https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/analysis-today-politics/news_381370
ข่าวสด วันที่ 5 มิถุนายน 2017 - 07:30 น.
วิเคราะห์การเมือง
มติของกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ให้ “รีเซ็ต” คณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่หมดทั้งชุด
อาจสร้างความหงุดหงิดให้กับ “กกต.” บางคน
แต่หากตรวจสอบความรู้สึกของสังคม ไม่ว่าจะเป็นจากพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นจากภาคประชาสังคม
กลับขานรับด้วยความคึกคัก
สัมผัสได้จากการเยาะเย้ยต่อกกต.บางคนซึ่งมาจากสาย “รัฐศาสตร์”
เหมือนกับเป็นความสะใจ และรู้สึกว่าเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับกกต.คนดังคนนั้นว่าสมควรที่จะมีการเช็กบิลอย่างที่สุด
เป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามใด คงไม่ต้องระบุ
นี่เป็นเพราะนับแต่ปลายปี 2556 กระทั่งต้นปี 2557 เป็นต้นมา
บทบาทของกกต.ในการจัดการเลือกตั้งสวนกับความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
หลายคนรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า ในห้วงแห่งการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557
บทบาทของกกต.บางคนเป็นอย่างไร
เป็นกรรมการจัดการเลือกตั้ง หรือ “ขัดขวาง” การเลือกตั้ง
แทนที่กกต.จะสำนองรับกับความต้องการของประชาชน
ตรงกันข้าม กกต.บางคนกลับโน้มเอียงยิ่งกว่า “หอเอนปิซ่า” ไปเป็นฝ่ายเดียวกับกลุ่มต่อต้านการเลือกตั้ง
ดังนั้น เมื่อมีข่าวว่าคนคนนั้นจะพ้นจากตำแหน่งกกต.จึงเกิดความสะใจ
เป็นความสะใจที่เห็นและรู้สึกว่า กกต.คนนั้นไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้
เป็นความสะใจที่เห็นและรู้สึกว่ากรรมได้ตามมาทันโดยไม่ต้องรอถึงชาติหน้า
เรียกได้ว่าเป็น “กรรมติดจรวด”
อย่าคิดว่าชาวบ้านจะความจำสั้นและลืมอะไรง่ายดาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ทางการเมืองก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
แม้จะเป็นการปรากฏขึ้นพร้อมกับคำ “มวลมหาประชาชน”
แต่เมื่อสถานการณ์นั้นนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
แต่เมื่อมาถึงเดือนพฤษภาคม 2560 ชาวบ้านก็เริ่ม “ตาสว่าง”
เพราะชาวบ้านนั่นแหละที่รับผลจาก “รัฐประหาร” โดยตรง
สภาพของบ้านเมืองจากเดือนพฤษภาคม 2557 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2558 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2559
และมาถึงเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นอย่างไร
ใครไหนเล่าจะรับรู้ได้ดียิ่งไปกว่า “ชาวบ้าน”
การเมืองนับจากเดือนพฤษภาคม 2560 เรื่อยไปจนกว่าจะถึงวันแห่งการเลือกตั้งจึงสำคัญเป็นอย่างมาก
สำคัญในแง่ที่ว่านับจากนี้เป็นต้นไป ผลสะเทือนอันเนื่องแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
จะเริ่มสำแดงออกมาให้ได้สัมผัสอย่างเป็นรูปธรรม
กรรมใด ใครก่อ “ชาวบ้าน” ยากที่จะลืมเลือน
สาธุ ไปที่ชอบที่ชอบเถิด
“รีเซ็ต” กับกกต. ผลพวง รัฐประหาร กรรม ติดจรวด
ข่าวสด วันที่ 5 มิถุนายน 2017 - 07:30 น.
วิเคราะห์การเมือง
มติของกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ให้ “รีเซ็ต” คณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่หมดทั้งชุด
อาจสร้างความหงุดหงิดให้กับ “กกต.” บางคน
แต่หากตรวจสอบความรู้สึกของสังคม ไม่ว่าจะเป็นจากพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นจากภาคประชาสังคม
กลับขานรับด้วยความคึกคัก
สัมผัสได้จากการเยาะเย้ยต่อกกต.บางคนซึ่งมาจากสาย “รัฐศาสตร์”
เหมือนกับเป็นความสะใจ และรู้สึกว่าเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับกกต.คนดังคนนั้นว่าสมควรที่จะมีการเช็กบิลอย่างที่สุด
เป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามใด คงไม่ต้องระบุ
นี่เป็นเพราะนับแต่ปลายปี 2556 กระทั่งต้นปี 2557 เป็นต้นมา
บทบาทของกกต.ในการจัดการเลือกตั้งสวนกับความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
หลายคนรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า ในห้วงแห่งการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557
บทบาทของกกต.บางคนเป็นอย่างไร
เป็นกรรมการจัดการเลือกตั้ง หรือ “ขัดขวาง” การเลือกตั้ง
แทนที่กกต.จะสำนองรับกับความต้องการของประชาชน
ตรงกันข้าม กกต.บางคนกลับโน้มเอียงยิ่งกว่า “หอเอนปิซ่า” ไปเป็นฝ่ายเดียวกับกลุ่มต่อต้านการเลือกตั้ง
ดังนั้น เมื่อมีข่าวว่าคนคนนั้นจะพ้นจากตำแหน่งกกต.จึงเกิดความสะใจ
เป็นความสะใจที่เห็นและรู้สึกว่า กกต.คนนั้นไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้
เป็นความสะใจที่เห็นและรู้สึกว่ากรรมได้ตามมาทันโดยไม่ต้องรอถึงชาติหน้า
เรียกได้ว่าเป็น “กรรมติดจรวด”
อย่าคิดว่าชาวบ้านจะความจำสั้นและลืมอะไรง่ายดาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ทางการเมืองก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
แม้จะเป็นการปรากฏขึ้นพร้อมกับคำ “มวลมหาประชาชน”
แต่เมื่อสถานการณ์นั้นนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
แต่เมื่อมาถึงเดือนพฤษภาคม 2560 ชาวบ้านก็เริ่ม “ตาสว่าง”
เพราะชาวบ้านนั่นแหละที่รับผลจาก “รัฐประหาร” โดยตรง
สภาพของบ้านเมืองจากเดือนพฤษภาคม 2557 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2558 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2559
และมาถึงเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นอย่างไร
ใครไหนเล่าจะรับรู้ได้ดียิ่งไปกว่า “ชาวบ้าน”
การเมืองนับจากเดือนพฤษภาคม 2560 เรื่อยไปจนกว่าจะถึงวันแห่งการเลือกตั้งจึงสำคัญเป็นอย่างมาก
สำคัญในแง่ที่ว่านับจากนี้เป็นต้นไป ผลสะเทือนอันเนื่องแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
จะเริ่มสำแดงออกมาให้ได้สัมผัสอย่างเป็นรูปธรรม
กรรมใด ใครก่อ “ชาวบ้าน” ยากที่จะลืมเลือน
สาธุ ไปที่ชอบที่ชอบเถิด