ต่างด้าวน้อยมุ่งหน้าสู่ประเทศเกาะ (เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต)

ทุกอย่างมักมีครั้งแรกเสมอ การไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เป็นหนึ่งในความฝันและเป้าหมายที่อยากทำให้เป็นจริงค่ะ...

ส่วนตัวจะมีเป้าหมายที่อยากทำให้ได้ อยากมี ตั้งไว้ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าต้องทำภายในปีนั้นๆ ให้ได้หรอกนะคะ แค่ในชีวิตนี้ต้องได้ทำ ต้องได้มี อะไรประมาณนั้น

การไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นทั้งความฝันและเป้าหมายหนึ่งในหลายๆ ข้อที่เคยเขียนไว้ค่ะ และแล้ววันที่ความฝันที่จะทำให้เป้าหมายนี้สำเร็จก็มาโดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทค่ะ บอกเลยว่าถ้าไม่มีคนๆ นี้เราคงไม่สามารถไปเที่ยวญีปุ่่นได้ตามที่ต้องการได้แน่ๆ ขอกล่าวขอบคุณเพื่อนก่อนจะเริ่มเล่าในส่วนของการไปเที่ยวนะคะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ

เริ่มแรกทุ่นเดิมชอบการ์ตูน ชอบเกม หนังอนิเมะ ชอบวาดรูป ชอบฟังเพลง ชอบอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นอยู่แล้วค่ะ จนได้มาพบเพื่อนคนที่ได้พาเราไปญี่ปุ่นนี้ละ จริงๆ เรื่องนี้เราคุยกันว่าจะไปด้วยกันตั้งแต่ปี 2558-2559 ค่ะ แต่เราติดที่เงินไม่พร้อม ถถถถถถ XD เลยเลื่อนๆ มาตลอดค่ะ ตอนแรกคุยกันว่าจะไปปลายตุลา ต้น พฤศจิกาค่ะ เพราะเราเป็นคนขี้ร้อน แล้วเพื่อนบอกว่าช่วงนั้นไม่ค่อยร้อน (แต่ฝนตก ฟฟฟฟฟ) เราก็โอเค เจอฝนก็คงไม่เป็นไรมั้ง... แต่อยู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนแผนกะทันหัน.... กลายมาเป็น ปลายพฤษภา ต้น มิถุนา ที่ผ่านมานี้เองค่ะ ... เอาละสิ... เงินเก็บที่จะเอาไปช็อปไม่พอแน่ๆ... ตอนแรกคิดว่าถ้าตุลานี้ยังไงเงินไปเปย์ของที่เราอยากได้ยังไงก็พอ แต่พอมันเปลี่ยนแผนเลยแอบกังวนค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ XD

สุดท้าย ก็ได้ไปตามที่แผนถูกเปลี่ยนนี้ละ

กำหนดการเดินทางคือ ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ 1 ทุ่ม (กว่าๆ..) ในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560 กลับเช้าวันที่ 3 มิถุนายน 2560 ค่ะ ส่วนตัวเราทำงานในสนามบินอยู่แล้วเลยไม่กังวนเรื่องเวลาเลยค่ะ เพราะนั่งรถเวียน 5 นาทีจากหน้าตึกก็ถึง แต่นั้นตามปกตินะคะไม่นับตอนรอรถ... ส่วนวันนั้นเราเลือกที่จะไปขึ้นรถต้นสายเลยที่บัสเทอร์มินอลค่ะ ตอนแรกนัดกับเพื่อนว่าเจอกันที่อาคารผู้โดยสายตอน 6 โมง (เพราะต้องเพื่อเวลาเช็คอินไรงี้ เอ๊ะหรือ 5 โมง?...) แล้วเราเลิกงาน 4 โมงเย็นค่ะ ต้องรอสแกนนิ้วก่อน ตามกำหนดของเราคือออกจากบริษัทตอน 5 โมงค่ะ เลทสุดคือ 5โมงครึ่ง แต่ตอนนั้นเกิดปัญหาเล็กน้อยในออฟฟิสเลยต้องอยู่ช่วยต่อไปอีกหน่อย ทำให้เราออกจากออฟฟิสเลทกว่าที่ตัวเองคิด แต่ยังไงก็คิดว่ายังทันค่ะ (ฮ่า) เราออกไปขึ้นรถเวียนเพื่อไปที่บัสเทอร์มินอลแล้วนั่งจากตรงนั้นกลับมาที่อาคารผู้โดยสาร (เพราะรถที่วิ่งขึ้นไปชั้นที่เช็คอินมันไม่จอดรับหน้าตึกที่เราอยู่ค่ะ... เม่าเหม่อ)

