
สวัสดีครับ
+
แผนที่ข้างบน คือ แผนที่ของประเทศเมียนมาร์ ส่วนที่เป็นสีแดงคือเขตของ "รัฐ" (States) ที่ถูกประกาศไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยและถูกจัดไว้ให้แยกออกจากเขต (Regions) ซึ่งเป็นเขตที่รัฐบาลกลางปกครองโดยตรง หรือในแง่โดยพฤตินัยก็คือ เป็นพื้นที่สำหรับชาวพม่า 100%
+
สำหรับในยุคที่เมียนมาร์ยังปกครองแบบสหพันธรัฐ รัฐ คือ เขตปกครองตัวเองโดยพฤตินัย เช่นเดียวกับการปกครองในอินเดีย เพียงแต่พื้นที่นี้ถูกปกครองโดยชนกลุ่มน้อยและเกือบจะถือว่าแบ่งแยกจากรัฐบาลกลาง รัฐส่วนหนึ่งได้ถูกสร้างขึ้นโดยสนธิสัญญาปางโหลง อีกส่วนหนึ่งก็สร้างขึ้นมาเพื่อลดการต่อต้านจากชนกลุ่มน้อย และด้วยปัญหาชนกลุ่มน้อยที่พยายามแยกตัวออกจากเมียนมาร์ตลอดเวลา จึงทำให้บังเกิดระบอบเผด็จการทหารขึ้นมาโดยอ้างเหตุผลความแตกแยกของประเทศชาติขึ้น ส่งผลให้เมียนมาร์ถูกปกครองนานเกือบ 50 ปี จนกระทั่งได้รับประชาธิปไตยขึ้นมาอีกครั้ง
+
พูดถึงรัฐที่ปกครองโดยชนกลุ่มน้อย ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆรัฐ โดยเฉพาะรัฐ 3 รัฐที่เคยมีประวัติศาสตร์และอาณาจักรบ้านเมืองอย่างชัดเจนคือ ยะไข่,ฉาน และ มอญ ต้องการจะแยกตัวเป็นอิสระ สำหรับชนกลุ่มน้อย บางคนก็แค่อยากได้รับสวัสดิการและการดูแลเทียบเท่าชาวพม่า บางคนก็ไม่คิดอะไร แต่บางคนก็ถึงขั้นไม่พอใจถึงขั้นต้องการแยกตัวเพราะทนไม่ไหวกับการกดขี่
+
ทีนี้ หากรัฐเหล่านี้ถูกแยกตัวออกไปจากเมียนมาร์ได้สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้น?
+
สิ่งที่ชนกลุ่มน้อยมักกล่าวถึงรัฐบาลกลางในแง่ลบบ่อยๆก็คือ รัฐบาลกลางเข้ามาขูดรีดทรัพยากรโดยไม่ทิ้งอะไรไว้เป็นการตอบแทนอย่างที่ควรทำเลย ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่งของชนกลุ่มน้อยก็คือ ชนกลุ่มน้อยบางคนได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มโกก้างโดยจีน กลุ่มทหารฉานโดยอเมริกา (ไทยไม่แน่ใจว่าจะมีหรือเปล่า แต่คงจะไม่) ซึ่งสิ่งหนึ่งที่อดคิดไม่ได้เลยก็คือ หากรัฐต่างๆในเมียนมาร์แยกตัวออกไป แล้วทรัพยากรในรัฐจะถูกต่างประเทศเข้ามาครอบงำแทนทีหรือเปล่า? และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันจะคุ้มค่าหรือไม่? ที่ต้องเสียชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อแยกตัวออกไป เพราะมีหลายกรณีที่เมื่อแยกประเทศแล้วต้องประสบปัญหาที่ต้องรับไว้อย่างเต็มๆ หรือต้องเผชิญกับการเข้ามามีอำนาจจากประเทศใหญ่ๆเสมอ
+
สำหรับประเทศมหาอำนาจ หรือโดยเฉพาะประเทศไทยเอง เราอาจจะมองว่ามีรัฐกันชน (หากสังเกตให้ดี สีแดงจะติดกับประเทศไทยเกือบทุกแถบ ยกเว้นทางตอนใต้ คือเขตต๊ะนิ่งต่าหยี หรือ ตะนาวศรี) ไว้คอยกันพลเมืองจากกลางประเทศที่ไม่พอใจในความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น แต่ในความเป็นจริง หากมีพลเมืองไทยทำผิด โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง ก็สามารถหลบหนีไปประเทศใหม่เหล่านั้น (กรณีสมมติ) มันอาจจะยากขึ้นกว่าให้ทางการเมียนมาร์ส่งตัวพวกเขามารับโทษ โดยเฉพาะหากชนกลุ่มน้อยนั้นเคยมีผลประโยชน์ใดกับกลุ่มที่ทำลายประเทศไทยอยู่ หรือในทางตรงกันข้าม หากพลเมืองเมียนมาร์ทำผิดใดไว้แล้วหนีมาประเทศใหม่นั้น ก็คงยากที่จะสามารถจับกุมตัวได้ และจะแว้งกลับมาทำลายเมียนมาร์จนถึงที่สุด
