มีใครเคยเห็นตัวเองก่อนลงมาเกิด และยังจำเรื่องนั้นได้ดี มีบ้างมั้ยครับ ?

กระทู้คำถาม
พอดีเพื่อนไม่ได้เป็นสมาชิก เลยพิมพ์ข้อความแล้วฝากมาถามบนพันทิพย์ครับ ถ้าใครไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ เพราะยังไงก็ไม่มีใครรู้จักผมอยู่ดี แค่อยากรู้ว่าจะมีซักคนที่ตอบเรื่องนี้ได้มั้ย

---------------------------

คือสิ่งนี้ติดอยู่ในหัวตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก จนถึงตอนนี้อายุ 36 ปี ก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้พึ่งเกิดเมื่อวาน ตอนแรกคิดว่ามันคงเป็นความฝันที่เผอิญจำได้แม่น หรือมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกันแน่

ผมกำลังพุ่งลงมาจากด้านบน ไม่ใช่แนวดิ่งแต่เฉียงๆ รอบตัวผมมีแสงสว่างสีขาวนวล ผมพยายามพุ่งไปให้เร็วที่สุด แต่ก็รู้ว่ามีสิ่งที่คล้ายกันพุ่งอยู่ข้างๆผม รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง ทั้งที่ไม่เห็นตัว ..  ผมพุ่งสุดแรงเพื่อให้ถึงจุดหมาย ในที่สุดผมก็ถึงก่อน ...  พอถึงแล้ว ผมบอกกับตัวเองว่า "ถึงแล้วนะ ถึงแล้ว เราชนะแล้วนะ เราชนะแล้ว"

จากนั้นก็จบตรงนั้นไป

มารู้สึกตัวอีกที คิดว่าอยู่ในครรภ์ของแม่ บอกกับตัวเองว่า "นี่คือของเหลว แต่เราหายใจได้นะ"

---------------------------

นี่คือทั้งหมดที่ผมจำได้อย่างแม่นยำมาตลอดทั้งชีวิต ไม่เคยลืมแม้แต่วันเดียว .. ผมอยากรู้ว่า มันมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้มั้ยครับ ?  ไม่ว่าทางวิทยาศาสตร์ ศาสนา ความเชื่อ หรืออะไรก็ตาม

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
มันเป็นเรื่องนามธรรม

วิทยาศาสตร์ไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ยอมรับ เพราะวิทยาศาสตร์เน้นเรื่องรูปธรรม
หลักการพิสูจน์เรื่องรูปธรรม สามารถ ถ่ายทอด สื่อสาร อธิบายกันได้ด้วย
สัญลักษณ์ ภาษา การสื่อสารต่างๆ เพราะใช้อาการคิดเทียบเคียงเป็นเกณฑ์

แต่เรื่องนามธรรม ต่างออกไปมาก เพราะใช้อาการรู้เป็นเกณฑ์
คนเราจะยกประสบการณ์ที่ไปรู้รสเกลือ เพื่อให้คนที่ไม่เคยกินรสเค็มเข้าใจตาม ก็ย่อมทำไม่ได้
จะถ่ายทอด สื่อสาร อธิบายกันได้ด้วย สัญลักษณ์ ภาษา การสื่อสารต่างๆ โดยใช้อาการคิดเป็นเกณฑ์มันต่อกันไม่ติด

หลักการพิสูจน์เรื่องนามธรรม ต้องฝึกเองทำเองจนรู้ประสบการณ์เอง
จึงจะมาเทียบเคียงอาการ และนิยามภาษาจนคุยกันเข้าใจได้ในภายหลัง

ดังนั้น การพยายามเอาเรื่องรูปธรรม แนววิทยาศาสตร์ไปวัดผลตัดสินเรื่องนามธรรม จึงผิดฝาผิดตัวไปมาก
แต่ในส่วนของหลักการทดสอบ เช่นตั้งสมมุติฐาน การทดลองทำ การระมัดระวังตัวแปร
องค์ประกอบต่างๆก็ไกล้เคียงกันอยู่นะครับ

สิ่งที่ขัดใจนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ก็คือเรื่องที่ต้องทำเองรู้เองนี่หละ...
เพราะนักวิทยาศาสตร์ยึดติดกับวิธีการที่ต้อง ถ่ายทอดเป็นสัญลักษณ์ได้ ให้คนอื่นคิดตามได้
คือยึดติดเคยชินกับอาการคิด จนถือเอาเป็นมาตรฐานในทุกเรื่อง
ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์อาการรู้ ที่ต่างไปจากเดิมมากๆ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกทางจิตให้ถูกวิธี

พอมาคุยกันก็เลยออกทะเล
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่