รักครั้งเก่าจำไม่เคยลืม...ประสบการณ์สอนชีวิตกับรักครั้งใหม่ที่ดีในวันนี้ เรื่องราวที่อยากก็อยากได้คำตอบ???

สวัสดีค่ะ  กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกในชีวิต ไม่เคยเขียนกระทู้ เขียนบล็อค หรือเขียนอะไรยาวๆแบบนี้มาก่อน ถ้าเขียนไม่ดีต้องขออภัยไว้ด้วยค่ะ...

เริ่มด้วยชีวิตเรา ไม่ได้สวยงามอะไรพ่อแม่อย่าร้างกัน จำความได้ก็รู้สึกว่าพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จนโตเริ่มเข้าวัยรุ่น เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันใหญ่โตและก็รับรู้ได้ตั้งแจ่ตินนั้นเลยว่าพ่อแม่เลิกกัน...
เราก็ดำเนินได้ และคิดว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรที่พ่อแม่เลิกกัน(เรามีความคิดที่ว่าเมื่อเค้าไม่ได้รักกัน ทำไงก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับเพื่อเรา)  เมื่อเราจบมัธยมก็ไม่ได้ต่อมหาลัย ขอออกมาอยู่เองทำงานหาเงินเรียนเอง เมื่อออกมาใช้ชัวิตเองมันเป็นอีกโลกนึงเลย รู้สึกอิสระ อยากทำไรทำ อยากเที่ยวไรเที่ยว แล้วก็กลายเป็นสาวเที่ยวกลางคืนไปเลย กลางวันก็ทำงาน ตกกลางคืนก็เที่ยว ช่วงแรกๆมีเพื่อนเที่ยวด้วยกัน ตอนหลังไม่มีคนเที่ยวด้วยละเพราะเที่ยวทุกวัน จนเพื่อนๆขอบาย เลยเที่ยวคนเดียว.สถานที่เที่ยวก็วนไปเรื่อยคะ ช่วงนั้นถนนรัชดาบูมมากเลยไปบ่อยสุด...
และแล้วมาวันนึงเจอคนที่ถูกใจ(ปกติไปเที่ยวประเด็นที่ไปคือกินเหล้าเน้นสนุกไม่เคยสนใจใคร เราเที่ยวไม่เน้นเช็คเรทติ้ง ใครเข้ามาก็ไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่) ขอบอกเลยว่าเห็นแล้วรู้สึกใจเต้นๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เห็นครั้งแรกชอบแต่ไม่กล้าได้แค่เหล่ และก็กลับบ้านปกติไม่คิดอะไร ก็แค่คิดว่าก็แค่คนมาเที่ยวเหมือนกัน แล้วก็จบไปคืนนึง อีกวันไปอีกก็เจออีกก็ไม่ได้ทำไรอีกแค่มองๆ  และวันต่อมาก็เจออีกจึงภามเด็กเสริฟประตำเราว่า เขาเป็นใครมาบ่อยไม๊ มาคนเดียวแบบนี้เหรอ เด็กเสิฟก็บอกก็มาแบบนี้แหละ เหมือนพี่อะ555+ มีคนถามเยอะ(เพราะเค้าหน้าตาดีถึงขึ้นดีมากเลย) แต่ก็ไม่ได้สนใจใครนะพี่  ไอเราก็อ้อเหรอ. น้องเลยแซวชอบเหรอ ลองเข้าไปคุยดูสิพี่เผื่อเค้าสนใจพี่นะ555 เราก็บอกว่าไม่อะไม่กล้า. วันนั้นไปกับเพื่อนอีกคนเพื่อนก็เชียร์ใหญ่เพราะปกติไม่เคยเห็นเราสนใจใคร  เราก็เลยคิดว่า เอาวะ!บองดูเป็นไงเป็นกัน อย่างน้อยถ้าเค้าไม่ตอบรับก็แค่บายกันไป.....

กระดกเหล้าเข้าไปเพื่อความกล้า มือเท้าชาและเย็นไปหมดงงๆตัวเองเหมือนกัน และเนื่องจากเค้าและเราเจอกันหลายครั้ง ก็เลยมีบ้างที่เหล่ๆกัน พอถึงเวลาร้านปิด รอไฟเปิด ระหว่างนั้นเรามองๆหูยยยคนเข้าไปขอเบอร์เยอะเลยอะ ถอดใจละไม่เอาดีกว่าแต่เพื่อนก็ชียร์+ความเมา เลยเดินเข้าไปทักทาย ถามชื่อ ขอเบอร์. ฟลุ๊คอะเค้าให้ด้วย😉 แถมคุยด้วยดีเลย และก่อนกลับยังบอกอีกว่าเอาเบอร์ไปโทรมาด้วยนะ อย่าหาย!5555 เหมือนรู้อะ เราก็แค่ยิ้มๆ. และแล้วก็เป็นเช่นนั้น คือลืมเลยว่าจอเบอร์ไว้ จนฝ่ายนั้นโทรมาเอง และก็ได้คุยกัน คุยกันมาเรื่อยๆ และก็เตอกันที่เที่ยวนั่นแหละ คอนเจอก็แค่คุยนิดหน่อยทักๆกันไป ไม่นั่งโต๊ะเดียวกัน คุยกันทางโทรศัพท์มากกว่าจนคุ้นเคยกัน เรารู้สึกกับเค้ามาก ชอบมาก ไม่เคยเปนอย่างนี้กับใคร...

ต่อมาเราก็เริ่มทำงานกลางคืนด้วยและเราก็บอกเค้า เค้าก็ไม่ได้ว่าะไร แต่พอเราทำงานกลางคืนเราก็เริ่มไม่ได้เที่ยวละ ไม่ได้เจอเค้าแต่ก็โทรคุยกันทุกวัน จนวันนึงเค้ามาหาเราที่ทำงานโดยไม่บอก ตกใจมากตื่นเต้นมากด้วยไม่เป็นอันทำงาน พอลูกค้ากลับเค้าก็เรียกเราต่อเลย ก็เลยได้คุยกันแบบจิงจัง คุยนู่ยคุยนี่ถามสารทุกข์สุกดิบกันถามเรื่องราวต่างๆที่เราไม่ได้ไปเที่ยวเลย ที่ถามเพราะเขิลไม่รู้คุยไร แล้วอยู่ๆเค้าก็แอบหอมแก้มเรา เราตกใจมากและเขิลมากด้วย ถามเค้าทำไรอะ และแก้เขิลด้วยการบอกไปว่าจะหอมบอกดีๆไม่ต้องทีเผลอ55555 เค้าก็เลยยิ้มและบอกว่างั้นเอาใหม่ขอหอมอีกที😅 ความเนียนนี่เราทั้งคู่พอกัน. วันนั้นเค้าก็เลยไปส่งที่อพาร์ทเม้น และหลังจากนั้นก็มาหาที่ทำงานบ้าง และไปส่ง.เราไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ คุยกันทุกวัน แต่ไม่ตลอดเวลา เค้าจะโทรมาเวลาที่เค้าว่างซึ่งเป็นเวลาตื่นของเรา และก่อนเราเข้าทำงาน และเราจะโทรหาเวลาถึงห้องแล้ว เป็นแบบนี้อยู่พักนึง และแล้ววันนึงเรารู้สึกว่าเราไม่ได้ชอบเค้าอะ เรารักเค้าและเริ่มใจอ่อน วันนั้นเค้ามาส่งเราตามปกติ และกลับไป เมื่อถึงบ้านเค้าจะโทรเข้าเบอร์ห้องเช็คว่าอยู่ห้องไม๊ และเราก็บอกเค้าเลยว่า "มานอนนี่ไม๊ ถ้าอยากมานะ เค้าก็ถาม "ล้อเล่นป่าวเนี่ย ไปจริงนะ" เราก็เลยบอก"พูดจริง มาแล้วอย่าทำไรละกัน555" พอเค้ามาถึงก็คุยกันอีกนิดหน่อย เราก็เลยขอตัวนอนก่อน ซึ่งนอนหลับตาแล้วรู้สึกนอนไม่หลับ คื่นเต้นเขิลที่มีคนมานอนด้วย และคิดไปต่างๆนาๆ คิดอยู่ในใจคนเดียวว่าวันนี้จะไม่มีไรเกิดขึ้น คิดวนอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกตัวอีกที ก็รู้สึกว่าเค้าหลับแล้ว เราเลยหันไปมองหน้าเค้าชัดๆ ยิ่งมองก็ยิ่งอยากมอง จนมองเข้าไปใกล่มากแล้วก็เผลอบอกเค้าข้างหูว่า "เราชอบเค้า" และก็หอมแก้มทีนึง แล้วก็หันพลิกอีกด้านมานอนต่อ พอหัวลงหมอนปุ๊บเค้าก็พูดขึ้นมาเลยว่า "พี่ยังไม่หลับนะ" เหอะๆแค่นั้นแหละตัวชาเลย นอนนิ่งไม่กระดุกกระดิกเลย พยายามหลับดีกว่าแก้เขิล...

