สวัสดีครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวมาแชร์ประสบการณ์ แต่ตอนนี้ผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว
[เกริ่นเรื่อง]
ผมคบกับแฟนคนนี้ได้1ปีกว่าๆแล้วครับ ระหว่างตอนคบกันก็แทบไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกัน มีความสุขกันดี
แต่ตลอดระยะเวลา1ปีที่ผ่านมา "แฟนเก่าของเขายังอยู่บ้านเดียวกับแฟนของผม" **ตอนนี้ย้ายไปแล้ว**
เขาคบกับแฟนเก่าคนนี้มา3-4ปี จนเขาทั้ง2เลิกกัน แต่เขาก็ยังอยู่ด้วยกันมาตลอด แฟนเก่าเขาก็ไปมีแฟนใหม่ ต่างคนต่างมีแฟน
แต่แฟนเก่าเขาไม่เคยบอกคนปัจุบันของเขารู้ว่าเขาอยู่กับแฟนเก่า โดยอ้างว่าตัวเขาอยู่กับญาติ
แต่แฟนผมเขาบอกผมตั้งแต่ครั้งที่2ที่เจอกัน บอกว่าเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกับเขา จริงๆแล้วคือแฟนเก่าของเขานะ
ผมก็อึ้งๆไปสักพักนึง ผมก็ทำใจรับเขาได้ เพราะรู้สึกไปแล้ว ให้ใจส่วนหนึ่งไป แต่ผมคิดไว้2ประเด็นนี้
1.เขาอาจจะพาเราไปทำความรู้จัก ไปเจอ
2.เขาอาจจะย้ายออกจากบ้านเพราะมีความเกรงใจเรากับแฟนของเค้า (แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่าย)
ตลอด1ปีที่ผ่านมาแฟนผมรวมๆเขาเป็นคนที่ดีคนนึงเลยนะ ผมเลยรักเขาแบบมากกกๆๆๆ
[เข้าเรื่อง]
ผมก็คบกับเขาเรื่อยๆมา ในขณะที่เขาก็ยังอยู่กับแฟนเก่าซึ่งเค้าจะใช้คำว่า "เพื่อน"
ช่วงแรกๆผมกับเขายังไม่ค่อยได้เจอกันมากเพราะว่ามีหน้าที่ใหญ่ที่ต้องทำ เขาก็มาเจอผมบ้าง มานอนหอผมบ้าง บางทีก็ให้เขามาและไม่ให้มาเพราะด้วยความเกรงใจเรื่องระยะทาง การเดินทาง แต่ผมก็คุยVideo Call กันทุกๆคืน บางทีก็ไปบ้านเขาบ้าง
เขากับแฟนเก่า บางทีก็ชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน กินข้าวกันเป็นบางที
ผมก็มีคุยเรื่องกับแฟนเก่าของเขาบ้าง เขาบอกว่าแฟนเก่าเขาเข้ากับคนได้ยาก ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ค่อยเปิดรับใคร มีเพื่อนน้อย เขาไม่ค่อยคุยมีส่วนร่วมกับเพื่อนแฟนเรา คุยสนิทใจกับผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย อยู่คนเดียวไม่ค่อยได้
ไม่มีเพื่อนรอบด้านคนไหนรู้ว่าเขาเคยคบกันเป็นแฟน
หลังๆมาผมมีเวลาให้แฟนผมมากขึ้น ดูหนังกัน กินข้าว ไปบ้านบ่อยขึ้น ทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น
แต่ แฟนผมไม่เคยพาผมไปเจอกับแฟนเก่าของเขาเลยสักครั้ง แม้กระทั่งถ้าแฟนเก่าอยู่ที่บ้าน เขาจะบอกว่าไม่สะดวก เข้าบ้านไม่ได้
