คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
เรื่องทรานซิสที่ยุโรป ไม่ใช่แค่ไม่ได้ออกจากสนามบินครับ ควรใช้คำว่าหากไม่ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอก
เช่น ถ้าจองตั๋วคนละ Booking กัน ไม่ได้ Check Through ไปถึงปลายทางที่อเมริกา แบบนี้ก็ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอกเพื่อเช็คอินอีกสายการบินหนึ่ง ถ้ากรณีนี้ก็ต้องมีวีซ่าครับ
แต่ถ้าเป็นสายการบินเดียวกัน (หรือเครือเดียวกันที่สามารถ Check Through ได้) จองตั๋วภายใต้ Booking เดียวกัน Check Through ถึงปลายทาง เวลา Transit ต่อเครื่อง ก็ไม่ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอก แบบนี้ก็ไม่ต้องขอวีซ่าครับ
จริงๆ คำถามว่า Transit ยุโรปต้องใช้วีซ่าไหม ก็ออกจะกว้างไปนิดนึง เพราะไม่ใช่ทุกประเทศในยุโรปที่ร่วมใช้วีซ่าเชงเก้น ข้อกำหนดบางประเทศก็ไม่เหมือนกัน หรือบางสนามบินเล็กๆ ที่ไม่มี Transit Area ยังไงก็ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอก เป็นต้น (แต่คงยากที่จะมีรูทไปต่อเครื่องสนามบินเล็กแบบนั้น เว้นแต่จะตั้งใจไปเอง)
สรุปก็คือ หากจองตั๋วภายใต้ Booking Number เดียวกัน Check Through ถึงปลายทางได้ ส่วนมากไม่ต้องใช้วีซ่าครับ แต่เพื่อความมั่นใจควรตรวจสอบกับทางสายการบินที่เราจะจองตั๋วด้วย โดยส่วนมากสายการบินใหญ่ๆ มันมีข้อมูลเหล่านี้ให้ในเว็บไซต์
ส่วนเรื่องการขอวีซ่า ตั๋วเครื่องบินไม่จำเป็นต้องโชว์ครับ แต่ Statement ไม่แน่ ไม่มีใครฟันธงให้ได้ครับ เพราะระบบการสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาไม่เหมือนเชงเก้นหรือหลายประเทศที่จะกำหนดมาเลยว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ของอเมริกาคือผู้สมัครเตรียมเอกสารที่คิดว่า support ช้อมูลของตัวเองไป ขึ้นอยู่กับตอนสัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่จะขอดูไหม หรือจะมีโอกาสแสดงให้เจ้าหน้าที่ได้ดูหรือเปล่า ตรงนี้ปัจจัยแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย
อย่างผมเองตอนขอวีซ่าอเมริกาครั้งล่าสุด ด้วยความที่เคยมีอยู่แล้ว และประกอบธุรกิจส่วนตัวเป็นเจ้าของบริษัทที่ดำเนินการมานาน กงสุลก็ขอดูแค่เอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทใบเดียวเลย Statement หรือเอกสารอื่นใดอีกมากมายที่เตรียมไปไม่ได้ใช้ แต่รุ่นน้องที่รู้จักสองคน เพิ่งไปขอวีซ่าอเมริกามา ( ไม่ได้ไปด้วยกัน ) คนหนึ่งเป็นนักศึกษา อีกคนเป็นพนักงานบริษัททำงานมา 2-3 ปี โดนเรียกขอดู Statament ทั้งคู่ เพราะกงสุลต้องการอยากรู้ว่าเอาเงินที่ไหนไปเที่ยว มีเงินเพียงพอไหม ซึ่งถ้าลอง search กระทู้ในพันทิปดูก็จะเห็นครับ ว่ามีทั้งคนที่โดนขอเรียกดู Statement และคนที่ไม่โดน
ดังนั้น Statement เป็นเอกสารที่ควรต้องเตรียมไปครับ ยิ่งเป็นนักศึกษาด้วยแล้ว โอกาสโดนขอดูมากกว่า 80%
ส่วนเรื่องมีเงินก้อนโอนเข้ามา ก็ต้องดูว่ารายการเดินบัญชีโดยรวมผิดปกติไหม ถ้ามีเงินก้อนเข้ามาเป็นระยะๆ แล้วบอกเหตุผลได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าปกติไม่ค่อยมีรายการเงินเข้า เช่น มีเงินอยู่ราวๆ หมื่นกว่ามาตลอดทุกเดือน อยู่ดีๆ ก่อนขอวีซ่าอาทิตย์นึง มีเงินโอนเข้ามาตู้มเดียว 3 แสน อันนี้ก็อาจดูน่าสงสัย ก็คงต้องเตรียมคำตอบไปอธิบายว่าเงินก้อนนี้มาจากไหน หรือมีเอกสารหลักฐานยืนยันประกอบที่มาของเงินก้อนนี้ด้วย ( เช่น ขายของชิ้นใหญ่ได้ ก็แสดงหลักฐานการขาย หรืออธิบายว่าได้จากพ่อแม่ให้เงินไปเที่ยวเนื่องในโอกาสอะไรก็ว่าไป )
เช่น ถ้าจองตั๋วคนละ Booking กัน ไม่ได้ Check Through ไปถึงปลายทางที่อเมริกา แบบนี้ก็ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอกเพื่อเช็คอินอีกสายการบินหนึ่ง ถ้ากรณีนี้ก็ต้องมีวีซ่าครับ
