สวัสดีครับทุกๆท่าน
ผมขอเกริ่นประวัติคร่าวๆของตัวเองก่อนนะครับ
ผมเติบโตมากับครอบครัวญานะปานกลาง พ่อเป็นข้าราชการและแม่เปิดร้านขายของเล็กๆ เรียนจบสายวิทยาศาสตร์และทำงานต่างจังหวัดได้เจ็ดปีก็ย้ายกลับมาบ้าน เนื่องจากต้องช่วยภรรยาทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย
ก่อนหน้านี้ผมมีความเชื่อเรื่องผีนะครับ เนื่องจากถูกปลูกฝังมาแต่วัยเด็ก เรื่องผี ความเชื่อโบราณ บนบาลศาลกล่าว เจ้าที่ กลัวหมดทุกอย่างครับ แต่พอโตมาถึงจุดหนึ่งก็เริ่มเข้าใจหลายๆอย่าง บวกกับที่ตนเองเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วย อะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ก็กลายเป็นเรื่องตลกสำหรับผมไปซะหมด ช่วงทำงานใหม่ๆก็เจอกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ที่เป็นสไตล์นี้หมด จนทุกวันนี้แทบไม่หลงเหลือความเชื่ออะไรอยู่เลย
ผมไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษเท่าไหร่แต่ผมทำบุญนะครับ ผมบริจาคสิ่งของให้คนยากไร้ ช่วยคนเจ็บ หลบรถฉุกเฉิน ใส่บาตรพระป่า ให้อภัยคนที่เคยทำร้ายเรา ผมเชื่อว่าทำพวกนี้แล้วมันมีคนได้ประโยขน์จริงๆ
ผมยังดำเนินชีวิตต่อไปได้เรื่อยๆครับ มีขัดใจกับภรรยานิดหน่อยเรื่องที่เธอจะซื้อปี่เซี้ยะมาบูชาองค์ละสามหมื่น ขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งผมมองว่าคนเราจะขายของดีมันขึ้นกับกลยุทธการตลาดล้วนๆ บางครั้งเธอเข้าวัดทำบุญเอาตังให้พระที่มีเงินในบัญชีเป็นล้านแล้วเธอก็บอกสบายใจที่ได้ทำบุญ ผมก็บ่นไปตามประสาว่าเอาตังไปบริจาคให้เด็กด้อยโอกาสยังจะมีประโยชน์กว่า ก็งอนกันไปนิดหน่อยครับ ไม่มีอะไรมาก
เรื่องมาเริ่มหงุดหงิดตอนที่ลูกผมคลอดนั่นแหละครับ ความเชื่อมากมายประดังเข้ามาครับ โบราณว่าต้องทำงั้นโบราณว่าต้องทำงี้ ปู่ย่าตายายโคตรเง่าเหล่ากอมากันเต็มที่ บางเรื่องที่มันไม่เดือดร้อนผมก็ไม่ว่าไรนะครับ แต่บางเรื่องมันผิดหลักทางการแพทย์จริงๆ ฝั่งพ่อกับแม่ผมนี่สบายครับผมรับมือได้ พ่อแม่ผมแม้มีความเชื่อโบราณนิดๆหน่อยๆแต่แกมีเหตุผลและรับฟังครับ ผมเปิดโต๊ะประชุมและอธิบายครั้งเดียวก็เข้าใจและปฏิบัติได้ดี ส่วนฝั่งภรรยาผมพูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ให้ภรรยาจัดการ ซึ่งเธอเป็นคนอารมร้อนก็เลยกลายเป็นว่าทะเลาะกับแม่ยายกันไป
เรื่องลูกก็เรื่องนึง
ตอนนี้เท่าที่เห็นคือทุกคนรอบตัวผมมีความเชื่อในไสยศาสตร์กันอย่างสนุกสนานแต่มากน้อยไม่เท่ากัน และทุกครั้งที่ผมได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะไปกวนทรีนซักหน่อย เช่น
แม่ผม : แม่เอายาxxxมา มันดีจริงๆ แกลองเอาไปใช้สิ หน้าแม่ก็ใส โรคกระเพราะก็หาย ข้างบ้านเค้าใช้แล้วหายโรคความดันสูงด้วย
ผม : เห้ยย อย่าดีอ่ะแม่ ไหนขอตัดแขนซักข้างซิ ดูว่ามันจะงอกได้มั้ย
ผมจะป็นแนวนี้ตลอด กับแม่ผมเองแกมองเป็นเรื่องตลก ก็ฮากันไป แต่กับภรรยาก็มีงัดกันนิดหน่อย
