THIS IS CHINA!!! จีน เล่นบทโหด!!! ฆ่าผู้แอบส่งความลับให้ CIA อย่างน้อย 12 คน!!! ขังคุกอีกจำนวนหนึ่ง!!!

จีน เล่นบทโหด!!! ฆ่าผู้แอบส่งความลับให้ CIA อย่างน้อย 12 คน!!! ขังคุกอีกจำนวนหนึ่ง!!!

โดย MGR Online - 21 พฤษภาคม 2560


        นิวยอร์กไทมส์/เอเจนซีส์ - ทางการจีนได้สังหาร หรือจำคุกบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวให้แก่ซีไอเอ 18 - 20 คน ในระหว่างปี 2010 - 2012 หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันเสาร์ (20 พ.ค.) พร้อมระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความเสียหายหนักให้แก่ความสามารถของสหรัฐฯในการหาข่าวกรองในแดนมังกรอยู่เป็นเวลาหลายปี โดยที่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่อาจระบุต้นตอของความลับรั่วไหลคราวนี้ได้อย่างชัดเจน
       
       รายงานของนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งอ้างคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯทั้งในปัจจุบัน และในอดีตจำนวนมากที่ว่า การรั่วไหลในการหาข่าวกรองครั้งนี้ถือเป็นคราวร้ายแรงที่สุดคราวหนึ่งในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ของสหรัฐฯ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เร่งดำเนินการสอบสวน ทว่า พวกเจ้าหน้าที่สอบสวนเหล่านี้มีความเห็นแตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามีสายลับที่ทำงานให้จีนรายหนึ่งแอบแฝงอยู่ในซีไอเอและเปิดเผยแหล่งข่าวของสำนักงานข่าวกรองแห่งนี้ให้ปักกิ่งทราบ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าทางการจีนสามารถเจาะเข้าสู่ระบบปิดลับที่ซีไอเอใช้ในการติดต่อสื่อสารกับพวกแหล่งข่าวต่างประเทศ
       
       นิวยอร์กไทมส์ กล่าวว่า หลังจากเวลาผ่านมาแล้วหลายปี การถกเถียงในเรื่องต้นตอของข่าวกรองรั่วไหลนี้ก็ยังคงไม่มีข้อยุติ แต่เรื่องที่แน่นอนชัดเจนแล้ว ก็คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยทางการจีนได้สังหารบุคคลที่ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ซีไอเอไปอย่างน้อย 12 คนในช่วงตั้งแต่สัปดาห์ท้ายๆ ของปี 2010 จนถึงสิ้นปี 2012 แล้วยังมีรายอื่นๆ ที่ถูกจับตัวเข้าคุก อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ 2 คนกล่าวว่า รวมทั้งสิ้นแล้วฝ่ายจีนได้ฆ่าหรือจำคุกผู้ให้ข่าวแก่ซีไอเอ ระหว่าง 18 - 20 คน ซึ่งเป็นการทำลายเครือข่ายที่หน่วยข่าวกรองอเมริกันใช้เวลาหลายปีสร้างขึ้นมา
       
       มีอยู่รายหนึ่งถูกยิงสังหารที่บริเวณหน้าอาคารรัฐบาลแห่งหนึ่งในจีน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 ราย เล่าให้นิวยอร์กไทมส์ฟัง พร้อมกับกล่าวว่านี่เป็นการจงใจที่จะส่งข้อความไปถึงบุคคลอื่นๆ ในเรื่องการลักลอบส่งความลับให้วอชิงตัน
       
       รายงานของนิวยอร์กไทมส์ บอกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นในจีนคราวนี้ มีการสูญเสียทรัพย์สินในรูปของผู้ให้ข่าว เป็นจำนวนใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสหภาพโซเวียตและรัสเซีย เนื่องจากการทรยศของ 2 อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอและเอฟบีไอ ซึ่งก็คือ อัลดริช แอเมส และ โรเบิร์ต แฮนส์เสน ที่ส่งข้อมูลข่าวสารแจ้งไปทางมอสโก ทั้งนี้ แอเมสเป็นสายลับที่มีบทบาทในช่วงทศวรรษ 1980 ส่วนแฮนส์เสนอยู่ในช่วงปี 1979 - 2001
       
       ทั้งซีไอเอและเอฟบีไอต่างไม่แสดงความคิดเห็นอะไร เมื่อนิวยอร์กไทมส์และสื่อรายอื่นๆ สอบถามเกี่ยวกับรายงานข่าวชิ้นนี้

