สวัสดีครับชาวพันทิป วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ของผมกับแม่ให้เพื่อนๆได้ฟังกันแล้วผมก็อยากจะถามความเห็นของเพื่อนๆด้วยว่าผมทำถูกหรือเปล่า
จะเริ่มยังไงดีนะ เอาเป็นว่าผมจะเล่าถึงพ่อของผมให้เพื่อนๆได้อ่านกันก่อนนะครับ
พ่อผมเป็นคนชาวดัตช์ที่เกษียณแล้ว อายุ55ปี เขาได้เงินบำนาญจากประเทศเขาซึ่งถือว่าเยอะพอสมควรเมือมาอยู่เมืองได้ สามารถใช้ชีวิตแบบสบาย สบายเลยก็ว่าได้ เขาได้เจอกับแม่ผม ซึ่งตอนนั้นอายุ20ปี
แม่ผมตอนนั้นฐานะทางบ้านเป็นชาวบ้านนอก ไม่ได้ร่ำรวยหาช้าวกินค่ำไปวันๆ (ผมจะไม่เล่านะครับว่าเขาเจอกันได้อย่างไร เดี่ยวจะยาวไป) พวกเขาคบกันได้2ปีก็มีผม แล้วพวกเราก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่กัน พ่อผมปลูกบ้านให้ แล้วก็ทำให้แม่ผมกับผมมีโอกาสได้มาอยู่ต่างประเทศ
ตอนผมอายุ12 ผมก็ได้เห็นแม่หลอกเอาตังผู้ชายคนอื่นหลายครั้งมาก จนผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แกจะคอยบอกผมเสมอว่าแก่มาต้องดูแลพ่อแม่ (ผมจะรวบๆเลยนะกันนะครับเดี่ยวจะยาวไป)
พออายุ17 แม่ผมบัตรของประเทศเนเธอร์แลนด์จะหมดอายุแกเลยบินไปที่เนเธอร์แลนด์หลังจากนั้นไม่นานผมก็บินตามมา
ส่วนพ่อผมอยู่ที่ประเทศไทยคนเดียว อายุ แกก็75แล้วแก มาอยู่ที่ฮอนแลนด์ไม่ได้เพราะป่วย
1ปีผ่านไปแกก็เสียด้วยโรคหัวใจ แม่ผมทำงานไม่ได้เป็นคนต่างด้าว ผมก็เลยทำงานจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ส่วนแม่ของผมออกไปเที่ยวทุกวัน ไปหาเพื่อนทุกวันไม่เคยมีเวลาให้ผมเลย
หลังจากนั้นไม่นาน(ไม่ถึง1ปี)แม่ผมก็มีคนใหม่เพื่อเงิน
(โอ๊ะ ลืมเล่า ตอนพ่อผมยังมีชีวิตอยู่ แม่ผมได้พาผู้ชายคนอื่นเข้ามาในบ้านผมเปิดประตูเข้าห้องไปเห็นนอนแก้ผ้าทั้งคู่ พอผมถาม แกก็บอกว่าเมา เลยถอดเสื้อนอน.......)
ผมเองก็ได้เริ่มคบกับ ไมค์ (มีอยู่ครั้งหนึ่งมีผู้ชายแก่ๆในร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่ ถามผมว่ามีแฟนไหม ผมบอกเขาไปว่ามี แล้วเขาก็ถามใหม่ว่าถ้าบอกว่าไม่มีจะให้๕๐€ ผมก็เลยบอกไปว่าไม่มี แล้วผมไปเล่าให้ไมค์ฟัง เขาโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ เพราะแม่ผมทำให้ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติเพราะผมเห็นแกทำมาตั้งแต่ผมอายุ12)
ไมค์เขาก็เริ่มเห็นความผิดปกติในบ้านเขาเห็นว่าผมเสียใจ แต่แม่ผมไม่เคยอยู่กับผมเลย มีอยู่วันหนึ่งผมถามแม่ผมว่าไปปาร์คด้วยกันไหมเราไม่ได้ไปไหนด้วยกันมา8เดือนแล้วนะ แกบอกผมว่า แค่ลูกมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว (มันทำให้ผมคิดว่าแกไม่อยากจะดูแลเราแล้ว)
ผมขอให้แกเลิกกับเขาเพราะผมยังเสียใจเรื่องพ่ออยู่ แกบอกว่าเลิกไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินส่งให้ยาย(ตาผมก็เสียหลังจากพ่อเสียได้ไม่นาน แม่ผมน่าจะเข้าใจความรู้สึกของผมว่ารู้สึกยังไง)
