คนสองคน กับไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน จะไปกันรอดจริงๆมั้ยครับ

ผมมีแฟนเป็นผู้ชายครับ เราคบกันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็คุยกันมา 3-4 เดือนก่อนแล้วครับก่อนจะตัดสินใจเป็นแฟนกัน

แฟนเป็นคนที่มีทัศนะคติดีครับ เป็นคนขี้อายนิดๆ พูดน้อย ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเสน่ห์ที่น่ารักมากเลยอะครับ ส่วนผมก็เป็นคนพูดเก่ง พูดมากซะงั้นครับ 5555 นั่นก็เป็นสาเหตุที่ผมตัดสินใจขอเค้าเป็นแฟนครับ

ทีนี้ปัญหามาอยู่ตรงนี้แหละครับ หลังจากที่เริ่มมีแฟนเป็นตัวเป็นตนผมก็อยากจะพาไปรู้จักเพื่อนผมเป็นธรรมดา แต่เขาเป็นคนขี้อายครับ ผมรู้ตรงนี้ก็พาไปรู้จักเฉพาะกลุ่มเล็กๆ โดยตอนแรกพาไปรู้จักเพื่อนสนิทแค่คนเดียวเลยครับ ซึ่งก็เหมือนจะโอเคอยู่นะ ผมเลยอยากให้เพื่อนรู้จักมากขึ้น เลยนัดไปกับเพื่อนสนิทกลุ่มเดิมประมาณ 4 คน (มีคนแรกอยู่ด้วย) เขาปฏิเสธ ครับ โดยเขาก็อ้างๆว่า เขาต้องแก้งานที่บ้าน ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เข้าใจเขา

ซึ่งช่วงหกเดือนที่ผ่านมา นอกจากเพื่อนคนแรกแล้วผมก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในการพาเขาไปรู้จักเพื่อนผมเลย ส่วนเพื่อนฝั่งเขาผมก็ไม่เคยรู้จักแม้แต่คนเดียว เพราะเขาบอกผมว่า เขาไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไร แต่ในทางกลับกันผมกลับเป็นคนที่เพื่อนเยอะมาก ตรงนี้ผมก็เลยพอเข้าใจว่าสไตล์การเข้าสังคมของผมกับเขาอาจจะต่างกัน

ปัญหาอย่างที่สองคือ เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดอะไร เรื่องหนึ่งที่เคยทะเลาะกันแล้วผมงอนไปเกือบอาทิตย์คือ เรานัดจะไปเที่ยว ตจว กัน ไปเช้าเย็นกลับ หาอาหารทะเลกิน เดินเล่น อะไรงี้ คือผมรู้ว่าเขาเป็นคนไม่ชอบนอนที่อื่น ผมเลยแก้ปัญหาว่าเราไปกันเช้าเย็นกลับก็ได้ เขาตกลง ซึ่งผมนัดก่อนล่วงหน้ามาแล้วสองเดือน แต่สุดท้ายเขามาแคนเซิ่ลในวันที่จะไปตอนเช้า ซึ่งนั่นทำให้ผมหงุดหงิดมาก งอนเขาไปเป็นอาทิตย์ แล้วผมมารู้ทีหลังว่าความจริงไม่ใช่อะไรหรอก เขาไม่อยากไปแต่แรก แต่เขาไม่กล้าพูด....

ปัญหานี้ผมก็พอรู้จากนิสัยเค้าอยู่แล้ว เพราะบางทีเขาชอบมาบ่นเรื่องออฟฟิซให้ผมฟัง บางปัญหาผมก็มองว่า ทำไมไม่พูดอธิบายให้เค้าเข้าใจไปเลย มันแก้ได้ในที่เกิดเหตุทันที แต่เค้าก็ไม่ทำ เพราะหลักๆคือเค้าไม่กล้าพูดอะแหละ ขนาดเวลาไปกินข้าว ถามว่าอยากกินอะไร เค้าจะชอบวกกลับมาที่ผมว่า...ก็ตามใจผมละกัน ซึ่งช่วงแรกผมก็จะชอบพูดตรงๆเลยว่าอยากกินนู่นนั่นนี่ จนหลังๆ ผมรู้สึกว่า คบกันมาตั้งนานผมยังไม่รู้เลยว่าเขาชอบกินอะไร จนผมต้องบอกว่า ถ้าพี่ไม่เลือก เราก็ไม่ต้องกิน ปล่อยหิวนี่แหละ

