คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
แล้วคุณเก็บของกลับบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วยัง หรือยังอยู่ที่เดิมกับแฟน
like dissolves like ครับ สิ่งที่เหมือนกันย่อมละลายในกันและกัน
เข้าใจนะ
like dissolves like ครับ สิ่งที่เหมือนกันย่อมละลายในกันและกัน
เข้าใจนะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
ตอนนี้ปัญหาใหญ่มันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะเกย์ไม่เกย์แล้วครับ ตอนแรกก็อยากจะแนะนำว่าเขาอาจจะเป็นเพื่อนที่ถูกชะตากันก็ได้อ่ะครับ แต่ถึงขนาดเห็นเพื่อนสำคัญกว่าแฟนถึงขั้นไล่ออกจากบ้านนี่ต่อให้ไม่เกย์ก็ไม่ควรจะทนอยู่ด้วยแล้วครับ ถ้ากล้าเอ่ยปากออกมาแบบนั้น คุณคงแทบจะไม่เหลือหรือไม่เหลือความสำคัญกับชีวิตเขาแล้วครับ อย่าเอาเวลา 5 ปีมาทำลายปัจจุบันและอนาคตของตัวเองเลย ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึก แต่การใช้ชีวิต 'เหตุผล' เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ แค่รักอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข คุณก็เห็นชัดเจนแล้วตอนนี้...
คุณแก่ขึ้นทุกวัน เวลาหาความสุขของคุณก็เหลือน้อยลงทุกวัน คุณยังเหลือเวลาใช้ชีวิตอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าน้อยลงทุกวันครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลืออยู่มันมีค่ากว่า 5 ปีที่ผ่านไปแล้วแน่นอน อย่าพยายามสะกดจิตตัวเองว่าคน ๆ นี้ ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เขาอาจจะ "เคยเป็น" แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแล้วครับ มองโลกตามความเป็นจริงให้ได้ครับ...
ผมคงไม่ยุให้เลิกหรือส่งเสริมให้คบต่อ เพราะรายละเอียดมันคงมีอะไรเยอะกว่าที่เล่ามามาก เพราะคบกันมาถีง 5 ปี และสุดท้ายคุณก็คือคนที่จะตัดสินใจเอง แต่ถ้าเป็นผม ๆ จะไม่ทนอยู่ในที่ ๆ เราไม่มีเกียรติ ไม่มีคุณค่า ผมจะไม่ทนอยู่ในที่ ๆ ผมอยู่แล้วไม่มีความสุขครับ ถ้าอยู่ก็เจ็บไปก็เจ็บ ผมเลือกไปดีกว่า เพราะหลังจากนั้นความสุขความทุกข์มันจะขึ้นอยู่กับตัวของเราเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่นเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ ลองหาเหตุผลให้ตัวเองดูครับว่าทำไมถึงควรจะทนอยู่และทำไมถึงควรจะไป แล้วก็ชั่งน้ำหนักเอาเองครับ เลือกทางเดินของชีวิตเอง...
คุณแก่ขึ้นทุกวัน เวลาหาความสุขของคุณก็เหลือน้อยลงทุกวัน คุณยังเหลือเวลาใช้ชีวิตอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าน้อยลงทุกวันครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลืออยู่มันมีค่ากว่า 5 ปีที่ผ่านไปแล้วแน่นอน อย่าพยายามสะกดจิตตัวเองว่าคน ๆ นี้ ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เขาอาจจะ "เคยเป็น" แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแล้วครับ มองโลกตามความเป็นจริงให้ได้ครับ...
ผมคงไม่ยุให้เลิกหรือส่งเสริมให้คบต่อ เพราะรายละเอียดมันคงมีอะไรเยอะกว่าที่เล่ามามาก เพราะคบกันมาถีง 5 ปี และสุดท้ายคุณก็คือคนที่จะตัดสินใจเอง แต่ถ้าเป็นผม ๆ จะไม่ทนอยู่ในที่ ๆ เราไม่มีเกียรติ ไม่มีคุณค่า ผมจะไม่ทนอยู่ในที่ ๆ ผมอยู่แล้วไม่มีความสุขครับ ถ้าอยู่ก็เจ็บไปก็เจ็บ ผมเลือกไปดีกว่า เพราะหลังจากนั้นความสุขความทุกข์มันจะขึ้นอยู่กับตัวของเราเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่นเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ ลองหาเหตุผลให้ตัวเองดูครับว่าทำไมถึงควรจะทนอยู่และทำไมถึงควรจะไป แล้วก็ชั่งน้ำหนักเอาเองครับ เลือกทางเดินของชีวิตเอง...
