"ดูแลทรัพย์สินผู้ป่วยทางจิตเวช" ต้องทำอย่างไรคะ

กระทู้คำถาม
แม่ดิฉันป่วยเป็นโรคทางจิตเวช หมอบอกเปนโรคหลงผิดระดับกลาง ก่อนหน้านี้เมื่อ20ปีที่แล้ว แม่ป่วยเป็นโรคธัยรอยด์เป็นพิษ เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนดอก(เชียงใหม่)มาแล้ว แต่แม่ดื้อค่ะ ไม่ยอมกินยา เลยไม่หาย ก็จะมีอาการอาละวาดรุนแรง คุยและด่าดังๆลอยๆอยู่คนเดียว บางทีเป็นทั้งวันเลย ยิ่งเวลาร้อนหรือหงุดหงิดยิ่งเป็นค่ะ ถ้าอาการทางจิตเวชกำเริบ คนที่เขาไม่ชอบเขาจะไปคุยดีด้วย แต่ถ้าคนที่เขาชอบเขาจะไปชี้ด่าแบบเสียหาย โดยเฉพาะคนในครอบครัว บางครั้งมีขว้างปาข้าวของ ไปยืนชี้หน้าด่า แต่พออารมณ์ปกติเย็นลงแล้ว บางทีก็จำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่เรื่องการดำรงชีวิตเขายังใช้ชีวิตปกติได้นะคะ เพียงแต่ควบคุมอารมณ์และสติไม่ได้ ตอนนู้นหมอบอกว่าโรคธัยรอยด์เป็นพิษ พอแก่ตัวไปก็จะลดลง แต่ไม่หายขาด ต้องรักษาถึงจะหายขาด แต่ตอนนี้แม่เป็นโรคหลงผิดเพิ่มขึ้นมา หมอบอกว่าเขาจาคิดว่าจะมีคนมาทำร้าย มีคนมาล้างสมองเขา จำผิดจำถูก ตอนนี้อยู่ระดับกลาง และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ดิฉันเลยอยากให้เขารับการรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งหมอบอกว่าต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย2ปีจึงจะหาย แต่ด้วยตัวดิฉันไม่มีเงินเก็บรักษาแม่ ทุกวันนี้ก็เดือนชนเดือน แต่แม่เขามีเงินเก็บ เลยอยากนำเงินแม่มารักษาตัวเขาเอง เหตุผลที่อยากทำเรื่องดูแลมรดกนั้นคือ แม่เขาไม่ยอมรับว่าเขาป่วย เขาจึงไม่เข้ารับการรักษา เขาจะโมโหและอาละวาดหากพูดว่าเขาป่วย ฉะนั้นแม่จะนำเงินตัวเองมารักษาตัวเองเป็นไปไม่ได้ ดิฉันเองก็ไม่อยากบังคับขืนใจจับเขาเข้าโรงพยาบาล แต่มันต้องทำ เพื่อตัวเขาเอง ดิฉันกลัวว่าถ้าแม่เป็นหนักกว่านี้ แม่จะสุขภาพแย่ลง สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไปมากกว่านี้ และอาจจะโดนหลอกเสียทรัพย์ที่ตัวเขามี เพราะแม่บอกว่ามีคนยืมเงินแล้วไม่คืน ดิฉันสังเกตมานานมากแล้ว เวลาใครประจบประแจง ชมว่าสวยว่าดี (เขาโกหกเพื่อผลประโยชน์) แม่ก็จะโอนอ่อนไปกับเขา เลยทำให้ดิฉันกลัวว่าแม่อาจจะเสียทรัพย์ได้ ซึ่งในชีวิตบั้นปลายตัวแม่เองเขาจะลำบาก

สุดท้ายนี้ ดิฉันอยากได้คำแนะนำในการเข้ารับการรักษาโรคทางจิตเวช และการทำเรื่องดูแลทรัพย์สิน เพื่อนำทรัพย์สินนั้นมาใช้ในการรักษาแม่(ได้ไหมคะ) เพราะค่ารักษาโรคเฉพาะทางสูงมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่