[Climax] ไม่ได้เรียงลำดับ
[1] มีวันหนึ่ง ผมไปรับเขาที่บ้านและผมอยากเข้าห้องน้ำมากๆ ปวดท้องจนขนลุก ตอนนั้นคือใกล้ถึงบ้านเขาแล้ว แต่ก็รู้ว่าแฟนเก่าเขาอยู่ ผมเลยโทรบอกแฟนว่าขอเข้าห้องน้ำที่บ้านนะ ตอนนั้นแฟนก็จะลองคุยกับแฟนเก่าเขา พอผมถึงบ้านแฟน แฟนชึ้นรถและบอกให้ผมไปเข้าห้องน้ำห้างสรรพสินค้า เหตุการณ์นั้นทำให้ผมรู้สึกไม่โอเค
[2] ในระหว่างที่ผมนั่งทำงานอยู่ เขาส่งข้อความมา "ขึ้นรถยัง" ผมก็งงๆว่าผมขึ้นรถตอนไหน ผมก็ไลน์ตอบไปถาม
เขาบอกขอโทษ ส่งผิดคน จะถามแฟนเก่าว่าขึ้นรถยัง เพราะตัวเขาขับมอเตอร์ไซต์ไปส่งแฟนเก่าที่หน้าปากซอย แล้วกลัวไม่ได้ขึ้นรถ ผมก็นั่งhurtกับงาน
[3] แฟนไปงานปริญญากับญาติครอบครัวเขา โดยที่พาแฟนเก่าไปด้วย อันนั้นไม่ได้อะไรมากเท่าไหร่ แต่ญาติชวนพวกเขาทั้ง2ไปเที่ยวDream World
ผมเห็นเขาถ่ายรูปรวมด้วยกัน มีความสุข ซึ่งผมก็แอบน้อยใจ กระวนกระวายในจิตใจก้นบึ้ง
[4] เรื่องนี้ก็เป็นความผิดของผมเองด้วย เขาจะไปดูงานที่ต่างประเทศเพื่อนบ้าน เขาชวนผมไป ผมก็ไม่ได้ไป สุดท้ายเขาก็ชวนแฟนเก่า
แต่ผมก็เข้าใจว่ามันเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางออกนอกประเทศ เขาเลยต้องหาคนไปด้วยกันเพื่อช่วยเหลือ
[5] วันไหนที่แฟนเก่าเขากลับจากที่ทำงานเร็วๆ วันนั้นจะเป็นวันที่เข้าบ้านเขาไม่ได้
[6] ช่วงต้นปี แฟนเก่ามีความคิดจะย้ายไปอยู่หอแถวที่ทำงาน จองมัดจำหอเรียบร้อยเสร็จสรรพ แฟนเคยพูดว่าใจหาย ตัวเองเหงาแน่เลย พอวันย้ายเก็บของ แฟนเก่าก็เปลี่ยนใจไม่ไป เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว
[7] บางทีผมกับแฟนไปไหนมาไหนกัน ตัวแฟนเก่าเขาก็โทรตาม ว่าอยู่ไหน ที่บ้านมีอะไรกินบ้าง เรารู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แถมสนิทกับที่บ้านอีก เวลาสายเข้า แฟนเก่าเขาเป็นคนเดียวที่มีรูปโชว์ (มันอาจจะดูเรื่องเล็กนะ แต่เห็นแล้วมันไม่โอกับจิตใจ)
[วันที่ผมตัดสินใจบอก]
ผมบอกเขาไปตรงๆว่า เราไม่โอเคแล้วนะ เราไม่สามารถทนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้อีก
แต่เขาก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนกัน ขอให้ไว้ใจ มันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้าเขาเรียนจบ ได้งาน เขาจะออกไปอยู่คนเดียว ถึงเวลานั้นแฟนเก่าก็ต้องออกจากบ้านไปด้วย เพราะตัวเค้าไม่อยู่ ซึ่งผมก็นั่งคิดว่า เขาเรียนจบในปีนี้ กว่าจะได้งาน จะให้ทนแบบนี้ต่อไปเราก็คงจะไม่ไหว
