[CR] ไปเดินเล่นทะเลทรายที่เมือง Mesr ประเทศ Iran กันครับ

ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนนะครับ ว่าผมไปเที่ยวประเทศอิหร่านรอบที่ 2 แล้ว รอบแรกไปมาเมื่อประมาณ  3  ปีก่อน   สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงของอิหร่าน  คือนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นมาก แหล่งท่องเที่ยวมีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ  ซึ่งต่างกับเมื่อสามปีก่อนที่คนน้อยมาก ตามมัสยิดผมยังเห็นคนท้องถิ่นมานั่งอ่านคัมภีร์  แต่รอบนี้ที่จะยืนบางแห่งยังไม่มีเลยครับ ส่วนการไปรอบนี้ของผมคือ พาแฟนไปเที่ยวครับ  โดยเที่ยวตามเส้นทางยอดฮิตเหมือนคนอื่นทั่วไป  ระยะเวลา 16  วัน เบื่อเมืองนี้แล้วก็ย้ายไปอีกเมือง สำหรับเมือง Mesr ไม่ได้อยู่ในแผนของผมแต่ก็ได้ไปเดินเล่นมาสองวันสองคืน เรื่องมีอยู่ว่า...

     ผมไปเที่ยวเมือง Yazd แล้วเจอนักท่องเที่ยวเค้าบอกไปทะเลทรายมา ผมก็เลยรู้สึกว่ามาอิหร่านแล้วยังไม่เคยไปเจอโอเอซิสหรือทะเลทรายแบบเต็มๆสักที  ก็เลยจะไปเมือง Garmeh เมืองทะเลทรายสักที  ตัดสินใจไป หาจองที่พักในอินเตอร์เนต(อิหร่านตอนนี้อินเตอร์เนตไวขึ้นเยอะครับ) ปรากฏเต็มหมด ไม่รู้จะทำไงเพราะข้อมูลอิหร่านมีน้อย เดินไปถามที่ โฮสเทล (ผมพัก ชื่อ  Oasis) ว่าที่  Garmeh เนี่ยมีที่พักรึเปล่า พนักงานก็งงๆ หายไปสักพัก แล้วก็โทรศัพท์พร้อมยื่นให้ผม ซึ่งก็มีคนมาพูดอัตราที่พัก ค่าอาหารให้ฟัง พร้อมบอกว่าที่เมืองเนี่ยไม่มีร้านค้านะต้องกินที่ที่พัก บลาๆ ซึ่งผมก็ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง เค้าบอกให้นั่งรถไปเมือง  Khur แล้วจะมีรถมารับนะ ให้บอกชื่อที่พักไป บอกค่ารถเสร็จก็วางสาย ซึ่งตอนนั้นผมก็งงๆคิดว่าคงไปเมือง  germeh แน่ๆ (ความรู้ด้านภาษาผมไม่ค่อยดีเท่าไร ไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษด้านการสื่อสาร ถนัดแต่ด้านการท่องเที่ยว แบบพูดเป็นคำศัพท์ง่ายๆแทน )
ลืมบอกว่าชื่อที่พักของผมคือ Pazirik  

