เริ่มแรก ขอเล่าข้อมูลคร่าวๆเพื่อประกอบการให้คำแนะนำของทุกท่านนะคะ
ดิฉันคบกับแฟนมา 3 ปีค่ะ ส่วนตัวอายุ 26 ปีและแฟนอายุ 27 ปี
ปัจจุบันอยู่ด้วยกันที่บ้านกับครอบครัวแฟนค่ะ และมีแผนจะแต่งงานกันปีหน้า ซึ่งเรายังไม่อยากแต่ง แต่ไม่รู้จะพูดยังไงดี
ข้อดีของแฟนคือ
1. ไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน
2. ไม่เจ้าชู้ (มั้ง หรือเราไม่รู้ 5555) แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สามเลย
3. ดูแล เอาใจใส่
4. คนในครอบครัวแฟนดูแลเราเป็นอย่างดี
ข้อเสียคือ
1. ขี้โมโห อารมณ์ร้อน ขี้บ่น เอาแต่ใจ
2. ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม เช่น การไปเจอเพื่อน หรือญาติๆเรา
3. ซื้อของราคาแพงเกินความจำเป็น
ปัญหาสำหรับเราที่ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะคบกันต่อดีไหม คือ
1. แฟนเราเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่ายมากๆ เพียงแค่เราพูดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกใจ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กมากๆก้ตาม แต่ขอโมโหไว้ก่อน
2. เวลาเราจะไปเที่ยวไหน ที่แฟนเราไม่ได้ไปด้วย เค้าจะค่อนข้างงี่เง่า และจำกัดอิสรภาพของเรา เช่น กำหนดว่าให้เราไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนได้เดือนละ 1 ครั้ง เป็นต้น (อันนี้เพิ่งจะอนุญาตให้เราไปได้ หลังจาการทะเลาะกันครั้งใหญ่ คือ3ปีที่ผ่านมา ห้ามเราไปเด็ดขาด)
3. ใช้เงินรวมกัน ข้อนี้เราเคยพยายามขอแยกกระเป๋าหลายครั้ง แต่แฟนไม่ยอม เหตุผลของเราคือ บางครั้งถ้าเราเกิดลืมกระเป๋าสตาง ลืมบัตรATM หรือบัตรเครดิต ทุกอย่างจบ เพราะแฟนไม่พกเงินติดตัวซักบาท และคนที่โดนด่าก็คือเราค่ะ !
3.1. เนื่องจากเงินทุกอย่างมารวมอยู่ที่เรา ค่าใช้จ่ายต่างๆจึงตกมาอยู่ที่เรา เช่น ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิตของเราและแฟน ค่าโทรศัพท์ของเราและแฟน เราต้องเป็นคนเอาบิลพวกนี้ไปจ่ายทุกเดือน วันไหนลืมก็จะโดนด่า !