ผมก็นั่งคุยกับเขาดีๆโดยการที่ไม่ทะเลาะกันหลายๆอย่าง เขาก็ดูเข้าใจผม แคร์ความรู้สึก แต่อีกใจเขาก็ดูแคร์ความสัมพันธ์ ความรู้สึกของแฟนเก่าเหมือนกัน
ผมก็ต้องแบกรับความรู้สึกเครียด กังวลมาเป็นเดือน จนเขาบอกผมว่า เขาจะลองคุยกับแฟนเก่าของเขาเรื่องนี้ดู
ตอนวันหยุดยาว ผมไปเที่ยวกับครอบครัวที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ตัวเองมีความเครียดเรื่องแฟน ผมก็พยายามปล่อยวาง เพราะเค้าบอกว่าจะบอกแฟนเก่าหลังสงกรานต์ เพราะแฟนเก่าไปกับแฟนใหม่เขา ตอนช่วงคืนที่2 ผมโทรหาเขาเพราะด้ยความคิดถึง เขาบอกผมว่าเขาพูดไปแล้วนะ แต่เขาดูเศร้ามาก
เพราะเขาทะเลาะกัน เขากลัวว่าจะมองหน้ากันไม่ติด แฟนเก่าบอกว่าจะไปต้นเดือนหน้า สำหรับผมด้วยความที่เป็นห่วง ผมก็พยายามหาทางปลอบใจ+แคร์ความรู้สึกเขามากๆ เรา2คนคุยกันหลายอย่างด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี และดูสิ้นหวังจนเผลอเค้าพูดกับผมว่า ให้ผมไปเจอคนดีๆกว่าเขา T T
***ภายหลังผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อนเขาหาว่าผมเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจกับเรื่องนี้
***การแก้ปัญหาของเพื่อนเขาคือ ให้แฟนเก่าอยู่ต่อเพื่อรักษาความสัมพันธ์ และให้แฟนคุยกับผมโดยให้ผมมั่นใจ ไว้ใจ เชื่อใจ
***สุดท้ายเพื่อนก็ไปปรึกษาแฟนของเขา แต่แฟนเขาจะดูเข้าใจเรา และมาบอกแฟนเรา
วันต่อมาผมก็ทักไลน์หาเขา ด้วยความเป็นห่วง เขาก็ดูไม่ค่อยโอเค ผมเองก็ว้าวุ่นใจ เที่ยวไม่สนุก
ตอนบ่ายเขาคุยกับผมเพื่อหาทางแก้ปัญหาทางอื่นโดยการให้แฟนเก่าอยู่ต่อ แฟนเก่าคือคนนอก เขาบอกตัวเองเป็นคนที่รู้สึกแย่ที่สุดในตอนนี้ ไม่อยากเสียเพื่อน ไม่ได้รักแฟนเก่าอีก ไม่ได้มีใจกัน ไม่ได้ปกป้องมัน ตอนนี้ทุกฝ่ายดูไม่โอเค เขาบอกว่าจะอยู่กับเรา สัญญาว่าจะรีบเรียนให้จบ รีบหางานทำ หาหออยู่ มาอยู่ด้วยกัน
แต่ความรู้สึกตอนนั้นของผมคือ "เราไม่ไหว"
จนตอนเย็นผมพูดคำขาดกับเขาไปประมาณว่า "ให้เขาไปเถอะ เราคงไม่ยอม"
ตอนกลับมาไทย ผมก็เครียดๆทุกวัน ผมเคยถามเขาว่าทำไมเขาไม่ย้ายออกไปทั้งๆที่เลิกกันไปแล้ว แฟนเก่าก็มีแฟนใหม่ไปแล้ว
เขาตอบหลักๆประมาณว่า
1) แฟนเก่าอยู่คนเดียวไม่ได้