ปัญหาที่สามคือเค้ามีนิสัยเด็กมากไปจนเกินเหตุ ผมเคลียร์เลยว่าบางทีนิสัยเด็กมันก็น่ารักดีครับ ยิ่งอายุ 30 บวก ทำตัวเด็กๆ ง้องแง้งๆ ผมว่ามันตลกน่ารักดี แต่คำว่าเด็กของผมหมายถึง.... ผมเคยชวนเค้าไปเที่ยว ตจว ช่วงสงกรานต์ กะว่าไปแค่ใกล้ๆครับ เค้าปฏิเสธเพราะบอกว่า แม่ไม่ให้ไป ผมตกใจบอก....พี่อายุ 30 ละนะ!!! แต่บางคนอาจจะคิดว่าแม่เค้าห่วงความปลอดภัยอะไรหรือเปล่า ผมก็เห็นด้วยอยู่ครับ แต่นี่มัน 30 แล้วไง โตแล้ว ดูแลตัวมีเงินเดือนเลี้ยงพ่อแม่แล้ว บางทีจะทำอะไรก็ต้องผ่านความคิดเห็นแม่เขา ซึ่งผมมองว่าบางเรื่องมันน่าจะมีอำนาจตัดสินใจได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ทำไมต้องไปถึงแม่ แล้วถ้าแม่เขาบอกไม่ เขาก็จะไม่ ซึ่งผมก็แอบปวดหัวกับเรื่องนี้ไม่น้อย

ปัญหาสุดท้ายคือ เค้าหลอกผมมาว่าไลฟ์สไตล์เค้าคล้ายผม แต่ความจริงคือมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวมากๆ  เช่น ผมจะชอบกินเหล้าสังสรรค์กับเพื่อนครับ ส่วนใหญ่ก็เดือนละสองครั้งครับ เค้าบอกผมตอนแรกว่าเค้าชอบกินเหล้านะ ผมเลยคิดว่าการไปเดทกัน กินเบียร์อะไรก็คงเป็นอีกสไตล์ที่น่ารักมั้ง แต่ความจริงคือเค้าไม่ชอบกิน ไม่ค่อยชอบให้ผมกินด้วย ซึ่งผมไม่ค่อยโอเค เพราะผมบอกเรื่องนี้กับเค้าตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

อีกเรื่องเช่น ผมเป็นคนชอบออกไปไหนมาไหน เสาร์อาทิตย์ ชอบออกไปเล่นบอร์ดเกมกะเพื่อน ออกไปฟิตเนส ออกไปดูหนัง อะไรงี้ เค้าบอกผมว่า เค้าก็ทำมั่ง บางทีก็อยู่บ้าน พอผมรู้ตรงนี้ ผมก็พยายามปรับให้ตรงกับเค้าคือ บางอาทิตย์ก็ชวน บางอาทิตย์ก็ไม่ชวน เค้าจะได้อยู่บ้านบ้าง ออกมากับผมมั่ง แต่ความเป็นจริงคือ เค้าไม่ชอบการออกจากบ้านเลย เค้าชอบนอนเฉยๆอยู่บ้านมากกว่า พอเวลาผมชวน เค้าก็ออกมาบางครั้ง ซึ่งก็ดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร จะเต็มใจก็คือ ถ้าผมชวนดูหนัง แล้วบังเอิญเค้าอยากดูเรื่องนั้นพอดี