        รายงานของนิวยอร์กไทมส์ บอกว่า สัญญาณแรกที่แสดงให้เห็นความยุ่งยากนั้นปรากฏขึ้นมาในปี 2010 โดยที่ในตอนนั้น ซึไอเอได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานระดับวงในของรัฐบาลจีน ซึ่งถือว่ามีคุณภาพดีที่สุดในรอบระยะเวลาหลายปีทีเดียว ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่สามารถดึงเอาแหล่งข่าวหลายรายที่อยู่ในระดับลึกๆ ภายในระบบราชการในปักกิ่งมาทำงานให้ อดีตเจ้าหน้าที่อเมริกัน 4 คนบอก แหล่งข่าวเหล่านี้บางรายเป็นบุคคลสัญชาติจีนซึ่งซีไอเอเชื่อว่าเกิดความรู้สึกหมดหวังเนื่องจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจีน
       
       ทว่า พอถึงปลายปีนั้นเอง ข้อมูลข่าวสารที่เคยไหลรื่นก็เริ่มเหือดหาย และเมื่อถึงต้นปี 2011 พวกเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีไอเอก็ตระหนักว่าพวกเขาเจอปัญหาแล้ว เนื่องจากพวกทรัพย์สินที่เป็นบุคลากรในจีน รวมทั้งรายหนึ่งที่เป็นแหล่งข่าวมีค่าที่สุดของพวกเขา กำลังเริ่มทยอยหายตัวไป รายงานของนิวยอร์กไทมส์ระบุ
       
       เมื่อมีแหล่งข่าวถูกสังหารเพิ่มมากขึ้นอีก เอฟบีไอ และ ซีไอเอ จึงเริ่มร่วมกันสอบสวนหารูรั่วที่เกิดขึ้น โดยมีการตรวจสอบการปฏิบัติการทั้งหมดที่ดำเนินในปักกิ่ง และขุดคุ้ยประวัติลูกจ้างแทบทุกรายที่ทำงานในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำจีน ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงขนาดไหน นิวยอร์กไทมส์อ้างอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯรายหนึ่งที่กล่าวว่า การสอบสวนนี้กระทำโดยใช้ชื่อรหัสว่า “ฮันนีย์ แบดเจอร์” (Honey Badger)
       
       คณะผู้สอบสวนซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายต่อต้านการจารกรรมของทั้งซีไอเอและเอฟบีไอ มีบางคนเชื่อว่าฝ่ายจีนสามารถเจาะระบบเข้ารหัสซึ่งซีไอเอใช้ในการสื่อสารกับพวกทรัพย์สินแหล่งข่าวในต่างประเทศของตน ทว่า คนอื่นๆ สงสัยว่ามีคนทรยศคนหนึ่งแฝงตัวอยู่ในซีไอเอ
       
       นิวยอร์กไทมส์ บอกว่า การสอบสวนในแนวทางตามล่าหาสายลับแฝงของจีน ในที่สุดแล้วก็รวมศูนย์อยู่ที่อดีตมือปฏิบัติการภาคสนามของซีไอเอรายหนึ่ง ซึ่งเคยทำงานในแผนกกำกับตรวจสอบการปฏิบัติการในแดนมังกร ชายอเมริกันเชื้อสายจีนผู้นี้ลาออกจากซีไอเอไปไม่นานนักก่อนที่การสูญเสียแหล่งข่าวกรองของสหรัฐฯจะเริ่มต้นขึ้น ทว่า ความพยายามที่จะรวบรวมหลักฐานให้เพียงพอเพื่อจับกุมบุคคลผู้นี้นั้นประสบความล้มเหลว และเวลานี้เขาผู้นี้ยังคงพำนักอาศัยอยู่ในประเทศเอเชียอีกประเทศหนึ่ง พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯทั้งที่ทำงานอยู่ในอดีตและในปัจจุบันเปิดเผย
       
