เราคืออีกหนึ่งคน...ที่ต้องมาตายตอนจบกับความไม่ชัดเจน

สวัสดีค่ะ หลายๆ ท่านคงเคยเห็นคนตกม้าตายกับ “ความสัมพันธ์แบบไม่มีชื่อเรียก” กันมานักต่อนักแล้ว...ซึ่งเราก็เป็นอีกหนึ่งคนค่ะ ที่ต้องมาตายตอนจบกับความไม่ชัดเจน

     เรารู้จักกับน้องคนนึงมาเกือบ 10ปี แล้วค่ะ เราสองคนเริ่มรู้จักกันตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหญิงล้วนแห่งหนึ่ง เราเป็นคนที่เริ่มเข้าไปจีบน้องก่อนและหลังจากนั้นเราสองคนตกลงคบกันค่ะ ซึ่งก็เป็นความรักแบบเด็กๆ แลกขนม แลกของขวัญกัน กลับบ้านด้วยกันเพราะบ้านใกล้กันทั่วๆ ไป แต่เราก็ต้องหยุดสถานะความรักไว้หลังจากคบกันได้ไม่กี่เดือน ด้วยสาเหตุที่ว่าน้องกลัวคุณแม่ของน้องจะว่าเรื่องที่น้องมีแฟน บวกกับหลายๆ เหตุการณ์ทำให้น้องเริ่มสงสัยว่าคุณแม่อาจจะรู้เรื่องของเราสองคนแล้ว ตอนนั้นน้องอยู่ม.3 (และเราอยู่ม.5) ซึ่งเราเองก็เข้าใจน้องนะคะ เพราะ ณ ตอนนั้นเราทั้งคู่ก็ยังเด็ก คุณแม่ก็คงยังห่วงเรื่องการเรียน และอีกเหตุผลหนึ่งคือ มันเป็นความรักแบบหญิงรักหญิงค่ะ  (ในมุมมองของเรา...เราคิดว่าคุณแม่คงไม่อยากให้น้องชอบผู้หญิงด้วยกันมั้งคะ)

     หลังจากเหตุการณ์ที่เลิกเป็นแฟนและกลับมาเป็นพี่น้องกันในตอนนั้น เราสองคนก็ไปๆ มาๆ ในชีวิตของกันและกันอยู่เรื่อยๆ ค่ะ แยกย้ายกันไปมีแฟนหรือมีเจอกันบ้างนานๆ ที่ค่ะ จนกระทั่งปลายปี 58ที่ผ่านมา เราตัดสินใจว่าจะลาออกจากงานไปเรียนภาษาต่อที่ต่างประเทศ ช่วงนั่นเรากับน้องต่างคนต่างยุ่งกับงานค่ะ จึงเป็นช่วงชีวิตที่ห่างหายกับไป นานๆ ครั้งถึงจะได้ทักแชทกัน ตัวเราเองก็ชั่งใจว่าจะบอกเรื่องไปตปท.ให้น้องรู้ดีไหม? น้องเค้าจะอยากรู้หรือเปล่า? คิดไปต่างๆ นานาค่ะ จนสุดท้ายแล้วเราก็ทักไปบอกน้องเค้าค่ะ ณ ตอนนั้นเราแค่คิดว่าอยากแจ้งเพื่อทราบแค่นั้นจริงๆ ไม่ทันได้คิดว่าจะมีผลกระทบอะไร แต่เราคิดผิดค่ะ เรื่องที่เราจะไปตปท.กลับเป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตของเราทั้งคู่....