แล้วจู่ๆเค้าก็มาพลิกตัวเรา เราหลับตาปี๋ไม่ลืมเลย.จนสักพักว่าเค้านิ่งๆเลยลืมตาแป๋วเลย เท่านั้นแหละ...อย่าให้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น คงรู้กันนะคะ หลังจากนั้นเราก็เป็นแพนกันอย่างจริงจัง โทรหาเราบ่อยมาก มาเจอเรามากขึ้น แต่ก็ไม่ตลอดเวลาที่เค้าไม่ต้องประชุมไม่ต้องตรวจงานว่างก็จะมาหา ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมากๆและคิดว่าคนนี้แหละคือคนที่ใช่ สิ่งเดียวทร่เค้าขอเราคือไม่ยากให้ไปเที่ยวเค้าเป็นห่วง เพราะเค้าจะมารับเราทุกวันไม่ได้ วันไกนมารับไม่ได้เค้าก็จะโทรจิกเลยค่ะ โทรเช็คเข้าห้องตลอดไม่โทรเข้ามือถือ เราก็มีบ้างแอบไปเพราะเหงาอยู่ห้องคนเดียว แต่แปลกนะจับได่ทุกทีตามไปถึงที่เลยค่ะตามกลับและก็โกธรเรา แล้ววันนึงก็ทะเลาะกันเรื่องเราทำงานแล้วต้องไปกินข้าวกับ ลคเค้าไม่ชอบ ตามเราถูกเพราะเราบอกว่าไปไหนทุกครั้งไปรับถึงที่(โชคดีที่ทุกครั้งคือเราไปเป็นเพื่อนเพื่อนในร้านที่ลูกค้าเพื่อนชวนไป เราเลยขอตัวกลับโดยไม่มีปัญหาอะไร)เราก็แค่บอกว่าเราทำงานมันเปนงานของเรา เค้าก็ว่าไป2วัน3วันติดหูชามาก จนเราสุดทนว่ากลับไปบ้าง เค้าก็เลยบอกว่าเค้าทำไมเป็นห่วง...

เรื่องราวระหว่างเรากับเค้าเริ่มแย่ลงตั้งแต่วันนั้น เค้ากลายเป็นไม่ค่อยโทรมา เป็นเราต้องโทรไปแทน.คุยๆกันแปปก็ต้องวาง เพราะเวลาที่ว่างไม่ตรง เราเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เจอกันนี้เลิกพูดถึงเลย และเค้าก็มาบอกเราว่า "ต้องไปประชุมที่สิคโปร์2อาทิตย์ จะติดต่อไม่ได้นะ" ซึ่งเค้าก็ไปอยู่เปนประจำ เราก็โอเครแต่ในใจมันรุ่มร้อนผิดปกติบอกไม่ถูก เลยโทรกลับไปวันรุ่งขึ้นก็ไม่สามาร ถติดต่อได้แล้ว ตอนนั้นรู้สึกเป็นห่วง+แปลกๆมากกว่า เพราะส่วนใหญ่เค้าไปจะไม่เกิน3วัน คราวนี้ไป2อาทิตย์ แต่ก็ทำไรไม่ได้ได้แต่รอ ระหว่างรอเราก็โทรไป ส่งข้อ ความเข้าไปให้ทุกวันว่าถึงห้องแล้ว จนครบ2อาทิตย์ก็ยังไม่ติดต่อกลับมา เราไปหาที่คอนโดเค้าพี่รปภ"ก็บอกคุณเค้ายังไม่กลับมาครับ" 3อาทิตย์ผ่านไป 1เดือนผ่านไป ช่วงเวลานี่เราโทรหา และส่งข้อความไปบอกทุกวันปกติเหมือนที่ทำประจำแต่ก็ไม่มีการตอบรับ จนเราเริ่มรู้สึกว่าทำไมมีไรไม่พูดกันตรงๆ เรารับได้ถ้าเค้าจะไปจะไม่ห้ามไม่รั้งไว้สักคำขอแค่มาเจอพูกคุยกันดีๆก็พอ...
แล้ววันนึงก็ติดต่อได้ ดีใจมากกกกกกกกกบอกเค้าว่าเป็นอะไร ทำไมหายไปเป็นห่วงมาก พูดดดดเป็นชุดเค้าก็เงียบ เราเลยบอกว่า"พี่มีอะไรบอกกันตรงๆไม่เป็นไรหอก" ตอนนั้นคิดว่าเค้าคงบอกเลิกแต่คิดว่าเค้าจะบอกเรายังไง และเค้าก็พูดออกมาว่า "พี่ขอโทษ พี่กำลังจะแต่งงาน" !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เราก็หืมมม..มีไรบอกมาเหอะ เค้าก็บอกพี่ต้องแต่งงาน คนที่พ่อแม่ดูไว้ให้เพื่อธุรกิจของที่บ้าน เราก็อึ้งๆแปปแล้วบอกว่า เหมือนหนังในละครเลยเนอะ(เพราะคิดว่าไม่น่าใช่ แต่ก็เอาเหอะ) เลยบอกกับเค้าว่า "งั้นวันนี้ขอเจอได้ไม๊ คิดว่าเจอเป็นครั้งสุดท้ายละกัน" เค้าก็โอเคระหว่างทางที่เดินทางไปเจอเค้า บรรยายถึงความรู้สึกไม่ได้เลย มันสับสนเสียใจงงใจหาย รู้สึกหายใจไม่ออกอึดอัก เหมือนร้องไห้กับตัวเองอยู่ในใจ และคิดว่าไปเจอเค้าเราจะไม่ร้องไห้ ให้ความทรงจำระหว่างเรามีแต่สิ่งที่ดี...........................
พอไปเจอเค้าก็ยิ้มให้แล้วถามสบายดีไม๊ เค้าก็หน้าเศร้ าๆแล้วก็บอกว่า พี่โดนจับแต่งงานแล้วคิดว่าพี่สบายดีไม๊ เค้าก็ถามเรากลับเราเลยบอกว่า "พี่คิดว่าหนูสบายดีไม๊ละ หายไปแล้วอยู่ๆมาบอกจะแต่งงาน พยายามสบายดีอยู่"แล้วก็ยิ้มให้ มองหน้าเค้าแบบเสียใจมาก แล้วก็ฮึบอีกครั้งถามว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได่เลยเหรอ??? เค้ามองเราไม่พูดอะไร ก้มหน้าแล้วส่ายหัว พูดคำนึงว่า"พี่ขอโทษ" แล้วพูดอะไรต่อไม่รู้ ตอนนั้นหูอื้อมาก คิดในใจว่าโอเครเค้าไม่ได้เลือกเรา ก็ทำอะไรไม่ได้😿😿😿 แล้วเค้าจะเอื้อมมือมาจับเราตอนนั้นไม่แน่ใจว่าเค้าจะเอื้อมมาจับมือ หรือเอื้อมมากอด แต่เราถอยหนีแล้วพูดกับเค้าว่า "พี่ไม่ใช่ของเก๋แล้ว พี่เป็นของคนอื่นไปแล้ว อย่าโดนตัวกันเลย เผื่อจะได้ทำใจได้ง่ายขึ้น" อารมณ์เค้าตอนนั้นแค่มองหน้าเรา แล้วเหมือนอึ้ง+เคืองเรา  ยืนมองหน้ากันอยู่พักใหญ่เราก็บอกเค้าว่า "โอเครไปแล้วนะดูแลตัวเองดีๆ" เค้ายิ้ม แล้วเราก็เดินออกมา...