ที่นี้เรื่องมาลุ้นตรงที่ว่า เพื่อนที่ไปด้วยกันมาถึงสนามบินแล้ว เรายังอยู่ที่บัสฯ (รอรถ) อยู่เลย เลยบอกให้เพื่อนขึ่นไปรอตรงเช็คอินก่อนเลย แล้วโทรบอกด้วยว่าอยู่ตรงไหนเพราะเราไม่เคยขึ้นเครื่องไปต่างประเทศค่ะ ฮ่าาา นี้ครั้งแรกทุกอย่าง พอเราขึ้นรถจนใกล้ถึง เพื่อนก็โทรมาค่ะว่าอยู่ไหนแล้ว... เพราะตอนนี้เพื่อนอยู่ตรงเช็คอิน... และกำลังรอเราไปเช็คอินด้วยกันค่ะ ตอนนั้นเวลาประมาณ 17:50น. แล้วค่ะ เพื่อนบอกว่า ปิดเช็คอินตอน 6 โมง... โอโห... นี้คือแบบ... อยู่บนรถงะ... จะไปเร่งคนขับก็คงไม่ได้ แต่โดยตามหลักการกะเวลาแล้วนั้น... ยังไงก็ทันค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เชื่อแบบนั้น...

สุดท้ายรถเวียนวิ่งมาจอดตรงประตู 6 ค่ะ... พอบอกเพื่อนว่า เนี้ยอยู่ประตู 6 เพื่อนเลยบอกว่า วิ่งตรงเข้ามาเลย โซน E เนี้ยะ (ซึ่งบอกตามตรงว่า... เราหาโซน E ไม่เจอค่ะ มองพักใหญ่ๆ ถึงจะเห็นป้ายจะทิ่มทะลุตา... คิดว่าน่าจะ E นะคะจำไม่ค่อยได้.. ฮืออ) เราเลยรีบวิ่งเพราะเพื่อนก็เร่ง เวลาเหลือประมาณ 5 นาที.... (เพื่อนแอบบอกว่าพี่ที่นั่งรอเช็คอินก็ลุ้นว่าเราจะมาทันมั๊ยเหมือนกันค่ะ ฮ่าาาา)

สรุปมาเช็คอินทันค่ะ (เพื่อนบอกว่าจริงๆ เช็คอินออนไลน์มาก่อนแล้วเลยโชคดีไป...) เสร็จก็เอากระเป๋าให้โหลดขึ้นเครื่องไปส่วนกระเป๋าเล็กๆ ที่เอาไปด้วยก็หิ้วขึ้นเครื่องค่ะ
//ตรงนี้ถือเป็นเรื่องโชคดีอย่างแรกสำหรับการไปเที่ยวครั้งนี้ค่ะ เพราะเอาจริงๆ แล้ว ตัวเพื่อนเองก็กลัวมาไม่ทันเพราะฝนดันตก แถม แอร์พอร์ตลิงค์ขึ้นชื่อเรื่องรถคนเต็ม เพื่อนรอขึ้นประมาณ 2 รอบได้... ส่วนเราก็เสียเวลารอรถค่ะ (ซึ่งจริงๆ.. มันก็ปกติอะ... ฮืออออ)

อ่อจริงสิลืมบอก... เรานั่งแบบต่อเครื่องของสายการบิน เวียดนามแอร์ไลน์ค่ะ ต่อเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ อันนี้เพื่อนเคยนั่งแล้วเลยแนะนำ เราเองก็ไม่ซีเรื่องการต่อเครื่องด้วยเลยเลือกแบบนี้ค่ะ ฟูลเซอร์วิสแถมกระเป๋า 30 อาหารมีให้ทั้ง 2 ครั้งเลย... ส่วนกระเป๋าที่เอาไป เราเอาแบกแพคสะพานหลัง 1 ลากนึ่ง เป้น้อย 1 ค่ะ เพื่อนก็เหมือนกัน แต่ไม่มีเป้น้อย มีกระเป๋ากล้องแทน


