สวัสดีค่ะ (กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ผิดพลาดยังไงหรือแทกห้องผิดไปขออภัยด้วยนะคะ

)
ขอเกริ่นคร่าวๆ นิดนึงนะคะ
คือตอนนี้เราอายุ 30 เรียนจบปุ๊ปก็ทำงานเลย
เราอยู่หอพัก ไม่มีรถ เวลาไปทำงานเมื่อก่อนจะนั่งรถตู้บริษัท แต่พอมีแฟน ก็เลยสละสิทธิ์รถบริษัทให้คนที่เค้าจำเป็นไป
ปกติแล้ว เวลาเงินเดือนออก ก็จะให้ที่บ้านทุกเดือน + เวลาโบนัสออก
เราจะให้ที่บ้านประมาณ 2 ใน 3 ของเงินนั้นเพราะเราเข้าใจว่าที่บ้านมีคนต้องใช้มากกว่าเราคนเดียว
คือยอมรับว่าก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยคิดถึงอนาคตเท่าไหร่ เลยคิดแค่ว่าเช่าหอ นั่งรถแฟนไปแบบนี้เรื่อยๆ ชิลๆ ก็โอเค
ณ ปัจจุบัน เรามีเงินเดือนเพิ่มขึ้น บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้น

ก็มาคิดว่าเราควรมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง
ก็เลยคิดถึงการลงทุนกับอะไรที่จำเป็นกับตัวเราในตอนนี้ก่อน
อย่างแรกที่คิด คืออยากผ่อนรถซักคันค่ะ แต่พอปรึกษาที่บ้าน เค้าบอกว่ามีรถก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาอีก
อีกทั้งกลัวเรื่องอุบัติเหตุนู่นนี่นั่น
ก็เลยคิดว่า งั้นเปลี่ยนเป็นซื้อคอนโด ที่บ้านก็บอกว่า ไม่อยากให้เป็นหนี้ระยะยาว
สู้เก็บเงินไว้เยอะๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าที่บ้านหรือตัวเรามีเหตุต้องใช้เงิน จะได้มีจ่าย
ซึ่งเราแบ่งเงินเป็นสัดส่วนแล้ว ว่าเงินส่วนไหนเก็บ เงินส่วนไหนใช้ และเงินส่วนไหนจะใช้ไปกับการลงทุน
บางครั้งแฟนเรามารับ-ส่งเราไม่ได้ เราก็ต้องนั่งแท๊กซี่ เที่ยวนึงก็ตกประมาณ 300 บาท
(แฟนเราเคยติดธุระ ตปท 1 เดือน = เราต้องนั่งแท๊กซี่ 1 เดือนเต็ม ตกวันละ 600 =_='
ช่วงที่ต้องไปเอง ที่บ้านก็บอกว่าเป็นห่วง ต้องนั่งแท๊กซี่เอง กลัวอันตราย แถมค่าใช้จ่ายสูง
แต่เราก็แอบงงว่าทำไมตอนเราจะซื้อรถ ที่บ้านเองที่เป็นฝ่ายไม่โอเค
ที่บ้านให้เหตุผลว่า เราเพิ่งจะเรียนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปีเอง จะรีบซื้อ รีบเป็นหนี้ทำไม
อีกอย่าง ที้บ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถ้าเราซื้อรถหรือคอนโดขึ้นมา เค้ากลัวเราจะลดเงินที่ให้เค้าไปด้วยค่ะ
แต่เราก็ชี้แจงให้ฟังอย่างละเอียดแล้ว ว่ามันไม่กระทบแน่นอน เค้าก็ยังไม่เชื่อเรา
สุดท้าย พอเราไม่คิดจะซื้ออะไรอย่างที่ที่บ้านต้องการ เวลาญาติคนอื่นมาเล่าให้ฟังว่าลูกเค้ามีอย่างโน้นอย่างนี้
ที่บ้าน ก็จะมาเล่าให้เราฟัง ว่าทำไมน๊า ลูกเราไม่มีอย่างเค้าบ้าง
ที่เราเล่าให้ฟัง เพราะเรารู้สึกสับสนมากค่ะ ว่าควรทำยังไงต่อไปดี
เคยคุยเรื่องนี้กับที่บ้านจนกลายเป็นการทะเลาะกันใหญ่โต
ใจนึงเราก็อยากทำอย่างที่บ้านแนะนำ เพราะไม่อยากรู้สึกผิดที่ต้องทำให้ที่บ้านรู้สึกไม่ดีว่าเราไม่เชื่อฟังเค้า
แต่อีกใจ เราก็อยากมีอะไรเป็นของตัวเอง
ไม่อยากเพิ่งรถแฟนไปไหนมาไหนอยู่ตลอด ไม่อยากจ่ายค่าเช่าห้องไปเดือนๆ โดยที่สุดท้าย เราก็ไม่ได้ห้องๆ นั้นมาเป็นของตัวเอง
ร่ายมาซะยาวเลยค่ะ ถ้าใครมีคำแนะนำหรือความเห็นยังไงรบกวนแชร์ให้หน่อยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้ามากๆ ค่ะ และขอบคุณที่อุตส่าห์เข้ามาอ่านเรื่องของเราด้วยนะคะ
