ขอบคุณที่เดินออกไปจากชีวิตของเรา

เรื่องมันเริ่มจาก...

                    เรามีแฟนคนแรกตอนม.4 คือตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าความรักมันเป็นยังไง เรายังไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีคนมาชอบ (ตอนนั้นอ้วน นน. 50 นิดๆ แล้วคือเป็นคนที่บ้าการ์ตูนมาก ถึงขั้นเคยบอกเพื่อนว่าจะแต่งงานกับการ์ตูน 555+) แล้วพอขึ้นม.4 ปุ้บ ตอนนั้นเป็นช่วงปรับพื้นฐานก็เจอเพื่อนผู้ชายคนนึงที่อยู่ห้องเดียวกัน ตอนนั้นเราก็รู้แหละว่าเขาแอบมองเรานะ แต่เราก็คิดว่าคงมองเฉยๆไม่ได้คิดไร จนวันนึงเขาเข้ามาถามว่าชื่ออะไร เราก็แบบเอาแล้วคิดอะไรกับเรารึป่าวนะ เขาจีบเราหรอ นั้นคือวันแรกที่เราเริ่มหวั่นไหวกับผู้ชายคนนี้... และเริ่มสังเกตว่าเขาทำอะไรบ้าง แอบมองเขาบ้าง พอเปิดเทอมมาก็เข้ามาคุยด้วยเรื่อยๆ ด้วยความที่เขาเป็นคนขี้เล่น ก็ทำให้เรารู้สึกชอบเขามากขึ้นไปอีก แค่เดินไปส่งงานด้วยกันก็เขินแล้ว จากคนที่ไม่เคยเล่นโซเชียล (สาบานเลยว่าไม่เคยเลยจริงๆ hi5 ก็ไม่เคยเล่น เข้าอินเตอร์เน็ตทีก็หาแต่การ์ตูนมาดู ปริ้นรูปการ์ตูนมาเป็นแบบให้วาดเล่น) ไม่มีเฟสบุ๊ค ไม่มี MSN ก็หันมาเล่นทั้งเฟสบุ๊คแล้วก็ MSN เพื่อที่จะได้คุยกับเขา แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนขี้เล่น คือเล่นกับทุกคนแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดกับอะไรกับเราจริงๆ รึป่าว กลัวเขาจะทำให้เราคิดไปเองเพราะตอนนั้นคือเราอะคิดกับเขามากกว่าเพื่อนไปแล้ว ยิ่งคุยยิ่งรู้สึกชอบ ยิ่งเขาเข้ามาคุยด้วยยิ่งหวังว่าเขาจะชอบเรา ด้วยความรู้สึกนี้มันทำให้เราคิดมากถึงขั้นไปร้องไห้ระบายความรู้สึกกับเพื่อนผญคนนึง เขาก็รู้เพราะมีคนไปบอก แล้วตอนเย็น (ไม่แน่ใจว่าวันเดียวกันรึป่าว) เขาบอกว่าหลังเลิกเรียนขอคุยด้วยหน่อยสิ เราก็ใจเต้นแรงมาก เขาจะพูดไรรึป่าวนะ พอหลังเลิกเรียนเขาก็พาเราไปมุมมุมนึงของตึกเรียน เรายืนอยู่ตรงนั้นกันสองคน ไม่มีคนอื่น แล้วเขาก็ขอเราเป็นแฟน เกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะ รักกันตลอดไป... ความรักช่วงแรกหวาน ซึ้ง มีความสุข ทุกอย่างโอเค นับวันเรายิ่งรักเขามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหึง ทั้งหวง ยอมรับว่าตอนนั้นเรายิ้มโครตงี่เง่าโครตเอาแต่ใจ ไม่ได้ดั่งใจคือลงที่เขาคนเดียว ก็รู้ตัวนะ มีเพื่อนเตือนนะว่าไม่ควรทำ แต่เราก็แบบคุมสติตัวเองไม่ได้ ก็ยังทำผิดซ้ำๆ แบบนั้น จนจบม.6 ก็แยกกันไปเรียนมหาลัยคนละที่ แต่อยู่ในกรุงเทพนี้แหละ