หลังจากนั้นก็เป็นระยะเวลาที่เรียกว่า อกหัก เพิ่งเข้าใจลึกซึ้งว่าคนอกหักมันเป็นยังไง ร้องไห้ตลอดเวลาไม่หยุด3วัน3คืนติดกัน เพื่อนที่ทำงานที่สนิทก็คอยโทรหาเป็นห่วง แต่ก็น่าขำนะเป็นแบบนั้นอยู่3วัน3คืนแล้วก็คิดได้ว่า เห้ยเราต้องทำงานนะ เรามีค่าเช่าห้องค่ากินค่าอยู่ เราก็ใช้ชีวิตของเราตามเดิมถึงในใจเราจะไม่เหมือ นเดิมแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมามันเป็นเวลาที่ดีเรายอมรับว่าเรารักเค้า มันเป็นสิ่งที่น่าจดจำในเมื่อลืมไม่ได้ก็จำมันต่อไป แล้วก็ดำเนินชีวิตตามปกติที่เราเคยเป็น หลังจากนั้นเราก็อยู่กับงานและก็การเที่ยว แต่เป็นการเที่ยวที่ทรมานมาก เที่ยวแบบเหงาๆเที่ยวให้เวลาผ่านไปเที่ยวให้ลืมได้ชั่วขณะ เวลาร้านเค้าเปิดเพลงรักหรือเพลงอกหัก ก็จะกลับเลยอยู่ไม่ไหวแล้วก็มานั่งร้องไห้อยู่ในห้อง เป็นอย่างนี้ยู่เป็นเดือนๆ.  ต่อมาเราได้วีซ่าไปอยู่ญี่ปุ่นกับแม่(ไปเพราะหนีชีวิตเดิมๆ ไปเพราะอกหักนั่นเอง) เราต้องไปอยู่2ปีก่อนไปจึงเขียนจดหมานให้เค้า แล้วฝากพี่รปภเอาให้พี่เค้า แล้วก็มาอยู่ญี่ปุ่นกับแม่...

           เดี๋ยวมาเล่าต่อน๊ค๊   พีคกว่านี้มีอีกเยอะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่