     พอน้องรับรู้เรื่องของเราน้องร้องไห้เลยค่ะ เราตกใจนิดหน่อยแต่ด้วยความที่รู้อยู่แล้วว่าน้องเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่าย ตอนนั้นก็ค่อยๆ พูดปลอบใจน้องไปตามปกติ และเราสองคนก็ตกลงกันว่าช่วงก่อนที่เราจะไปเรียน ขอให้ได้เจอกันบ่อยที่สุดเท่าที่จะเจอกันได้ แค่อยากใช้เวลาร่วมกันให้ได้มากที่สุดค่ะ เพราะตอนนั้นเราก็ไม่ได้กำหนดว่าจะไปนานเท่าไหร่ และเราก็ได้เจอกันบ่อยจริงๆ ค่ะ เพราะตอนเราออกจากงานมาเตรียมตัวไปเรียน และน้องเองก็ฝึกงานเสร็จพอดี เรียกได้ว่าตัวติดกันตลอดค่ะ เรากับน้องเลือกที่จะขลุกตัวอยู่ที่บ้านเรา ดูหนัง ฟังเพลงกันทั้งวัน พอเย็นน้องก็กลับบ้านค่ะ และจะมีไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างนิดหน่อยค่ะ ใช้เวลาด้วยกันมากจนคนรอบข้างคิดว่าเรากลับมาคบกันใหม่ ซึ่งตัวเราสองคนค่อนข้างมั่นใจในความรู้สึกค่ะว่าเรารักกันในแบบพี่น้องจริงๆ  และเวลาผ่านทำไปเราใกล้ชิดกันจนกลายเป็น friend with benefit ค่ะ เราสองคนรู้สึกดีมากนะคะ ณ ตอนนั้น ทำทุกอย่างเหมือนแฟน แต่เรายังเรียกกันว่า “พี่น้อง” ค่ะ

     1เดือนก่อนที่เราจะเดินทาง เราสองคนเริ่มนอยด์ค่ะ เพราะต้องแยกกันในเวลาอันใกล้นี้แล้ว ในช่วงนั้นเองที่เราตัดสินใจว่าจะไปเรียนแค่ 1ปี พอเพราะจะได้รีบกลับมาอยู่ด้วยกัน ตัวน้องเองก็สัญญาค่ะ ว่าจะไม่มีใครจนกว่าเราจะกลับมา จริงๆ ตอนนั้นเราเองก็เผื่อใจไว้บ้างค่ะ เพราะรู้ว่าน้องคงทำตามสัญญาไม่ได้ เราไม่ได้ดูถูกน้องนะคะ แต่เรารู้ว่าน้องเป็นคนใจอ่อน และถ้ามีใครสักคนเข้ามาดูแลน้องได้ดีน้องก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกคนนั้นค่ะ แต่อีกมุมเราก็อดที่จะตั้งความหวังกับคำสัญญาที่น้องให้มาไม่ได้ค่ะ แอบคิดไปว่าน้องจะรอเราได้จริงๆ ในขณะที่เราเองก็รับปากสัญญากับน้องว่าเราจะติดต่อกลับไปเรื่อยๆ ไม่หายไปไหน