แฟนผม : เธอ ว่าจะพาพ่อไปหาหมอนี้ แกฟังมาจากเพื่อนเป็นหมอโบราณ อยากให้แกสบายใจ รักษาได้ทุกโรคเลย
ผม : เออ ดีอ่ะเธอ หมอฮาวาร์ดเค้าจะเรียนกันไปทำไมวะเนื่ย
งอนตุ๊บป่อง 55555+
ประมาณนี้ครับ ตอนแรกผมรู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นนะ เอาจริงๆ รู้สึกสูงส่ง(แต่แสดงออกมากไม่ได้ไง เพราะยังไม่รวย คนรอบข้างบางคนไหว้ผีจนรวยก็มี) แต่พอมันเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆมันเริ่มรู้สึกว่ามีเราคนเดียวที่เป็นอย่างนี้
ส่วนนึงผมชอบเสพข้อมูลที่วิทยาศาสตร์พิสูจได้ในหลายๆเพจชื่อดังทางเฟซบุ๊ค อ่านแล้วรู้สึกเอ้ออออ ตรุฉลาดว่ะ แต่ความเป็นจริงคือฉลาดในโลกออนไลน์ แต่เป็นคนประหลาดในโลกจริงซะงั้น
ตอนนี้คนรอบตัวผมก็ยังคงไหว้บรรพบุรุษเมื่อหาของไม่เจอ(แกจะมาช่วยหาหรอ) เข้าวัดทำบุญเอาเงินให้วัดที่รวยจนกินได้สิบชาติ(เพื่ออออ) ขอบคุณเจ้าที่เมื่อหมอรักษาคนป่วยได้(ทำไมไม่ขอบคุณหมอฟร๊ะะะ) ส่วนตัวผมคือคนแปลก คนขวางโลก คนทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน เครียดเล็กๆนะ บางทีก็คิดว่าอยากไปอยู่ที่อื่น อยู่ในประเทศที่เค้าไม่กินน้ำส้วม ไม่ไหว้หมาห้าขากันแต่ก็มีภรรยาและลูกที่ต้องดูแล เอาเป็นว่าอยากระบายมากกว่าเลยเอามาเล่าให้ฟัง
อาจจะเขียนวนไปวนมา พอดีเขียนในโทรศัพท์ครับ
ไม่ค่อยถนัดเขียนเรื่องยาวๆเท่าไหร่
แชร์ได้ครับ ใครเคยเจอเรื่องอย่างผมบ้าง แล้วมีวิธีรับมืออย่างไร
เชื่อวิทยาศาสตร์จนกลายเป็นคนประหลาดในสังคม...
ผมขอเกริ่นประวัติคร่าวๆของตัวเองก่อนนะครับ
ผมเติบโตมากับครอบครัวญานะปานกลาง พ่อเป็นข้าราชการและแม่เปิดร้านขายของเล็กๆ เรียนจบสายวิทยาศาสตร์และทำงานต่างจังหวัดได้เจ็ดปีก็ย้ายกลับมาบ้าน เนื่องจากต้องช่วยภรรยาทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย
ก่อนหน้านี้ผมมีความเชื่อเรื่องผีนะครับ เนื่องจากถูกปลูกฝังมาแต่วัยเด็ก เรื่องผี ความเชื่อโบราณ บนบาลศาลกล่าว เจ้าที่ กลัวหมดทุกอย่างครับ แต่พอโตมาถึงจุดหนึ่งก็เริ่มเข้าใจหลายๆอย่าง บวกกับที่ตนเองเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วย อะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ก็กลายเป็นเรื่องตลกสำหรับผมไปซะหมด ช่วงทำงานใหม่ๆก็เจอกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ที่เป็นสไตล์นี้หมด จนทุกวันนี้แทบไม่หลงเหลือความเชื่ออะไรอยู่เลย
ผมไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษเท่าไหร่แต่ผมทำบุญนะครับ ผมบริจาคสิ่งของให้คนยากไร้ ช่วยคนเจ็บ หลบรถฉุกเฉิน ใส่บาตรพระป่า ให้อภัยคนที่เคยทำร้ายเรา ผมเชื่อว่าทำพวกนี้แล้วมันมีคนได้ประโยขน์จริงๆ
ผมยังดำเนินชีวิตต่อไปได้เรื่อยๆครับ มีขัดใจกับภรรยานิดหน่อยเรื่องที่เธอจะซื้อปี่เซี้ยะมาบูชาองค์ละสามหมื่น ขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งผมมองว่าคนเราจะขายของดีมันขึ้นกับกลยุทธการตลาดล้วนๆ บางครั้งเธอเข้าวัดทำบุญเอาตังให้พระที่มีเงินในบัญชีเป็นล้านแล้วเธอก็บอกสบายใจที่ได้ทำบุญ ผมก็บ่นไปตามประสาว่าเอาตังไปบริจาคให้เด็กด้อยโอกาสยังจะมีประโยชน์กว่า ก็งอนกันไปนิดหน่อยครับ ไม่มีอะไรมาก
