[มาร่วมแชร์ประสบการณ์]ใครที่เรียนมหา'ลัยโดยไม่มีพี่รหัส แต่อยู่รอดจนจบการศึกษาบ้างคะ?

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะตัวจขกท.เองตอนนี้กำลังขึ้นชั้นปีที่2นะคะ ที่ตั้งกระทู้นี้ไม่ได้ตั้งมาล่อเป้าเนาะ 5555555 แต่เห็นว่าหลายๆมหาวิทยาลัยก็กำลังจะเปิดภาคเรียนกันแล้ว(ซึ่งก็เห็นมีการรับน้องกันบ้างแล้วในบางมอ)
     ทีนี้ส่วนตัวจขกท.ก็มีรุ่นน้องเนาะ แล้วเห็นบางคนกลัวจะไม่มีพี่รหัสบ้าง กลัวพี่ไม่ยอมรับบ้าง หรือบางคนก็ไม่อยากมีแต่ถ้าไม่ทำตามก็กลัวจะโดนแบน ฯลฯ ซึ่งน้องบางคนก็มีมาถามว่าต้องทำอะไรบ้าง มันน่ากลัวไหม ประมาณนี้
     โดยส่วนตัวของจขกท.เองก็เข้ากิจกรรมรับน้องของมหา'ลัย,คณะ,สาขา เข้าร่วมบูมของมหา'ลัย,สาขา(คณะไม่ได้เข้าเพราะป่วยแล้วอาการทรุด) เข้าร่วมกิจกรรมเฟรชชี่(เป็นเอ็กซ์ตร้าการแสดงของสาขา) รวมถึงกิจกรรมยิบย่อยอื่นๆก็เข้าตามปกติ

