ก่อนอื่นเลยผมขอย้อนเหตุการณ์ไปในช่วงเวลากลางวันของวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผมได้ขับรถออกไปทำธุระแห่งหนึ่งแถบชานเมืองเพชรบุรี แต่ระหว่างที่ผมขับอยู่อยู่ดีๆล้อหน้าด้านคนขับเกิดยางแตกทำให้ผมต้องลงมาเปลี่ยนยางเอง(ซึ่งผมยังพอมีประสบการณ์ในการเปลี่ยนอยู่บ้าง) แต่อุปสรรคอยู่ตรงที่ถนนตรงนั้นเป็นซอยที่แคบๆสวนทางกันก็ค่อนข้างจะลำบากแต่ถึงยังไงผมก็ต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ตรงนั้น และความโหดร้ายของโชคชะตาก็ยังไม่จบสิ้น ระหว่างที่ผมหมุนแม่แรงยกรถผมก็ต้องคอยหลบรถที่สวนมาเป็นระยะๆเพื่อไม่ให้กีดขวางจราจร รถหลายๆคันสวนมาแล้วก็สวนไป แต่ซักพักหนึ่งก็มีรถมอเตอร์ไซค์ 2 คันมาจอดที่บริเวณหน้ารถผม ผมก็คิดว่าเขาจะเข้าบ้าน(ที่ผมจอดรถขวางไว้อยู่) แต่น้องๆเหล่านั้นกลับบอกว่าจะมาช่วยผมเปลี่ยนยางรถ ในวินาทีนั้นผมโคตรซึ้งใจน้องๆทั้ง 4 คนมากที่หยิบยื่นน้ำใจและแรงกายเข้ามาช่วยเหลือ แต่โชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้งเมื่อยางอะไหล่ของผมแบนอีกเหมือนกัน(เพราะมันอยู่แต่ในที่ของมัน และไม่เคยดูมันมานานมากแล้ว) น้อง3คนก็อาสาที่จะเอายางอะไหล่ของผมไปเติมลมให้ ระหว่างที่รอผมก็ได้มีโอกาสคุยกับน้องอีกคนหนึ่งจึงได้รู้ว่าน้องกำลังเรียนอยู่ปี 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา น้องเล่าว่ามาเที่ยวที่บ้านเพื่อนที่เพชรบุรีเมื่อกี้ผ่านมาเห็นพี่เปลี่ยนยางรถอยู่เลยมาช่วย พอน้องทั้ง 3 คนกลับมาน้องยังใจดีซื้อน้ำมาฝากผม(คงเห็นว่าผมเหงื่อเต็มตัวแล้วละ) สุดท้ายแล้วพอช่วยกันเปลี่ยนยางรถเสร็จผมชวนน้องๆไปเลี้ยงข้าวแต่น้องๆบอกเพิ่งกินข้าวมาผมเลยได้แต่ขอบคุณอีกครั้ง ที่เล่ามาทั้งหมดผมแค่อยากจะให้น้องที่ช่วยเหลือผมในวันนั้นหากน้องได้มีโอกาสหรือได้เห็นข้อความทั้งหมดนี้ผมอยากขอบคุณน้องจากใจจริงอีกครั้งและอยากขอบคุณพ่อแม่ของน้องที่เลี้ยงน้องจนเติบโตมาเป็นคนที่มีน้ำใจต่อสังคมต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และพี่ขอให้น้องได้เป็นอย่างที่หวังไว้นะครับ(น้องบอกอนาคตน้องอาจจะมาเป็นอัยการที่นี่ก็ได้ 555) ........ครูชีวะ
น้ำใจจากน้องนิติศาสตร์ ปี 3 มหาวิทยาลัยพะเยา