3.2. เงินเดือนเรามากกว่าแฟนประมาณ 2-3 เท่าตัว ทำให้แฟนเราใช้เงินซื้อของมากกว่าเงินที่เค้าหาได้ เช่น ระยะเวลา 6 เดือน แฟนเราซื้อคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ รองเท้าผ้าใบตัวทอป โมเดลของสะสม รวมมูลค่าหลักแสนบาท เท่ากับรายได้ทั้งปีที่หาได้ แบบไม่หักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราจ่ายให้เป็นค่าน้ำมันเดือนละ 4,000 และค่ากิน 3,000 บาท
4. เวลาทำงานไม่ตรงกัน เช่น เราหยุด แฟนไม่หยุด โดยเฉพาะวันหยุดยาวตามปฏิทิน แฟนเราจะไม่หยุด ทำให้เราไม่สามารถไปเที่ยวไหนได้ เพราะถ้าเราไปเที่ยวคนเดียว เค้าก็จะงอนๆหน่อย
5. เรามองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าของเค้าว่าจะดำเนินไปทางไหน ในสายงานที่ทำอยู่ เราต้องการหัวหน้าครอบครัวที่สามารถดูแลสมาชิกในครอบครัวได้ สิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้คือ กลับจากทำงานหรือวันหยุด คือ เล่นเกมส์ ต่อโมเดล ไม่หารายได้เสริมเพื่อมาช่วยเหลือเราเรื่องค่าใช้จ่าย
6. แม่แฟนเหมือนจะหวังผลประโยชน์จากเรา อันนี้ขอเราเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เจอนะคะ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายครั้งที่เรารู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ก็อดทนจนผ่านมาเรื่อยๆ
เรื่องมีอยู่ว่า แม่แฟนอยากซื้อบ้านแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด ราคาประมาณ 1 ล้านบาท เลยจะขอให้เราเป็นคนทำเรื่องกู้ซื้อให้ แต่แม่จะส่งค่างวดเอง แต่เราไม่สามารถกู้ให้ได้ เพราะเรากับพ่อกำลังจะทำเรื่องกู้ร่วมซื้อที่ปลูกบ้านให้พ่อกับแม่อยู่ ซึ่งเราก็บอกไปว่าไม่ได้ แม่แฟนตอบกลับมาว่า จะซื้อทำไม ไม่ต้องซื้อหรอก ที่ดินแม่มีเยอะแล้ว อนาคตก็ตกเป็นของแฟนเรา ก็เหมือนเป็นของเราด้วย เราก็บอกไปว่าให้แฟนเราเป็นคนกู้ก็ได้นะคะ ยอดเท่านี้ ยังไงก็กู้ผ่าน แม่แฟนก็ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ และพูดแค่ว่าไว้ค่อยคุยกันอีกทีล่ะกัน เราก็วางสายแบบงงๆ 55555
ซึ่งจริงๆแล้วเราก็ไม่อยากเลิก หรือเริ่มต้นใหม่กับใคร แต่บางครั้งเค้าก็ทำให้เรารู้สึกว่าการอยู่คนเดียว อาจจะดีกว่า
ตอนนี้เลยสับสนในตัวเองมาก ว่าจะไปทางไหนดี
ควรคบกันต่อไป หรือเลิกกันตั้งแต่ตอนนี้?
ดิฉันคบกับแฟนมา 3 ปีค่ะ ส่วนตัวอายุ 26 ปีและแฟนอายุ 27 ปี
ปัจจุบันอยู่ด้วยกันที่บ้านกับครอบครัวแฟนค่ะ และมีแผนจะแต่งงานกันปีหน้า ซึ่งเรายังไม่อยากแต่ง แต่ไม่รู้จะพูดยังไงดี
ข้อดีของแฟนคือ
1. ไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน
2. ไม่เจ้าชู้ (มั้ง หรือเราไม่รู้ 5555) แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สามเลย
3. ดูแล เอาใจใส่
4. คนในครอบครัวแฟนดูแลเราเป็นอย่างดี
ข้อเสียคือ
1. ขี้โมโห อารมณ์ร้อน ขี้บ่น เอาแต่ใจ
2. ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม เช่น การไปเจอเพื่อน หรือญาติๆเรา
3. ซื้อของราคาแพงเกินความจำเป็น
ปัญหาสำหรับเราที่ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะคบกันต่อดีไหม คือ
1. แฟนเราเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่ายมากๆ เพียงแค่เราพูดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกใจ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กมากๆก้ตาม แต่ขอโมโหไว้ก่อน
2. เวลาเราจะไปเที่ยวไหน ที่แฟนเราไม่ได้ไปด้วย เค้าจะค่อนข้างงี่เง่า และจำกัดอิสรภาพของเรา เช่น กำหนดว่าให้เราไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนได้เดือนละ 1 ครั้ง เป็นต้น (อันนี้เพิ่งจะอนุญาตให้เราไปได้ หลังจาการทะเลาะกันครั้งใหญ่ คือ3ปีที่ผ่านมา ห้ามเราไปเด็ดขาด)
3. ใช้เงินรวมกัน ข้อนี้เราเคยพยายามขอแยกกระเป๋าหลายครั้ง แต่แฟนไม่ยอม เหตุผลของเราคือ บางครั้งถ้าเราเกิดลืมกระเป๋าสตาง ลืมบัตรATM หรือบัตรเครดิต ทุกอย่างจบ เพราะแฟนไม่พกเงินติดตัวซักบาท และคนที่โดนด่าก็คือเราค่ะ !