หวานหยดย้อย ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3659681 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 724903 ถูกใจ, แล้วมันก็ผ่านไป ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3576636 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1421289 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1683664 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1230096 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3630420 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3119131 ถูกใจรวมถึงอีก 63 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
แฟนโดนหัวหน้าที่ทำงาน เป็นผู้ชายเหมือนกัน โทรหาทุกวัน 24/7 มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างคะ??
เรื่องมีอยู่ว่า...
คบกับแฟนคนนี้มาเกือบ 5 ปีแล้ว เขาเป็นผู้ชายโลกสวย คิดถึงคนในแง่ดีตลอด เป็นประเภทสัตว์กินพืช
จนกระทั่งวันนึงแฟนเปลี่ยนมาทำงานใหม่ที่บริษัท IT แห่งหนึ่งแถวย่านน้ำท่วม และได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งทำงานเป็นหัวหน้า คล้ายๆกับตำแหน่ง Project Manager อายุประมาณ 35-40 ปี
ช่วงแรกๆเราก็ไม่ได้อะไร เข้าใจว่างานโปรแกรมเมอร์มันต้องมีโทรคุยปรึกษางานกันบ้าง เพราะต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน เพราะที่บริษัทเก่าของเขาที่ผ่านมา เราก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลย เคยมีบ่นบ้างว่าทำแต่งาน แต่เราเป็นคนนิสัยบ่นแล้วก็จบ ไม่ร่ำไร
แต่ปัญหาคือ....
หัวหน้าผู้ชายคนนี้ ขอสมมติว่าชื่อ K นะคะ
ช่วง 1-2 เดือนแรก ก็ทำตัวปกติค่ะ เขาจะโทรมาถามแค่เรื่องงานว่า ตรงนี้เป็นไงบ้าง ตรงนี้ติดปัญหานะ มันแสดงผลไม่ได้ ตรงนี้เสร็จยัง บลาๆๆๆ (ภาษาโปรแกรมเมอร์เขาก็จะมีของเขา อันนี้เราก็จำไม่ค่อยได้) เราก็ปล่อยผ่านๆ แต่ก็เริ่มจับสังเกตว่า เขาเริ่มมีโทรมาทุกวัน บางทีโทรเบอร์ไม่ติด ก็โทรจิกในไลน์ พอเมื่อไม่รับสายทั้ง2ทาง เขาก็จะทักไลน์ด้วยการเรียกชื่อแฟนเราคำเดียว แล้วก็เงียบ.... รอจนกว่าแฟนเราจะทักกลับ
แต่พอพ้นช่วง 2 เดือน ประมาณธันวา 59
จากที่ K หมั่นโทรมาหาตอนช่วง 4-5 ทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงแฟนเรานั่งปั่นงาน เขาก็เริ่มลามโทรมาหาตอนหลังเลิกงาน อย่างเช่น แฟนเราเลิกงาน 6 โมงเย็น ใช้เวลากลับถึงบ้าน 20 นาที พอถึง6โมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาถามแฟนเราว่า "ถึงบ้านยัง" "เปนไงบ้าง พี่ยังไม่ถึงบ้านเลย รถติดมาก Pกลับบ้านยังไงอ่ะ กินข้าวยัง" เป็นแบบนี้ทุกวัน