นี้คือกระเป๋าที่เราเอาไปค่ะ เป้น้อยสีน้ำตาลข้างหลังกระเป๋าเขียวนั้นคือ เป้น้อยที่ว่าค่ะ แล้วความบังเอิญคือเพื่อนเราก็เป้เขียว... เป็นทีมเป๋าเขียวโดยไม่ตั้งใจละคะ ฮ่าาา

แล้วก็เราไปกันแค่ 2 คนค่ะ ทริปสาวน้อยต่างด้าวมุ่งหน้าสู่เกาะ ฮ่าาา อ่อเราไม่เก่งภาษาใดๆ เลยค่ะ ไม่ว่าญี่ปุ่นหรืออังกฤษเรียกว่างอยแบบงอย.. งอยจน
แม้แต่ภาษาไทยที่ใช้อยู่ทุกวันก็ทั้งพิมพ์ทั้งพูดผิดๆ ถูกๆ จนเพื่อนเริ่มทำใจและชินไปเองแล้วค่ะ ฮ่าาาาา แต่เราโชคดีที่เพื่อนที่ไปด้วยเก่งภาษาค่ะ ชีวิตเลยดี๊ดี... กราบเพื่อนนะ... เม่าบัลเล่ต์

มาต่อค่ะ... เรากับเพื่อนเดินเข้าไปเพื่อไปรอขึ้นเครื่องตามปกติค่ะ ก่อนจะเข้าไปถึงเกท มันก็จะมีให้เอากระเป๋าใส่เครื่องใช่มั๊ยละคะ พอดีเพื่อนเราหิวเลยกำลังกินขนมปังรอต่อคิวแล้วพี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ยืนรอตรวจแถวๆ นั้นเค้าก็หัวเราะความโกะๆ ของพวกเราด้วยละคะ ฮ่าาา (เพราะเอาจริงๆ นี้ไปถามคำถามเอ๋อๆ ใส่พี่เขาไว้นะคะ ฮ่าาาา)  สรุปเราก็ผ่านทุกด่านมาได้ด้วยดีจนไปถึงเกทขึ้นเครื่องอย่างสวัสดีภาพละคะ (อ่อ ยกเว้นเรื่องนึ่ง เราลืมเอามีดนามบัตรใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์เลยต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดายค่ะ เพราะเขาไม่เอาขึ้นเครื่อง... ;w;.. ไม่น่าลืมเลย...)

อ่อส่วนอินเตอร์เน็ต... นี้เป็นสิ่งจำเป็น เราเลือกใช้ sim2fly ของ Ais 8 วัน 400 บาทค่ะ (ซื้อที่สนามบิน 400 พร้อมเปิดใช้ทันทีจึงราคานี้ เห็นพี่พนง. ว่ามางี้นะ... ข้างนอกก็ 399?) เราก็ไปนั่งเปลี่ยนซิมกันตรงรอตรวจตั๋วค่ะ ความซวยอย่างแรกมาแล้วค่ะ..  ทั้งคู่ไม่มีไม้จิ้มถาดซิมสักคน.... เข็มกลัดก็ไม่มีค่ะ... ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย... เลยนั่งลองลูกแม็ก.. ก็ไม่ได้... ในขณะที่กำลังเอาไงดี เพื่อนก็เลยถามหาปากกา... เราเอามาทั้งกระเป๋าเลยมีปากกาให้เลือกเยอะเพื่อนก็เลือกปากกาไปใช้ สรุปเพื่อนเปิดได้ค่ะ... แต่เราอะ... หัวปากกามันกดไม่ได้ ;w;... อือออออ สักพักเพื่อนนึกขึ้นได้... ว่าตัวเองมีคลิปที่หนีบเอกสารมา แล้วมือถือเราใช้ได้ กลายเป็นเรื่องโชคดีอย่างที่ 2 ก่อนเริ่มเดินทางค่ะ! เย่ะ! เม่าบัลเล่ต์