2) แฟนเก่ามีปัญหาเรื่องเงินค่าใช้จ่าย (แต่ตัวเองยอมเสียค่าTaxi ไปกลับวันละเกือบ300บาท มีไปเที่ยวต่างประเทศ ซื้อบัตรคอนเสิร์ต)
[หลังจากที่เขาย้ายออกไป]
หลังจากที่แฟนเก่าเขาย้ายออกไปไม่กี่วัน แฟนเก่าก็โทรมาหาเขาบ้าง ผมกับเขาก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด หลังจากกลับมาในคืนนั้น เขาคุยกับผมว่าจะขอไปนอนหอแฟนเก่า1คืน แต่ไม่ได้นอนกัน2คน นอนกับเพื่อนอีกคนนึงเป็น3 เป็นผู้หญิงเพราะวันพรุ่งนี้จะไปทำบุญบ้านเพื่อนอีกคนนึง แต่ให้เพื่อนคนนั้นมารับ เดี๋ยวถ่ายรูปให้ดู
ตอนนั้นก็เพิ่งผ่านเหตุการณ์แย่ๆต่อจิตใจ สิ้นหวัง เจ็บปวดมาพอสมควร ผมก็บอกไปว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้ไป ไม่อยากเลยแหละ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ไป
ด้วยความเครียดสะสม บางทีผมก็ดราม่ากับเขาเรื่องแฟนเก่าเขา เขาบอกว่าเขาเลือกเราแล้วนะ เลือกที่จะอยู่กับเรา เขาไปแล้ว ถ้าไม่เลือกเราจริงๆ ไม่งั้นเค้าก็ดึงดันให้แฟนเก่าตัวเองอยู่ต่อ เค้าคิดว่ายังไงชีวิตอนาคตก็ต้องอยู่กับเราอยู่แล้ว
ผมก็หวังว่าเป็นเช่นนั้นนะ ผมก็อยากได้แบบนั้นเหมือนกัน
นี่ก็เป็นเรื่องราวประสบการณ์ในช่วงหนึ่งขอผมครับ ถ้ายาวๆหรืองงๆก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
[ช-ช] คบกันมา1ปี กับรอยบาดแผลใหญ่ในใจที่ต้องรักษา
[เกริ่นเรื่อง]
ผมคบกับแฟนคนนี้ได้1ปีกว่าๆแล้วครับ ระหว่างตอนคบกันก็แทบไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกัน มีความสุขกันดี
แต่ตลอดระยะเวลา1ปีที่ผ่านมา "แฟนเก่าของเขายังอยู่บ้านเดียวกับแฟนของผม" **ตอนนี้ย้ายไปแล้ว**
เขาคบกับแฟนเก่าคนนี้มา3-4ปี จนเขาทั้ง2เลิกกัน แต่เขาก็ยังอยู่ด้วยกันมาตลอด แฟนเก่าเขาก็ไปมีแฟนใหม่ ต่างคนต่างมีแฟน
แต่แฟนเก่าเขาไม่เคยบอกคนปัจุบันของเขารู้ว่าเขาอยู่กับแฟนเก่า โดยอ้างว่าตัวเขาอยู่กับญาติ
แต่แฟนผมเขาบอกผมตั้งแต่ครั้งที่2ที่เจอกัน บอกว่าเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกับเขา จริงๆแล้วคือแฟนเก่าของเขานะ
ผมก็อึ้งๆไปสักพักนึง ผมก็ทำใจรับเขาได้ เพราะรู้สึกไปแล้ว ให้ใจส่วนหนึ่งไป แต่ผมคิดไว้2ประเด็นนี้
1.เขาอาจจะพาเราไปทำความรู้จัก ไปเจอ
2.เขาอาจจะย้ายออกจากบ้านเพราะมีความเกรงใจเรากับแฟนของเค้า (แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่าย)
ตลอด1ปีที่ผ่านมาแฟนผมรวมๆเขาเป็นคนที่ดีคนนึงเลยนะ ผมเลยรักเขาแบบมากกกๆๆๆ
