สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงที่ผ่านมานี้เราเห็นคนไปมัลดีฟส์แบบเยอะมากกกก ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมีตั๋วโปรออกมาค่อนข้างถี่ ซึ่งเราก็ตามเอาจากเพจพี่ช้าง ChangTrixget และเราก็จะไม่ทนในราคาตั๋วไป-กลับ 6,000นิดๆนี้แน่นอน รีบเข้าไปจองให้ไว ตั๋วโปรของเราเป็นแบบต้องไป Transit ที่ศรีลังกาด้วย เราจึงมีโอกาสได้ไปแวะไหว้พระ+ชมเมืองเดินเล่นที่โคลัมโบด้วยค่ะ
มาเริ่มกันเลย เราตื่นตั้งแต่ตี 4 เบิ่งไปสนามบิน นั่งสายการบินศรีลังกา airlines ครั้งแรก (แฟนบอกว่าโลโก้เหมือนสายการบินพริกหยวก) นั่งไป 3 ชม. มีข้าวให้กินพอกล้อมแกล้ม รสชาติไม่แย่อย่างที่คิดแต่เครื่องเทศจะแรงๆหน่อย แอร์ก็เซ็กซี่โชว์พุงตามสไตล์
พอมาถึงสนามบินโคลัมโบ เราก็อึนๆกันสักพักเพราะไม่ได้แพลนว่าจะไปไหนกันมั่ง มาแบบไปตายเอาดาบหน้าละกัน ออกไปนอกสนามบินก็จะมีตุ๊กๆ แท็กซี่มาถามว่าเราจะไปมั้ยๆ จนเรามาได้พี่คนนี้เดินมาเสนอราคาพาเที่ยวชมเมืองหรือจะไปไหนก็ได้แล้วแต่เราบอกในราคา 50 US นั่งคุยๆสักพักก็อ่ะๆไปก็ไป เค้าจะพาเราเที่ยวรอบเมืองด้วยรถยนต์ของเค้า บอกเลยว่าเราตื่นเต้น+กลัว+หวิวๆ คือมันมีความรู้สึกหลากหลายเพราะเราไม่นั่งรถใครไม่รู้ออกมาแบบนี้ จะโดนหลอกไปขายมั้ยเนี่ย555 คือกลัวเป็นแบบไทยไง น่ากลั๊วน่ากลัว
ตัวเมืองโคลัมโบอยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 30 กิโล ซึ่งถือว่าไกลพอสมควรเลย คนที่นี่นิยมใช้รถตุ๊กๆมากแทรกไปแทรกมายังกะมอไซ แถมบีบแตรกันแทบจะเป็นเรื่องปกติ เอาจริงเราว่าการที่เค้าบีบแตรกันบ่อยๆมันเหมือนเป็นการบอกอะไรหลายอย่าง ทั้งขอบคุณ ระวัง หรืออาจจะด่าก็ได้ 555 เอาเป็นว่าบีบแตรจนปวดหัว เอะอะบีบแตรๆ ถ้าเป็นไทยคงยิงกันตายไปละ
ที่แรกที่เค้าพาเราไปเป็นวัดที่อยู่กลางเมืองแล้วล้อมรอบด้วยน้ำ จริงๆมันก็ไม่เชิงวัดแล้วเราก็ลืมไปแล้วว่าชื่ออะไร(เก๊าขอโทษ ใครรู้มาบอกทีจะแก้ให้) เสียค่าเข้าไปคนละ 2 US องค์พระส่วนใหญ่มาจากไทย มีสลักข้างล่างว่าบริจาคมาจากครอบครัวไหนเป็นภาษาไทยเลย เราก็เลยได้ไหว้พระแล้วก็เดินเล่นรอบๆ

คนที่พาเราเที่ยวเหมือนเค้าเพิ่งมาทำใหม่ ไม่ค่อยรู้ทางแต่ก็พยายามถามทางพาเราไป มาหยุดที่วัดที่ 2 ชื่ออะไรลืมอีกแล้ว อันนี้เป็นวัดใหญ่มาก เหมือนเป็นวัดประจำเมืองเลย มีกรุ๊ปทัวจีน ฝรั่งมาลงเป็นคันรถ มีไกด์เล่าประวัติเป็นฉากๆเราเลยเนียนไปยืนฟังด้วย ก็เหมือนประวัติพระพุทธเจ้าที่เราเรียนกันมานั่นแหละ เดินชมโน้นนี่ไปเรื่อยเห็นมีภาพในหลวงเคยเสด็จมาที่วัดนี้ด้วย ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุให้กราบไว้ มีโบสถ์ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยภาพวาดเรื่องราวของพระพุทธเจ้าสวยงามอยู่ทั่วทั้งโบสถ์เลย

จากนั้นเราก็ไปทะเลกันต่อ พี่คนนำเที่ยวของเราก็ขับรถพาเราไปจอดริมหาด ซึ่ง….มันเป็นหาดที่ช่างไม่มีอะไรซะเลย เป็นชายหาดที่ไม่สามารถลงไปเล่นน้ำได้เพราะเค้าทำคอนกรีตขึ้นมากั้น อาจจะเป็นเพราะวันนั้นเป็นวันจันทร์ด้วย ทำให้ค่อนข้างเงียบ มีร้านขายของนิดหน่อย ลงไปเดินเล่นอยู่ 10 นาทีก็กลับขึ้นมา เตรียมกลับสนามบิน


ตอนนี้เรามาถึงเมืองมาเล่ก็เป็นเวลากลางคืนประมาณ 2 ทุ่มกว่าแล้ว เวลาที่นีจะช้ากว่าไทย 2 ชั่วโมง ตีเป็นไทยก็ 4ทุ่มกว่า+กับเดินทางทั้งวันเราง่วงและค่อนข้างเหนื่อยแล้ว รีบจัดหาโรงแรมนอน ตอนแรกอ่านมาคร่าวๆว่าในสนามบินมีโรงแรมแต่เห็นราคาแล้วกรี๊ด คือแพงงะ เลยเปิด agoda ไปเจอโรงแรมใกล้ๆราคาพันกว่าบาทก็เลย เอาวะที่นี่แหละ พรุ่งนี้ก็ข้ามเกาะไปมัลดีฟส์ละ
เรามาทริปนี้เจอคนไทยด้วยกันอีก 2 คู่ คือคนไทยเยอะจริง แล้วบังเอิญมากว่าอีก 2 คู่ก็พักโรงแรมเดียวกันเลย คือทุกคนรอข้ามไปมัลดีฟส์พรุ่งนี้เช้าเหมือนกันหมด ก็เลยมีเพื่อนเม้ามอยกันไปสักพักก่อนแยกย้ายกันไป
ต้องบอกก่อนว่าเรามาช่วง Low season ที่นี่ก็เริ่มมาฝนตกบ้างประราย ตกๆหยุดๆ บางวันก็ครึ้มทั้งวัน เรา 2 คนตื่นเต้นมากกกก แต่ในความตื่นเต้นก็ยังซ่อนความเหนื่อย หลังจากขึ้นรถจะไปเกาะได้ไม่นานก็สลบค่ะ โรงแรมที่เราไปชื่อ Meeru Island Resort & Spa เรารู้จักที่นี่จากคนในนี้ที่เคยรีวิวมานี่แหละ ตัวรีสอร์ทห่างจากเมืองมาเล่นั่งเรือไปประมาณ 45 นาที ก็มาถึงแล้วค่ะ


พาไปชมบ้านที่เราจองไว้กันก่อน เราจองเป็นบ้านริมหาดมี Jacuzzi ให้ตีฟองบุ๋งๆแบบ All inclusive คือรวมอาหาร 3 มื้อ เหล้า เบียร์ ค็อกเทลฟรีหมด มีสปาฟรี 15 นาที รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆด้วย โดยจะมีทริป Snorkeling boat trip - House reef คือไปดำน้ำฟรีทุกวัน แต่อุปกรณ์ดำน้ำต้องเช่านะคะหรือใครจะเอาไปเองก็ได้ เช่าวันละ 9 US และก็มี Sunset Punch Cruise นั่งเรือไปชมพระอาทิตย์ตกและน้องปลาโลมา (อันนี้คือฟินมาก ฟินยังไงเดี๋ยวเล่าให้ฟัง) มีเรือคายัค วินเซิฟ ให้เล่นฟรี




นอกจากนี้ยังมีคอร์สอนเล่นกอล์ฟ สอนเล่นวิเซิฟฟรีอีกด้วย และสำหรับใครที่ชอบดำน้ำ ที่นีมี Scuba ได้ PADI ทั้งทฤษฐีและปฎิบัติหลายราคา ออกเรือ 1 ครั้ง 2 ครั้ง ไปจนถึง 4 ครั้งพร้อมใบ certificate ให้ด้วย

มาวันแรกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่ง พนักงานมาอธิบายรายละเอียดต่างๆที่เราจะได้ใน All inclusive และให้แมพรอบเกาะมาว่าตรงไหนเป็นอะไรบ้าง พร้อมซด Welcome drink กันอย่างหิวกระหาย

มาถึงก็เที่ยงแล้ว 2 คนรีบเบิ่งไปห้องอาหารก่อนเลย 555 คือหิวไง เมื่อเช้ากินมาน้อย ของเราจะไปกินที่ห้องอาหาร Maalan Restaurant อ้อๆๆอีกอย่างนึง มานี่ไม่ต้องไปซื้อซิมให้เสียตังนะเพราะมี Wifi รอบเกาะจ้า สะดวกเหมาะกับคนติดโซเชียลอย่างเราสุดๆ เราจะมามกินที่ห้องอาหารนี้ตลอดการอยู่ที่นี่เลย เป็นห้องอาหารริมหาด เปิดรับลมเย็นสบาย พอไปนั่งก็มีพนักงานมาแนะนำตัวกับเราว่าเค้าจะคอยดูแลอาหารการกินของเราตลอดระยะเวลาที่เราเข้าพักที่นี่ วันนี้เราไม่ค่อยได้ทำอะไรมากนักนอกจากเดินเล่นเปื่อยๆไปรอบๆเพราะยังไม่อยากทำกิจกรรมอะไร เรามาพักที่นี่ 5 วัน 4 คืน ยังมีเวลาให้เราชิวอีกเยอะ