ผมโดนไล่ออกจากงาน แม่ ค่าใช้จ่ายที่บ้านผมไม่สามารถจ่ายได้แล้วเพราะผมยังไม่มีงาน ผมก็พยายามที่จะหางานทำอยู่ บิลค่าน้ำค่าไฟมา แม่ผมไม่จ่าย แต่แกดันมีโทรศัพท์มือถือตัวท๊อป Samsung Galaxy S8+ ซึ้งราคากว่า 800€ กับกระเป๋า Michael kors ซึ้งราคา200€ แต่ค่าน้ำค่าไฟในบ้านราคา300€ แกไม่สามารถจ่ายได้...(แกเอาเงินที่ผมอุตส่าห์เก็บไว้เป็นเงินออมเพื่อฉุกเฉิน ไปให้เพื่อนยืมด้วย)
ผมไม่รู้จะทำยังไงดี บอกว่าที่แม่ทำอยู่มันไม่ถูกแกก็ไม่เชื่อ
ผมเลยบอกว่าถ้าไม่เลิกกับเขา ผมก็ไม่อยากจะเห็นแม่ในบ้านหลังนี้อีก (ผมทำเพื่อลองใจเฉยๆ )
สุดท้ายดูเหมือนว่าแกจะเลือกผู้ชายคนใหม่ที่ให้ตังแม่ผม แกพูดว่าตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนนะลูก
ผมเข้าใจนะครับว่าแกจำเป็นต้องหาตังส่งให้ยาย
(แต่ความเป็นแม่ลูกต้องมาก่อนเป็นอันดับที่1รึเปล่าครับ? วิธีหาตังมีตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่มีแค่ต้องเป็น

นิ? ) ขอโทษที่ใช้คำรุนแรงกับ ผู้เป็นแม่นะครับ แต่เมือมองดูแล้วเหมือนแกจะเอาตัวเองรอดอย่างเดียวเลย
แกสามารถที่จะขายโทรศัพท์ มาจ่ายค่าบ้านได้ แต่แกไม่ทำอย่างงั้น.......... ผมอยากจะถามเพื่อนๆว่า ผมควรจะให้แม่อยู่ต่อในบ้านดีไหมครับ? เพราะผมเป็นเจ้าของบ้านตามกฎหมายที่พ่อผมให้ผมไว้ด้วย(เหมือนแกจะรู้อนาคตล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น)..
ถ้าต้องมองด้วยสมองแต่ไม่ใช้หัวใจในการตัดสินใจ
ถ้าแม่ของคุณคบผู้ชายแก่ๆเพื่อเงินคุณจะทำอย่างไร?
จะเริ่มยังไงดีนะ เอาเป็นว่าผมจะเล่าถึงพ่อของผมให้เพื่อนๆได้อ่านกันก่อนนะครับ
พ่อผมเป็นคนชาวดัตช์ที่เกษียณแล้ว อายุ55ปี เขาได้เงินบำนาญจากประเทศเขาซึ่งถือว่าเยอะพอสมควรเมือมาอยู่เมืองได้ สามารถใช้ชีวิตแบบสบาย สบายเลยก็ว่าได้ เขาได้เจอกับแม่ผม ซึ่งตอนนั้นอายุ20ปี
แม่ผมตอนนั้นฐานะทางบ้านเป็นชาวบ้านนอก ไม่ได้ร่ำรวยหาช้าวกินค่ำไปวันๆ (ผมจะไม่เล่านะครับว่าเขาเจอกันได้อย่างไร เดี่ยวจะยาวไป) พวกเขาคบกันได้2ปีก็มีผม แล้วพวกเราก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่กัน พ่อผมปลูกบ้านให้ แล้วก็ทำให้แม่ผมกับผมมีโอกาสได้มาอยู่ต่างประเทศ
ตอนผมอายุ12 ผมก็ได้เห็นแม่หลอกเอาตังผู้ชายคนอื่นหลายครั้งมาก จนผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แกจะคอยบอกผมเสมอว่าแก่มาต้องดูแลพ่อแม่ (ผมจะรวบๆเลยนะกันนะครับเดี่ยวจะยาวไป)
พออายุ17 แม่ผมบัตรของประเทศเนเธอร์แลนด์จะหมดอายุแกเลยบินไปที่เนเธอร์แลนด์หลังจากนั้นไม่นานผมก็บินตามมา
ส่วนพ่อผมอยู่ที่ประเทศไทยคนเดียว อายุ แกก็75แล้วแก มาอยู่ที่ฮอนแลนด์ไม่ได้เพราะป่วย
1ปีผ่านไปแกก็เสียด้วยโรคหัวใจ แม่ผมทำงานไม่ได้เป็นคนต่างด้าว ผมก็เลยทำงานจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ส่วนแม่ของผมออกไปเที่ยวทุกวัน ไปหาเพื่อนทุกวันไม่เคยมีเวลาให้ผมเลย
หลังจากนั้นไม่นาน(ไม่ถึง1ปี)แม่ผมก็มีคนใหม่เพื่อเงิน
(โอ๊ะ ลืมเล่า ตอนพ่อผมยังมีชีวิตอยู่ แม่ผมได้พาผู้ชายคนอื่นเข้ามาในบ้านผมเปิดประตูเข้าห้องไปเห็นนอนแก้ผ้าทั้งคู่ พอผมถาม แกก็บอกว่าเมา เลยถอดเสื้อนอน.......)