[เข้าเรื่อง]
ผมก็คบกับเขาเรื่อยๆมา ในขณะที่เขาก็ยังอยู่กับแฟนเก่าซึ่งเค้าจะใช้คำว่า "เพื่อน"
ช่วงแรกๆผมกับเขายังไม่ค่อยได้เจอกันมากเพราะว่ามีหน้าที่ใหญ่ที่ต้องทำ เขาก็มาเจอผมบ้าง มานอนหอผมบ้าง บางทีก็ให้เขามาและไม่ให้มาเพราะด้วยความเกรงใจเรื่องระยะทาง การเดินทาง แต่ผมก็คุยVideo Call กันทุกๆคืน บางทีก็ไปบ้านเขาบ้าง
เขากับแฟนเก่า บางทีก็ชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน กินข้าวกันเป็นบางที
ผมก็มีคุยเรื่องกับแฟนเก่าของเขาบ้าง เขาบอกว่าแฟนเก่าเขาเข้ากับคนได้ยาก ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ค่อยเปิดรับใคร มีเพื่อนน้อย เขาไม่ค่อยคุยมีส่วนร่วมกับเพื่อนแฟนเรา คุยสนิทใจกับผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย อยู่คนเดียวไม่ค่อยได้
ไม่มีเพื่อนรอบด้านคนไหนรู้ว่าเขาเคยคบกันเป็นแฟน
หลังๆมาผมมีเวลาให้แฟนผมมากขึ้น ดูหนังกัน กินข้าว ไปบ้านบ่อยขึ้น ทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น
แต่ แฟนผมไม่เคยพาผมไปเจอกับแฟนเก่าของเขาเลยสักครั้ง แม้กระทั่งถ้าแฟนเก่าอยู่ที่บ้าน เขาจะบอกว่าไม่สะดวก เข้าบ้านไม่ได้
[Climax] ไม่ได้เรียงลำดับ
[1] มีวันหนึ่ง ผมไปรับเขาที่บ้านและผมอยากเข้าห้องน้ำมากๆ ปวดท้องจนขนลุก ตอนนั้นคือใกล้ถึงบ้านเขาแล้ว แต่ก็รู้ว่าแฟนเก่าเขาอยู่ ผมเลยโทรบอกแฟนว่าขอเข้าห้องน้ำที่บ้านนะ ตอนนั้นแฟนก็จะลองคุยกับแฟนเก่าเขา พอผมถึงบ้านแฟน แฟนชึ้นรถและบอกให้ผมไปเข้าห้องน้ำห้างสรรพสินค้า เหตุการณ์นั้นทำให้ผมรู้สึกไม่โอเค
[2] ในระหว่างที่ผมนั่งทำงานอยู่ เขาส่งข้อความมา "ขึ้นรถยัง" ผมก็งงๆว่าผมขึ้นรถตอนไหน ผมก็ไลน์ตอบไปถาม
เขาบอกขอโทษ ส่งผิดคน จะถามแฟนเก่าว่าขึ้นรถยัง เพราะตัวเขาขับมอเตอร์ไซต์ไปส่งแฟนเก่าที่หน้าปากซอย แล้วกลัวไม่ได้ขึ้นรถ ผมก็นั่งhurtกับงาน
[3] แฟนไปงานปริญญากับญาติครอบครัวเขา โดยที่พาแฟนเก่าไปด้วย อันนั้นไม่ได้อะไรมากเท่าไหร่ แต่ญาติชวนพวกเขาทั้ง2ไปเที่ยวDream World
ผมเห็นเขาถ่ายรูปรวมด้วยกัน มีความสุข ซึ่งผมก็แอบน้อยใจ กระวนกระวายในจิตใจก้นบึ้ง
[4] เรื่องนี้ก็เป็นความผิดของผมเองด้วย เขาจะไปดูงานที่ต่างประเทศเพื่อนบ้าน เขาชวนผมไป ผมก็ไม่ได้ไป สุดท้ายเขาก็ชวนแฟนเก่า
แต่ผมก็เข้าใจว่ามันเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางออกนอกประเทศ เขาเลยต้องหาคนไปด้วยกันเพื่อช่วยเหลือ
