บริษัทจะให้ไปบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ 1 เดือน แต่บังคับ(ทางจิตใจ)ว่าห้ามออก 1 ปี ควรตัดสินใจอย่างไรดี

ปกติบริษัทจะส่งพนักงานไปบริษัทแม่ที่อเมริกา 1 เดือน เพื่อไปศึกษาดูงาน สร้างความสัมพันธ์ต่างๆ เป็นประจำ โดยปกติก็ไม่ได้มีลายลักษณ์อักษรใดๆว่าต้องอยู่ต่ออีกกี่ปี หรือลาออกใดๆ เมื่อวานซืน พี่เมเนเจอร์มาคุย แล้วบอกว่ากำลังทำเรื่องเสนอชื่อให้ไปทำงานที่บริษัทแม่ เพื่อไปสานสัมพันธ์ต่างๆ เราก็ดีใจที่จะได้ไปแบบคนอื่นๆ ก็เลยฟังไปตามปกติว่าเขาให้ไปทำอะไรบ้าง แต่พอใกล้จะคุยกันจบ พี่เขาบอกว่า ถึงแม้ทางบริษัทไม่ได้มีสัญญาบังคับว่าต้องห้ามลาออกใดๆหลังจากกลับมาแล้ว แต่มันมีสัญญาใจที่เมเนเจอร์ทุกๆคนเขาตกลงกัน และตั้งเป็นกฎบริษัท และคนที่เคยได้ไปเมืองนอกทุกๆรุ่น ต้องปฏิบัติตาม คือภายใน 1 ปีหลังจากกลับมา ห้ามลาออกใดๆทั้งสิ้น หากทำไม่ได้แล้วลาออกไปแบบบางคน  รายชื่อจะติด black list ทันที โดยไม่ใช่แค่ภายในบริษัทแต่เป็นบริษัทพันธมิตรข้างนอกด้วย ในฐานะที่ไม่สามารถรักษาสัญญาใจที่บริษัทเชื่อใจและออกเงินให้ไปทำงาน แต่กลับลาออกไว ยังไม่ทันได้ถ่ายทอดความรู้ ถือว่าไม่รับผิดชอบในหน้าที่

เราได้ยินแบบนี้ก็ช็อคไปชั่วขณะ และมึนงงไปหมด ว่าควรจะทำยังไงดี มีคำถามในใจเยอะมาก จริงๆก็ไม่ได้คิดว่าจะลาออกภายใน 1 ปีหลังจากกลับมา แต่พอได้ยินก็รู้สึกเสียใจและหมดศรัทธา ว่าบริษัทที่เราตั้งใจทำงานมาตลอด ช่วยน้องๆ เพื่อนๆ ให้ตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่พอมาถึงวันที่เราจะได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตา แต่กลับเหมือนจะติดคุก(ทางใจ) ไป  1 ปี ถึงเหตุผลที่ว่า ควรจะกลับมาถ่ายทอดวิชาสักระยะจะมีเหตุผลก็ตาม แต่การไปนั่งทำงานที่เมืองนอกจะเน้นการสานสัมพันธ์เป็นหลัก เลยทำให้ไม่รู้ว่า มันต้องใช้เวลาถึง 1 ปีจริงๆเหรอเพื่อถ่ายทอดความรู้ (ในการสานสัมพันธ์การเพื่อนร่วมงานที่เมืองนอก) รวมทั้ง เราจำเป็นที่จะต้องตัดโอกาสของตัวเองไหม หากภายในช่วง 1 ปี มีโอกาสดีๆเข้ามาจริงๆ กลัว กลัวว่าจะติด black list  กลัวว่าจากพี่ๆ เมเนเจอร์ที่เคยรักกัน จะกลายเป็นเกลียดกัน หากเราต้องออกจริงๆ -- สุดท้ายเลยบอกพี่ไปว่าขอเวลาตัดสินใจ และเช็คกับที่บ้านก่อน