3.1. เนื่องจากเงินทุกอย่างมารวมอยู่ที่เรา ค่าใช้จ่ายต่างๆจึงตกมาอยู่ที่เรา เช่น ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิตของเราและแฟน ค่าโทรศัพท์ของเราและแฟน เราต้องเป็นคนเอาบิลพวกนี้ไปจ่ายทุกเดือน วันไหนลืมก็จะโดนด่า !
3.2. เงินเดือนเรามากกว่าแฟนประมาณ 2-3 เท่าตัว ทำให้แฟนเราใช้เงินซื้อของมากกว่าเงินที่เค้าหาได้ เช่น ระยะเวลา 6 เดือน แฟนเราซื้อคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ รองเท้าผ้าใบตัวทอป โมเดลของสะสม รวมมูลค่าหลักแสนบาท เท่ากับรายได้ทั้งปีที่หาได้ แบบไม่หักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราจ่ายให้เป็นค่าน้ำมันเดือนละ 4,000 และค่ากิน 3,000 บาท
4. เวลาทำงานไม่ตรงกัน เช่น เราหยุด แฟนไม่หยุด โดยเฉพาะวันหยุดยาวตามปฏิทิน แฟนเราจะไม่หยุด ทำให้เราไม่สามารถไปเที่ยวไหนได้ เพราะถ้าเราไปเที่ยวคนเดียว เค้าก็จะงอนๆหน่อย
5. เรามองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าของเค้าว่าจะดำเนินไปทางไหน ในสายงานที่ทำอยู่ เราต้องการหัวหน้าครอบครัวที่สามารถดูแลสมาชิกในครอบครัวได้ สิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้คือ กลับจากทำงานหรือวันหยุด คือ เล่นเกมส์ ต่อโมเดล ไม่หารายได้เสริมเพื่อมาช่วยเหลือเราเรื่องค่าใช้จ่าย
6. แม่แฟนเหมือนจะหวังผลประโยชน์จากเรา อันนี้ขอเราเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เจอนะคะ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายครั้งที่เรารู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ก็อดทนจนผ่านมาเรื่อยๆ
เรื่องมีอยู่ว่า แม่แฟนอยากซื้อบ้านแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด ราคาประมาณ 1 ล้านบาท เลยจะขอให้เราเป็นคนทำเรื่องกู้ซื้อให้ แต่แม่จะส่งค่างวดเอง แต่เราไม่สามารถกู้ให้ได้ เพราะเรากับพ่อกำลังจะทำเรื่องกู้ร่วมซื้อที่ปลูกบ้านให้พ่อกับแม่อยู่ ซึ่งเราก็บอกไปว่าไม่ได้ แม่แฟนตอบกลับมาว่า จะซื้อทำไม ไม่ต้องซื้อหรอก ที่ดินแม่มีเยอะแล้ว อนาคตก็ตกเป็นของแฟนเรา ก็เหมือนเป็นของเราด้วย เราก็บอกไปว่าให้แฟนเราเป็นคนกู้ก็ได้นะคะ ยอดเท่านี้ ยังไงก็กู้ผ่าน แม่แฟนก็ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ และพูดแค่ว่าไว้ค่อยคุยกันอีกทีล่ะกัน เราก็วางสายแบบงงๆ 55555
ซึ่งจริงๆแล้วเราก็ไม่อยากเลิก หรือเริ่มต้นใหม่กับใคร แต่บางครั้งเค้าก็ทำให้เรารู้สึกว่าการอยู่คนเดียว อาจจะดีกว่า
ตอนนี้เลยสับสนในตัวเองมาก ว่าจะไปทางไหนดี