น้องสาวดื้อมาก ทำไงดี?

บ้านเราอยู่กัน 4 คน พ่อ แม่ น้องสาว แล้วก็จขกท. ปีนี้น้องสาวอายุ 15 ปีแล้วค่ะ เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ แกหัวแข็งดื้อมาก ส่วนจขกท.อยู่มหาลัย ไม่ค่อยได้อยู่กับครอบครัวเลยไม่ค่อยได้รับรู้ปัญหามากนักจนกระทั่งได้กลับบ้าน

บ้านเราค่อนข้างอารมณ์ร้อนกันทั้งครอบครัว พูดกันดีๆไม่ค่อยจะได้ ไปปรึกษาจิตแพทย์มาเกือบ10ปีแล้วค่ะ ไม่ดีขึ้นเลย จนกระทั่งน้องสาวมีแฟน(น้องสาวเป็นทอม) เขารักแฟนของเขามากแต่ทะเลาะกันแทบทุกวันทางโทรศัพท์ เขาทุ่มเทมากจนไม่ใส่ใจกับการเรียน บ้านเราไม่ได้กดดันเรื่องเกรดนะคะ แต่ซีเรียสเรื่องงาน การบ้านที่ได้รับมอบหมาย เขาร้องไห้ทุกวันเลยตลอดเวลาที่คบกับแฟนจนพ่อแม่ของขึ้นเลยค่ะว่าทำไมต้องร้องไห้ขนาดนี้ สถานการณ์บ้านเราค่อนข้างแย่ลงเรื่อยๆ จับเข่าคุยกันหลายครั้ง ตีน้องก็หลายครั้งมาก ไม่ได้ผลสักวิธี แม่เครียดมากจนหมอบอกว่าแม่เริ่มมีอาการของโรคซึมเศร้าแล้วค่ะ

จนน้องเลิกกับแฟนไม่นานมานี้ น้องติดโทรศัพท์มากขึ้น(จากเดิมติดมากอยู่แล้ว) ตอนแรกเราคิดว่าครอบครัวเรากำลังจะผ่านวิกฤติไปแล้ว แต่สุดท้ายมันกลับแย่ลง น้องอยู่ไม่ติดบ้านเลยค่ะ ชอบใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายมากๆแต่บ้านเราค่อนข้างจนด้วย ตอนแรกเราคิดว่าน้องน่าจะดีขึ้นนะถ้าได้ออกไปไหน แต่รอบนี้มันเกินไปหน่อยจริงๆ

จนกระทั่งไม่นานมานี้(2วันที่แล้ว) น้องไปเจอกับคนที่รู้จักในอินเเตอร์เน็ตค่ะ ไปเที่ยวกัน เราก็ไม่อยากจำกัดกรอบเขามากก็ให้ไป แต่ปรากฏว่าตอนเย็นก็ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ เราก็คิดว่าคงไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เราแล้วรอเล่าจนกระทั่ง4ทุ่มก็ยังติดต่อไม่ได้ บ้านเราเริ่มนั่งไม่ติดกันแล้วค่ะเพราะปกติน้องไม่เคยกลับดึกขนาดนี้ ติดต่อก็ไม่ได้ แถมฝนตก รถเข้าบ้านก็หมดแล้ว จนประมาณ5ทุ่มถึงจะติดต่อได้ พ่อกับแม่เราเลยไปรับที่หน้าห้าง เราก็ว่าไปว่าวันหลังอย่าทำแบบนี้อีก

พอวันต่อมาคือวันอาทิตย์ น้องบอกว่าจะไปห้างกับเพื่อนเราก็อนุญาตให้ไปอีก ครั้งนี้น้องติดต่อไปได้อีกแล้ว คิดดูสิคะ เด็กผู้หญิงหน้าตาดี ถึงแม้ว่าจะเป็นทอมก็เถอะ แถมแถวบ้านก็เปลี่ยว อันตรายมาก บ้านเรานอนไม่หลับกันเลย โทรไปก็ปิดเครื่อง เป็นห่วงกันมาก จนกระทั่งแม่โทรหาเพื่อนเขาที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ตสรุปว่าน้องไปนอนบ้านเขาค่ะ

วันต่อมาซึ่งก็คือวันนี้ แม่ก็ตัดสินใจเปิดอกคุยกัน ส่วนพ่อขอไม่ยุ่งเพราะท่านเหนื่อยพอแล้ว เราคุยกัน3คน พยายามคุยกันด้วยเหตุผล ถามว่า ทำไมไม่โทรบอกว่าอยู่ที่ไหน? รู้ไหมว่าเป็นห่วง? เราทำข้อตกลงกัน 4 ข้อ คือ
1.มีอะไรให้บอก โทรศัพท์โทรไปให้รับ ให้รู้ว่ายังปลอดภัย อย่าโกหก เขาตกลง
2.ให้ทำการบ้าน รับผิดชอบของๆตัวเองก่อนที่จะเล่นคอม เล่นมือถือ เขาตกลง
3.ให้เข้านอนตามที่เขาขอ คือเขาขอว่า4ทุ่มครึ่ง ซึ่งไม่เคยเห็นเขาทำได้เลยค่ะ เราให้เขา5ทุ่ม แต่เขายืนยันว่าจะเอา4ทุ่มครึ่ง
4.เราขอให้เขากลับบ้านก่อนทุ่มหนึ่ง เพราะทางเข้าบ้านมันอันตราย ข้อนี้แหละค่ะที่เราเริ่มทะเลาะกัน

เราให้เหตุผลว่าสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ เห็นข่าวไหมที่ปล้น ฆ่า ข่มขืน กลับมืดๆมันอันตรายเกินไป เขาก็เถียงค่ะว่าเขาเป็นทอม เขาเหมือนผู้ชาย เขามั่นใจว่ามันจะไม่โดนหรอก เขาสู้ได้ ซึ่งขนาดจขกท.เรียนเทควันโดมายังบอกได้เลยว่าอย่ามั่นใจนัก เพราะแรงผู้หญิงกับผู้ชายมันต่างกัน

เขาเริ่มอารมณ์เสียมาก เพราะเราพูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว เขาบอกว่าเขารู้ๆ จนกระทั่งเขาบอกว่าคุยกันจบแล้วใช่ป่ะ? เขาก็เดินหนีขึ้นห้องไปเลย

คือเราสงสารแม่มากค่ะ เพราะท่านเป็นห่วงแล้วก็รักน้องมากเลย ท่านเครียดจนต้องไปหาหมอแล้ว เราก็เลยคิดว่าถ้าแยกกันอยู่ตอนน้องเรียนจบม.3จะดีกว่าไหม ให้แม่กลับบ้านไปดูแลตายาย ส่วนเราก็อยู่หอ พ่อก็อยู่ต่างจังหวัด เราจะได้ไม่ต้องทนอึกอัดกัน น้องก็ร้องไห้โวยวายในห้องค่ะ ประชดทำนองว่า เขามันเป็นลูกไม่ดีนี่ เรียนก็ไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่เคยได้ดั่งใจ อยากจะทิ้งไป แยกกันอยู่ก็เชิญเลย

คือบ้านเราไม่ได้ซีเรียสเรื่องเรียนแกเลย แต่เราซีเรียสเรื่องความปลอดภัยของแก เราก็เลยรู้ว่าที่พูดกันมาเนี่ย เราไม่ได้เข้าใจตรงกันเลยซักนิดเดียว

กลุ้มใจมากค่ะ อยากให้บ้านเรากลับมาเหมือนเดิม อยากให้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไปซักที
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่