หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
((มาลาริน)) ^_^ ปรบมือให้ทีมเศรษฐกิจค่ะ.."สมคิด" โชว์ผลงานรบ.3 ปี ระบุศก.ไทยพุ่งร้อยละ 3.3 อันดับของประเทศดีขึ้นทุกด้าน
กระทู้คำถาม
การเมือง
รัฐบาล
เรื่องนี้ต้องขยายนะคะ...
3 มิ.ย.60- ในเวทีการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคประจำปี 2560 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในรอบปีที่ผ่านมาโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว จากปัจจัยความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายประเทศต่างๆโดยเฉพาะสหรัฐ ทำให้คาดเดาทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลกยากขึ้นจากที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว แต่ขอให้นักธุรกิจอย่ามองโลกแง่ร้าย และ ควรจะหาวิธีการให้ธุกิจเดินต่อไปเพราะเชื่อว่าภายใต้วิฤติมักมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ โดยแนวทางหนึ่งอยากให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีนวัตกรรม
นายสมคิด กล่าวว่า หลังจากทีมด้านเศรษฐกิจของตัวเองเข้ามารับผิดชอบงานช่วง 1 ปีครึ่งมุ่งหยุดยั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำในปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 0.8 หลังผ่านมา 3 ปี รัฐบาลคสช. แม้จะเป็นรัฐบาลทหาร สามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและเห็นผลจริงจนเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้เติบโตได้ถึงร้อยละ 3.3
ขณะเดียวกันได้เดินหน้าภาระกิจปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีปัญหาให้มีศักยภาพความสามารถในการแข่งขัน จนอันดับความสามามารถการแข่งขันของประเทศปีนี้ที่ออกมา ได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 27 จากอันดับที่ 28 ในปีก่อนหน้า โดยมีคะแนนดิบไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆในช่วง 3 ปีเพิ่มจากระดับ 65 คะแนน ขึ้นมาเป็น 69 และ 74 คะแนน และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ขึ้นมาได้เกินระดับ 80 คะแนนภายในช่วง 3 ปีรัฐบาล คสช.
ส่วนสมรรถนะรัฐบาลเพิ่มขึ้น 3 อันดับจากแผน การบริหารนโยบายที่ดี และ กฎหมายธุรกิจดีขึ้น 6 อันดับทำให้โลกกันมาสนใจประเทศไทย ส่วนสมรรถนะภาคเอกชนยังไม่ดีขึ้นหรือ ระดับยังไม่เปลี่ยนแปลง หอการค้าไทยจะต้องช่วยกันโดยเฉพาะด้านการเปลี่ยนเทคโนโลยีของภาคเอกชนที่ตื่นตัวช้า
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ(ทีดีอาร์ไอ) มองว่าในยุดดิจิตอลอีโคโนมีสำหรับภาคการค้าและบริการยุค 4.0 จะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลที่มีอยู่ในโลกจำนวนมาก ( Big Data) ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจสูงสุด นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องสนับสนุนด้านข้อมูลที่เปิดเผยมากขึ้นผ่านระบบออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการวางแผนการทำธุรกิจ เช่น ข้อมูลน้ำ อุณหภูมิ สภาพอากาศ และ อื่นๆ ซึ่งผลจากการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิ ภาพนี้จะช่วยลดต้นทุนและมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ละปีอย่างน้อยร้อยละ 0.8 และเป็นไปในทิศทางการพัฒนาประเทศ 4.0
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าข้อมูลเศรษฐกิจขณะนี้ฟื้นตัวขึ้นชัดเจน แต่ยอมรับว่าห่วงอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมที่ติดลบในรอบ 14 เดือนส่งสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจอาจทรุดตัวลงได้ จึงต้องเร่งให้มีการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อฟื้นการบริโภคให้เพิ่มขึ้นให้ได้ ซึ่งจากการพิจารณาแผน การลงทุนภาครัฐและการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซีจำนวนมากตั้งแต่ไตรมาส 3 น่าจะกระตุ้นให้การบริโภคเพิ่มขึ้นได้ และยังคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ร้อยละ 3.6 ตามคาด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาคพบว่ามีการฟื้นตัวขึ้นชัดเจนจากรายได้ภาคการเกษตรและท่องเที่ยว โดยในไตรมาสแรกเศรษฐกิจภาคตะวันออกขยายตัวสูงสุดร้อยละ 4.8 ตามด้วยภาคกลางร้อยละ 3.6 ภาคเหนือร้อยละ 3ภาคใต้ร้อยละ 2.9 และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 2.6