จากนั้นไม่นานเราก็ได้ขึ้นเครื่องค่ะ(ตื่นเต้นๆ) เครื่องของเวียนนามจะมี 3 ที่นั่งค่ะ เพื่อนนั่งข้างหน้าต่างฝั่งซ้ายค่ะ กำหนดคือไปถึง ฮานอยประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ค่ะ ที่นี้พอไปถึงเราก็เมาส์มอยกะเพื่อนตลอดทางเลยค่ะ (อารมณ์ตื่นเต้น แถมเพิ่ง 1 ทุ่ม มันเลยยังไม่ง่วง ฮ่าา)


อ๊ะ ขอแนะนำ หนุ่มๆ ที่ไปเที่ยวกับเราในครั้งนี้ค่ะ ต่ายชุน ต่ายฮาจิเมะ ค่าาาาาา เม่าบัลเล่ต์นางพญาเม่า (จากเมะเรื่อง ツキウタ。 THE ANIMATION ค่ะ หนุ่มๆ งานดีตอนนี้มีแบบ 2.5D ด้วยนะคะ ขายๆ ฮ่า)

//อ่อ การไปญี่ปุ่นในครั้งนี้คือภารกิจ "ตามรอยผู้" นะคะ ฮ่าาาา XD

พอขึ้นเครื่องไปสักพัก ก็เริ่มมีการเสิร์ฟอาหารค่ะ (ส่วนตัวทำงานที่มีอาหารบนเครื่องมาเกี่ยวเลยไม่ตื่นเต้นค่ะ ฮ่าาาา เห็นๆ กันอยู่...)


(อ๊ะรูปทั้งหมดจากกล้องมือถือนะคะ พอดีเราขี้เกียจแบก DSLR ไป... ;w;...)

หลังจากทานอาหารกันก็เมาว์มอยต่อไม่นานก็ถึงฮานอยค่ะ... จากตรงนี้ต้องไปที่จุดเปลี่ยนเครื่องก็ต้องมีการตรวจกระเป๋าตรวจร่างกายตามปกติค่ะ เพราะเราไม่เคยมา และนี้ครั้งแรกด้วยมันเลยเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากค่ะ (ที่สุวรรณภูมิเรายังพูดภาษาไทยกับเจ้าหน้าที่ได้ แต่ที่นี้ถ้ามีความผิดพลาดนี้จบนี้ ยิ่งงอยๆ ภาษาอยู่...)


ถึงสนามบินฮานอย!

ที่นี้เราให้เพื่อนไปก่อนจะได้ดูตามเพื่อนค่ะ ฮ่าา แต่ด้วยความโกะของเราเค้าต้องให้ถอดทุกอย่าง เครื่องประดับ เข็มขัด เสื้อนอก บล้า บล้า บล้า ใส่กระบะ แล้วผ่านเข้าเครื่องสแกน.. เราก็เอ๋อค่ะ ลืมถอดสร้อยพระ... ฮืออออออออ เครื่องเลยร้องโดนทำหน้าดุใส่ให้ออกไปใหม่ พอถอดสร้อยเสร็จก็มาตรวจใหม่ค่ะไม่ร้องแล้ว... ผ่าน ฮือออ ;w; ลุ้น เพราะพี่เจ้าหน้าที่หน้าดุมากค่ะ... เม่าเหม่อ

หลังจากที่ผ่านด่านนี้ไปได้ก็พากันเดินไปรอที่เกท เพื่อรอขึ้นเครื่องค่ะ โชคดีที่เกทเราอยู่ใกล้ห้องน้ำ... พอดีท้องไส้ไม่ค่อยดีค่ะ สงสัยตื่นเต้น... เลยเดินไปห้องน้ำบ่อย อีกอย่างเราเป็นพวกท่อตรงค่ะ กินอะไรก็แทบจะออกมาทันที ฟฟฟฟฟ XD


นั่งหลับๆ ตื่นๆ สักพักก็ได้ขึ้นเครื่องค่ะ เย่ะ! (ประมาณตี3...)

