เหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้น ขณะออกไปกินข้าวแถวบ้าน อยู่ดีๆก็มีรถยนต์ถอยมาชนรถมอไซค์เราล้ม ถลอกเป็นรอยนิดเดียว กระจกหมุนนิดหน่อย
ลุงร้านข้าว : รถใคร? อีน้องออกไปดูรถ
คนขับรถยนต์ : ขอโทษครับ ผมขอโทษครับ รถเป็นอะไรไหมครับ!!
เรา : ถลอกนิดเดียวเอง ไม่เป็นไรค่ะ
พอคนขับรถยนต์ออกไป
ลุงร้านข้าว : อีน้องนี่คบได้ ถ้าเป็นคนอื่นนะโวยวายไปแล้ว
เรา : เรื่องเล็กๆน่ะลุง จะไปใส่ใจเก็บมาคิดทำไม เล็กๆน้อยๆ เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย คิดมากเราก็จะทุกข์ คนรอบข้างก็ไม่มีความสุข
ลุงร้านข้าว : บ่งบอกว่าที่บ้านสอนมาดี
🙏🙏🙏
คิดไปถึงเหตุการณ์เช้ามืดตอนนั้น ครูแถวบ้านขับเบนซ์ จะเหยียบเบรครถ แต่ดันไปเหยียบคันเร่ง ไถ่รถมอไซค์หน้าบ้านไป 5-6 คัน คือพังยับมาก เสาหัก หลังคารถพัง มีคันหนึ่งพึ่งชื้อมาได้3วัน ประกันเปลี่ยนรถใหม่ให้ รถเราซ่อมแค่บางอย่าง ปาไปสี่พันกว่า เรากำลังติวคณิตให้เพื่อนเตรียมไปสอบยันเช้า ทุกคนในบ้านหลับอยู่ ตื่นมาดูพร้อมเสียงแห่งความตกใจ เหตุการณ์นั้นทำให้เราสังเกตุเห็น....
พี่ชายรีบวิ่งเข้าไปหาครูที่ขับรถชนหน้าบ้านเรา แล้วค่อยๆพูดว่า ใจเย็นๆนะครับ ไม่เป็นไรครับ พูดเหมือนให้ครูคนนั้นดึงสติกลับมา เราก็สังเกตุ พี่ชายคุมอารมณ์ มีสติได้ยังไง? ขณะตอนนั้นเราและเพื่อนยังช็อค! ทำอะไรไม่ถูก ยืนดูสักครู่ถึงเข้าไปช่วย ตอนนั้นก็เด็กอยู่ คิดแค่ว่าทำไมพี่เราไม่โวยวาย ถ้าเป็นคนอื่นโวยวายไปแล้ว เวลาเราทำผิดบ่อยๆ ถ้าถามพี่ชายกี่ครั้งๆ พี่ชายก็จะตอบกลับว่า " ด่าแล้วได้อะไร " "โวยวายแล้วอะไรมันดีขึ้นมาไหม "
หลังจากเหตุการณ์รถยนต์ไถหน้าบ้านวันนั้น ครูคนที่ชนก็บอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่เรากับโดนพี่ชายสั่งว่า " เอารถไปเช็ค แต่อย่าซ่อมหมด ซ่อมเฉพาะส่วนที่มันพังจริงๆ
ซึ่งตอนนั้นเราเด็กอยู่ ก็ยังเถียงว่า อะไรแตกนิดหน่อย จะเปลี่ยนให้หมด มีคนจ่ายให้ล่ะ พี่ชายก็ย้ำอีก " อย่านะ!! อะไรที่ยังใช้ได้อยู่ ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยน "
สรุปเราได้ใช้รถเราในสภาพที่ซ่อมแล้ว แต่ตะกร้าเบี้ยวๆ เฟรมรถแตกนิดหน่อย ตะแกรงที่โค้งๆ อยู่ที่ระหว่างขาเวลานั่งคล่อมเวฟ100 หัก หลายๆสภาพที่แตกเล็กๆน้อยๆ พี่ชายบอกไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ เราก็ยังงง ไม่เข้าใจ ทำไมถึงไม่ให้เปลี่ยน
แล้วพี่ชายก็ทำเรื่องขออนุญาติทำหลังคาโรงรถใหม่ในบ้านพักครูโดยออกเงินส่วนตัวเอง
ทุกวันนี้เข้าใจแล้ว คำว่า " วุฒิภาวะ "
สิ่งที่พี่ชายทำให้เห็น และกำลังฝึกฝนตนอยู่ คือ " ความฉลาดทางอารมณ์ "
เรื่องเล่า เรื่องราวชีวิต ( อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน)
ลุงร้านข้าว : รถใคร? อีน้องออกไปดูรถ
คนขับรถยนต์ : ขอโทษครับ ผมขอโทษครับ รถเป็นอะไรไหมครับ!!
