เรื่องของผม เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ปี 57 ครับ นี่ก็เกือบจะครบ 3 ปี แล้วแต่ชีวิตผมก็ยังเหมือนอยู่ที่เดิมพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ แต่เห็นชัดเลยว่าโชคไม่ค่อยเข้าข้างเท่าไหร่ตั้งแต่ที่เดินออกมาจากภรรยา ผมก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดจนตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมหัวใจก็อ่อนแออีก จริงๆ แล้วผมยังรักภรรยาเก่าผมมาก แต่นะเวลานั้นผมคิดว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะเดินออกมาจากชีวิต คือตอนนั้นคิดมากจนนอนไม่หลับหวาดระแวงไปหมดเพราะรู้สึกว่าเค้าเปลี่ยนไปมาก และเหมือนเค้ามีคนอื่น เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นและผมทนไม่ได้ที่ต้องทนเห็นเค้านอนร้องไห้ทุกวัน เพราะรู้สึกอึดอัดที่ทนอยู่กับผม ที่เดินออกมาเพราะเขาขอว่าให้ปล่อยเขาไปในตอนนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าผมตัดใจผิดหรือถูกที่พาเขาไปหย่าตอนนั้น
ทีนี้ผมจะเล่าเรื่องตั้งแต่เริมต้นให้ฟังนะครับ
ชีวิตรักของผมกับภรรยาเริ่มต้นในปี 2553 ผมเรียนจบ และไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในกทม.มีตำแหน่งที่จะ สรรหา และคัดคนเข้าทำงานในร้านอาหารชื่อดังที่มีหลายสาขา แฟนเก่าผม(ขออนุญาตเรียกว่าแฟนเก่านะครับ)เค้าเป็นนักศึกษามหาลัยเปิดแห่งหนึ่ง ตอนนั้นเค้าอายุ 19 ปี แล้วเข้ามาสมัครทำงานที่ร้านผมเห็นครั้งแรกก็รู้สึกถูกใจมาก (แบบรักแรกพบของจริงเลยครับ) แล้วผมก็จัดแจงทำเรื่องรับเค้าเข้าทำงาน แล้วตอนนั้นคิดเลยว่าจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปแน่ๆ ผมก็เลยวางแผนทำทุกอย่างตั้งแต่โทรไปหาตอนกลางคืน ทำเป็นคุยเรื่องงานก่อน แล้วก็บอกว่ามีงานให้ทำก่อนอีก และสุดท้ายก็นัดให้เจอ(แผนเยอะ หุหุ) จนในที่สุดผมก็จีบน้องเค้าจนน้องเค้าชอบผม จากนั้นเราก็สานความสัมพันธ์ต่อ และผมก็พาไปแนะนำให้คนที่ทำงานผมรู้จักหมด เวลาไปไหนก็จะไปด้วยกันที่ทำงานก็จะรู้ว่าคนนี้คือแฟนผม น้องเค้าคนนี้เป็นผู้หญิงที่ทำให้ผมคิดถึงจนร้องให้ คิดถึงทุกวัน น้องเค้าดีมากทุกวันก่อนเค้าจะกลับบ้านซึ่งอยู่ไกลมากจะมาที่หอผมก่อน มาเก็บห้องทำความสะอาดห้อง รีดเสื้อไว้ให้ผมในไปทำงาน แล้วก็จะแปะโน็ตเล็กๆไว้ที่ หน้ากระจกให้เป็นกำลังใจผมตลอด ยิ่งทำให้ผมรักเค้ามากขึ้นไปอีก แล้วอีกอย่างเราแท๊บจะไม่เคยทะเลาะกันเลยครับ มีที่ทะเลาะกันแรงๆก็ตอนที่เค้าคิดว่าผมไม่สนใจเค้า (มีครั้งนึงตอนแม่ผมไปเยี่ยมแล้วไปนอนค้างกับผมๆให้น้องไปนอนที่อื่นซึ่งมารู้ทีหลังว่าน้องเค้าโกรธมากแต่ไม่เคยบอก