          ผมนั่งรถจาก Yard ไปเมือง khur ประมาณ5ชั่วโมง ระหว่างทางก็มีฝนตกตลอด ด้วยสภาพรถที่นั่งไป แม้จะเป็นรถแอร์ แต่สภาพทรุดโทรม ฝนตกก็มีน้ำไหลจากหลังคา กระจกข้าง หรือแม้กระทั่งกระจกหน้ารถก็ตาม เรียกได้ว่ายกของหนีน้ำสนุกเลย ดีนะมีคนโดยสารไปไม่ถึง
10  คน พอถึงเมือง  Khur ก็มีคนถือป้าย Pazirik มารอรับ นั่งต่อไปอีกชั่วโมงครึ่ง เราก็ถึงที่พัก  เป็นโอเอซิสกลางทะเลทราย ผมเลือกนอนแบบ Dorm และเป็นโชคดีของเราที่ไม่มีนักท่องเที่ยวอื่นมานอนในวันนั้น ผมเลยได้ห้องใหญ่มาก ผมถามภรรยาเจ้าของว่าอยากไปทะเลทราย มีทัวร์รึเปล่า แกบอกว่าคุณเดินออกไปนิดเดียวคุณก็เจอแล้ว
มาดูสภาพที่พักของพวกผมกัน รู้วันสุดท้ายว่าคนละ  500  บาท (จริงๆพึ่งฟังออก)สักพักก็เจอแขกที่เป็นฝรั่งเศสมาพัก ทำให้รู้ว่าเมืองนี้นักท่องเที่ยวยุโรปมากัน
อาหารเย็นภรรยาเจ้าของเป็นคนทำ เหมือนแกงมัสมั่นครับ คลุกๆกับมัน (รู้สึกจะชื่อเดสซี่) แกงมะเขือเทศ ผักจากสวน ผมกินไม่หมด สามีวิ่งไปฟ้องภรรยาว่าผมกินไม่หมด ภรรยาแกเดินมาถามว่าไม่อร่อยรึป่าว มีปัญหาอะไรรึเปล่าทำไมไม่หมด
จริงอร่อยนะครับ แต่อิ่มมากเพราะอาหารอิหร่านจะจานใหญ่มาก

    สักพักภรรยาเจ้าของเดินมาถามให้เค้าเก็บไว้ให้กินดึกๆรึเปล่า เพราะคนไทยกินบ่อยมาก (ภรรยาแกเป็นคนฝรั่งเศส เคยไปอยู่กัมพูชา พูดกัมพูชาพอได้ ถึงว่าตอนผมเจอกันครั้งแรก แกสวัสดีผม)
ลืมบอกว่าลูกแกน่ารักมากกก กิจกรรมหลักที่ผมทำในเมืองนี้คือ  เล่นกับลูกแก ฉลาด ขี้อ้อน น่ารัก

     ด้วยเมืองนี้ยังเพิ่งเริ่มจะปรับปรุงโฉมให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ถนนสายหลักก็มีสร้างเกาะกลางไว้พัก มีโรงแรมที่จะเปิดใหม่เพิ่ม (ของเดิมมีแค่ 3 แห่ง) ทั้งเมืองนี้เล็กมากครับ  มีน่าจะไม่ถึง  50  หลังคาเรือน มีถนนสายหลักสายเดียว แล้วก็แยกเป็นซอยๆไป ผมไปเดินเล่นรอบเมืองก็เจอ
หลายบ้านจะเลี้ยงสัตว์ครับ

อูฐนี่ผมจะเจอสองคอกที่เลี้ยง แต่ต้องเดินดีๆ บางตัวไม่ได้ผูกเชือกครับ เข้าไปใกล้มากไม่ได้
สำหรับการเกษตรที่นี่ มีอินทผาลัม ผัก หอม พวกนี้ครับ โดยจะมีกำแพงดินกั้นไว้ กันลมกันทรายเข้ามา
ขนาดหมู่บ้านเล็กๆ

มีลาด้วย ที่นี่มีเกือบทุกอย่างสำหรับการดำรงชีพขั้นพื้นฐานเลย
กำลังสร้างบ้านใหม่
กลับมาตั้งแต่บ่ายแล้วก็เล่นกับลูกเจ้าของ พอตอนเย็นๆก็ออกไปเดินแถวนั้นหมู่บ้านต่อ
ถนนสายหลักจะตรงไปข้างหลังก็เป็นสวนช่องคั่นของกำแพงก็จะเป็นคูส่งน้ำ เดินกลับที่พัก ผมเดินออกมาไม่ถึงห้านาที แล้วก็แวะหาอูฐสักหน่อย