คล้ายกับโทรมาเช็คว่าแฟนเรากลับบ้านยัง? ตอนนั้นเราก็เริ่มรำคาญแล้วว่า "เห้ย จำเป็นต้องห่วงขนาดนี้มั้ย? โทรหาลูกเมียคุณก่อนมั้ยคะ?" อันนี้คิดเฉยๆค่ะซึ่งเดาว่าเขาคงยังไม่แต่งงาน แต่เขาบอกแฟนเราว่าเขาแต่งงานแล้ว เราก็เลยคุยๆกับแฟนว่า สนิทกันขนาดนั้นเลยหรอ ถึงต้องโทรมาเช้คเวลากลับบ้านเนี่ย แฟนเราก็บอกไม่รู้ เขาโทรมาเอง... โทรเช็คกลับบ้านไม่พอ ตอนเช้าก่อนไปทำงาน K ก็จะโทรหาแฟนเราว่า ออกมายัง? ไปทำงานยังไง? จะมาทำงานกี่โมง? ทั้งๆที่เวลาเข้างานคือ 9 โมง แต่นางโทรมาหาแฟนเราตอน 7 โมงครึ่ง-8โมง บางทีไม่ได้โทร ก็ไลน์คุยกันประโยคแบบนี้แหละทุกเช้า.... ตอนนั้นเราเองทำไรไม่ได้ค่ะ ก็อยู่แบบนี้มาเดือนกว่าๆ
กระทั่งวันเสาร์-อาทิตย์ เขาก็เริ่มโทรมาหาแฟนเราบ่อยขึ้น กลายเป็น 3-4ครั้งต่อวัน โทรมาถามว่ากินข้าวยัง? ตอนนี้อยู่ที่ไหน? อยู่กับแฟนหรอ? แต่ก็คุยกันต่อนะเออ...... ครั้งนึงเราเคยเอาหูไปแนบโทรศัพท์เวลาแฟนเราคุย คือนอกจากเรื่องงานที่พูดไม่ถึง 3 นาที นอกนั้นเป็นเรื่องนินทาของคนในบริษัททั้งหมด พอเราเริ่มชักสีหน้าว่าไม่พอใจ แฟนเราก็จะออกไปคุยที่นอกระเบียงห้อง บางวัน K เลิกงานก็อาสาขับรถมาส่งแฟนเราที่ซอยข้างคอนโด บางทีก็ชวนกลับบ้านด้วยกัน
ทำไรไม่ได้ค่ะ.... ก็อยู่แบบนี้ต่อไป เรา3คน
พอถึงช่วงปลายๆมกรา 60
เป็นช่วงที้เราเหลืออดเต็มที บันทึกการโทรของเขามีแต่เบอร์ K ทั้งเข้า-ออก แต่เบอร์เราไม่มี บางทีเขาอ้างเราว่าไม่ว่างโทรหาเรา แต่ช่วงเวลานั้นเขาโทรคุยกับ K หรือไลน์คุยกันซึ่งไม่ใช่เรื่องงานเลย เรากับแฟนแทบไม่ได้คุยกันแล้วค่ะ ไลน์หากันวันละประโยคแค่ว่า "กินข้าวยัง" แล้วก็เงียบยาวไปเลย
ยิ่งช่วงที่มีงานเลี้ยงปีใหม่บริษัท ซึ่งจัดงานที่โรงแรม แฟนเราออกไปตั้งแต่5โมงเย็นค่ะ แล้วก็ไม่โทรมาบอกเราว่าถึงที่แล้ว หรืออะไรยังไงเลย และเราก็ไม่ได้โทรหาเขาด้วยเพราะเห็นว่าเป็นงานเลี้ยงพนักงาน อยากให้สนุก จน3ทุ่มกว่า เขาไม่ติดต่อเรามาเลย ไลน์ไปก็ไม่อ่าน เราเลยโทรหาเขา เขาไม่รับสายอยู่ชั่วโมงกว่า จน4ทุ่มกว่าๆเขาโทรกลับมาบอกว่า กำลังจะกลับแล้ว เราก็โอเคๆไม่ว่าไร ยังบอกให้เขานั่งรถกลับดีๆอยู่เลย จนเลยเที่ยงคืนเขาก็ยังไม่มา เราก็โทรหาอีกและเขารับ เลยถามว่าไหนบอกกำลังจะกลับ แฟนเราก็บอกว่ายังไม่ได้กลับ จนเกือบตี2 แฟนโทรบอกเราว่าขึ้นแท้กซี่แล้ว จนมาถึงห้อง เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะ K โทรหาแฟนเราทันทีเลย ถามว่ากลับถึงห้องยัง และก็คุยโทรศัพท์กันอยู่เกือบ 5 นาที เราก็ได้แต่นั่งมองว่าเมื่อไรจะคุยเสร็จ ตอนนี้แหละเราเริ่มเอ่ะใจแล้วว่า K เขา take care ลูกน้องคนอื่นแบบนี้บ้างมั้ย ถ้าเขาเอาเวลาโทรหาแฟนเราตลอดแบบนี้???