เค้าเสียใจมาก แต่พอผมรู้ผมก็เกลียดตัวเองไปเลยที่ไม่ยอมเข้าใจเค้า) แต่ตอนนั้นผมก็กอดขาอ้อนวอนเค้าว่าขอโอกาสให้ผมแก้ตัว ผมจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีก และหลังจากครั้งนั้นก็ไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะอะไรกันอีก เพราะผมเองก็ไม่เคยที่จะไม่ซื่อสัตย์ต่อน้องเค้าเลยไม่เคยคิดนอกใจ แล้วเราก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ต่อมาผมก็ทำน้องเค้าท้อง(มีแพ้ท้องแทนด้วยนะ เหอะๆ ตอนนั้นคือเคยหัวเราให้ละครในทีวี แม่ม มีจริงเหรอวะแพ้ท้องแทนเมียเนี๊ย พอมาเจอกับตัวเองครับแม่เจ้า มีจริงว่ะ แต่ละวันตอนเที่ยงแท๊บต้องคลานกลับห้อง คลื่นไส้ เวียนหัวม๊ากกก เห็นข้าวมันไก่แล้วจะอ้วก) ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้บอกใคร พยายามหาทางแก้ปัญหากันเอง 2 คนและคิดว่าจะไม่บอก แต่สุดท้ายผมว่ามันไม่ถูกต้อง ผมเองก็เคยทำอะไรผิดพลาดหลายๆอย่างกับน้องเค้า แต่เรื่องผู้หญิงผมยืนยันเลยว่าไม่มีแน่ๆครับ หลังจากนั้นผมก็บอกน้า แล้วค่อยบอกแม่ๆก็บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ยังไงก็ต้องแต่งน้องเค้าเสียหาย จริงๆตอนนั้นผมดีใจมากที่แม่เข้าใจแล้วแม่ก็โทรไปบอกแม่น้องเค้าให้หาฤกษ์แต่งงานแล้วเราก็ได้แต่งงานกันใน วันที่ 4 มี.ค.55 จากวันนั้นมาผมกับน้องเค้าก็ช่วยกันเลี้ยงลูกสาวที่น่ารัก 1 คน(ผมลาออกจากงานที่กทม.กลับมาอยู่บ้านที่ขอนแก่น)หางานอยู่ 6เดือนผมก็ได้งานที่ร้อยเอ็ดบ้านเกิดของน้องเค้าผมกับแฟนเก่าเลยย้ายไปอยู่ที่ทำงานด้วยกันแล้วก็ก็ให้น้องเค้าไปสมัครเรียนใหม่ที่ราชภัฏร้อยเอ็ด ผมก็ทำงานหาเงินพยายามสร้างอนาคต ซึ่งตอนนั้นผมก็มีเงินเดือนประมาน 2 หมื่นบาทซึ่งอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ถือว่าขี้เหร่เท่าไหร่ ตอนนั้นผมยังทำงานคนเดียวแล้วก็ส่งน้องเขาเรียนไปด้วย น้องเค้าก็กลับเราเหนื่อยเลยไปหางานทำ หลังจากน้องเค้าไปทำงานได้สักพักเริ่มเปลี่ยนไปหาว่าผมไม่สนใจอะไรเค้าเลยไม่ห่วงเขาเลย มีเหตุการณ์นึงที่เค้าฝังใจว่าผมไม่ไปรับเค้าจากที่ทำงานตอน 2 ทุ่ม(ผมก็ไม่คิดว่าเค้าจะคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ อีกอย่างผมอยากให้เค้าเลิกกลัวด้วยครับ คือเขาขับรถยนต์ไปแล้วบอกให้ผมขับมอไซต์ไปจอดที่ทำงานเขาแล้วขับรถกลับมาด้วยกัน) หลังจากนั้นเขาก็เริ่มติดเพื่อนมากขึ้น ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ ผมก็ทำงานไปน้องเค้ายังเด็กผมก็เข้าใจและอยากให้เจอประสบการณ์หลายๆอย่าง ไม่เคยห้ามบอกแต่ว่าถ้ากลับไม่ไหวหรือจะให้ไปรับก็ให้บอกนะ ประมานนั้นครับ พอหลังจากนั้นแฟนผมก็เริ่มแปลกไปอีก ต่อมาอยากได้รถยนต์ผมก็พยายามอธิบายให้เค้าฟังว่า ผมไม่น่าจะไหว รถเราก็มีขับอยู่ใช้คันนี้ไปก่อนได้มั้ย ปกติผมก็เดิน กับใช้มอเตอร์ไซต์ไปทำงานอยู่แล้ว ผมให้แฟนใช้รถยนต์ (รถของแม่ผมเอามาไว้ให้ใช้) จนสุดท้ายเข้าก็โกรธแล้วงอนผมจนผมต้องพาไปดาวน์รถให้ แต่แฟนผมก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยครับ จากนั้นไม่นานเราก็ทะเลาะกันและหนักขึ้นเรื่อยๆจนเค้าไม่ให้ผมนอนด้วยให้ผมนอนคนละห้อง เรามีปัญหากันหนักมากน้องเค้าก็อยากไปอยู่ที่อื่น ช่วงนั้นผมก็เครียดมากๆ ทั้งจะเรื่องที่ทำงานที่ช่วงนั้นงานก็หนักแล้วแฟนก็มาเป็นแบบนี้ เค้าบอกว่าเค้าเบื่อ เค้าไม่ได้รักผมแล้ว จนสุดท้าย เค้าพูดมา 2 ประโยคจนผมยอมให้เค้าไปจากชีวิตผม เค้าบอกว่า "การได้แต่งงานกับผมมันคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตเค้า" อีกประโยคคือ อย่าให้เค้ามาตกนรกกับผมอีกเลย" ตอนนั้นผมจึงอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แล้วผมก็บอกว่าก็แล้วแต่เค้าก็แล้วกัน แต่ถ้าเขาไปมันจะไม่เหมือนเดิม คนพยายามขอโอกาส พยามอ้อนวอน ขอโทษ บอกรักเค้า แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
จนสุดท้ายเขาก็ย้ายออกจากห้องที่พักด้วยกันตอนนั้นผมต้องยอมรับเลยว่าแท๊บบ้า จากที่เคยร้องไห้เพราคิดถึง แต่วันนี้ต้องร้องไห้เพราะเจ็บ ผมจึงตัดสินใจพาเค้าไปหย่า แล้วก็ให้เขาไปทุกอย่างบันทึกในใบหย่าทั้งรถที่ซื้อ และสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก เพราะตอนนั้นผมคิดเสมอว่าผมรักเค้ามาก จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรักอยู่คิดถึงเขากับลูกทุกวัน ตอนนี้ลูกสาว 5 ขวบ เพิ่งไปงานวันเกิดลูกสาวเมื่อไม่นานมานี้ ไปเห็นหน้าเค้า บอกเลยว่าผมยังรักเค้าเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย เพราะตอนที่เลิกกันไปผมคิดว่าผมรู้ดีว่าผมรักผู้หญิงคนนี้มากและที่ออกมาจากชีวิตเค้า ซึ่งจริงๆตอนนั้นไม่ควรปล่อยเค้าไป แต่ถ้าอยู่แบบนั้นผมจะทำให้เค้าไม่มีความสุขและผมเองก็จะไม่สามารถสร้างอนาคตให้เค้ากับลูกได้(ผมไม่เคยบอกเหตุผลนี้กับเค้าหรอกครับเพราะถึงพูดไปแต่ตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ผมจะกล้าพูดอะไร)