[5] วันไหนที่แฟนเก่าเขากลับจากที่ทำงานเร็วๆ วันนั้นจะเป็นวันที่เข้าบ้านเขาไม่ได้
[6] ช่วงต้นปี แฟนเก่ามีความคิดจะย้ายไปอยู่หอแถวที่ทำงาน จองมัดจำหอเรียบร้อยเสร็จสรรพ แฟนเคยพูดว่าใจหาย ตัวเองเหงาแน่เลย พอวันย้ายเก็บของ แฟนเก่าก็เปลี่ยนใจไม่ไป เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว
[7] บางทีผมกับแฟนไปไหนมาไหนกัน ตัวแฟนเก่าเขาก็โทรตาม ว่าอยู่ไหน ที่บ้านมีอะไรกินบ้าง เรารู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แถมสนิทกับที่บ้านอีก เวลาสายเข้า แฟนเก่าเขาเป็นคนเดียวที่มีรูปโชว์ (มันอาจจะดูเรื่องเล็กนะ แต่เห็นแล้วมันไม่โอกับจิตใจ)
[วันที่ผมตัดสินใจบอก]
ผมบอกเขาไปตรงๆว่า เราไม่โอเคแล้วนะ เราไม่สามารถทนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้อีก
แต่เขาก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนกัน ขอให้ไว้ใจ มันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้าเขาเรียนจบ ได้งาน เขาจะออกไปอยู่คนเดียว ถึงเวลานั้นแฟนเก่าก็ต้องออกจากบ้านไปด้วย เพราะตัวเค้าไม่อยู่ ซึ่งผมก็นั่งคิดว่า เขาเรียนจบในปีนี้ กว่าจะได้งาน จะให้ทนแบบนี้ต่อไปเราก็คงจะไม่ไหว
ผมก็นั่งคุยกับเขาดีๆโดยการที่ไม่ทะเลาะกันหลายๆอย่าง เขาก็ดูเข้าใจผม แคร์ความรู้สึก แต่อีกใจเขาก็ดูแคร์ความสัมพันธ์ ความรู้สึกของแฟนเก่าเหมือนกัน
ผมก็ต้องแบกรับความรู้สึกเครียด กังวลมาเป็นเดือน จนเขาบอกผมว่า เขาจะลองคุยกับแฟนเก่าของเขาเรื่องนี้ดู
ตอนวันหยุดยาว ผมไปเที่ยวกับครอบครัวที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ตัวเองมีความเครียดเรื่องแฟน ผมก็พยายามปล่อยวาง เพราะเค้าบอกว่าจะบอกแฟนเก่าหลังสงกรานต์ เพราะแฟนเก่าไปกับแฟนใหม่เขา ตอนช่วงคืนที่2 ผมโทรหาเขาเพราะด้ยความคิดถึง เขาบอกผมว่าเขาพูดไปแล้วนะ แต่เขาดูเศร้ามาก
เพราะเขาทะเลาะกัน เขากลัวว่าจะมองหน้ากันไม่ติด แฟนเก่าบอกว่าจะไปต้นเดือนหน้า สำหรับผมด้วยความที่เป็นห่วง ผมก็พยายามหาทางปลอบใจ+แคร์ความรู้สึกเขามากๆ เรา2คนคุยกันหลายอย่างด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี และดูสิ้นหวังจนเผลอเค้าพูดกับผมว่า ให้ผมไปเจอคนดีๆกว่าเขา T T
***ภายหลังผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อนเขาหาว่าผมเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจกับเรื่องนี้
***การแก้ปัญหาของเพื่อนเขาคือ ให้แฟนเก่าอยู่ต่อเพื่อรักษาความสัมพันธ์ และให้แฟนคุยกับผมโดยให้ผมมั่นใจ ไว้ใจ เชื่อใจ
***สุดท้ายเพื่อนก็ไปปรึกษาแฟนของเขา แต่แฟนเขาจะดูเข้าใจเรา และมาบอกแฟนเรา
วันต่อมาผมก็ทักไลน์หาเขา ด้วยความเป็นห่วง เขาก็ดูไม่ค่อยโอเค ผมเองก็ว้าวุ่นใจ เที่ยวไม่สนุก
ตอนบ่ายเขาคุยกับผมเพื่อหาทางแก้ปัญหาทางอื่นโดยการให้แฟนเก่าอยู่ต่อ แฟนเก่าคือคนนอก เขาบอกตัวเองเป็นคนที่รู้สึกแย่ที่สุดในตอนนี้ ไม่อยากเสียเพื่อน ไม่ได้รักแฟนเก่าอีก ไม่ได้มีใจกัน ไม่ได้ปกป้องมัน ตอนนี้ทุกฝ่ายดูไม่โอเค เขาบอกว่าจะอยู่กับเรา สัญญาว่าจะรีบเรียนให้จบ รีบหางานทำ หาหออยู่ มาอยู่ด้วยกัน
แต่ความรู้สึกตอนนั้นของผมคือ "เราไม่ไหว"
จนตอนเย็นผมพูดคำขาดกับเขาไปประมาณว่า "ให้เขาไปเถอะ เราคงไม่ยอม"
ตอนกลับมาไทย ผมก็เครียดๆทุกวัน ผมเคยถามเขาว่าทำไมเขาไม่ย้ายออกไปทั้งๆที่เลิกกันไปแล้ว แฟนเก่าก็มีแฟนใหม่ไปแล้ว
เขาตอบหลักๆประมาณว่า
1) แฟนเก่าอยู่คนเดียวไม่ได้
2) แฟนเก่ามีปัญหาเรื่องเงินค่าใช้จ่าย (แต่ตัวเองยอมเสียค่าTaxi ไปกลับวันละเกือบ300บาท มีไปเที่ยวต่างประเทศ ซื้อบัตรคอนเสิร์ต)
[หลังจากที่เขาย้ายออกไป]
หลังจากที่แฟนเก่าเขาย้ายออกไปไม่กี่วัน แฟนเก่าก็โทรมาหาเขาบ้าง ผมกับเขาก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด หลังจากกลับมาในคืนนั้น เขาคุยกับผมว่าจะขอไปนอนหอแฟนเก่า1คืน แต่ไม่ได้นอนกัน2คน นอนกับเพื่อนอีกคนนึงเป็น3 เป็นผู้หญิงเพราะวันพรุ่งนี้จะไปทำบุญบ้านเพื่อนอีกคนนึง แต่ให้เพื่อนคนนั้นมารับ เดี๋ยวถ่ายรูปให้ดู
ตอนนั้นก็เพิ่งผ่านเหตุการณ์แย่ๆต่อจิตใจ สิ้นหวัง เจ็บปวดมาพอสมควร ผมก็บอกไปว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้ไป ไม่อยากเลยแหละ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ไป
ด้วยความเครียดสะสม บางทีผมก็ดราม่ากับเขาเรื่องแฟนเก่าเขา เขาบอกว่าเขาเลือกเราแล้วนะ เลือกที่จะอยู่กับเรา เขาไปแล้ว ถ้าไม่เลือกเราจริงๆ ไม่งั้นเค้าก็ดึงดันให้แฟนเก่าตัวเองอยู่ต่อ เค้าคิดว่ายังไงชีวิตอนาคตก็ต้องอยู่กับเราอยู่แล้ว
ผมก็หวังว่าเป็นเช่นนั้นนะ ผมก็อยากได้แบบนั้นเหมือนกัน
นี่ก็เป็นเรื่องราวประสบการณ์ในช่วงหนึ่งขอผมครับ ถ้ายาวๆหรืองงๆก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