เพื่อนสนิท

กระทู้คำถาม
ขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของเราทีค่ะ

คือเรามีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาแต่มัธยมต้น ก็ยี่สิบกว่าปีละที่คบกันมา เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน พอจบก็สอบเข้าได้มหาวิทยาลัยเดียวกันแต่คนละวิทยาเขต ก็ถือว่าเจอกันบ่อยที่สุดสำหรับเพื่อนในกลุ่ม เราชอบเที่ยว ก็เลยจะชอบไปหาเพื่อนที่วิทยาเขตบ่อยๆ พอเรียนจบ เราสอบราชการได้ เพื่อนทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในสถาบันของมหาวิทยาลัย เราอยู่ต่างจังหวัดค่ะ เพื่อนอยู่กทม พอเราเข้า กทม ก็จะแวะหา ถ้าเพื่อนไม่ไปออกไซต์นะ

แต่เราโทรคุยกันบ่อยๆค่ะ  ช่วงหลัง เรามาเรียนภาคพิเศษของมหาวิทยาลัยที่เพื่อนทำงานอยู่ยิ่งเจอกันบ่อย และคุยกันบ่อย จนเพื่อนสอบบรรจุข้าราชการได้  เพื่อนต้องไปอบรม ต้องเขียนและลองทำโครงการจริง เพื่อนค่อนข้างเครียด เราจะโทรหาเขาตลอด จนเกิดเรื่อง

วันนั้นเราโทรไป เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า ต้องทำโครงการ แต่มันมีปัญหา เราก็นะฟังๆ และออกความเห็นไปว่า แก เรื่องนี้มันแก้ไขได้ ทำงี้ๆนะ เพื่อนก็ยืนยันว่า จะได้ยังไง เงื่อนไขบอกว่าแบบนี้ เราก็บอกว่า เงื่อนไขทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ามีเหตุผลพอ ถ้าคนที่เขาเกี่ยวข้องเห็นด้วย ประมาณนี้ เพื่อนหงุดหงิดใส่ ยืนยันว่าไม่ได้ เราเลยตัดบทวางสายไปก่อน แต่ด้วยความห่วง เราก็โทรไปคุยกับแฟนเพื่อน เรื่องงานของเพื่อน แฟนเพื่อนบอกจะลงไปหาเพื่อน และก็คิดว่ามันแก้ไขได้แหละ ผลคือ ทุกอย่างแก้ไขได้ ตามวิธีที่เราบอกแหละ แต่เราก็เชื่อว่า แฟนเพื่อนก็คิดเห็นตรงกันกับเรา เพราะเขาทำงานมาก่อนเรา เขาเข้าใจวิธีการทำงานดี

ขอปูพื้นนิดหน่อยนะคะ เพื่อนเราตลอดมาจะทำงานสายวิทยาศาสตร์มาตลอด คุยๆกันก็จะเล่าว่า เลี้ยงอันนี้แล้วมีปัญหาอะไร ต้องเลี้ยงใหม่ แล้วใส่ปัจจัยใหม่เข้าไป ทำนองนี้ เราก็เข้าใจนะ เพราะตอนมัธยม เราเรียนสายวิทย์มา  แต่พอมาสอบบรรจุ เพื่อนมาสอบสายสังคมค่ะ เราก็เข้าใจได้ว่า สภาพความเข้าใจงาน ประสบการณ์ทำให้คิดอะไรแตกต่างกัน

พอเพื่อนเริ่มทำงาน เพื่อนก็มีปัญหากับเจ้านายค่ะ คือ เจ้านายเป็นข้าราชการแก่ๆ งานของแกคือ สั่ง คนที่แกสั่งได้ทำงาน นึกสภาพ นิสิตปริญญาโท บรรจุใหม่มาเจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ ก็มีปัญหาเป็นธรรมดา เราก็นะโทรคุยให้เพื่อนปรับทุกข์ตลอด แล้วก็เกิดเรื่องซ้ำ

เพื่อนเล่าเกี่ยวกับเจ้านายให้ฟัง เราก็นะเล่ากลับว่า เจ้านายแบบนี้ เราเคยเจอ เขาเป็นประมาณนี้ เราก็ทำแบบนี้ๆนะ เพื่อจะบอกเพื่อนว่า เราต้องรู้ลักษณะของเขา ถึงจะรู้วิธีรับมือกับเขา จุดประสงค์เราไม่ได้อวดนะคะ เราจำได้คร่าวๆประมาณนี้ จู่ๆ เพื่อนก็ปรี๊ด และบอกว่า เราก็เหมือนเจ้านายของเขาแหละ คิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยที่จะเข้าใจคนอื่น และวางสายไป เรา ณ ขณะนั้น อึ้งเลยค่ะ น้ำตาเล็ดเลย และเพื่อนก็ส่งข้อความมาขอโทษ