รีวิว แบกเป้ไปมัลดีฟส์+แวะศรีลังกา 5 วัน 4 คืน ฟินๆอินลมชายหาด (รูปล้านแปด)
มาเริ่มกันเลย เราตื่นตั้งแต่ตี 4 เบิ่งไปสนามบิน นั่งสายการบินศรีลังกา airlines ครั้งแรก (แฟนบอกว่าโลโก้เหมือนสายการบินพริกหยวก) นั่งไป 3 ชม. มีข้าวให้กินพอกล้อมแกล้ม รสชาติไม่แย่อย่างที่คิดแต่เครื่องเทศจะแรงๆหน่อย แอร์ก็เซ็กซี่โชว์พุงตามสไตล์
พอมาถึงสนามบินโคลัมโบ เราก็อึนๆกันสักพักเพราะไม่ได้แพลนว่าจะไปไหนกันมั่ง มาแบบไปตายเอาดาบหน้าละกัน ออกไปนอกสนามบินก็จะมีตุ๊กๆ แท็กซี่มาถามว่าเราจะไปมั้ยๆ จนเรามาได้พี่คนนี้เดินมาเสนอราคาพาเที่ยวชมเมืองหรือจะไปไหนก็ได้แล้วแต่เราบอกในราคา 50 US นั่งคุยๆสักพักก็อ่ะๆไปก็ไป เค้าจะพาเราเที่ยวรอบเมืองด้วยรถยนต์ของเค้า บอกเลยว่าเราตื่นเต้น+กลัว+หวิวๆ คือมันมีความรู้สึกหลากหลายเพราะเราไม่นั่งรถใครไม่รู้ออกมาแบบนี้ จะโดนหลอกไปขายมั้ยเนี่ย555 คือกลัวเป็นแบบไทยไง น่ากลั๊วน่ากลัว
ตัวเมืองโคลัมโบอยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 30 กิโล ซึ่งถือว่าไกลพอสมควรเลย คนที่นี่นิยมใช้รถตุ๊กๆมากแทรกไปแทรกมายังกะมอไซ แถมบีบแตรกันแทบจะเป็นเรื่องปกติ เอาจริงเราว่าการที่เค้าบีบแตรกันบ่อยๆมันเหมือนเป็นการบอกอะไรหลายอย่าง ทั้งขอบคุณ ระวัง หรืออาจจะด่าก็ได้ 555 เอาเป็นว่าบีบแตรจนปวดหัว เอะอะบีบแตรๆ ถ้าเป็นไทยคงยิงกันตายไปละ
ที่แรกที่เค้าพาเราไปเป็นวัดที่อยู่กลางเมืองแล้วล้อมรอบด้วยน้ำ จริงๆมันก็ไม่เชิงวัดแล้วเราก็ลืมไปแล้วว่าชื่ออะไร(เก๊าขอโทษ ใครรู้มาบอกทีจะแก้ให้) เสียค่าเข้าไปคนละ 2 US องค์พระส่วนใหญ่มาจากไทย มีสลักข้างล่างว่าบริจาคมาจากครอบครัวไหนเป็นภาษาไทยเลย เราก็เลยได้ไหว้พระแล้วก็เดินเล่นรอบๆ
เรามาทริปนี้เจอคนไทยด้วยกันอีก 2 คู่ คือคนไทยเยอะจริง แล้วบังเอิญมากว่าอีก 2 คู่ก็พักโรงแรมเดียวกันเลย คือทุกคนรอข้ามไปมัลดีฟส์พรุ่งนี้เช้าเหมือนกันหมด ก็เลยมีเพื่อนเม้ามอยกันไปสักพักก่อนแยกย้ายกันไป
ต้องบอกก่อนว่าเรามาช่วง Low season ที่นี่ก็เริ่มมาฝนตกบ้างประราย ตกๆหยุดๆ บางวันก็ครึ้มทั้งวัน เรา 2 คนตื่นเต้นมากกกก แต่ในความตื่นเต้นก็ยังซ่อนความเหนื่อย หลังจากขึ้นรถจะไปเกาะได้ไม่นานก็สลบค่ะ โรงแรมที่เราไปชื่อ Meeru Island Resort & Spa เรารู้จักที่นี่จากคนในนี้ที่เคยรีวิวมานี่แหละ ตัวรีสอร์ทห่างจากเมืองมาเล่นั่งเรือไปประมาณ 45 นาที ก็มาถึงแล้วค่ะ
นอกจากนี้ยังมีคอร์สอนเล่นกอล์ฟ สอนเล่นวิเซิฟฟรีอีกด้วย และสำหรับใครที่ชอบดำน้ำ ที่นีมี Scuba ได้ PADI ทั้งทฤษฐีและปฎิบัติหลายราคา ออกเรือ 1 ครั้ง 2 ครั้ง ไปจนถึง 4 ครั้งพร้อมใบ certificate ให้ด้วย