+
อีกเหตุผลหนึ่ง ประเทศใหม่เหล่านั้น หากแยกตัวออกมาได้ จะพบกับปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาความเป็นอยู่ของประชากร และปัญหาการแบ่งแยกดินแดนซ้ำซาก โดยเฉพาะรัฐฉาน ที่มีกลุ่มแบ่งแยกแตกออกมาจากกลุ่มชนชาติฉานอยู่พอสมควร
+
สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำว่า คนไทยคนไหนที่สนับสนุนหรือเห็นใจชนกลุ่มน้อย หรือ พออยากจะศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งจิตอาสากับชนกลุ่มน้อย ผมไม่ถือ ผมอยากขอบคุณแทนพวกเขาด้วยซ้ำ แต่อย่าให้ถึงกับสนับสนุนให้พวกเขาแบ่งแยกดินแดนโดยตรง เพราะสุดท้าย ทั้งไทยและเมียนมาร์ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อาจจะต้องเดือดร้อนหากเกิดเรื่องราวนี้ในอนาคต และสำหรับชนกลุ่มน้อยที่หนีมาไทย ผมเข้าใจความรู้สึกดี เพราะถ้าผมได้มีโอกาส อยากจะช่วยเหลือและให้โอกาสเท่าที่จะให้ แต่ผมจะไม่ยอมให้ประเทศนี้ถูกแบ่งเด็ดขาดเพียงเพราะไม่พอใจในความเป็นอยู่ หรือไม่คิดว่าตัวเองเป็นเมียนมาร์ ถ้าอยากเป็นคนไทย ผมก็ไม่ห้าม แต่ถ้ายังคิดอยากอยู่ในเมียนมาร์ สิ่งที่ทำได้และควรทำ คือ การเรียกร้องสิทธิ
อย่าพยายามแบ่งแยกดินแดนเพื่อสร้างปัญหาในอนาคต
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเมียนมาร์ถูกแยกดินแดน?
สวัสดีครับ
+
แผนที่ข้างบน คือ แผนที่ของประเทศเมียนมาร์ ส่วนที่เป็นสีแดงคือเขตของ "รัฐ" (States) ที่ถูกประกาศไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยและถูกจัดไว้ให้แยกออกจากเขต (Regions) ซึ่งเป็นเขตที่รัฐบาลกลางปกครองโดยตรง หรือในแง่โดยพฤตินัยก็คือ เป็นพื้นที่สำหรับชาวพม่า 100%
+
สำหรับในยุคที่เมียนมาร์ยังปกครองแบบสหพันธรัฐ รัฐ คือ เขตปกครองตัวเองโดยพฤตินัย เช่นเดียวกับการปกครองในอินเดีย เพียงแต่พื้นที่นี้ถูกปกครองโดยชนกลุ่มน้อยและเกือบจะถือว่าแบ่งแยกจากรัฐบาลกลาง รัฐส่วนหนึ่งได้ถูกสร้างขึ้นโดยสนธิสัญญาปางโหลง อีกส่วนหนึ่งก็สร้างขึ้นมาเพื่อลดการต่อต้านจากชนกลุ่มน้อย และด้วยปัญหาชนกลุ่มน้อยที่พยายามแยกตัวออกจากเมียนมาร์ตลอดเวลา จึงทำให้บังเกิดระบอบเผด็จการทหารขึ้นมาโดยอ้างเหตุผลความแตกแยกของประเทศชาติขึ้น ส่งผลให้เมียนมาร์ถูกปกครองนานเกือบ 50 ปี จนกระทั่งได้รับประชาธิปไตยขึ้นมาอีกครั้ง
+
พูดถึงรัฐที่ปกครองโดยชนกลุ่มน้อย ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆรัฐ โดยเฉพาะรัฐ 3 รัฐที่เคยมีประวัติศาสตร์และอาณาจักรบ้านเมืองอย่างชัดเจนคือ ยะไข่,ฉาน และ มอญ ต้องการจะแยกตัวเป็นอิสระ สำหรับชนกลุ่มน้อย บางคนก็แค่อยากได้รับสวัสดิการและการดูแลเทียบเท่าชาวพม่า บางคนก็ไม่คิดอะไร แต่บางคนก็ถึงขั้นไม่พอใจถึงขั้นต้องการแยกตัวเพราะทนไม่ไหวกับการกดขี่
+
ทีนี้ หากรัฐเหล่านี้ถูกแยกตัวออกไปจากเมียนมาร์ได้สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้น?