อายุ 30 พอจะลงทุนอะไรเป็นของตัวเองได้รึยังคะ
ขอเกริ่นคร่าวๆ นิดนึงนะคะ
คือตอนนี้เราอายุ 30 เรียนจบปุ๊ปก็ทำงานเลย
เราอยู่หอพัก ไม่มีรถ เวลาไปทำงานเมื่อก่อนจะนั่งรถตู้บริษัท แต่พอมีแฟน ก็เลยสละสิทธิ์รถบริษัทให้คนที่เค้าจำเป็นไป
ปกติแล้ว เวลาเงินเดือนออก ก็จะให้ที่บ้านทุกเดือน + เวลาโบนัสออก
เราจะให้ที่บ้านประมาณ 2 ใน 3 ของเงินนั้นเพราะเราเข้าใจว่าที่บ้านมีคนต้องใช้มากกว่าเราคนเดียว
คือยอมรับว่าก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยคิดถึงอนาคตเท่าไหร่ เลยคิดแค่ว่าเช่าหอ นั่งรถแฟนไปแบบนี้เรื่อยๆ ชิลๆ ก็โอเค
ณ ปัจจุบัน เรามีเงินเดือนเพิ่มขึ้น บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้น
ก็มาคิดว่าเราควรมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง
ก็เลยคิดถึงการลงทุนกับอะไรที่จำเป็นกับตัวเราในตอนนี้ก่อน
อย่างแรกที่คิด คืออยากผ่อนรถซักคันค่ะ แต่พอปรึกษาที่บ้าน เค้าบอกว่ามีรถก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาอีก
อีกทั้งกลัวเรื่องอุบัติเหตุนู่นนี่นั่น
ก็เลยคิดว่า งั้นเปลี่ยนเป็นซื้อคอนโด ที่บ้านก็บอกว่า ไม่อยากให้เป็นหนี้ระยะยาว
สู้เก็บเงินไว้เยอะๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าที่บ้านหรือตัวเรามีเหตุต้องใช้เงิน จะได้มีจ่าย
ซึ่งเราแบ่งเงินเป็นสัดส่วนแล้ว ว่าเงินส่วนไหนเก็บ เงินส่วนไหนใช้ และเงินส่วนไหนจะใช้ไปกับการลงทุน
บางครั้งแฟนเรามารับ-ส่งเราไม่ได้ เราก็ต้องนั่งแท๊กซี่ เที่ยวนึงก็ตกประมาณ 300 บาท
(แฟนเราเคยติดธุระ ตปท 1 เดือน = เราต้องนั่งแท๊กซี่ 1 เดือนเต็ม ตกวันละ 600 =_='
ช่วงที่ต้องไปเอง ที่บ้านก็บอกว่าเป็นห่วง ต้องนั่งแท๊กซี่เอง กลัวอันตราย แถมค่าใช้จ่ายสูง
แต่เราก็แอบงงว่าทำไมตอนเราจะซื้อรถ ที่บ้านเองที่เป็นฝ่ายไม่โอเค
ที่บ้านให้เหตุผลว่า เราเพิ่งจะเรียนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปีเอง จะรีบซื้อ รีบเป็นหนี้ทำไม
อีกอย่าง ที้บ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถ้าเราซื้อรถหรือคอนโดขึ้นมา เค้ากลัวเราจะลดเงินที่ให้เค้าไปด้วยค่ะ
แต่เราก็ชี้แจงให้ฟังอย่างละเอียดแล้ว ว่ามันไม่กระทบแน่นอน เค้าก็ยังไม่เชื่อเรา
สุดท้าย พอเราไม่คิดจะซื้ออะไรอย่างที่ที่บ้านต้องการ เวลาญาติคนอื่นมาเล่าให้ฟังว่าลูกเค้ามีอย่างโน้นอย่างนี้
ที่บ้าน ก็จะมาเล่าให้เราฟัง ว่าทำไมน๊า ลูกเราไม่มีอย่างเค้าบ้าง
ที่เราเล่าให้ฟัง เพราะเรารู้สึกสับสนมากค่ะ ว่าควรทำยังไงต่อไปดี
เคยคุยเรื่องนี้กับที่บ้านจนกลายเป็นการทะเลาะกันใหญ่โต
ใจนึงเราก็อยากทำอย่างที่บ้านแนะนำ เพราะไม่อยากรู้สึกผิดที่ต้องทำให้ที่บ้านรู้สึกไม่ดีว่าเราไม่เชื่อฟังเค้า
แต่อีกใจ เราก็อยากมีอะไรเป็นของตัวเอง
ไม่อยากเพิ่งรถแฟนไปไหนมาไหนอยู่ตลอด ไม่อยากจ่ายค่าเช่าห้องไปเดือนๆ โดยที่สุดท้าย เราก็ไม่ได้ห้องๆ นั้นมาเป็นของตัวเอง
ร่ายมาซะยาวเลยค่ะ ถ้าใครมีคำแนะนำหรือความเห็นยังไงรบกวนแชร์ให้หน่อยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้ามากๆ ค่ะ และขอบคุณที่อุตส่าห์เข้ามาอ่านเรื่องของเราด้วยนะคะ