แต่ถ้าเป็นสายการบินเดียวกัน (หรือเครือเดียวกันที่สามารถ Check Through ได้) จองตั๋วภายใต้ Booking เดียวกัน Check Through ถึงปลายทาง เวลา Transit ต่อเครื่อง ก็ไม่ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอก แบบนี้ก็ไม่ต้องขอวีซ่าครับ
จริงๆ คำถามว่า Transit ยุโรปต้องใช้วีซ่าไหม ก็ออกจะกว้างไปนิดนึง เพราะไม่ใช่ทุกประเทศในยุโรปที่ร่วมใช้วีซ่าเชงเก้น ข้อกำหนดบางประเทศก็ไม่เหมือนกัน หรือบางสนามบินเล็กๆ ที่ไม่มี Transit Area ยังไงก็ต้องผ่าน ตม. ออกมาด้านนอก เป็นต้น (แต่คงยากที่จะมีรูทไปต่อเครื่องสนามบินเล็กแบบนั้น เว้นแต่จะตั้งใจไปเอง)
สรุปก็คือ หากจองตั๋วภายใต้ Booking Number เดียวกัน Check Through ถึงปลายทางได้ ส่วนมากไม่ต้องใช้วีซ่าครับ แต่เพื่อความมั่นใจควรตรวจสอบกับทางสายการบินที่เราจะจองตั๋วด้วย โดยส่วนมากสายการบินใหญ่ๆ มันมีข้อมูลเหล่านี้ให้ในเว็บไซต์
ส่วนเรื่องการขอวีซ่า ตั๋วเครื่องบินไม่จำเป็นต้องโชว์ครับ แต่ Statement ไม่แน่ ไม่มีใครฟันธงให้ได้ครับ เพราะระบบการสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาไม่เหมือนเชงเก้นหรือหลายประเทศที่จะกำหนดมาเลยว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ของอเมริกาคือผู้สมัครเตรียมเอกสารที่คิดว่า support ช้อมูลของตัวเองไป ขึ้นอยู่กับตอนสัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่จะขอดูไหม หรือจะมีโอกาสแสดงให้เจ้าหน้าที่ได้ดูหรือเปล่า ตรงนี้ปัจจัยแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย
อย่างผมเองตอนขอวีซ่าอเมริกาครั้งล่าสุด ด้วยความที่เคยมีอยู่แล้ว และประกอบธุรกิจส่วนตัวเป็นเจ้าของบริษัทที่ดำเนินการมานาน กงสุลก็ขอดูแค่เอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทใบเดียวเลย Statement หรือเอกสารอื่นใดอีกมากมายที่เตรียมไปไม่ได้ใช้ แต่รุ่นน้องที่รู้จักสองคน เพิ่งไปขอวีซ่าอเมริกามา ( ไม่ได้ไปด้วยกัน ) คนหนึ่งเป็นนักศึกษา อีกคนเป็นพนักงานบริษัททำงานมา 2-3 ปี โดนเรียกขอดู Statament ทั้งคู่ เพราะกงสุลต้องการอยากรู้ว่าเอาเงินที่ไหนไปเที่ยว มีเงินเพียงพอไหม ซึ่งถ้าลอง search กระทู้ในพันทิปดูก็จะเห็นครับ ว่ามีทั้งคนที่โดนขอเรียกดู Statement และคนที่ไม่โดน
ดังนั้น Statement เป็นเอกสารที่ควรต้องเตรียมไปครับ ยิ่งเป็นนักศึกษาด้วยแล้ว โอกาสโดนขอดูมากกว่า 80%
ส่วนเรื่องมีเงินก้อนโอนเข้ามา ก็ต้องดูว่ารายการเดินบัญชีโดยรวมผิดปกติไหม ถ้ามีเงินก้อนเข้ามาเป็นระยะๆ แล้วบอกเหตุผลได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าปกติไม่ค่อยมีรายการเงินเข้า เช่น มีเงินอยู่ราวๆ หมื่นกว่ามาตลอดทุกเดือน อยู่ดีๆ ก่อนขอวีซ่าอาทิตย์นึง มีเงินโอนเข้ามาตู้มเดียว 3 แสน อันนี้ก็อาจดูน่าสงสัย ก็คงต้องเตรียมคำตอบไปอธิบายว่าเงินก้อนนี้มาจากไหน หรือมีเอกสารหลักฐานยืนยันประกอบที่มาของเงินก้อนนี้ด้วย ( เช่น ขายของชิ้นใหญ่ได้ ก็แสดงหลักฐานการขาย หรืออธิบายว่าได้จากพ่อแม่ให้เงินไปเที่ยวเนื่องในโอกาสอะไรก็ว่าไป )
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาสำหรับนักศึกษา
1. จำเป็นไหมที่ต้องโชว์ statement เวลาขอวีซ่า
-หากจำเป็นควรมีประมาณไหนครับ
-หากมีเงินโอนเข้ามาในบัญชี จะถูกถามถึงต้นตอไหมครับ
2.ทำอย่างไรถึงจะมีโอกาสผ่านมากขึ้นครับเช่น การเตรียมเอกสาร
-ผมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมากครับ
3.หากผมอยากจะบินจากมอสโควไปยังแอลเอได้ไหมครับ หากเรามีวีซ่าแล้ว
-หากมีการแวะต่อเครื่องเช่น โปแลนด์หรือประเทศในกลุ่มเชงเก้น ไม่เกิน 24ชม. เราต้องทำการขอวีซ่าไหมครับ
4.จำเป็นไหมครับที่ต้องเขียนแพลนหรือโชว์ตั๋วเครื่องบิน
ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้านะครับ