(ก่อนอื่นนะครับ คือยืมไอดีของคนอื่นมาเล่น)
สวัสดีครับทุกคน ผมอยากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมตอนนี้มาก คือจะบอกว่ามันแทบจะทำให้ผมเปลี่ยนจากอีกคนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย
เมื่อ 5 ปีก่อนหน้านั้น(ตอนนี้ผมอายุ 23) ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มี ยาย พ่อ แม่ และผม เป็นครอบครัวโดดๆ ที่ไม่มีญาติพี่น้อง บ้านเราทำธุรกิจร้านทำแว่นตาเอง วัดสายตาประกอบแว่นเอง เป็นร้านแบบตึกแถว รายได้ครอบครัวไม่มากไม่น้อย พออยู่พอกิน แม่ทำงานนอกบ้าน เป็นช่วงที่ผมเข้ามหาลัยตอนปี1 ผมเรียนที่มหาลัยต่างจังหวัด แม่โทรมาบอกว่าพ่อป่วย หยิบจับของอะไรเป็นหล่นมือ จะพาไปหาหมอแต่พ่อเป็นคนหัวรั้น แค่อยากหาซื้อยามากินเองก็หาย ไม่กี่เดือนจากนั้นอาการเริ่มชัดขึ้นว่าพ่อหยิบจับอะไรไม่ได้ และทรุดจนเข้าโรงพยาบาล หมอให้คำตอบว่าเส้นประสาททั่วร่างกายเริ่มตาย อาการเช่นเดียวกับอัมพาต ไม่มีทางรักษานอกจากจะให้ยาและกายภาพบำบัด จากนั้นก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน ธุรกิจก็หยุดไป แม่ต้องออกงานเพื่อมาดูพ่อที่ไม่สามารถชั่วเหลือตัวเองได้ ไม่หนำซ้ำ ยายที่แก่มากก็มาเป็นสารพัดโรคอีกไปไหนมาไหนเองไม่ได้ เราทะยั้นทะยออยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ ผ่านไปจนผมอยู่ปี3 เราอยู่แบบโครตลำบาก ไม่มีรายรับ มีแต่รายจ่าย ครอบครัวเราหวังแค่ให้พ่อหาย เลยใช้เงินที่เก็บไว้ก็เอามาใช้รักษาพ่อด้วยวิธีต่างๆ มีล้านหมดล้าน มีแสนหมดแสน ขายรถ ขายที่ ไหนจะค่าเทอมผมอีก เงินก้อนสุดท้ายหมดไปกับอาการของพ่อที่ไม่ดีขึ้น มีแต่แย่ลง เทอมสุดท้ายของปี3 ไม่มีค่าเทอม ไม่มีค่าเรียนหนังสือ ผมต้องออกมหาลัยมาช่วยที่บ้าน และทำงานด้วยวุฒิ ม.6 เงินเดือน 9,500 ที่จุนเจือครอบครัวอยู่ ทุกวันนี้ไม่มีความสุขเลย เหมือนตายทั้งเป็น และถามตัวเองเสมอว่า เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตัวเอง บางครั้งร้องไห้ อยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ทำไม่ได้หร่อก สงสารแม่มาก ถ้ามีโอกาส อยากกลับไปเรียนอีกครั้ง...
ฝากไว้กับหลายๆคนด้วยนะ ไม่มีอะไรแน่นอนกับชีวิต อยากทำอะไร ให้รีบทำ ก่อนที่โอกาสจะหมดลง
ชีวิตครอบครัวย่ำแย่มากครับ จะแย่กว่านี้ก็คงไม่เป็นไร...
สวัสดีครับทุกคน ผมอยากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมตอนนี้มาก คือจะบอกว่ามันแทบจะทำให้ผมเปลี่ยนจากอีกคนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย
เมื่อ 5 ปีก่อนหน้านั้น(ตอนนี้ผมอายุ 23) ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มี ยาย พ่อ แม่ และผม เป็นครอบครัวโดดๆ ที่ไม่มีญาติพี่น้อง บ้านเราทำธุรกิจร้านทำแว่นตาเอง วัดสายตาประกอบแว่นเอง เป็นร้านแบบตึกแถว รายได้ครอบครัวไม่มากไม่น้อย พออยู่พอกิน แม่ทำงานนอกบ้าน เป็นช่วงที่ผมเข้ามหาลัยตอนปี1 ผมเรียนที่มหาลัยต่างจังหวัด แม่โทรมาบอกว่าพ่อป่วย หยิบจับของอะไรเป็นหล่นมือ จะพาไปหาหมอแต่พ่อเป็นคนหัวรั้น แค่อยากหาซื้อยามากินเองก็หาย ไม่กี่เดือนจากนั้นอาการเริ่มชัดขึ้นว่าพ่อหยิบจับอะไรไม่ได้ และทรุดจนเข้าโรงพยาบาล หมอให้คำตอบว่าเส้นประสาททั่วร่างกายเริ่มตาย อาการเช่นเดียวกับอัมพาต ไม่มีทางรักษานอกจากจะให้ยาและกายภาพบำบัด จากนั้นก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน ธุรกิจก็หยุดไป แม่ต้องออกงานเพื่อมาดูพ่อที่ไม่สามารถชั่วเหลือตัวเองได้ ไม่หนำซ้ำ ยายที่แก่มากก็มาเป็นสารพัดโรคอีกไปไหนมาไหนเองไม่ได้ เราทะยั้นทะยออยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ ผ่านไปจนผมอยู่ปี3 เราอยู่แบบโครตลำบาก ไม่มีรายรับ มีแต่รายจ่าย ครอบครัวเราหวังแค่ให้พ่อหาย เลยใช้เงินที่เก็บไว้ก็เอามาใช้รักษาพ่อด้วยวิธีต่างๆ มีล้านหมดล้าน มีแสนหมดแสน ขายรถ ขายที่ ไหนจะค่าเทอมผมอีก เงินก้อนสุดท้ายหมดไปกับอาการของพ่อที่ไม่ดีขึ้น มีแต่แย่ลง เทอมสุดท้ายของปี3 ไม่มีค่าเทอม ไม่มีค่าเรียนหนังสือ ผมต้องออกมหาลัยมาช่วยที่บ้าน และทำงานด้วยวุฒิ ม.6 เงินเดือน 9,500 ที่จุนเจือครอบครัวอยู่ ทุกวันนี้ไม่มีความสุขเลย เหมือนตายทั้งเป็น และถามตัวเองเสมอว่า เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตัวเอง บางครั้งร้องไห้ อยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ทำไม่ได้หร่อก สงสารแม่มาก ถ้ามีโอกาส อยากกลับไปเรียนอีกครั้ง...
ฝากไว้กับหลายๆคนด้วยนะ ไม่มีอะไรแน่นอนกับชีวิต อยากทำอะไร ให้รีบทำ ก่อนที่โอกาสจะหมดลง