เรา : ถลอกนิดเดียวเอง ไม่เป็นไรค่ะ
พอคนขับรถยนต์ออกไป
ลุงร้านข้าว : อีน้องนี่คบได้ ถ้าเป็นคนอื่นนะโวยวายไปแล้ว
เรา : เรื่องเล็กๆน่ะลุง จะไปใส่ใจเก็บมาคิดทำไม เล็กๆน้อยๆ เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย คิดมากเราก็จะทุกข์ คนรอบข้างก็ไม่มีความสุข
ลุงร้านข้าว : บ่งบอกว่าที่บ้านสอนมาดี
🙏🙏🙏
คิดไปถึงเหตุการณ์เช้ามืดตอนนั้น ครูแถวบ้านขับเบนซ์ จะเหยียบเบรครถ แต่ดันไปเหยียบคันเร่ง ไถ่รถมอไซค์หน้าบ้านไป 5-6 คัน คือพังยับมาก เสาหัก หลังคารถพัง มีคันหนึ่งพึ่งชื้อมาได้3วัน ประกันเปลี่ยนรถใหม่ให้ รถเราซ่อมแค่บางอย่าง ปาไปสี่พันกว่า เรากำลังติวคณิตให้เพื่อนเตรียมไปสอบยันเช้า ทุกคนในบ้านหลับอยู่ ตื่นมาดูพร้อมเสียงแห่งความตกใจ เหตุการณ์นั้นทำให้เราสังเกตุเห็น....
พี่ชายรีบวิ่งเข้าไปหาครูที่ขับรถชนหน้าบ้านเรา แล้วค่อยๆพูดว่า ใจเย็นๆนะครับ ไม่เป็นไรครับ พูดเหมือนให้ครูคนนั้นดึงสติกลับมา เราก็สังเกตุ พี่ชายคุมอารมณ์ มีสติได้ยังไง? ขณะตอนนั้นเราและเพื่อนยังช็อค! ทำอะไรไม่ถูก ยืนดูสักครู่ถึงเข้าไปช่วย ตอนนั้นก็เด็กอยู่ คิดแค่ว่าทำไมพี่เราไม่โวยวาย ถ้าเป็นคนอื่นโวยวายไปแล้ว เวลาเราทำผิดบ่อยๆ ถ้าถามพี่ชายกี่ครั้งๆ พี่ชายก็จะตอบกลับว่า " ด่าแล้วได้อะไร " "โวยวายแล้วอะไรมันดีขึ้นมาไหม "
หลังจากเหตุการณ์รถยนต์ไถหน้าบ้านวันนั้น ครูคนที่ชนก็บอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่เรากับโดนพี่ชายสั่งว่า " เอารถไปเช็ค แต่อย่าซ่อมหมด ซ่อมเฉพาะส่วนที่มันพังจริงๆ
ซึ่งตอนนั้นเราเด็กอยู่ ก็ยังเถียงว่า อะไรแตกนิดหน่อย จะเปลี่ยนให้หมด มีคนจ่ายให้ล่ะ พี่ชายก็ย้ำอีก " อย่านะ!! อะไรที่ยังใช้ได้อยู่ ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยน "
สรุปเราได้ใช้รถเราในสภาพที่ซ่อมแล้ว แต่ตะกร้าเบี้ยวๆ เฟรมรถแตกนิดหน่อย ตะแกรงที่โค้งๆ อยู่ที่ระหว่างขาเวลานั่งคล่อมเวฟ100 หัก หลายๆสภาพที่แตกเล็กๆน้อยๆ พี่ชายบอกไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ เราก็ยังงง ไม่เข้าใจ ทำไมถึงไม่ให้เปลี่ยน
แล้วพี่ชายก็ทำเรื่องขออนุญาติทำหลังคาโรงรถใหม่ในบ้านพักครูโดยออกเงินส่วนตัวเอง
ทุกวันนี้เข้าใจแล้ว คำว่า " วุฒิภาวะ "
สิ่งที่พี่ชายทำให้เห็น และกำลังฝึกฝนตนอยู่ คือ " ความฉลาดทางอารมณ์ "