       ในอีกด้านหนึ่ง รายงานของนิวยอร์กไทมส์ บอกว่า พวกที่ปฏิเสธไม่เชื่อถือทฤษฎีมีสายลับแฝงตัว เสนอคำอธิบายว่าความสูญเสียคราวนี้ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากวิธีทำงานด้านข่าวกรองของฝ่ายอเมริกันมีความสะเพร่า ในช่วงเวลาที่ฝ่ายจีนกำลังทำงานได้ดีขึ้นในการเฝ้าติดตามกิจกรรมลับทั้งหลายของอเมริกันในแดนมังกร มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของเอฟบีไอบางคนรู้สึกมั่นใจว่า เหล่าเจ้าหน้าที่ควบคุมของซีไอเอในปักกิ่งนั้น บ่อยครั้งเกินไปที่เดินทางไปในเส้นทางเดิมๆ และใช้จุดนัดพบแห่งเดิมๆ ซึ่งช่วยให้เครือข่ายเฝ้าระวังอันกว้างขวางของจีนสามารถระบุตัวสายลับส่งข่าวให้วอชิงตันได้
       
       นิวยอร์กไทมส์อ้างอดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายคนเล่าว่า มีเจ้าหน้าที่ควบคุมของซีไอเอบางรายพบกับพวกแหล่งข่าวของพวกเขาที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งสายของจีนได้แอบติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังเอาไว้ และกระทั่งพวกบริกรก็ทำงานให้หน่วยงานข่าวกรองจีน
       
       ความสะเพร่าเลินเล่อเช่นนี้ เมื่อบวกกับความเป็นไปได้ที่ว่าฝ่ายจีนสามารถแฮกช่องทางสื่อสารปิดลับได้ จะสามารถอธิบายการหายตัวและการเสียชีวิตของแหล่งข่าวจำนวนมากทีเดียว หากไม่ใช่ทั้งหมด อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบางรายบอก

‘จีน’ เล่นบทโหด ฆ่าผู้แอบส่งความลับให้ CIA อย่างน้อย 12 คน ขังคุกอีกจำนวนหนึ่ง ทำเอาข่ายงานสปายสหรัฐฯ ‘เดี้ยง’ นิวยอร์กไทมส์รายงาน

        ทั้งนี้ สื่ออื่นๆ อย่างเช่น บีบีซีนิวส์ ชี้เพิ่มเติมว่า ในอีกไม่กี่ปีต่อมา นั่นคือ เมื่อปี 2015 มีรายงานข่าวว่า ซีไอเอต้องรีบโยกย้ายพวกเจ้าหน้าที่ของตนออกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงปักกิ่ง หลังจากเกิดเหตุกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อกันว่าจีนอยู่เบื้องหลัง เจาะเข้าระบบของสำนักงานบริหารจัดการงานบุคคล (Office of Personnel Management) ของสหรัฐฯ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลงานด้านบุคคลของหน่วยงานพลเรือนต่างๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และโจรกรรมเอาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับลูกจ้างพนักงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯจำนวนหลายล้านคนไปได้ หากเหตุการณ์ของช่วงปี 2010 - 2012 ปักกิ่งอาศัยความช่วยเหลือจากการแฮกทำนองเดียวกันนี้แล้ว จวบจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีใครรายงานอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อสาธารณชน
       
       อย่างไรก็ตาม รายงานของนิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า เมื่อถึงปี 2013 เอฟบีไอ และซีไอเอ ก็มีข้อสรุปว่า ความสามารถของจีนในการระบุตัวแหล่งข่าวผู้ส่งข้อมูลข่าวสารให้ซีไอเอนั้นได้หดหายไปแล้ว ถึงแม้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
       
       นิวยอร์กไทมส์อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายราย กล่าวว่า ซีไอเอกำลังพยายามสร้างเครือข่ายสปายของตนในแดนมังกรขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นความพยายามที่มีราคาแพงและกินเวลามาก
       
       ในอีกด้านหนึ่ง พวกเจ้าหน้าที่อเมริกันบอกว่า จีนก็มีความพยายามในเชิงรุกมากเป็นพิเศษในการหาข่าวกรองในระยะไม่กี่ปีหลังมานี้ โดยนอกเหนือจากเรื่องการแฮกสำนักงานบริหารจัดการงานบุคคลของสหรัฐฯแล้ว เมื่อปี 2016 ลูกจ้างของเอฟบีไอผู้หนึ่งรับสารภาพว่าเป็นสายลับคอยส่งข่าวให้จีนมาหลายปี โดยมุ่งส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีอ่อนไหวทั้งหลายไปให้ปักกิ่ง เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินสด, ห้องพักหรูหราเวลาเดินทางไปต่างประเทศ และ บริการโสเภณี
       
