผมกับเธอจึงได้แต่แอบคบกัน เราเคยสัญญากันว่าเราจะไม่ทิ้งกัน ไม่ปล่อยมือกัน เราจะให้กำลังใจกันและกัน เราจะดูแลกันแบบห่างๆ เธอได้ตั้งกฏเอาไว้ว่าห้ามบอกใครว่าคุยกัน คบกัน ผมเองก็รับกฏเกณฑ์ต่างๆได้ เธอจะแอบทางบ้านมาหาเราทุกวันเสาร์ นัดเจอกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต เธอก็ยอมลำบาคในการคบกันทุกๆครั้งที่เจอกันเราจะหลบๆซ้อนๆ ด้วยการนั่งแท๊กซี่เพื่อไม่ให้ใครจับได้และเป็นที่สังเกตของครอบครัวเธอ ชีวิตดีที่สุดช่วงนั้นเราไม่เคยทะเลอะกันเลย เราเข้าใจซึ่งกันและกัน ผมเองก็ตั้งใจอ่านหนังสือ ตื่นตี5 อ่านถึง6โมง ช่วงเวลาพักตอนกลางวันผมก็จะขึ้นไปอ่านบนด่านฟ้าของอาคาร เพราะเงียบและสบง 1ชัวโมง กลับถึงบ้าน5โมงเย็นผมจะอ่านถึง3ทุ่มพัก1ชัวโมง หนึ่งวันตั้งเป่า8-9 ชัวโมงต่อวัน ช่วงเวลาที่พักผมก็จะโทรคุยกับเธอถามเรื่องราวต่างๆที่เข้ามาในชีวิตของแต่และวันเธอก็ให้กำลังใจผมทุกครั้งที่ผมท้อแท้ อ่อนแอ ช่วงเดือน ธ.ค.58 ผมก็ได้ลงสอบสนาม ทบ. ผลสอบออกผมก็ผิดหวัง เธอก็ปลอบใจให้กำลังใจอยู่ตลอด สนาม ทร. ทอ. กองทัพไทยก็ผิดหวังเช่นกัน ผมก็สอบมาเรื่อยๆชีวิตก็มีความสุขที่ยังมีเธออยู่ข้างๆ แต่แล้วความสุขของผมก็เริ่มจางหายไปเมื่อทางบ้านเธอจับได้ว่าเธอมาหาผม เธอก็ไม่อยากโกหกที่บ้านพวกเราจึงจำเป็นต้องห่างๆกัน จากนั้นไม่นานเธอเองก็ลาออกจากธนาคารเพื่อมาอยู่ที่บ้าน ผมเองก็ไม่มีโอกาสได้เจอเธอเหมือนเช่นเคยได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์ ความสัมพันธ์เริ่มห่างๆคุยบ้างไม่คุยบ้าง ไม่มีเวลาคุยเหมือนเดิมเธอจึงตัดสินใจบอกเลิกผม ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ ผมเสียใจมาก ความอดทน ความพยายามของผมมันไม่อาจชนะใจ ครอบครัวเธอได้ คิดฟุ้งซ่านไลน์หาโทรหาทุกวันแต่ก็ไม่มีการอ่าน ไม่มีการรับโทรศัพท์ วันเกิดก็ตั้งใจซื้อของขวัญให้ก็เงียบหาย ผมก็พยายามทุกอย่าง ถามคนรอบข้างๆตัวเธอแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ช่วงนั้นชีวิตโดดเดี๋ยว เสียใจ ทุกข์ แบบบอกไม่ถูก ทุกคืนผมจะสวดมนต์เพื่อให้จิตใจสงบ และแล้ววันนั้นก็มาถึงผมสอบติดนายทหารที่กองทัพไทย ผมและครอบครัวดีใจมากเลยมีโอกาสเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ครอบครัวฟังเรื่องทุกคนต่างชื่นชม และขอคุณเธอคนนั้นที่ได้สร้างแรงบันดาลใจในครั้งนี้ให้ ผมเองก็ไม่มีโอกาสได้เจอได้เจอเธออีกเลย ทุกวันนี้ก็ได้แต่เฝ้ารอการกลับมาของเธอ รอความสุขที่หายไป1ปี หวังว่าสักวันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความห่วงใย มีเพือนบอกกับผมว่า นาฬิกาเก่าๆก็พอมีขาย ปฏิทินเก่าๆก็ยังพอหาได้แต่..วันและเวลาเก่าๆหายที่ไหนไม่ได้ นั้นก็คือควมจริง หาต่ายได้อ่านบทความนี...ให้รู้ไว้นะหมีรอต่ายตลอด ยังรอที่เดิม ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจ
ความรักหรือการอดทน