พอขึ้นเครื่องได้ ก็ไม่มีการคุยกันแล้วค่ะ ง่วง ฮ่าาาาาาาาาาาาา เลยนอนกันยาวๆ ตื่นมาอีกที่ก็เข้าน่านฟ้าตอนเช้าของประเทศญี่ปุ่นแล้วค่ะ!!!

พอดีตื่นมาพร้อมความเมาขี้ตาเลยแชะมา 2 รูป แต่เพราะมันเหมือนกันเลยลงรูปเดียวค่ะ (ฮ่า)

หลังจากเครื่องลงจอด เราก็พากันไปห้องน้ำค่ะ... เพื่อเปลี่ยนผีให้เป็นคน ถถถถถถถถถ
คือการไปล้างหน้าล้างตา ทำให้ดูเป็นผู้เป็นคนค่ะ เพราะสภาพเพิ่งตื่นจะไปผ่านต.ม. ญี่ปุ่นที่ว่าเข้มงวดแถมพาสขาวสะอาดเป็นยองใยได้อย่างไรกัน...
เรื่องตื่นเต้นสำหรับต่างด้าวพาสปอตขาวอย่างเรามาแล้วค่ะ... อันเนื่องมาจากเสียงลื่อเสียงเล่าอ้าง เกี่ยวกับความเข็มของพี่ๆ ต.ม. ที่นี้ทำให้ต่างด้าวอย่างเราต้องกลัวเป็นธรรมดาค่ะ ว่าจะเดินผ่านออกไปสวยๆ หรือโดยเชิญห้องดำ... แต่อาจจะด้วยเพราะความเช้า.. เพราะน่าจะเพิ่ง 7 หรือ 8 โมงเองค่ะ คนน้อยมากตรงจุดตรวจคน มีประมาณ 7-8 คนเอง อาจจะเพราะเราใช้เวลาในห้องน้ำกันนานด้วย... หลังจากเขียนใบเข้าเมืองอะไรเสร็จ ก็พากันเดินไปหาพี่ๆ เจ้าหน้าที่ค่ะ

ส่วนใหญ่สังเกตมาสักพัก เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะสนามบินหรือสถานทีรถไฟก็มีแต่คนสูงอายุนะคะ... อืมๆ... มาต่อๆ.. พอเพื่อนเราเข้าไป เราก็เดินตามค่ะ มันจะมี 3 เครื่อง เพื่อนเราเครื่องแรก เราก็เครื่อง 2 ค่ะ พอเราเดินไปถึงพี่จนท. ก็ทักทายเราค่ะ

พี่จนท. - Good morning.
เรา - อ๊ะ! Good morning. แล้วก็ยิ้มให้ค่ะ พี่จนท. เค้าก็ยิ้มกลับมาด้วยละ!! เอาจริงๆ เราตกใจที่เค้าทักค่ะ ฮ่าาาา XD เลยร้องอ๊ะออกไป เราก็ส่งพาสปอตให้แล้วก็สแกนนิ้ว บล้า บล้า บล้า สักพักด้วยความที่เราเป้น้อยเราพกตุ๊กตามาเต็มมาก... พี่จนท. เลยทักประมาณ ชอบตุ๊กตาหรอ หรือไม่ก็ตุ๊กตาน่ารัก สักอย่างนี้ละคะ ลืมๆ ไปแล้ว ตอนนั้นสติไม่มี ฟฟฟฟฟฟ XD (แต่เกี่ยวกับตุ๊กตานี้ละคะ เลยยิ้มแล้วก็พยักหน้าตอบไป..)

ที่นี้พอผ่านด่านนี้ก็เป็นด่านตรวจอีกด่านค่ะ ที่เราต้องยืนพาสปอตไปแล้วถ้าเค้าตรวจเสร็จเราก็ออกไปได้นะคะ (อาจจะมีถามคำถามเล็กน้อย..) เราก็ไปยืนตรงตำแหน่งที่พี่จนท. นำไปค่ะ เค้าก็พูดสักอย่างแน่นอนว่าฟังไม่ออก (ฟฟฟฟฟ)

//อ๊ะครบ 10,000 แล้วอะ..
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่