http://m.thansettakij.com/content/156916
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
((มาลาริน)) ^_^ ปรบมือให้ทีมเศรษฐกิจค่ะ.."สมคิด" โชว์ผลงานรบ.3 ปี ระบุศก.ไทยพุ่งร้อยละ 3.3 อันดับของประเทศดีขึ้นทุกด้าน
3 มิ.ย.60- ในเวทีการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคประจำปี 2560 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในรอบปีที่ผ่านมาโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว จากปัจจัยความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายประเทศต่างๆโดยเฉพาะสหรัฐ ทำให้คาดเดาทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลกยากขึ้นจากที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว แต่ขอให้นักธุรกิจอย่ามองโลกแง่ร้าย และ ควรจะหาวิธีการให้ธุกิจเดินต่อไปเพราะเชื่อว่าภายใต้วิฤติมักมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ โดยแนวทางหนึ่งอยากให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีนวัตกรรม
นายสมคิด กล่าวว่า หลังจากทีมด้านเศรษฐกิจของตัวเองเข้ามารับผิดชอบงานช่วง 1 ปีครึ่งมุ่งหยุดยั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำในปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 0.8 หลังผ่านมา 3 ปี รัฐบาลคสช. แม้จะเป็นรัฐบาลทหาร สามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและเห็นผลจริงจนเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้เติบโตได้ถึงร้อยละ 3.3
ขณะเดียวกันได้เดินหน้าภาระกิจปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีปัญหาให้มีศักยภาพความสามารถในการแข่งขัน จนอันดับความสามามารถการแข่งขันของประเทศปีนี้ที่ออกมา ได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 27 จากอันดับที่ 28 ในปีก่อนหน้า โดยมีคะแนนดิบไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆในช่วง 3 ปีเพิ่มจากระดับ 65 คะแนน ขึ้นมาเป็น 69 และ 74 คะแนน และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ขึ้นมาได้เกินระดับ 80 คะแนนภายในช่วง 3 ปีรัฐบาล คสช.
ส่วนสมรรถนะรัฐบาลเพิ่มขึ้น 3 อันดับจากแผน การบริหารนโยบายที่ดี และ กฎหมายธุรกิจดีขึ้น 6 อันดับทำให้โลกกันมาสนใจประเทศไทย ส่วนสมรรถนะภาคเอกชนยังไม่ดีขึ้นหรือ ระดับยังไม่เปลี่ยนแปลง หอการค้าไทยจะต้องช่วยกันโดยเฉพาะด้านการเปลี่ยนเทคโนโลยีของภาคเอกชนที่ตื่นตัวช้า
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ(ทีดีอาร์ไอ) มองว่าในยุดดิจิตอลอีโคโนมีสำหรับภาคการค้าและบริการยุค 4.0 จะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลที่มีอยู่ในโลกจำนวนมาก ( Big Data) ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจสูงสุด นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องสนับสนุนด้านข้อมูลที่เปิดเผยมากขึ้นผ่านระบบออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการวางแผนการทำธุรกิจ เช่น ข้อมูลน้ำ อุณหภูมิ สภาพอากาศ และ อื่นๆ ซึ่งผลจากการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิ ภาพนี้จะช่วยลดต้นทุนและมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ละปีอย่างน้อยร้อยละ 0.8 และเป็นไปในทิศทางการพัฒนาประเทศ 4.0
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าข้อมูลเศรษฐกิจขณะนี้ฟื้นตัวขึ้นชัดเจน แต่ยอมรับว่าห่วงอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมที่ติดลบในรอบ 14 เดือนส่งสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจอาจทรุดตัวลงได้ จึงต้องเร่งให้มีการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อฟื้นการบริโภคให้เพิ่มขึ้นให้ได้ ซึ่งจากการพิจารณาแผน การลงทุนภาครัฐและการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซีจำนวนมากตั้งแต่ไตรมาส 3 น่าจะกระตุ้นให้การบริโภคเพิ่มขึ้นได้ และยังคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ร้อยละ 3.6 ตามคาด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาคพบว่ามีการฟื้นตัวขึ้นชัดเจนจากรายได้ภาคการเกษตรและท่องเที่ยว โดยในไตรมาสแรกเศรษฐกิจภาคตะวันออกขยายตัวสูงสุดร้อยละ 4.8 ตามด้วยภาคกลางร้อยละ 3.6 ภาคเหนือร้อยละ 3ภาคใต้ร้อยละ 2.9 และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 2.6
http://m.thansettakij.com/content/156916