สำหรับใครที่ต้องการกินน้ำหวาน เบียร์ปลอดแอล ที่หมู่บ้านนี้ก็มีครับ มีร้านขายของชำแห่งเดียวกลับมาเจ้าของก็ถามผมว่าไม่ไปดูพระอาทิตย์ตกหรอ  ผมขี้เกียจก็เลยไม่ไป ฝรั่งส่วนมากมานี่ก็ไปแคมปิ้งกลางคืนกัน
อยู่เล่นกับลูกเค้าดีกว่า ตอนดึกๆ ภรรยาเจ้าของก็เดินมาบอกพร้อมกับยิ้ม ว่ามีคนไทยมาพักด้วยนะ (น้องยิมกับน้องเบียร์) ผู้ทำให้ผมออกเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นได้
มื้อเย็นผมกินข้าวหมด ภรรยาแกดีใจปรบมือให้ด้วย
ภาพอาหารอีกมื้อเป็นแยมแครอทโรยกุหลาบ กับพวกผัก ชีส ผมถูกปากกับอาหารที่นี่มากที่สุดทั้งทริปเพราะไม่ใส่น้ำกุหลาบเยอะ และทั้งหมดเป็นออแกนิค ผลิตจากในหมู่บ้าน
น้องยิมน้องเบียชวนพวกผมไปดูอาทิตย์ขึ้นในทะเลทรายเดินไป  20  นาทีถึงตอนเช้าๆ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป นั่งดู สวยจริงๆครับ อารมณ์ Mad Max
มาก

น้องเค้าเดินกันไปไกล พวกผมผู้เฒ่า เน้นนั่งดูวิว
ขากลับก็ดินตรงเจอชีวิตยามเช้านิดหน่อย ขอคุณลุงถ่ายรูป กำลังไปสวนชาวบ้านบางคนก็มากรอกน้ำ นี่คือทีเด็ดที่ทำผมสัญญากับภรรยาเจ้าของว่าจะกลับมาอีก น้อง Noa ภรรยาเจ้าของบอกผมเป็นเพื่อนที่ดีของลูกเค้ามาก เล่นด้วยกันทั้งวัน
พอผมนั่งพักก็เดินมาจูงมือ ถ้า Noa เจ็บก็ยื่นแขนมาให้จุ๊บ ถ้าน้องจะเตะบอล จะเปลี่ยนรองเท้าจากแตะเป็นผ้าใบ พร้อมเรียกรองเท้าเป็นฟาร์ซี+ฝรั่งเศส
หรือไม่ก็เรียกพวกผม เปียๆ (มามา)
ผมหลงน้องมาก ฮ่า แล้วสายๆพวกผมก็ต้องนั่งรถออกไป  khur แล้วต่อรถไปอีกเมือง (เวลารถออกที่นี่จะมีแค่เมืองละรอบ)
รูปครอบครัวเจ้าของ ถ่ายมาไม่ค่อยดี และน้อง Noa พึ่งตื่นนอนกำลังงอแงเลย และผมถ่ายโพลาลอยด์ให้แก แกชอบมากเลย ก่อนไปแกบอกให้กลับมาอีก ผมก็บอกว่าจะกลับมา แล้วแกก็บอกว่าผมเป็นคนไทยคนแรกนะที่มาพักที่พักแก ถ้าใครไปอิหร่านแล้วว่างๆ ก็แวะไปเที่ยวเมือง Mesr ได้นะครับ แวะไปพัก  Pazirik ได้ ค่าที่พักแบบอื่นผมไม่ทราบ
ค่าอาหารถ้าจำไม่ผิดเช้าฟรี ที่เหลือมื้อละประมาณ 100-200บาท (ไม่แพงถ้าเทียบกับในอิหร่าน) ฝากความคิดถึงหาน้อง  Noa  ด้วยนะครับ
ชื่อสินค้า:   IRAN
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่