หากเป็นเพื่อนๆ จะตัดสินใจยังไง
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 19
ผมว่าคุณลองลดมุมมองในแง่ที่ว่าบ.ข่มขู่ลงน่าจะดีนะครับ เพราะเท่าที่ผมอ่าน(โดยที่ไม่เห็นหน้าตาและน้ำเสียงของคนพูด) มันดูไปในทางขอความร่วมมือหรือแจ้งให้ทราบมากกว่าบังคับข่มขู่นะครับ

ที่สำคัญในความคิดผม ถ้าผมเป็นบ.แล้วมีคนกลับมาจากต่างประเทศแล้วลาออกบ่อยๆเข้า บ.จะจัดให้มีการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไปเลยก็ยังไม่แปลกด้วยซ้ำครับ

หรือบางทีดีไม่ดีก็แค่ให้เซ็นไว้เฉยๆ เวลามีคนลาออกจริงๆไม่ทำการฟ้องร้องหรือติดแบล็กลิสต์จริงๆด้วยซ้ำก็มีครับ เพราะงั้นต่อให้ทำขนาดนี้ผมว่ายังรู้สึกว่าเป็นระเบียบปกติที่บริษัทควรจะทำนะครับ

หรือสรุปสั้นๆก็คือ ผมว่าบริษัทคุณเป็นบริษัทที่มีความไว้วางใจในตัวพนักงานสูงมากนะครับ เลยใช้ระบบสัญญาปากเปล่าแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 20
สำหรับบริษัทแล้วโบนัสจ่ายเพื่อให้อยู่ทำงานต่อไปค่ะ ไม่ได้จ่ายให้เพราะทำความดีที่ผ่านมา
การประเมินโบนัสก็แค่ประเมินว่าคนนี้ทำงานดีมั้ย ควรให้เท่าไรเพื่อให้มีแรงจูงใจให้เค้าอยู่ต่อ

แต่พนักงานมักจะคิดว่านี่คือสิ่งที่ควรได้เพราะทำงานหนักมาทั้งปี แต่บริษัทไม่ได้มองแบบนั้นหรอกค่ะ

ส่วนเรื่องอยู่ต่อ 1 ปี คุณยังดีค่ะไม่เซ็น บริษัทส่วนใหญ่จับเซ็นกันทั้งนั้นค่ะ
ละเอียดถึงขนาดที่ว่า 1 เดือนอยู่ 1 ปี กี่เดือนอยู่กี่ปี ยังไม่รวมว่าถ้าส่งไปเทรนนิ่ง
ก็ห้ามลาออกภายในกี่เดือนๆ เค้าทำกันแบบนี้ค่ะ เป็นปกติมากๆ

คุณอาจจะไม่เคยเจอบวกกับการพูดที่อาจจะใช้วิธีพูดที่ไม่ดีเท่าไรเลยรู้สึกไม่ดี

ถ้าเอา 2 เรื่องมารวมกัน คุณยังคิดถึงแต่ตัวเองเลยว่าถ้าได้ไปแล้วกลับมาเจอที่ดีกว่าก็พร้อมจะไป ไม่สนใจบริษัท
ทั้งๆที่บริษัทต้องจ่ายเงินให้คุณแต่กลับไม่ได้รับผลกลับมาพัฒนาบริษัทตัวเองต่อเพราะคุณคงจะลาออกเมื่อเจอโอกาสที่ดีกว่า

ดังนั้นจะต่างกันตรงไหนคะ ที่คุณทำงานหนักมาทั้งปี แต่ไม่ได้รับผลลัพธ์กลับมา เพราะบริษัทเอาเงินไปจ่ายให้คนอื่นดีกว่าค่ะ

คุณกับบริษัทก็คือธุรกิจค่ะ อยู่ด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทน คุณคิดแบบนั้น บริษัทก็คิดเช่นเดียวกันค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่