เรื่องมาเริ่มหงุดหงิดตอนที่ลูกผมคลอดนั่นแหละครับ ความเชื่อมากมายประดังเข้ามาครับ โบราณว่าต้องทำงั้นโบราณว่าต้องทำงี้ ปู่ย่าตายายโคตรเง่าเหล่ากอมากันเต็มที่ บางเรื่องที่มันไม่เดือดร้อนผมก็ไม่ว่าไรนะครับ แต่บางเรื่องมันผิดหลักทางการแพทย์จริงๆ ฝั่งพ่อกับแม่ผมนี่สบายครับผมรับมือได้ พ่อแม่ผมแม้มีความเชื่อโบราณนิดๆหน่อยๆแต่แกมีเหตุผลและรับฟังครับ ผมเปิดโต๊ะประชุมและอธิบายครั้งเดียวก็เข้าใจและปฏิบัติได้ดี ส่วนฝั่งภรรยาผมพูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ให้ภรรยาจัดการ ซึ่งเธอเป็นคนอารมร้อนก็เลยกลายเป็นว่าทะเลาะกับแม่ยายกันไป
เรื่องลูกก็เรื่องนึง
ตอนนี้เท่าที่เห็นคือทุกคนรอบตัวผมมีความเชื่อในไสยศาสตร์กันอย่างสนุกสนานแต่มากน้อยไม่เท่ากัน และทุกครั้งที่ผมได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะไปกวนทรีนซักหน่อย เช่น
แม่ผม : แม่เอายาxxxมา มันดีจริงๆ แกลองเอาไปใช้สิ หน้าแม่ก็ใส โรคกระเพราะก็หาย ข้างบ้านเค้าใช้แล้วหายโรคความดันสูงด้วย
ผม : เห้ยย อย่าดีอ่ะแม่ ไหนขอตัดแขนซักข้างซิ ดูว่ามันจะงอกได้มั้ย
ผมจะป็นแนวนี้ตลอด กับแม่ผมเองแกมองเป็นเรื่องตลก ก็ฮากันไป แต่กับภรรยาก็มีงัดกันนิดหน่อย
แฟนผม : เธอ ว่าจะพาพ่อไปหาหมอนี้ แกฟังมาจากเพื่อนเป็นหมอโบราณ อยากให้แกสบายใจ รักษาได้ทุกโรคเลย
ผม : เออ ดีอ่ะเธอ หมอฮาวาร์ดเค้าจะเรียนกันไปทำไมวะเนื่ย
งอนตุ๊บป่อง 55555+
ประมาณนี้ครับ ตอนแรกผมรู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นนะ เอาจริงๆ รู้สึกสูงส่ง(แต่แสดงออกมากไม่ได้ไง เพราะยังไม่รวย คนรอบข้างบางคนไหว้ผีจนรวยก็มี) แต่พอมันเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆมันเริ่มรู้สึกว่ามีเราคนเดียวที่เป็นอย่างนี้
ส่วนนึงผมชอบเสพข้อมูลที่วิทยาศาสตร์พิสูจได้ในหลายๆเพจชื่อดังทางเฟซบุ๊ค อ่านแล้วรู้สึกเอ้ออออ ตรุฉลาดว่ะ แต่ความเป็นจริงคือฉลาดในโลกออนไลน์ แต่เป็นคนประหลาดในโลกจริงซะงั้น
ตอนนี้คนรอบตัวผมก็ยังคงไหว้บรรพบุรุษเมื่อหาของไม่เจอ(แกจะมาช่วยหาหรอ) เข้าวัดทำบุญเอาเงินให้วัดที่รวยจนกินได้สิบชาติ(เพื่ออออ) ขอบคุณเจ้าที่เมื่อหมอรักษาคนป่วยได้(ทำไมไม่ขอบคุณหมอฟร๊ะะะ) ส่วนตัวผมคือคนแปลก คนขวางโลก คนทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน เครียดเล็กๆนะ บางทีก็คิดว่าอยากไปอยู่ที่อื่น อยู่ในประเทศที่เค้าไม่กินน้ำส้วม ไม่ไหว้หมาห้าขากันแต่ก็มีภรรยาและลูกที่ต้องดูแล เอาเป็นว่าอยากระบายมากกว่าเลยเอามาเล่าให้ฟัง
อาจจะเขียนวนไปวนมา พอดีเขียนในโทรศัพท์ครับ
ไม่ค่อยถนัดเขียนเรื่องยาวๆเท่าไหร่
แชร์ได้ครับ ใครเคยเจอเรื่องอย่างผมบ้าง แล้วมีวิธีรับมืออย่างไร