[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เพื่อน มหา'ลัย จริงใจจริงหรือ???
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ทุกคนคงเคยมีเพื่อนใช่มั้ยค่ะ เพื่อนก็มีหลากหลายนิสัยแตกต่างกันออกไป ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องราวของเรากับเพื่อนนะคะ เราสมมุติตัวเองว่า A ก็แล้วกันนะ และเพื่อนของเราชื่อ B ค่ะ
เรารู้จักกับB ตั้งแต่สมัยมัธยมต้น แล้วเราก็เรียนมัธยมปลายด้วยกัน อยู่กลุ่มเดียวกัน กินข้าวด้วยกันเกือบทุกวันค่ะ แต่เรากับB ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดนะคะ ทะเลาะกันบ้างตามประสาผู้หญิง ความเห็นแก่ตัว ทั้งสองฝ่าย เรื่องงานบ้าง ความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างครั้งค่ะ แต่เราจะเป็นฝ่ายที่ขอโทษสะส่วนใหญ่ เพราะเรารู้สึกเราว่าผิดอยู่เสมอ หรือทะเลาะกับเพื่อนคนอื่นเราก็เป็นฝ่ายขอโทษอยู่เสมอ เพราะเราไม่อยากเสียเพื่อนไป แต่ตอนนั้นมันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกนะคะ เพราะแต่ละคนก็ต่างหาที่เรียนในละดับอุดมศึกษา เราสอบติดมหา'ลัยรัฐที่หนึ่ง และเราก็เป็นคนชอบทำกิจกรรมมาก ร.ร.จัดอะไรเราร่วมหมดนะคะ ช่วยงานอาจารย์ ก็ถึงเวลาเปิดการศึกษา เราอยู่ปี1 เรามีโอกาสได้ไปอยู่ในองค์การนิสิตค่ะ แต่เราไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเดิมเลย มันเหงานะคะ เราก็เลยชวน B ไปอยู่ด้วย B ก็มาค่ะ ซึ่งเราไม่เคยรู้เลยว่าBก็ชอบทำกิจกรรมแต่เค้าไม่กล้าพูดค่ะ เราสนิทกันมากค่ะช่วงนั้น เพราะเรามาจากที่เดียวกัน จัดกิจกรรมเลิกตี1 ตี2 ก็อยู่เป็นเพื่อนกันค่ะ Bก็จะส่งเราที่บ้านตลอด จริงๆช่วงนั้นเราก็ทำพาร์ทไทม์นะคะเพราะส่งตัวเองเรียนด้วย แต่ก็ต้องลาออกค่ะ เพราะว่าองค์การนิสิตมีกิจกรรมเยอะมาก แต่มีช่วงหนึ่งค่ะ เรามีปัญหากับรุ่นพี่ ก็ไม่เชิงเรียกว่ามีปัญหานะคะ คือรุ่นพี่เอกของเราบอกมีบางกิจกรรมที่จะได้ไม่ได้จัด เราก็สงสัยค่ะ เราก็เลยไปถามรุ่นพี่องค์การนิสิตว่าโครงการนี้จะไม่จัดขึ้นจริงๆหรอค่ะ ด้วยความที่เราเป็นตนปากไว สงสัยอะไรเราก็ชอบถาม เราก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ทำให้รุ่นพี่คนนั้นท่าไม่พอใจเรา สักพักรุ่นพี่เอกเราก็โพสต์ด่าเรา เหมือนโดนต่อว่า เราไปเรียนรุ่นพี่เอกเราก็มองหน้า เรารู้สึกแย่มากๆช่วงนั้น แต่เราก็ผ่านมาได้เพราะเป้าหมายของเราคือต้องเรียนให้จบ ส่วนรุ่นพี่ในองค์การนิสิตหลายๆคนรู้สึกไม่โอเครกับเราเพียงเพราะคำถามในครั้งนั้น เราก็เล่าให้Bฟังตลอด Bก็บอกเราอย่าคิดมาก แต่เรากับมีความรู้สึกว่า B ไม่เคยอยู่ข้างเราเลยค่ะ แต่มันก็คงเป็นแค่ความรู้สึกละมั้งค่ะ เราก็เข้าองค์การนิสิตน้อยลง แต่มีวันนึงค่ะ ก็หลายเดือนอยู่ ประมาณ 3-4ทุ่ม เราอยู่ในองค์การนิสิต เรารอกับบ้านพร้อมกับB เผื่อเค้าไปส่ง เพราะมันดึกมากแล้วค่ะ แต่B ไม่ได้บอกนะคะว่าจะไปส่งเรา เราก็เลยบอกเค้าว่าไปส่งหน่อย แต่Bไม่ยอมไปค่ะ เค้าบอกว่ามีนัดกับรุ่นพี่ที่โรงเรียนตอนประถม แต่ให้เราติดรถไปด้วยค่ะ แต่เอาไปปล่อยไว้ ตรง5แยกค่ะ เป็นเส้นหลักของตัวเมืองนะคะ แต่มืดมากๆ เราก็กลัวค่ะ เค้าส่งเราไว้ตรงนั้น แล้วก็ขับรถจากเราไปค่ะ เรากลัวมาก มันเปลี่ยวด้วย เราน้ำตาตกเลยค่ะวันนั้น เราคิดไม่ออกเลยว่าจะกลับบ้านยังไง สองแถวหมดทุ่ม2ทุ่มค่ะ จู่ๆก็มีรถตุ๊กๆขี่ผ่านมาเราเลยนั่งกลับบ้าน ถ้าไม่ได้ตุ๊กๆคันนั้นเราก็ไม่รู้จะทำยังเหมือนกัน😣😣 แต่เราก็คบกับ B เป็นเพื่อนอยู่นะคะ แต่เราก็ห่างกันบ้างเพราะเราก็ทำงานช่วงเย็น กินข้าวกันบ้างบางครั้งค่ะ แน่นอนว่าองค์การนิสิตก็ต้องเลือกตั้งทุกปีนะคะ แต่เราไม่ได้อยู่ช่วยเพื่อนหาเสียงสักวันหรอกนะคะ เพราะเราก็ทำงาน และแล้วก็เลือกตั้งชนะค่ะ ก็ขึ้นปี2 เราเป็นชอบทำกิจกรรมด้าสาพัฒนามาก เวลามีค่ายเราตามติดรุ่นพี่ไปตลอดเลยค่ะ สนุกมากๆ มีความสุขค่ะ จนเราได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับโครงการอาสาค่ะ เราเป็นคนตรงไปตรงมากับเรื่องเงินมากค่ะ ปัญหามันเกิดค่ะในวันเตรียมงานค่าย เรากับเพื่อนอีกส่วนหนึ่งเดินทางมาล่วงหน้าค่ะ แต่B เดินทางมาทีหลัง แถมซ้ำรถยางแตกค่ะ รุ่นพี่มาบอกเราให้ไปรับ ซึ่งรถกระบะมีคันเดียว เรายอมรับว่าเราโมโหนะคะ แต่เราก็บอกเพื่อนคนที่เป็นคนขับแล้วนะคะ ถ้าขนของจากวัดเสร็จไปรับเพื่อนเราหน่อยนะ เค้าก็โอเครค่ะ แต่เราก็ไม่ได้บอกรุ่นพี่นะคะ เราก็ยุ่งๆ อันนี้ก็เป็นเหตุที่ทำให้รุ่นพี่น่าจะไม่พอใจเราค่ะ แผลเก่าก็อยู่ค่ะ ยิ่งบวกเข้าไปอีกค่ะ สำหรับเรื่องก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ เรารู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง เราพูดน้อย ใจร้อน แบ่งงานเพื่อนไม่ทั่วถึง แต่ค่ายเราได้รับรางวัลดีเด่นนะคะ สุดยอดมั้ยล้าาา โครงการจบแต่เรื่องไม่จบนะคะ รางวัลดีเด่นดันได้รางวัลเป็นเงินสดกับมาด้วย ซึ่งเราก็ไม่เคยรู้เลยค่ะ เรื่องก็ผ่านไปนานอยู่นะคะ จนองค์การนิสิตไปสัมนาในช่วงต้นเดือนมกรา