       เดือนมีนาคมปีนี้ พนักงานอัยการสหรัฐฯ แถลงว่า ได้จับกุม แคนแดช มารี ไคลเบิร์น ผู้ทำงานเป็นลูกจ้างของกระทรวงการต่างประเทศมายาวนาน ด้วยข้อหาว่าให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวนในเรื่องการติดต่อระหว่างเธอกับพวกเจ้าหน้าที่จีน ตามคำฟ้องร้องคดีอาญาที่มีไคลเบิร์นเป็นจำเลย โดยที่เธอไม่ได้รับสารภาพผิดแต่อย่างใดนั้น พวกสายลับของจีนได้โอนเงินสดเข้าบัญชีธนาคารของเธอ ตลอดจนให้ของขวัญของกำนัลราคาแพงต่างๆ จำนวนมาก

http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9600000051521



โกลบัลไทม์สอวย “หน่วยต่อต้านสปายจีน” โคตรเจ๋ง! รวบพวกแฉความลับชาติให้ CIA มา “สังหาร-จำคุก” ถึง 20 ราย

โดย MGR Online - 22 พฤษภาคม 2560
      
       นิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อวันเสาร์ (20 พ.ค.) ว่า ทางการจีนได้สังหารบุคคลอย่างน้อย 12 คนที่คอยส่งข้อมูลลับให้แก่ซีไอเอในช่วงปี 2010-2012 จนส่งผลให้เครือข่ายสายลับที่สหรัฐฯ ใช้เวลาหลายปีในการสร้าง “พังไม่เป็นท่า”
       
       โกลบัลไทม์ส ซึ่งเป็นสื่อในเครือเดียวกับหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี ระบุในบทบรรณาธิการฉบับภาษาจีนและอังกฤษวันนี้ (22) ว่า หากสิ่งที่นิวยอร์กไทม์สรายงานเป็นความจริง ก็ถือว่าเป็น "ชัยชนะ" สำหรับจีน
       
       “ถ้ารายงานดังกล่าวเป็นความจริง เราก็ขอปรบมือให้แก่หน่วยต่อต้านจารกรรมของจีน เพราะไม่เพียงเครือข่ายสายลับของซีไอเอจะถูกทำลายไปเท่านั้น แต่วอชิงตันยังไม่รู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเกิดความผิดพลาดที่ตรงไหน” โกลบัลไทม์ส ระบุ
       
       “เราจะบอกว่ามันเป็นชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จก็ว่าได้ และหากซีไอเอพยายามที่จะสร้างเครือข่ายสายลับขึ้นมาในจีนอีกครั้ง พวกเขาก็อาจต้องเจอผลลัพธ์แบบเดียวกัน”
       
       อย่างไรก็ดี โกลบัลไทม์สซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสื่อชาตินิยมจัดระบุว่า ข้อมูลบางส่วนของนิวยอร์กไทม์ส “ผิดพลาด” อย่างชัดเจน
       
       “เรื่องที่ว่าแหล่งข่าวคนหนึ่งถูกยิงตายกลางสนามหน้าสำนักงานของรัฐบาลจีนเป็นเรื่องแต่งชัดๆ และดูเหมือนจินตนาการของชาวอเมริกันซึ่งมีพื้นฐานมาจากคตินิยมของพวกเขาเอง”
       
       รัฐบาลปักกิ่งยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายงานของนิวยอร์กไทม์ส
       
       กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ (Ministry of State Security) ซึ่งกำกับดูแลงานต่อต้านการจารกรรมไม่มีทั้งเบอร์โทรศัพท์และเว็บไซต์ให้ติดต่อได้ ซึ่งต่างจากกระทรวงอื่นๆ ของจีน
       
       แม้เว็บไซต์นิวยอร์กไทม์สจะถูกทางการจีนบล็อกเช่นเดียวกับสื่อกระแสหลักของตะวันตกอีกหลายสำนัก ทว่ารายงานชิ้นนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และถูกสื่อจีนนำมาตีแผ่ โดยเฉพาะสำนักข่าวออนไลน์
       
       ผู้ใช้ไมโครบล็อกกิง "เวยปั๋ว" หรือทวิตเตอร์ภาคจีนได้เข้าไปโพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้หลายพันข้อความ โดยส่วนใหญ่แสดงความสะใจที่เครือข่ายสายลับอเมริกันถูกทำลาย
       
       “สายลับทรยศพวกนี้ต้องโดนลงโทษให้หนัก เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติเรา” ผู้ใช้เวยปั๋วคนหนึ่ง ระบุ

http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9600000051801
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่