     ช่วง3-4เดือนแรกเป็นช่วงที่ทำใจยากมากค่ะ ทั้งคิดถึงครอบครัว ทั้งคิดถึงน้อง ในสิ่งแวดล้อมที่ใหม่กับเรามาก ปรับตัว ร้องไห้กันอยู่นานค่ะ เรากับน้องพยายามคุยและvdo call กันตลอด และแล้วพอเข้าเดือนที่5 น้องเริ่มคุยน้อยลงและcall หาเราน้อยลง ช่วงที่น้องเปลี่ยนไปแรกๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะ น้องไม่call มาเราก็ callไป จนเรามาเกตุว่าน้องไม่ตอบ ไม่callมาเท่าเมื่อก่อน เลยถามไปตรงๆ ค่ะว่าเป็นอะไรหรือเปล่า น้องบอกว่าน้องเบื่อค่ะ เบื่อที่จะทำทุกๆ อย่าง เนื่องมาจากตั้งแต่น้องเรียนจบก็ยังไม่มีงานทำอยู่บ้านนานๆ ก็เบื่อเป็นธรรมดาค่ะ น้องบอกว่าไม่ค่อยอยากคุยกับใคร เราเลยถามว่างั้นเราสองคนพักก่อนไหม หยุดก่อนเอาไว้ค่อยคุยในวันที่น้องอยากคุยก็ได้ สรุปน้องร้องไห้และขอโทษเราค่ะ น้องบอกว่าไม่อยากให้เราไปไหนและจะทำตัวให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนนั้นเราตกลงค่ะ เราสองคนค่อยๆ ประคองความเป็นเรามาได้สักพักน้องได้งาน จากที่น้องว่างมากกกกก ก็กลับกลายเป็นยุ่งมากกกกค่ะ จากความสัมพันธ์ที่พยายามประคองกันก็เริ่มมีปัญหาอีกครั้งและมีอีกหลายครั้งตามมาค่ะ ตัวเราเองก็ต้องทำการบ้านเยอะ น้องก็ยุ่ง แต่ด้วยความที่เรามาอยู่ไกลบ้านคนเดียว มันก็มีอารมณ์เหงาค่ะ ทั้งคิดถึงบ้านและคิดถึงเรื่องเรากับน้องตลอดเวลา เรายังยึดติดกับคำสัญญาและคำพูดต่างๆ ที่น้องเคยพูดไว้เสมอ เราคิดว่าถึงอย่างไรครบ 1ปี เรากลับไทย เรากับน้องจะต้องเป็นเหมือนเดิม แต่ด้วยความมโนข้างเดียวของเราก็เป็นได้แค่เรื่องมโนอยู่วันยังค่ำแหละค่ะ

     เพราะช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา น้องได้เปลี่ยนที่ทำงานค่ะ ความยุ่งของน้องก็ยังมีอยู่ไม่หายไป เราได้แต่บอกตัวเองมาตลอดว่าเพราะน้องยุ่งจึงไม่ค่อยได้ตอบLine ซึ่งมีหลายครั้งที่ปล่อยแชททิ้งข้ามวัน จนมีช่วงนึงที่เราเห็นน้องออน Facebook เกือบจะตลอด และ Comment ของน้อง(ที่ตอบเพื่อนๆ) เด้งขึ้นหน้า Feed ของเราบ่อยๆ ค่ะ จึงมีคำถามในใจว่า ก็ว่างเล่นfacebookนี่ แล้ว Line ที่ไม่ได้รับการอ่านเลยตอบแปลว่าอะไร จริงๆ คำตอบมันชัดอยู่แล้วค่ะ แต่เราแค่อยากให้น้องมาบอกด้วยตัวเองว่าเพราะอะไรถึงกลายเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เรากลับมาได้ 2เดือน เรากับน้องเจอกันแค่ครั้งเดียวในงานรับปริญญาฯ ของน้องและเป็นการเจอกันในแบบที่เราทั้งคู่ทำตัวไม่ถูก เพราะห่างกันมานาน และปัญหาต่างๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ ช่วงหลังงานรับปริญญาฯ เราก็พยายามทักไปเรื่อยๆ นะคะ เพราะจากที่รักษาสัญญาว่าจะไม่หายไปไหน จนเรายอมแพ้ และเลิกพยายามค่ะ ณ ตอนนี้ ยังเห็น Post หรือ Comment ของน้องเด้งโชว์หน้า Feed มาเรื่อยๆ ค่ะ คุยกันสนุกสนาน และมีการโชว์รูปแคปฯ หน้าจอ Vdo call จากเพื่อนๆ น้องอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

     จริงๆ คำตอบมันมีอยู่ตั้งแต่เริ่มแล้วล่ะค่ะ ว่ามันคือ “ความสัมพันธ์แบบไม่ชัดเจน” มันก็ย่อมไม่ชักเจนตามชื่อ เป็นตัวเราเองต่างหากที่คาดหวังกับความไม่ชัดเจนนี้ เราก็อ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะค่ะ แต่ก็ตลกนะคะที่ไม่ยอมระวังจนมาเจอกับตัวเองแบบนี้ จึงเกิดความเข้าใจบนความไม่เข้าใจค่ะ

*จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ระบายนะคะ และขอโทษท่านใดที่เราทำให้เสียเวลานะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่