                    ด้วยความห่างมันก็ทำให้ความกลัวความระแวงต่อกันมากขึ้น ทำให้เราทะเลาะกันทุกวัน จนวันนึงเราบอก เลิกกันเถอะ... แล้วเขาก็โอเคเลิกก็เลิก ซึ่งตอนนั้นอะเราแค่แบบอยากประชดเขาไม่ได้อยากจะเลิกกับเขาจริงๆ ไม่คิดว่าเขาจะตอบตกลงด้วยเพราะที่ผ่านมาเราก็เคยประชดแบบนี้มาก่อน (เตือนเลยนะใครที่ชอบประชดแบบนี้ ห้ามทำ...) เราก็แบบ ไม่นะ ไม่เอา ไม่เลิก ร้องไห้ฟูมฟายมาก ร้องหนักมาก (ก็สมควรแล้ว...) โทรไปง้อเขา ขอร้องให้เขาคุยด้วย เขาก็ยอมคุยด้วย ตอนนั้นคือร้องไห้กันทั้งคู่ เราก็แบบไม่ได้อยากเลิกกับเขา พยายามง้อเขา ขอร้องเขาไม่เลิกได้มั้ย เขาก็ยืนยันอย่างเดียวเลยว่าจะเลิก ยังไงก็เลิก เราก็โอเคเลิกก็เลิก แต่ขอคุยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ได้ไหม ขอปรับปรุงตัวได้ไหม ถ้าปรับปรุงตัวได้เค้าขอให้เทอกลับมาคบกับเค้าได้ไหม เขาก็บอกได้ คุยไปเรื่อยๆก็ได้ จากนั้นเราก็พยายามเปลี่ยนนิสัยตัวเอง ค่อยๆ เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนนิสัยเด็กๆ ให้เป็นผู้ใหญ่ พยายามมีเหตุผลมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ราบรื่น ช่วงแรกๆ ยังมีทะเลาะกันอยู่ เพราะเราไปรู้เขาว่าเขาแอบชอบผญคนนึง เราก็หึงเขา ทะเลาะกับเขาเรื่อยๆ ก็รู้และเข้าใจนะว่าเลิกกันไปแล้วเขาจะชอบใครมันก็สิทธิ์ของเขา แต่เพราะอยากให้เขากลับมาหาเรา อยากให้เขาสนใจแค่เราคนเดียว สุดท้ายเขาก็เลิกจีบไปเพราะผญคนนั้นไม่ได้ชอบ จำได้เลย ครั้งนึงทะเลาะกันแล้วเขาพูดขึ้นประมาณว่า เขาอยากมีอิสระ เขาอยากทำอะไรๆ ที่เขาอยากทำ อยากไปไหนก็ได้ที่อยากไป เราก็โอเคได้เราก็ปล่อยเขาให้เขาทำในสิ่งที่เขาอยากทำ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยปะละเลยเขา ก็ยังให้เขารู้ลิมิตตัวเอง ถึงแม้ว่าจะทำได้บ้างไม่ถึงขั้นว่าดีเลิศอะไร ก็ยังมีงี่เง่าอยู่ เปลี่ยนนิสัยแล้วขอก็ยังขอให้เราเปลี่ยนหุ่นรูปร่างตัวเองด้วย (จากตอนปี 1 นน. 50-53 จนตอนนี้ นน. 45 ทำได้ตอนอยู่ปี 3) มีช่วงนึงที่ ask.fm กำลังฮิตมากๆ คือมันเริ่มจากมีประเด็นนึงใน ask.fm ของเขาว่าเขาแอบมองน้องคนนึง ด้วยความอยากรู้ว่าจริงไหมอะไรยังไงเราก็ไปตามสืบในไอจีจนรู้ชัดเจนว่าคนคนนี้แน่ๆ และเราก็ทะเลาะกัน แรง จนเราทนไม่ไหวแล้วเราก้อขอจบแค่นี้ไม่พยายามแล้วเหนื่อมาก แต่สุดท้ายก็เป็นเราที่ง้อเขา.... (ทะเลาะกันหนักหลายรอบ ถึงขั้นเราบอกว่าเหนื่อยแล้วพอแล้วจบเถอะมาหลายรอบ แต่เราเองแหละที่ง้อเขา) แต่เขาก็บอกประมาณว่าไม่ได้คิดอะไร ก็แค่น้องคนนึง เราก็โอเคเชื่อก็ได้... แล้ววันนึงอยู่ๆ ไอจีของเขาก็ไม่ได้ฟอลน้องคนนั้น น้องคนนั้นก็ไม่ได้ฟอลเขาเหมือนกัน เราก็แบบโอเคเชื่อได้ สบายใจขึ้น แล้วคืนนึงเราคอลไลน์กัน (เราคอลไลน์หากันก่อนนอนทุกคืน) คืนนั้นเป็นวันเกิดของเขา เราก็อวยพรให้เขาไปแล้วก็ถามว่าอยากได้อะไรไหม เขาก็ตอบมาว่า ไม่ได้อยากได้อะไรหรอก แค่มีเทอก็พอแล้ว... ดีใจค่ะดีใจมากๆ ที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา คืนนั้นเป็นคืนที่ดีสุดๆ

และแล้วช่วงปี 2.....