ก็อยู่แบบนี้ทุกวันค่ะ อะไรก็ K K K มาก่อนตลอด
ขนาดมีครั้งนึง K ไปญี่ปุ่น นางก็ยังกล้าไลน์มาหาแฟนเราตอนตี 4 เพื่อบอกว่าที่นั่นฝนตก.... เฉยๆแค่นี้ เราสงสัยมาก เขาไม่มีใครให้คุยด้วยหรอ?
จนพอถึงวันเสาร์วันนึงเดือนนั้นแหละ K โทรหาแฟนเราอีกละ เม้าเรื่องคนในบริษัท และแฟนเราก็ออกรสคุยสนุกมาก เราโมโหมากเลยตะโกนลั่นห้องเลยว่า "จะโทรมาทำเ-ี้ยอะไรนักหนาวะ? พ่อแม่ลูกเมียเมิงไม่มีใครให้คุยด้วยหรอวะ? เกรงใจคนอื่นเป็นมั้ย ไอ้-่า!!!"
ตอนนั้นเราโกรธจนเลือดขึ้นหน้าเลยค่ะ แต่แฟนเราแทนที่จะวางสาย เขากลับเดินหนีออกไปคุยนอกระเบียง(อีกแล้ว) เราก็นั่งร้องไห้ค่ะ พอแฟนคุยเสร็จ เขาก็เดินมาด่าเราว่า "ทำไมทำแบบนี้ ทำไมไม่เกรงใจหัวหน้าเราเลย" เราเลยสวนว่า "แล้วไอ้ K มันเคยเกรงใจเวลาส่วนตัวเราบ้างมั้ย โทรมาก็ไม่คุยเรื่องงาน โทรมาทำไมทุกวันวะ?" แฟนเราก็ไม่ตอบค่ะ เขาก็โมโหกลับ บอกให้เราเก็บของออกจากห้องเขาไป พูดจบเขาก็หายออกไปกดตังมาให้เรา บอกให้เรากลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด เรานี่ร้องไห้หนักมาก เขาก็พูดๆว่า ทำไมทำแบบนี้นั้นนุ่นนี่ๆ กลายเป็นเราผิด เราก็เลยเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจะกลับบ้านเลยค่ะ ทนไม่ไหว เหมือนอยู่เป็นของตาย
แต่ก่อนเราจะไป เราก็บอกแฟนเรานะว่า
"กับคนนึงรู้จักแค่ไม่กี่เดือน เธอปกป้องเขาทุกครั้งที่เราว่าเขาเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตเรา แต่กูเป็นคนที่อยู่กับเมิงตั้งแต่ตอนที่เมิงไม่มีอะไรเลยซักอย่าง แต่ตอนนี้เมิงได้ดีมีเงินมีทุกอย่าง เมิงกลับไล่กูเหมือนหมูเหมือนหมา ก็คิดเอานะ...."
เราบอกเขาแค่นี้ค่ะ ส่วนตัวเขาก็เงียบ ไม่โต้ตอบเรา
ตอนนี้ K ก็ยังวนเวียนกับแฟนเราอยู่ค่ะ เราทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆค่ะ จะครบปีแล้วค่ะ
มีใครเคยเจอปัญหาแบบนี้บ้างคะ? มีวิธีจัดการยังไงดี?
อาการแบบนี้แสดงว่า K เป็นเกย์ด้วยใช่มั้ยคะ? แต่แฟนเราเถียงสู้ขาดใจเลยว่า K ไม่ใช่เกย์เด็ดขาด! (เอ้ะ? นี่มันยังไงกัน??)
ทำไงดีกับเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นดีคะ? อึดอัดมากค่ะ
ที่ทำงานเก่าๆเขายังไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้เลยนะคะ มีแต่ที่นี่แหละที่เดียว
เรื่องอาจจะยาวไปหน่อย แต่อยากเล่าให้เห็นภาพ
ขอบคุณที่เสียสละเวลาอ่านนะคะ