Part 1 : การเดินทาง
เนื่องด้วย จขกท. มีภารกิจต้องมาทำงานที่มาเลย์เซีย เลยขอเริ่ม Start Point ที่ กรุงกัวลาร์ลัมเปอร์ แล้วกันนะครับ
จุดที่ จขกท. พัก คือ SUNWAY Zone ชื่อโรงแรม Sunway Clio Hotel ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง อยู่ติด Shopping Mall

ชื่อ Sunway Piramid (บ้านเราก็พอๆกับ Mega Bangna)
เริ่มกันเลย Booking ครับ ต้องบอกก่อนว่า ที่ Malaysia คนที่นี้เขาค่อนข้างจะเน้นเรื่อง Booking
ถ้าคุณมีความพร้อมทั้ง Internet และ บัตร Credit คุณก็สามารถจะซื้อตั๋ว จองตั๋วได้ภายในเวลารวดเร็วมากๆ

ตามภาพครับ ผมได้ตั๋วรถ (ไป - กลับ) Malacca - Kuala Lumpur
พร้อมกับที่พัก 1 คืน ในราคา 100 RM หรือราวๆ 800 บาท
โดยออกเดินทางเช้าวันที่ 10 ขึ้นรถที่ TBS Terminal เวลา 9.55
โดยเราต้องไปให้ถึงล่วงหน้า 30 นาที เพื่อ Check-In ตั๋วที่เรา Booking ไว้ครับ
การเดินทางหลักของผมที่ Kuala Lumper จะเน้นใช้ Grab เป็นหลัก
เพราะราคาที่ถูก และเป็นกันเองกับคนพื้นที่ บางคนอัธยาศัยดี เมาส์กันไป เพลินๆครับ
พอถึงตอนเช้า ผมทานเข้าที่โรงแรมที่เข้าพัก ก่อนออกเดินทาง (โดยไม่ Check Out เพราะเราจะกลับมาทำงานต่อวันจันทร์)
ทานข้าวเสร็จก็ Booking Grab Car เพื่อที่จะไปที่ TBS Terminal เพื่อขึ้นรถเลย

ประมาณ 25 RM หรือประมาณ 200 บาทไทย
ที่นี่จะใช้ TBS เป็นสถานที่ขนส่งมวลชน เทียบเท่าหมอชิต บ้านเรา
แต่สภาพ บรรยากาศ ต่างกันนิดหน่อย

จุดนี้เป็นจุดที่ใช้ check in โดยเอาเอกสารการ Booking มาแลกเป็นตั๋วโดยสาร
(ถ้ามีเมล ก็ยื่นมือถือให้ จนท. ได้เลย ไม่ต้องปริ้นมาให้ลำบาก)

พอได้ตั๋วมา ก็ลงไปที่ Gate เพื่อรอขึ้นรถ (เหมือนตอนจะขึ้นเครื่องเลย)

จุดที่เป็น Gate จะมีจุดนั่งรอรถ และมีหน้าจอแสดงว่า รถคันไหนจะมาถึงตอนกี่โมง
ที่ Gate ไหน ... สามารถดูได้เองเลย
และเราก็เดินทาง จนมาถึง Malacca เราก็สามารถ ใช้ Grab จาก Malacca Sentral
เพื่อที่จะให้เขาไปส่งให้ที่โรงแรมของเราได้อีกเช่นกัน (มันสะดวกจริงๆนะ)

จาก Malacca Sentral ซึ่งเป็นจุดลงรถทัวร์ของเรา เราสามารถไปถึงโรงแรมด้วย Grab
ในราคา 7RM หรือ 60 บาทโดยประมาณ Check - In ให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มใน Part 2
Part 1.5 : วางแผนการเดินทาง
เช็คสถานที่เที่ยวก่อนว่ามีอะไรบ้าง

รูปนี้ได้จาก Pantip แต่ไม่ทราบเจ้าของ ขออภัยที่ไม่ติดเครดิทให้

จากจุดที่เราพัก เราจะสามารถ "เดิน" ในจุดที่มี Landmark อยู่ได้ ในระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก
ไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไรมาก มีเท้า ก็พอแล้ว เพราะ Landmark อยู่ติดๆกันหมด
Part 2 : เที่ยวสิครับ
2.1 ถนนเลียบคลอง (เราคิดว่าเนี้ยแหละ คล้าย Venice มากๆ ได้ฟิลลิ่งเดียวกันเลย)

เริ่มออกเดินเท้าจากโรงแรม ตามแผนที่ได้วางไว้ พยายามมองซ้ายเข้าไปในซอย เพื่อหาคลองเป้าหมาย

หลังจากเดินมาตามทาง ก็เจอจริงๆ เป็นสะพานข้ามคลอง ที่มีทางเดินเลียบคลองได้ตลอดสาย มีแผนที่ให้พร้อม

อาคาร บ้านเรือน ตรงเส้นเลียบคลอง ก็ถูกปรับให้เป็น Art Gallery หรือไม่ก็ร้าน ขนม ร้านกาแฟ...