ผมเองก็ได้เริ่มคบกับ ไมค์ (มีอยู่ครั้งหนึ่งมีผู้ชายแก่ๆในร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่ ถามผมว่ามีแฟนไหม ผมบอกเขาไปว่ามี แล้วเขาก็ถามใหม่ว่าถ้าบอกว่าไม่มีจะให้๕๐€ ผมก็เลยบอกไปว่าไม่มี แล้วผมไปเล่าให้ไมค์ฟัง เขาโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ เพราะแม่ผมทำให้ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติเพราะผมเห็นแกทำมาตั้งแต่ผมอายุ12)
ไมค์เขาก็เริ่มเห็นความผิดปกติในบ้านเขาเห็นว่าผมเสียใจ แต่แม่ผมไม่เคยอยู่กับผมเลย มีอยู่วันหนึ่งผมถามแม่ผมว่าไปปาร์คด้วยกันไหมเราไม่ได้ไปไหนด้วยกันมา8เดือนแล้วนะ แกบอกผมว่า แค่ลูกมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว (มันทำให้ผมคิดว่าแกไม่อยากจะดูแลเราแล้ว)
ผมขอให้แกเลิกกับเขาเพราะผมยังเสียใจเรื่องพ่ออยู่ แกบอกว่าเลิกไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินส่งให้ยาย(ตาผมก็เสียหลังจากพ่อเสียได้ไม่นาน แม่ผมน่าจะเข้าใจความรู้สึกของผมว่ารู้สึกยังไง)
ผมโดนไล่ออกจากงาน แม่ ค่าใช้จ่ายที่บ้านผมไม่สามารถจ่ายได้แล้วเพราะผมยังไม่มีงาน ผมก็พยายามที่จะหางานทำอยู่ บิลค่าน้ำค่าไฟมา แม่ผมไม่จ่าย แต่แกดันมีโทรศัพท์มือถือตัวท๊อป Samsung Galaxy S8+ ซึ้งราคากว่า 800€ กับกระเป๋า Michael kors ซึ้งราคา200€ แต่ค่าน้ำค่าไฟในบ้านราคา300€ แกไม่สามารถจ่ายได้...(แกเอาเงินที่ผมอุตส่าห์เก็บไว้เป็นเงินออมเพื่อฉุกเฉิน ไปให้เพื่อนยืมด้วย)
ผมไม่รู้จะทำยังไงดี บอกว่าที่แม่ทำอยู่มันไม่ถูกแกก็ไม่เชื่อ
ผมเลยบอกว่าถ้าไม่เลิกกับเขา ผมก็ไม่อยากจะเห็นแม่ในบ้านหลังนี้อีก (ผมทำเพื่อลองใจเฉยๆ )
สุดท้ายดูเหมือนว่าแกจะเลือกผู้ชายคนใหม่ที่ให้ตังแม่ผม แกพูดว่าตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนนะลูก
ผมเข้าใจนะครับว่าแกจำเป็นต้องหาตังส่งให้ยาย
(แต่ความเป็นแม่ลูกต้องมาก่อนเป็นอันดับที่1รึเปล่าครับ? วิธีหาตังมีตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่มีแค่ต้องเป็น
แกสามารถที่จะขายโทรศัพท์ มาจ่ายค่าบ้านได้ แต่แกไม่ทำอย่างงั้น.......... ผมอยากจะถามเพื่อนๆว่า ผมควรจะให้แม่อยู่ต่อในบ้านดีไหมครับ? เพราะผมเป็นเจ้าของบ้านตามกฎหมายที่พ่อผมให้ผมไว้ด้วย(เหมือนแกจะรู้อนาคตล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น)..
ถ้าต้องมองด้วยสมองแต่ไม่ใช้หัวใจในการตัดสินใจ