รุ่นพี่เรียกปี3ประชุม Bก็โทรตามเราค่ะ ให้รีบๆมา เราไม่รู้เลยค่ะว่าจะประชุมเรื่องอะไร จู่ๆพี่ก็พูดหาคนรับผิดโครงการต่อจากเรา ซึ่งเราอยากทำต่อค่ะ รวมไปถึงเงินรางวัลที่ได้ค่ะ เหมือนทุกคนเตรียมคำพูดมาแล้วค่ะว่าจะพูดอะไร เหมือนเราโดนลุม เราไปไม่เป็นเลย เราอึ้งเลย ทำไมเราเจอเรื่อราวแบบนี้ในชีวิต ที่สำคัญ B ไม่อยู่ข้างเราเลย สนับสนุนฝ่ายนั้นเต็มที่ คนอื่นจะพูดอะไรเราไม่ค่อยสนนะคะ แต่เราแคร์B เป็นเพื่อนกันมา6 ปี ถึงจะทะเลาะกันบ้างแต่เพื่อนก็คือเพื่อนใช่มั้ยค่ะ ตั้งแต่ในวันนั้น เราก็มาฉุกคิด เพื่อนต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะได้ใจกันมา เรามองเพื่อนเราไม่ออกเลยจริงๆ ก่อนวันประชุมเพื่อนก็นอนห้องเดียวกับเรา แต่เช้ามาทำไมถึงเป็นแบบนี้ทำไมทำกับเราได้ลงคอ นึกถึงวันนั้นที่ไรเราก็ร้องไห้นะคะ เรารู้สึกน้อยใจ เสียใจ อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนผิดอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรไม่เคยดีในสายตาเพื่อนคนนี้เลยย เราก็เลยอยากถามคนที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะคะ ว่าเราจะครบเพื่อนคนนี้อยู่ไหม หรือว่าจะยกเลิกการติดต่อทุกรูปแบบไปเลยค่ะ
เรื่องราวของเรากับคำว่าเพื่อนในชีวิตมหาวิทยาลัย
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ทุกคนคงเคยมีเพื่อนใช่มั้ยค่ะ เพื่อนก็มีหลากหลายนิสัยแตกต่างกันออกไป ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องราวของเรากับเพื่อนนะคะ เราสมมุติตัวเองว่า A ก็แล้วกันนะ และเพื่อนของเราชื่อ B ค่ะ
เรารู้จักกับB ตั้งแต่สมัยมัธยมต้น แล้วเราก็เรียนมัธยมปลายด้วยกัน อยู่กลุ่มเดียวกัน กินข้าวด้วยกันเกือบทุกวันค่ะ แต่เรากับB ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดนะคะ ทะเลาะกันบ้างตามประสาผู้หญิง ความเห็นแก่ตัว ทั้งสองฝ่าย เรื่องงานบ้าง ความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างครั้งค่ะ แต่เราจะเป็นฝ่ายที่ขอโทษสะส่วนใหญ่ เพราะเรารู้สึกเราว่าผิดอยู่เสมอ หรือทะเลาะกับเพื่อนคนอื่นเราก็เป็นฝ่ายขอโทษอยู่เสมอ เพราะเราไม่อยากเสียเพื่อนไป แต่ตอนนั้นมันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกนะคะ เพราะแต่ละคนก็ต่างหาที่เรียนในละดับอุดมศึกษา เราสอบติดมหา'ลัยรัฐที่หนึ่ง และเราก็เป็นคนชอบทำกิจกรรมมาก ร.ร.