ผมจึงคิดว่า ในอีก 1 ปีข้างหน้าผมจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้และสามารถทำให้เขาสุขสบายได้ ผมอยากลองเสี่ยงดูอีกครั้งว่าเค้าจะให้โอกาสผมมั้ย ผมเลยอยากถามทุกคนว่าควรทำยังไงดีถึงจะสามารถทำให้เขาหันมาเริ่มต้นกับผมใหม่อีกครั้ง(ให้จีบใหม่ก็ได้ครับ) ถึงความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร ขอผมได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแลเขากับลูก ได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว ผมขอแค่นั้นครับ แต่ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จผมก็คงต้องยอมจริงๆล่ะครับ
ปล.ตอนนี้ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไรเลย เลยไม่กล้าถามเรื่องคืนดีหรืออะไรแบบนั้นอีกอย่างผมกลัวจะต้องทะเลาะกันอีก
ทำยังไง ถึงขอคืนดีกับภรรยาเก่าได้ครับ
ทีนี้ผมจะเล่าเรื่องตั้งแต่เริมต้นให้ฟังนะครับ
ชีวิตรักของผมกับภรรยาเริ่มต้นในปี 2553 ผมเรียนจบ และไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในกทม.มีตำแหน่งที่จะ สรรหา และคัดคนเข้าทำงานในร้านอาหารชื่อดังที่มีหลายสาขา แฟนเก่าผม(ขออนุญาตเรียกว่าแฟนเก่านะครับ)เค้าเป็นนักศึกษามหาลัยเปิดแห่งหนึ่ง ตอนนั้นเค้าอายุ 19 ปี แล้วเข้ามาสมัครทำงานที่ร้านผมเห็นครั้งแรกก็รู้สึกถูกใจมาก (แบบรักแรกพบของจริงเลยครับ) แล้วผมก็จัดแจงทำเรื่องรับเค้าเข้าทำงาน แล้วตอนนั้นคิดเลยว่าจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปแน่ๆ ผมก็เลยวางแผนทำทุกอย่างตั้งแต่โทรไปหาตอนกลางคืน ทำเป็นคุยเรื่องงานก่อน แล้วก็บอกว่ามีงานให้ทำก่อนอีก และสุดท้ายก็นัดให้เจอ(แผนเยอะ หุหุ) จนในที่สุดผมก็จีบน้องเค้าจนน้องเค้าชอบผม จากนั้นเราก็สานความสัมพันธ์ต่อ และผมก็พาไปแนะนำให้คนที่ทำงานผมรู้จักหมด เวลาไปไหนก็จะไปด้วยกันที่ทำงานก็จะรู้ว่าคนนี้คือแฟนผม น้องเค้าคนนี้เป็นผู้หญิงที่ทำให้ผมคิดถึงจนร้องให้ คิดถึงทุกวัน น้องเค้าดีมากทุกวันก่อนเค้าจะกลับบ้านซึ่งอยู่ไกลมากจะมาที่หอผมก่อน มาเก็บห้องทำความสะอาดห้อง รีดเสื้อไว้ให้ผมในไปทำงาน แล้วก็จะแปะโน็ตเล็กๆไว้ที่ หน้ากระจกให้เป็นกำลังใจผมตลอด ยิ่งทำให้ผมรักเค้ามากขึ้นไปอีก แล้วอีกอย่างเราแท๊บจะไม่เคยทะเลาะกันเลยครับ มีที่ทะเลาะกันแรงๆก็ตอนที่เค้าคิดว่าผมไม่สนใจเค้า (มีครั้งนึงตอนแม่ผมไปเยี่ยมแล้วไปนอนค้างกับผมๆให้น้องไปนอนที่อื่นซึ่งมารู้ทีหลังว่าน้องเค้าโกรธมากแต่ไม่เคยบอก เค้าเสียใจมาก แต่พอผมรู้ผมก็เกลียดตัวเองไปเลยที่ไม่ยอมเข้าใจเค้า) แต่ตอนนั้นผมก็กอดขาอ้อนวอนเค้าว่าขอโอกาสให้ผมแก้ตัว ผมจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีก และหลังจากครั้งนั้นก็ไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะอะไรกันอีก เพราะผมเองก็ไม่เคยที่จะไม่ซื่อสัตย์ต่อน้องเค้าเลยไม่เคยคิดนอกใจ แล้วเราก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ต่อมาผมก็ทำน้องเค้าท้อง(มีแพ้ท้องแทนด้วยนะ เหอะๆ ตอนนั้นคือเคยหัวเราให้ละครในทีวี แม่ม มีจริงเหรอวะแพ้ท้องแทนเมียเนี๊ย พอมาเจอกับตัวเองครับแม่เจ้า มีจริงว่ะ แต่ละวันตอนเที่ยงแท๊บต้องคลานกลับห้อง คลื่นไส้ เวียนหัวม๊ากกก เห็นข้าวมันไก่แล้วจะอ้วก) ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้บอกใคร พยายามหาทางแก้ปัญหากันเอง 2 คนและคิดว่าจะไม่บอก แต่สุดท้ายผมว่ามันไม่ถูกต้อง ผมเองก็เคยทำอะไรผิดพลาดหลายๆอย่างกับน้องเค้า แต่เรื่องผู้หญิงผมยืนยันเลยว่าไม่มีแน่ๆครับ หลังจากนั้นผมก็บอกน้า แล้วค่อยบอกแม่ๆก็บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ยังไงก็ต้องแต่งน้องเค้าเสียหาย จริงๆตอนนั้นผมดีใจมากที่แม่เข้าใจแล้วแม่ก็โทรไปบอกแม่น้องเค้าให้หาฤกษ์แต่งงานแล้วเราก็ได้แต่งงานกันใน วันที่ 4 มี.ค.55 จากวันนั้นมาผมกับน้องเค้าก็ช่วยกันเลี้ยงลูกสาวที่น่ารัก 1 คน(ผมลาออกจากงานที่กทม.กลับมาอยู่บ้านที่ขอนแก่น)หางานอยู่ 6เดือนผมก็ได้งานที่ร้อยเอ็ดบ้านเกิดของน้องเค้าผมกับแฟนเก่าเลยย้ายไปอยู่ที่ทำงานด้วยกันแล้วก็ก็ให้น้องเค้าไปสมัครเรียนใหม่ที่ราชภัฏร้อยเอ็ด ผมก็ทำงานหาเงินพยายามสร้างอนาคต ซึ่งตอนนั้นผมก็มีเงินเดือนประมาน 2 หมื่นบาทซึ่งอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ถือว่าขี้เหร่เท่าไหร่ ตอนนั้นผมยังทำงานคนเดียวแล้วก็ส่งน้องเขาเรียนไปด้วย น้องเค้าก็กลับเราเหนื่อยเลยไปหางานทำ หลังจากน้องเค้าไปทำงานได้สักพักเริ่มเปลี่ยนไปหาว่าผมไม่สนใจอะไรเค้าเลยไม่ห่วงเขาเลย มีเหตุการณ์นึงที่เค้าฝังใจว่าผมไม่ไปรับเค้าจากที่ทำงานตอน 2 ทุ่ม(ผมก็ไม่คิดว่าเค้าจะคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ อีกอย่างผมอยากให้เค้าเลิกกลัวด้วยครับ คือเขาขับรถยนต์ไปแล้วบอกให้ผมขับมอไซต์ไปจอดที่ทำงานเขาแล้วขับรถกลับมาด้วยกัน) หลังจากนั้นเขาก็เริ่มติดเพื่อนมากขึ้น ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ ผมก็ทำงานไปน้องเค้ายังเด็กผมก็เข้าใจและอยากให้เจอประสบการณ์หลายๆอย่าง ไม่เคยห้ามบอกแต่ว่าถ้ากลับไม่ไหวหรือจะให้ไปรับก็ให้บอกนะ ประมานนั้นครับ พอหลังจากนั้นแฟนผมก็เริ่มแปลกไปอีก ต่อมาอยากได้รถยนต์ผมก็พยายามอธิบายให้เค้าฟังว่า ผมไม่น่าจะไหว รถเราก็มีขับอยู่ใช้คันนี้ไปก่อนได้มั้ย ปกติผมก็เดิน กับใช้มอเตอร์ไซต์ไปทำงานอยู่แล้ว ผมให้แฟนใช้รถยนต์ (รถของแม่ผมเอามาไว้ให้ใช้) จนสุดท้ายเข้าก็โกรธแล้วงอนผมจนผมต้องพาไปดาวน์รถให้ แต่แฟนผมก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยครับ จากนั้นไม่นานเราก็ทะเลาะกันและหนักขึ้นเรื่อยๆจนเค้าไม่ให้ผมนอนด้วยให้ผมนอนคนละห้อง