มุมนี้เลย คือได้ฟิลมากๆ ด้วยที่ชอบ Venice เป็นทุนเดิม มาเจอมุมนี้ หลงรักที่นี่เลยครับ
บรรยากาศกลางคืน ที่นี่ก็ไม่ละเลย มีการประดับไฟ ตามทางเลียบคลอง บ้านช่อง สวยงามไปอีกแบบ

2.2 เรียกว่า โบสถ์ แล้วกัน

เดินตามทางเลียบคลองมาเรื่อยๆ จะเจอ Landmark อีกจุดหนึ่งของที่นี่

สวย จบ ลงตัวทุกอย่าง โดดเด่นมาก ไม่มีคำบรรยายครับ

ด้านบน สามารถขึ้นไปถ่ายรูปได้จากระเบียงอีกฝั่งของโบสถ์

ส่วนนี้เป็นสวนของโบสถ์ ที่ดูลงตัวมาก ๆ
2.3 : ตามรอย Jack Sparrow
ออกจากโบสถ์มา เดินเข้าเส้นเลียบคลองอีกครั้ง เดินต่อไปเรื่อยๆ

เจอที่จอดเรือก่อน อันนี้เป็นที่จอดเรือ ไม่ดิ เรียกว่า ที่เอาไว้ขึ้นเรือ เห็นบันไดมั้ย
นั้นแหละคนสมัยก่อนเขาสร้างไอนี่เพื่อเอาไว้ขึ้นเรือกัน แล้วไหนเรือ?
[img]https://f.ptcdn.inf/051/000/orcaflzkg4NIvn9eY4K-o.jpg[/img]ระหว่างทางเดินไปเรือ ก็มีวิวของอาคารบ้านเรือนที่ดู Venice มากๆ
และมีที่ให้นั่งดื่มบรรยากาศชิลๆได้ตลอดทาง

แถมให้อีกรูป ตึกเดิม คนละมุม

นี่ไงเรือ เรือที่ต้องใช้ไอแท่นในรูปแรกในการขึ้นเรือ

เรืออีกมุม ดูใหญ่และสวยมากๆ ข้างในเป็น Museum มีเรื่องราวของนักเดินเรือชาวมาเลย์เซ๊ยอยู่
เสียค่าเข้าด้วย ถ้าเป็นคนไทยแบบเราๆ เขาคิด 10 RM หรือราวๆ 80 บาท

เสียค่าเข้าแล้ว ก็ขึ้นไปปู้ยี่ปู้ยำได้ตามใจชอบเลย แต่ต้องมีสามัญสำนึกนิดนึงนะครับ
เลยจากช่วงนี้ไป ผมก็ยังเห็น Museum อีกหลายที่มากๆ ขอติดไว้ก่อน
2.4 Jonker Street Night Market
เป็นตลาดกลางคืน แต่ปิดเที่ยงคืน จะอยู่ฝั่งตรงข้ามโบสถ์แดง ข้ามสะพานมาจะเจอเลย
ที่นี้เรียกว่าเป็น China Town ของเมือง

เห็นสภาพก็น่าจะรู้อะ คือดูจีนจ๋ามาเลย

ที่นี่คือแหล่งที่มีของแปลกให้กิน ถ้าอยากเจอสิ่งแปลกใหม่ แบบของท้องถิ่น สามารถหากินได้เลย (แต่ไม่การันตีรสชาตินะ)

อันนี้เรียกขนมปังจิ้มแกงกะหรี่ไก่ รสชาติก็ธรรมดา ไม่จัดจ้าน ไม่เข้มข้น มันๆจืดๆ

ที่ได้มาก็มี (แตงโมแบบปั่นในลูก รสชาติธรรมดา ไม่หวานฉ่ำ เพราะเน้นแตงโมเด็ก สามารถกลืนได้ทั้งเม็ด เม็ดมันจะขาวๆอ่อนๆไม่ดำ)

คนไม่ต่างกับเยาวราชบ้านเราเลย หนาแน่นมากๆ

มีร้านนั่งก๊งน้ำชากันของคนแก่ และวัยรุ่นแถวนั้น

มีสถานที่ทำกิจกรรมของ อาซิ้ม อาม่า ในย่านนั้น ให้นักท่องเที่ยวดูให้เพลิดเพลิน

ท้ายถนน มีเวที แล้วก็มีนักร้อง ร้องเพลงจีน ขึ้นสลับกันจนถึงเวลาปิดตลาด
End .. จบแล้วสำหรับ 1 วัน วันที่ 10 June
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาตั้งแต่ต้นกระทู๊
ขอให้มีความสุขกับ Weekend
ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ภาพที่ถ่าย มาจากกล้องมือถือ เพราะผมไม่ได้เอากล้องไป
ดังนั้นภาพไม่สวย ขออภัยด้วยนะครับ
[Review]Malacca also know as "มาละกา" หรือ Venice ของ SE Asia มาชมกันเถอะ
เนื่องด้วย จขกท. มีภารกิจต้องมาทำงานที่มาเลย์เซีย เลยขอเริ่ม Start Point ที่ กรุงกัวลาร์ลัมเปอร์ แล้วกันนะครับ
จุดที่ จขกท. พัก คือ SUNWAY Zone ชื่อโรงแรม Sunway Clio Hotel ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง อยู่ติด Shopping Mall
เริ่มกันเลย Booking ครับ ต้องบอกก่อนว่า ที่ Malaysia คนที่นี้เขาค่อนข้างจะเน้นเรื่อง Booking
ถ้าคุณมีความพร้อมทั้ง Internet และ บัตร Credit คุณก็สามารถจะซื้อตั๋ว จองตั๋วได้ภายในเวลารวดเร็วมากๆ
ตามภาพครับ ผมได้ตั๋วรถ (ไป - กลับ) Malacca - Kuala Lumpur
พร้อมกับที่พัก 1 คืน ในราคา 100 RM หรือราวๆ 800 บาท
โดยออกเดินทางเช้าวันที่ 10 ขึ้นรถที่ TBS Terminal เวลา 9.55
โดยเราต้องไปให้ถึงล่วงหน้า 30 นาที เพื่อ Check-In ตั๋วที่เรา Booking ไว้ครับ
การเดินทางหลักของผมที่ Kuala Lumper จะเน้นใช้ Grab เป็นหลัก
เพราะราคาที่ถูก และเป็นกันเองกับคนพื้นที่ บางคนอัธยาศัยดี เมาส์กันไป เพลินๆครับ
พอถึงตอนเช้า ผมทานเข้าที่โรงแรมที่เข้าพัก ก่อนออกเดินทาง (โดยไม่ Check Out เพราะเราจะกลับมาทำงานต่อวันจันทร์)
ทานข้าวเสร็จก็ Booking Grab Car เพื่อที่จะไปที่ TBS Terminal เพื่อขึ้นรถเลย
ที่นี่จะใช้ TBS เป็นสถานที่ขนส่งมวลชน เทียบเท่าหมอชิต บ้านเรา
แต่สภาพ บรรยากาศ ต่างกันนิดหน่อย
(ถ้ามีเมล ก็ยื่นมือถือให้ จนท. ได้เลย ไม่ต้องปริ้นมาให้ลำบาก)
ที่ Gate ไหน ... สามารถดูได้เองเลย
และเราก็เดินทาง จนมาถึง Malacca เราก็สามารถ ใช้ Grab จาก Malacca Sentral
เพื่อที่จะให้เขาไปส่งให้ที่โรงแรมของเราได้อีกเช่นกัน (มันสะดวกจริงๆนะ)
จาก Malacca Sentral ซึ่งเป็นจุดลงรถทัวร์ของเรา เราสามารถไปถึงโรงแรมด้วย Grab
ในราคา 7RM หรือ 60 บาทโดยประมาณ Check - In ให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มใน Part 2
Part 1.5 : วางแผนการเดินทาง
เช็คสถานที่เที่ยวก่อนว่ามีอะไรบ้าง
ไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไรมาก มีเท้า ก็พอแล้ว เพราะ Landmark อยู่ติดๆกันหมด
Part 2 : เที่ยวสิครับ
2.1 ถนนเลียบคลอง (เราคิดว่าเนี้ยแหละ คล้าย Venice มากๆ ได้ฟิลลิ่งเดียวกันเลย)
บรรยากาศกลางคืน ที่นี่ก็ไม่ละเลย มีการประดับไฟ ตามทางเลียบคลอง บ้านช่อง สวยงามไปอีกแบบ
2.2 เรียกว่า โบสถ์ แล้วกัน
2.3 : ตามรอย Jack Sparrow
ออกจากโบสถ์มา เดินเข้าเส้นเลียบคลองอีกครั้ง เดินต่อไปเรื่อยๆ
นั้นแหละคนสมัยก่อนเขาสร้างไอนี่เพื่อเอาไว้ขึ้นเรือกัน แล้วไหนเรือ?
[img]https://f.ptcdn.inf/051/000/orcaflzkg4NIvn9eY4K-o.jpg[/img]ระหว่างทางเดินไปเรือ ก็มีวิวของอาคารบ้านเรือนที่ดู Venice มากๆ
และมีที่ให้นั่งดื่มบรรยากาศชิลๆได้ตลอดทาง
เสียค่าเข้าด้วย ถ้าเป็นคนไทยแบบเราๆ เขาคิด 10 RM หรือราวๆ 80 บาท
เลยจากช่วงนี้ไป ผมก็ยังเห็น Museum อีกหลายที่มากๆ ขอติดไว้ก่อน
2.4 Jonker Street Night Market
เป็นตลาดกลางคืน แต่ปิดเที่ยงคืน จะอยู่ฝั่งตรงข้ามโบสถ์แดง ข้ามสะพานมาจะเจอเลย
ที่นี้เรียกว่าเป็น China Town ของเมือง
End .. จบแล้วสำหรับ 1 วัน วันที่ 10 June
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาตั้งแต่ต้นกระทู๊
ขอให้มีความสุขกับ Weekend
ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ภาพที่ถ่าย มาจากกล้องมือถือ เพราะผมไม่ได้เอากล้องไป
ดังนั้นภาพไม่สวย ขออภัยด้วยนะครับ