     มาถึงจุดพีคคือการจับพี่เทค และพี่รหัส ในส่วนของจขกท.เองมีพี่เทคค่ะ มีด้วยกัน2คนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ และแน่นอนการที่พี่จะยอมรับเราเป็นน้องเทคนั้นก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น อัดคลิปเต้นตลกๆ เป็นต้น ของจขกท.พี่ให้แต่งหน้าตลกตามใจเรา แต่จขกท.ก็ไม่ได้แต่งตลกอะไรหรอกค่ะ ออกมาแนวแบ้วๆแมวเหมียวซะมากกว่า 5555555 เสร็จแล้วก็โพสหน้าเฟสแนะนำตัว เเท็กพี่เทค ก็มาดูว่าพี่เค้าจะรับเราไหม และแน่นอน ด้วยความซื่อๆใสๆพี่ก็รับเราเป็นน้องอยากง่ายดาย แต่จะมีแค่คนเดียวที่ยังติดต่อกัน
เรื่อยๆ ให้คำปรึกษาได้ตลอด ส่วนอีกคนก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆจนตอนนี้ยังไม่เคยเห็นหน้าเต็มๆสักที
     พี่เทคผ่านไป พี่รหัสก็ตามมา... หลังจากบูมสาขาเสร็จก็จะได้จับพี่รหัส ว่าจะได้พี่คนไหน อยู่สายอะไร ประมาณนี้ จขกท.ก็จับค่ะ ได้พี่คนนึงเป็นผู้หญิง ซึ่งไม่เคยเจอไม่เคยเห็นหน้าอีกเช่นเคย อาจจะเพราะพี่เค้าไม่ได้มาร่วมกิจกรรมกับน้องเราเลยไม่คุ้น คือไม่คุ้นจริงๆนะ ที่กล้าพูดว่าไม่คุ้นเพราะสาขาเราคนก็ไม่ได้เยอะ น้อยลงตามชั้นปีด้วยซ้ำ จนแบบคิดว่าพี่คนนี้ก็อยู่สาขาเดียวกันเหรอ? ทีนี้เราก็หาตัวว่าพี่เป็นใครค่ะ แล้วก็ทักไปแสดงตัวว่าหนูเนี่ยจับพี่ได้เป็นพี่รหัสนะคะ ก็แนะนำตัวกันไป
     ตามธรรมเนียมเช่นเคย พี่ก็จะให้โจทย์เรามาว่าอยากให้เราทำอะไรถึงจะรับเราเป็นน้อง แต่พี่เค้าก็ถามเราก่อนนะว่าน้องอยากทำอะไรเป็นพิเศษไหม เราก็คิดว่าเอ้ออย่างน้อยเราก็จะได้ขอพี่ว่าอยากทำอะไร ไม่อยากทำอะไร เราก็บอกไปค่ะว่า "ให้ทำอะไรก็ได้ค่ะ แต่หนูไม่ขอเต้น ไม่ขอลิปซิ้ง เพราะหนูไม่ถนัดด้านนี้จริงๆค่ะ" ทีนี้พี่อ่านปุ้บเงียบไปสักพัก ก็ถามกลับมาว่า
พี่ : แล้วพี่เทคให้น้องทำอะไรคะ
เรา : แต่งหน้าค่ะ *พร้อมแนบรูป*
พี่ : พี่จะให้น้องอัดคลิปเต้นตลกๆนะคะ ให้เวลาถึง...(อันนี้จำไม่ได้)
เรา : (เริ่มตะขิดตะขวงใจว่า เอ๊ะ แล้วที่เราเสนอสิ่งที่เราไม่อยากทำไปหล่ะ แล้วจะถามเพื่อ?)
เรา : พี่คะหนูไม่ขอเต้นได้ไหม หนูไม่ถนัดจริงๆ ขออย่างอื่นได้ไหมคะ(พยายามประนีประนอมขอความเมตตา)
พี่ : ไม่ได้ค่ะ ปีพี่พี่ก็ทำไม่เห็นเป็นอะไร พี่ก็ผ่านมาแล้ว ใครๆเค้าก็ทำกัน
เรา : ค่ะ
     พอคุยจบเราก็เริ่มมาคิดแล้วว่า ใครๆเค้าก็ทำกันนี่มันต้องทำกันทุกคนเลยเหรอ? ก็ไม่รู้จะพึ่งใครจนมีความคิดผุดขึ้นมาว่า "ถ้ามันยากขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีแ_ง" ก็เลยตัดสินใจปรึกษาพี่เทค พี่ก็แนะนำมาพอสมควร ว่าคิดดีแล้วเหรอที่จะไม่มีสายรหัส ไม่กลัวจะมีผลเสียตามมาใช่ไหม? เราก็ยืนยันอย่างหนักเเน่นเลยค่ะว่า "หนูพร้อมที่จะรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น" และก็ให้เหตุผลไปว่าเพราะอะไรเราถึงไม่อยากมีสายรหัส มันอาจจะดูงี่เง่า เอาแต่ใจ แต่ในตอนนั้นคิดแค่ว่า ก็นี่มันใจเรา ตัวเรา เราไม่อยากทำเราก็บอก แต่ทำไมดูเหมือนคุยไม่รู้เรื่อง แล้วเหตุผลอะไรที่เราต้องฝืนใจตัวเอง? พี่เทคก็ทำความเข้าใจกับปัญหาของเราสักพักนึงก็เลยยื่นมือเข้ามาช่วย โดยการจะไปคุยกับว่าที่พี่รหัสให้ เราก็ยอมแต่โดยดี ผ่านไปสักอาทิตย์นึงได้ พี่เทคก็มาพร้อมคำตอบที่ว่า พี่คนนั้นเข้าใจในปัญหาของน้อง และไม่ข้องใจอะไร
     คือตอนนั้นแบบโล่งมากกกกกกกกกก เหมือนยกภูเขาสามร้อยยอดออกจากอกอ่ะ แล้วต่างคนก็ต่างหายไปจากระบบชีวิตของกันและกัน
     อย่างที่เคยมีหลายคนมาถาม หรือหลายคนกังวล กลัวว่าถ้าไม่มีพี่รหัสจะใช้ชีวิตยาก กลัวโดนแบน นู่นนี่นั่น บอกเลยค่ะว่าเราไม่เคยมีปัญหาเลย เรียนก็ปกติ เพื่อนก็คุยปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างที่เราเห็นเพื่อนบางคนมีพี่รหัสก็ไม่เห็นจะต่างกับตอนที่ไม่มี...

     นี่ก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งของเราที่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ และอยากจะชวนเพื่อนๆพี่ๆมาร่วมแชร์ประสบการณ์กันบ้างค่ะ😊
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่