จัดอะไรเราร่วมหมดนะคะ ช่วยงานอาจารย์ ก็ถึงเวลาเปิดการศึกษา เราอยู่ปี1 เรามีโอกาสได้ไปอยู่ในองค์การนิสิตค่ะ แต่เราไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเดิมเลย มันเหงานะคะ เราก็เลยชวน B ไปอยู่ด้วย B ก็มาค่ะ ซึ่งเราไม่เคยรู้เลยว่าBก็ชอบทำกิจกรรมแต่เค้าไม่กล้าพูดค่ะ เราสนิทกันมากค่ะช่วงนั้น เพราะเรามาจากที่เดียวกัน จัดกิจกรรมเลิกตี1 ตี2 ก็อยู่เป็นเพื่อนกันค่ะ Bก็จะส่งเราที่บ้านตลอด จริงๆช่วงนั้นเราก็ทำพาร์ทไทม์นะคะเพราะส่งตัวเองเรียนด้วย แต่ก็ต้องลาออกค่ะ เพราะว่าองค์การนิสิตมีกิจกรรมเยอะมาก แต่มีช่วงหนึ่งค่ะ เรามีปัญหากับรุ่นพี่ ก็ไม่เชิงเรียกว่ามีปัญหานะคะ คือรุ่นพี่เอกของเราบอกมีบางกิจกรรมที่จะได้ไม่ได้จัด เราก็สงสัยค่ะ เราก็เลยไปถามรุ่นพี่องค์การนิสิตว่าโครงการนี้จะไม่จัดขึ้นจริงๆหรอค่ะ ด้วยความที่เราเป็นตนปากไว สงสัยอะไรเราก็ชอบถาม เราก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ทำให้รุ่นพี่คนนั้นท่าไม่พอใจเรา สักพักรุ่นพี่เอกเราก็โพสต์ด่าเรา เหมือนโดนต่อว่า เราไปเรียนรุ่นพี่เอกเราก็มองหน้า เรารู้สึกแย่มากๆช่วงนั้น แต่เราก็ผ่านมาได้เพราะเป้าหมายของเราคือต้องเรียนให้จบ ส่วนรุ่นพี่ในองค์การนิสิตหลายๆคนรู้สึกไม่โอเครกับเราเพียงเพราะคำถามในครั้งนั้น เราก็เล่าให้Bฟังตลอด Bก็บอกเราอย่าคิดมาก แต่เรากับมีความรู้สึกว่า B ไม่เคยอยู่ข้างเราเลยค่ะ แต่มันก็คงเป็นแค่ความรู้สึกละมั้งค่ะ เราก็เข้าองค์การนิสิตน้อยลง แต่มีวันนึงค่ะ ก็หลายเดือนอยู่ ประมาณ 3-4ทุ่ม เราอยู่ในองค์การนิสิต เรารอกับบ้านพร้อมกับB เผื่อเค้าไปส่ง เพราะมันดึกมากแล้วค่ะ แต่B ไม่ได้บอกนะคะว่าจะไปส่งเรา เราก็เลยบอกเค้าว่าไปส่งหน่อย แต่Bไม่ยอมไปค่ะ เค้าบอกว่ามีนัดกับรุ่นพี่ที่โรงเรียนตอนประถม แต่ให้เราติดรถไปด้วยค่ะ แต่เอาไปปล่อยไว้ ตรง5แยกค่ะ เป็นเส้นหลักของตัวเมืองนะคะ แต่มืดมากๆ เราก็กลัวค่ะ เค้าส่งเราไว้ตรงนั้น แล้วก็ขับรถจากเราไปค่ะ เรากลัวมาก มันเปลี่ยวด้วย เราน้ำตาตกเลยค่ะวันนั้น เราคิดไม่ออกเลยว่าจะกลับบ้านยังไง สองแถวหมดทุ่ม2ทุ่มค่ะ จู่ๆก็มีรถตุ๊กๆขี่ผ่านมาเราเลยนั่งกลับบ้าน ถ้าไม่ได้ตุ๊กๆคันนั้นเราก็ไม่รู้จะทำยังเหมือนกัน😣😣 แต่เราก็คบกับ B เป็นเพื่อนอยู่นะคะ แต่เราก็ห่างกันบ้างเพราะเราก็ทำงานช่วงเย็น กินข้าวกันบ้างบางครั้งค่ะ แน่นอนว่าองค์การนิสิตก็ต้องเลือกตั้งทุกปีนะคะ แต่เราไม่ได้อยู่ช่วยเพื่อนหาเสียงสักวันหรอกนะคะ เพราะเราก็ทำงาน และแล้วก็เลือกตั้งชนะค่ะ ก็ขึ้นปี2 เราเป็นชอบทำกิจกรรมด้าสาพัฒนามาก เวลามีค่ายเราตามติดรุ่นพี่ไปตลอดเลยค่ะ สนุกมากๆ มีความสุขค่ะ จนเราได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับโครงการอาสาค่ะ เราเป็นคนตรงไปตรงมากับเรื่องเงินมากค่ะ ปัญหามันเกิดค่ะในวันเตรียมงานค่าย เรากับเพื่อนอีกส่วนหนึ่งเดินทางมาล่วงหน้าค่ะ แต่B เดินทางมาทีหลัง แถมซ้ำรถยางแตกค่ะ รุ่นพี่มาบอกเราให้ไปรับ ซึ่งรถกระบะมีคันเดียว เรายอมรับว่าเราโมโหนะคะ แต่เราก็บอกเพื่อนคนที่เป็นคนขับแล้วนะคะ ถ้าขนของจากวัดเสร็จไปรับเพื่อนเราหน่อยนะ เค้าก็โอเครค่ะ แต่เราก็ไม่ได้บอกรุ่นพี่นะคะ เราก็ยุ่งๆ อันนี้ก็เป็นเหตุที่ทำให้รุ่นพี่น่าจะไม่พอใจเราค่ะ แผลเก่าก็อยู่ค่ะ ยิ่งบวกเข้าไปอีกค่ะ สำหรับเรื่องก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ เรารู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง เราพูดน้อย ใจร้อน แบ่งงานเพื่อนไม่ทั่วถึง แต่ค่ายเราได้รับรางวัลดีเด่นนะคะ สุดยอดมั้ยล้าาา โครงการจบแต่เรื่องไม่จบนะคะ รางวัลดีเด่นดันได้รางวัลเป็นเงินสดกับมาด้วย ซึ่งเราก็ไม่เคยรู้เลยค่ะ เรื่องก็ผ่านไปนานอยู่นะคะ จนองค์การนิสิตไปสัมนาในช่วงต้นเดือนมกรา รุ่นพี่เรียกปี3ประชุม Bก็โทรตามเราค่ะ ให้รีบๆมา เราไม่รู้เลยค่ะว่าจะประชุมเรื่องอะไร จู่ๆพี่ก็พูดหาคนรับผิดโครงการต่อจากเรา ซึ่งเราอยากทำต่อค่ะ รวมไปถึงเงินรางวัลที่ได้ค่ะ เหมือนทุกคนเตรียมคำพูดมาแล้วค่ะว่าจะพูดอะไร เหมือนเราโดนลุม เราไปไม่เป็นเลย เราอึ้งเลย ทำไมเราเจอเรื่อราวแบบนี้ในชีวิต ที่สำคัญ B ไม่อยู่ข้างเราเลย สนับสนุนฝ่ายนั้นเต็มที่ คนอื่นจะพูดอะไรเราไม่ค่อยสนนะคะ แต่เราแคร์B เป็นเพื่อนกันมา6 ปี ถึงจะทะเลาะกันบ้างแต่เพื่อนก็คือเพื่อนใช่มั้ยค่ะ ตั้งแต่ในวันนั้น เราก็มาฉุกคิด เพื่อนต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะได้ใจกันมา เรามองเพื่อนเราไม่ออกเลยจริงๆ ก่อนวันประชุมเพื่อนก็นอนห้องเดียวกับเรา แต่เช้ามาทำไมถึงเป็นแบบนี้ทำไมทำกับเราได้ลงคอ นึกถึงวันนั้นที่ไรเราก็ร้องไห้นะคะ เรารู้สึกน้อยใจ เสียใจ อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนผิดอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรไม่เคยดีในสายตาเพื่อนคนนี้เลยย เราก็เลยอยากถามคนที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะคะ ว่าเราจะครบเพื่อนคนนี้อยู่ไหม หรือว่าจะยกเลิกการติดต่อทุกรูปแบบไปเลยค่ะ