นอกจากนั้นเวลาเจอกันของผมกับเขาคือน้อยมาก บ้านก็ไกลกันมาก ที่ทำงานก็ไกลกันมาก เจอกันได้เดือนละ 3-4 ครั้ง ทั้งๆที่อยู่ใน กทม ด้วยกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมหนักใจนิดๆ แม้จะคุยไลน์กันทุกวัน โทรคุยกันอาทิตย์ละสามครั้งได้

ถามว่าเค้าเป็นคนดีมั้ย....เค้าเป็นคนดีครับ ผมก็รักเค้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็พยายามแก้ปัญหา จนตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง เพราะเขามองว่านั่นไม่ใช่ปัญหาด้วยซ้ำ เพราะเอาเข้าจริงเค้าไม่คิดว่าการเบี้ยวนัดผมในวันนั้นคือสิ่งที่ผิดขนาดนั้น หรือการฟังแม่ในทุกๆเรื่องก็คือสิ่งที่เด็กดีต้องทำ หรือการรู้จักเพื่อนของอีกฝั่งก็ดูไม่มีความจำเป็น

เพื่อนๆพันทิปคิดว่ายังไงกันบ้างหรอครับ???
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 33
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นมากๆเลยนะครับ...ขอบคุณสำหรับคำแนะนำจริงๆ มีประโยชน์และทำให้ผมได้เอาไปคิดต่อ อย่างที่ทุกคนบอก ไม่มีอะไรเป็นสูตรตายตัว ผมแค่ต้องหาวิธีที่เหมาะกับคู่ของผมเท่านั้นเองครับ เรื่องแฟนผมประสบการณ์น้อยครับ นี่เป็นแฟนคนที่สอง และเป็นคนแรกที่เป็นคนไทยด้วยครับ 5555

ที่ต้องขอบคุณจริงๆ คือ อย่างที่ผมบอกว่าผมเป็นคนกิจกรรมจ๋า สังคมเยอะเพื่อนเยอะ ซึ่งถ้าตามที่คุณ ต้น หมีน้อย (คห. ที่ 28) ผมกับเพื่อนก็น่าจะเบี่ยงไปทาง Extrovert ซะเยอะ ผมก็เลยอาจจะไม่เข้าใจจริงๆว่าคนที่ไปทาง Introvert เค้าคิดกันยังไง ซึ่งหลายความเห็นในนี้ก็ช่วยผมได้เยอะเลยครับ ผมก็พอจะเข้าใจในระดับนึงแล้ว

แล้วจากนี้ไปจะทำไงต่อ?? ก็คงจะต้องเริ่มคุยกับเค้าอย่างจริงจังก่อนครับ ผมพร้อมจะจูนให้ตรงกับเค้ามาตลอดครับ แต่ผมก็อยากที่จะให้เค้าจูนให้ตรงกับผมด้วย คือเราจะจูนกันคนละหน่อยครับ ไม่จูนกันจนสูญเสียความเป็นตัวเองครับ ส่วนเรื่องจะเลิก เอาจริงมันเคยมีแวบๆอยู่นะ แต่พอหลายความเห็นบอกว่ามันเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ ผมก็เลยคิดว่า ก็ลองดูหน่อยละกัน ไม่เสียหายนี่ แล้วผมก็เต็มใจที่จะทำให้คู่ของผมอยู่ไปนานๆครับ

สุดท้ายก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกความเห็นครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 28
แฟนคุณเป็น Introvert และคุณเป็น Extrovert ครับ

ก่อนอื่นมาเข้าใจคนประเภท Introvert ก่อนดีกว่านะครับ
1. คนประเภทนี้ จะรักสันโดษ ชอบอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่
จะมีปัญหาในการเข้าสังคมค่อนข้างมาก
(บางทีก็ออกมาในรูปของคนขี้อายแบบแฟนจขกท.ก็ได้นะครับ)