เรามีปัญหากันหนักมากน้องเค้าก็อยากไปอยู่ที่อื่น ช่วงนั้นผมก็เครียดมากๆ ทั้งจะเรื่องที่ทำงานที่ช่วงนั้นงานก็หนักแล้วแฟนก็มาเป็นแบบนี้ เค้าบอกว่าเค้าเบื่อ เค้าไม่ได้รักผมแล้ว จนสุดท้าย เค้าพูดมา 2 ประโยคจนผมยอมให้เค้าไปจากชีวิตผม เค้าบอกว่า "การได้แต่งงานกับผมมันคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตเค้า" อีกประโยคคือ อย่าให้เค้ามาตกนรกกับผมอีกเลย" ตอนนั้นผมจึงอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แล้วผมก็บอกว่าก็แล้วแต่เค้าก็แล้วกัน แต่ถ้าเขาไปมันจะไม่เหมือนเดิม คนพยายามขอโอกาส พยามอ้อนวอน ขอโทษ บอกรักเค้า แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
จนสุดท้ายเขาก็ย้ายออกจากห้องที่พักด้วยกันตอนนั้นผมต้องยอมรับเลยว่าแท๊บบ้า จากที่เคยร้องไห้เพราคิดถึง แต่วันนี้ต้องร้องไห้เพราะเจ็บ ผมจึงตัดสินใจพาเค้าไปหย่า แล้วก็ให้เขาไปทุกอย่างบันทึกในใบหย่าทั้งรถที่ซื้อ และสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก เพราะตอนนั้นผมคิดเสมอว่าผมรักเค้ามาก จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรักอยู่คิดถึงเขากับลูกทุกวัน ตอนนี้ลูกสาว 5 ขวบ เพิ่งไปงานวันเกิดลูกสาวเมื่อไม่นานมานี้ ไปเห็นหน้าเค้า บอกเลยว่าผมยังรักเค้าเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย เพราะตอนที่เลิกกันไปผมคิดว่าผมรู้ดีว่าผมรักผู้หญิงคนนี้มากและที่ออกมาจากชีวิตเค้า ซึ่งจริงๆตอนนั้นไม่ควรปล่อยเค้าไป แต่ถ้าอยู่แบบนั้นผมจะทำให้เค้าไม่มีความสุขและผมเองก็จะไม่สามารถสร้างอนาคตให้เค้ากับลูกได้(ผมไม่เคยบอกเหตุผลนี้กับเค้าหรอกครับเพราะถึงพูดไปแต่ตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้ผมจะกล้าพูดอะไร)
ผมจึงคิดว่า ในอีก 1 ปีข้างหน้าผมจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้และสามารถทำให้เขาสุขสบายได้ ผมอยากลองเสี่ยงดูอีกครั้งว่าเค้าจะให้โอกาสผมมั้ย ผมเลยอยากถามทุกคนว่าควรทำยังไงดีถึงจะสามารถทำให้เขาหันมาเริ่มต้นกับผมใหม่อีกครั้ง(ให้จีบใหม่ก็ได้ครับ) ถึงความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร ขอผมได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแลเขากับลูก ได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว ผมขอแค่นั้นครับ แต่ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จผมก็คงต้องยอมจริงๆล่ะครับ
ปล.ตอนนี้ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไรเลย เลยไม่กล้าถามเรื่องคืนดีหรืออะไรแบบนั้นอีกอย่างผมกลัวจะต้องทะเลาะกันอีก