+
สิ่งที่ชนกลุ่มน้อยมักกล่าวถึงรัฐบาลกลางในแง่ลบบ่อยๆก็คือ รัฐบาลกลางเข้ามาขูดรีดทรัพยากรโดยไม่ทิ้งอะไรไว้เป็นการตอบแทนอย่างที่ควรทำเลย ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่งของชนกลุ่มน้อยก็คือ ชนกลุ่มน้อยบางคนได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มโกก้างโดยจีน กลุ่มทหารฉานโดยอเมริกา (ไทยไม่แน่ใจว่าจะมีหรือเปล่า แต่คงจะไม่) ซึ่งสิ่งหนึ่งที่อดคิดไม่ได้เลยก็คือ หากรัฐต่างๆในเมียนมาร์แยกตัวออกไป แล้วทรัพยากรในรัฐจะถูกต่างประเทศเข้ามาครอบงำแทนทีหรือเปล่า? และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันจะคุ้มค่าหรือไม่? ที่ต้องเสียชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อแยกตัวออกไป เพราะมีหลายกรณีที่เมื่อแยกประเทศแล้วต้องประสบปัญหาที่ต้องรับไว้อย่างเต็มๆ หรือต้องเผชิญกับการเข้ามามีอำนาจจากประเทศใหญ่ๆเสมอ
+
สำหรับประเทศมหาอำนาจ หรือโดยเฉพาะประเทศไทยเอง เราอาจจะมองว่ามีรัฐกันชน (หากสังเกตให้ดี สีแดงจะติดกับประเทศไทยเกือบทุกแถบ ยกเว้นทางตอนใต้ คือเขตต๊ะนิ่งต่าหยี หรือ ตะนาวศรี) ไว้คอยกันพลเมืองจากกลางประเทศที่ไม่พอใจในความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น แต่ในความเป็นจริง หากมีพลเมืองไทยทำผิด โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง ก็สามารถหลบหนีไปประเทศใหม่เหล่านั้น (กรณีสมมติ) มันอาจจะยากขึ้นกว่าให้ทางการเมียนมาร์ส่งตัวพวกเขามารับโทษ โดยเฉพาะหากชนกลุ่มน้อยนั้นเคยมีผลประโยชน์ใดกับกลุ่มที่ทำลายประเทศไทยอยู่ หรือในทางตรงกันข้าม หากพลเมืองเมียนมาร์ทำผิดใดไว้แล้วหนีมาประเทศใหม่นั้น ก็คงยากที่จะสามารถจับกุมตัวได้ และจะแว้งกลับมาทำลายเมียนมาร์จนถึงที่สุด
+
อีกเหตุผลหนึ่ง ประเทศใหม่เหล่านั้น หากแยกตัวออกมาได้ จะพบกับปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาความเป็นอยู่ของประชากร และปัญหาการแบ่งแยกดินแดนซ้ำซาก โดยเฉพาะรัฐฉาน ที่มีกลุ่มแบ่งแยกแตกออกมาจากกลุ่มชนชาติฉานอยู่พอสมควร
+
สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำว่า คนไทยคนไหนที่สนับสนุนหรือเห็นใจชนกลุ่มน้อย หรือ พออยากจะศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งจิตอาสากับชนกลุ่มน้อย ผมไม่ถือ ผมอยากขอบคุณแทนพวกเขาด้วยซ้ำ แต่อย่าให้ถึงกับสนับสนุนให้พวกเขาแบ่งแยกดินแดนโดยตรง เพราะสุดท้าย ทั้งไทยและเมียนมาร์ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อาจจะต้องเดือดร้อนหากเกิดเรื่องราวนี้ในอนาคต และสำหรับชนกลุ่มน้อยที่หนีมาไทย ผมเข้าใจความรู้สึกดี เพราะถ้าผมได้มีโอกาส อยากจะช่วยเหลือและให้โอกาสเท่าที่จะให้ แต่ผมจะไม่ยอมให้ประเทศนี้ถูกแบ่งเด็ดขาดเพียงเพราะไม่พอใจในความเป็นอยู่ หรือไม่คิดว่าตัวเองเป็นเมียนมาร์ ถ้าอยากเป็นคนไทย ผมก็ไม่ห้าม แต่ถ้ายังคิดอยากอยู่ในเมียนมาร์ สิ่งที่ทำได้และควรทำ คือ การเรียกร้องสิทธิ อย่าพยายามแบ่งแยกดินแดนเพื่อสร้างปัญหาในอนาคต