บางคนอาจจะชอบอยู่คนเดียว คิดคนเดียว ไม่อยากอยู่กับเรา ทั้งๆที่เป็นแฟนกัน
จริงๆเขาไม่ได้มีอะไรนะครับ เพียงแต่เขาต้องการ space คนเดียวเงียบๆ
บางทีก็ไม่กี่ชั่วโมง แต่บางครั้งก็เป็นวัน คนเป็นหนักๆก็ 2-3 วันก็มีครับ

ดังนั้น เราควรเข้าใจและเคารพความเป็นส่วนตัวเขามากๆ อย่าไปเรียกร้องเวลาที่เขาบอกว่าอยากอยู่คนเดียว
จริงๆเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรานะครับ เขายังรักเราเหมือนเดิม
แต่เขาอยากจะชาร์จพลังงานชีวิต พลังงานหัวใจ โดยการอยู่เงียบๆครุ่นคิดคนเดียว
(เหมือนคน Extrovert จะรู้สึกดี รู้สึกชาร์จพลังตอนได้เจอคนเยอะๆ แบบนั้นแหละครับ)

ส่วนใหญ่ที่ทะเลาะกัน จะเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ Nature ของเขามากกว่า
ว่าทำไมต้องเงียบทำไมต้องอยู่คนเดียว เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ พื้นที่ส่วนตัวก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ
เวลาที่เขาขออยู่เงียบๆ เราต้องเข้าใจเขา และอย่าไปกวนไปเร้าหรือเด็ดขาด ไม่งั้นทะเลาะกันแน่ๆ

บอกเลยนะครับว่า Introvert person เขาไม่ได้คิดแบบเราครับ
การที่เขาอยู่กับคนอื่น เหมือนเขากำลังสูบพลังงานชีวิต เหมือนเขาต้องคิดตลอดเวลา
เพราะพวกเขาคิดเยอะ แค่ขยับตัวสามวิ เขาก็ต้องคิดก่อน จะพูดอะไรก็คิดก่อน
ไม่เหมือนตอนที่พวกเขาอยู่คนเดียว จะทำอะไรก็ได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลกับท่าทีของอีกฝ่าย
แบบนี้ครับ


2. เขาจะทำอะไรช้าๆ เพราะว่าการประมวลผลในสมองเขาจะค่อนข้างนาน
ดังนั้น การที่จะนัดเขาไปไหน ต้องบอกล่วงหน้า เขาจะคิดเยอะ จนบางทีเรารำคาญไปเลยก็มี


3. เขาจะเป็นคนเพื่อนน้อย เพราะว่าการเข้าสังคมเขาค่อนข้างแย่ครับ
ไม่ได้หมายความว่าเขาเข้าสังคมไม่ได้นะครับ แต่ให้กลับไปอ่านข้อ 1 ใหม่
จะเข้าใจว่า เขาไปได้ แต่การเจอคนอื่นมันสูบพลังงานชีวิตของเขา
พอเขากลับมา เขาจะเหมือนคนถ่านหมดอะครับ ปิดตัวเองทุกอย่างเหมือนคนใกล้ตายยังไงยังงั้น


อยากให้ จขกท.เข้าใจคนประเภทนี้ให้มากขึ้นครับ
ผมเคยคุยกับคนที่เป็น Introvert ขั้นหนักหนาสาหัสมาก่อน เลยพอจะรู้ว่าแฟนของคุณเป็นคนประเภทเดียวกัน
สิ่งที่เขาอยากได้จากเรามากที่สุดจริงๆไม่ใช่ความรักนะครับ แต่เป็นความเข้าใจ
หาก จขกท.อยากรักษาเค้าไว้ จะต้องเข้าใจ nature ของเขาจริงๆ
ไม่ใช่เรียกร้องเอา โดยใช้มาตรฐานของตัวเองตัดสินอะครับ

รูปข้างล่างนี้พอจะบอกได้คร่าวๆว่าควรปฏิบัติตัวกับเขายังไงนะครับ
ไม่จำเป็นต้องครบทุกข้อหรอก ก็แค่บางข้อได้ อยู่ที่จขกท.ไปตกลงกับแฟนครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่