คือเราก็รู้ตัวนะคะ ว่าตัวเองเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่เพื่อนเราค่อนข้างจะใจดี ส่วนใหญ่จะยอมเราตลอด แต่สำหรับเรื่องงาน เราก็นะ เป็นคนไม่ค่อยจะยอมใครง่ายๆ ถ้าเหตุผลไม่มากพอ แม้แต่เจ้านายเรา บางครั้งยังพูดเลย ว่า มันมีเหตุผลลื่นไหลไปได้ตลอด อันนี้คือเจ้านายที่ยอมรับฟังนะคะ แต่เจ้านายบางคน เราก็รู้ว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาให้ทำก็ทำไปก่อน พอมีปัญหา นั่นแหละ เขาถึงจะรู้ เพื่อนรู้นิสัยเราดีค่ะ เราเป็นคนไม่มีความลับในโลก คิดยังไง อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าคิดว่ามันดี ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ถึงจะเดือดร้อน แต่เป็นเพราะเขาทำตัวเอง เราก็ไม่แคร์

ถามว่าเราโกรธเพื่อนไหม เราไม่เคยโกรธเลย แต่ดูเหมือนเพื่อนที่เราเข้าใจว่าเขาเป็นแบบๆนี้ เขาเป็นยังไงกันแน่ เราไม่กล้าโทรคุยกับเพื่อนเลยค่ะหลังจากนั้น และเพื่อนสอบบรรจุที่ใหม่ เขาเคยบอกตอนคุยกัน แต่ตอนที่จะย้าย เราได้รู้แค่ข่าวผ่านหน้าเฟส

ถามว่าหลังจากนั้นเราเจอกันบ้างไหม ก็เจอกันนะคะ เวลาเพื่อนกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เราก็คุยกันปกติ คุยต่อหน้า เราเห็นสีหน้า น้ำเสียง เรากล้าคุย แต่คุยทางโทรศัพท์เราไม่กล้าค่ะ ยิ่งคุยผ่านตัวหนังสือ เรายิ่งไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะอ่านและตีความผิด ถามว่าแคร์เขามากไหม เราแคร์เขามากค่ะ ตอนนี้เพื่อนแต่งงานแล้ว เราก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย ติดตามกันผ่านเฟส เพื่อนจะโพสต์ว่าเครียดเรื่องงานตลอด เราไปกดถูกใจ แต่ไม่ค่อยเม้นต์อะไร

เรารักเพื่อนเราค่ะ เพื่อนมีปัญหาอะไรกับใคร เราก็จะเข้าข้างเพื่อนเราตลอด อย่างกับแฟนเพื่อน คือเขาทำงานมาก และไม่โรแมนติคเลย พอเจอกัน เพื่อนก็เล่าให้ฟังเรื่องแฟน สำหรับแฟนของเขา ก็เพื่อนเราเหมือนกันค่ะ เรารู้จักกันมาแต่สมัยเรียนปริญญาตรี เราคุ้นเคยคุยกันได้ พอเพื่อนเราไม่สบายใจ เราก็โทรหาแฟนเพื่อนเลยค่ะ ว่าแบบๆนะ ให้ใส่ใจเพื่อนเราหน่อย เขาค่อนข้างจะเป็นคนเครียดง่าย

เราอาจจะเล่าข้ามๆนะคะ เพราะรายละเอียดเยอะมาก และเรื่องที่เราจะขอความเห็นคือ เราลงรูปในเฟสว่า เข้า กทม แต่เราเข้าบ่อยจริง บางเดือนเข้าทุกอาทิตย์ แต่เรามีเวลาน้อยค่ะ ช่วงนี้ถึงเข้าบ่อยก็อยู่กับงานตลอด พอเราโพสต์ เพื่อนคนนี้ก็มาเม้นต์ว่า เข้า กทม ไม่แวะทักทายเลยนะ เราก็ตอบกลับไปว่า เอาไว้คราวหน้า แบบว่ามันเอี๊ยดมาก

คือเรา ไม่รู้จริงๆว่าเพื่อนอยากเจอเราจริงๆรึเปล่า เราไม่มั่นใจ เขารักเราเหมือนเดิมไหม เขาคิดยังไงกับเรากันแน่ เพราะตอนที่เพื่อนแต่งงานใหม่ๆ เราเข้ากทม และโทรแซวบอกว่า ให้แฟนเพื่อนเตรียมเลี้ยงข้าวข้าราชการจนๆด้วยนะ และก็นัดกันอย่างดี เราจองโรงแรมใกล้ๆด้วยกลัวพลาด เพราะนัดกันใกล้ๆเราขึ้นเครื่องกลับ สุดท้ายเพื่อนโทรมายกเลิกบอกติดงาน คือ เราก็เข้าใจ แต่เราก็อดคิดไม่ได้ค่ะ

เรากำลังจะเข้า กทม. ในอาทิตย์หน้า เราควรจะโทรหาเพื่อนดีไหมคะ อยากได้ประโยคดีๆ ที่จะคุยกับเพื่อน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่