                    เราไปหาเขาที่หอ เราก็นั่งรอเขาที่หอ รอเขาทำกิจกรรมที่คณะ เราก็หวังดีอยากจัดของบนโต๊ะเขาให้สะอาด ก็ดันไปเจอสมุดเล่มนึง คือเขาเขียนไดอารี่ลงในสมุดเล่มนั้น เราก็เลยเปิดเข้าไปอ่าน ในนั้นมีแต่เรื่องของผญคนนึงที่ไม่ใช่เรา (ผญคนละคนกับคนแรกนะ) เราอ่านไปก็ร้องไห้ไป ไม่มีประโยคไหนเลยที่เอ่ยถึงเรา... แต่เขาเขียนได้ไม่กี่วันเขาก็เลิกเขียนไป เราก้อเปิดหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ จนถึงแผ่นกลางๆ ก็เจอดีเข้า เขาเขียนถึงผญอีกคนนึงที่เป็นรุ่นน้องของเขา ซึ่งน้องคนนี้เรารู้ดีอยู่แล้ว ก็คือน้องที่มีประเด็นใน ask.fm คนนั้นนั่นเอง ด้วยความเชื่อใจว่าคงไม่มีอะไรหรอก แล้วสุดท้ายเราเจออะไร... เจอเขาเพ้อถึงน้องคนนั้นไง เพ้อว่าชอบ... เพ้อว่าถ้าขอเป็นแฟนจะโอเคไหม... เราเจ็บมากเสียใจมากกับสิ่งที่เขาทำกับเรา ทั้งที่เชื่อใจเขา เขาบอกไปไหนทำอะไรอยุ่เราก็เชื่อ เราก็ถ่ายสมุดไดอารี่นั่นส่งให้เขาดู แล้วบอกว่า อ่านหมดแล้วนะ พอแล้ว เราจบกันแค่นี้เถอะ เราก็เก็บของออกจากห้องเขา ปิดโทรศัพท์ ออกไปรอรถเมย์ คือรถเมย์มันรอนานมากๆ จนเขาตามมาหาเราที่ป้ายรถเมย์ทัน เขาก็ขอให้คุยกันก่อนได้ไหม ตอนแรกเราก็บอก ไม่เอาไม่คุยแล้วไม่มีไรต้องคุยเค้าโอเค เขาก็ไม่ยอม เราก็เลยโอเคๆ กลับไปคุยกันก็ได้ แล้วก็คุยกัน ตอนแรกเราก็ไม่ยอมยังไงก็จะจบให้ได้ แต่คือเขาอ้อนวอนขอร้อง ไม่จบได้ไหม ดีกันได้ไหมสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ไม่มีใครดีเท่ากับเทออีกแล้ว เราก้เลยสวนไปว่า ถ้าเค้าดีจริงแล้วทำไมเทอยังมีคนอื่นอีก ทำไมทำกันแบบนี้ เขาง้อเราอยู่นานจนเราใจอ่อนก็เลยต่อรองไปประมาณว่า ถ้าจะคืนดีก็ต้องกลับมาคบกันเลยนะเพราะเราก็ไม่ใช่คู่รักแบบศึกษาดูใจกัน มัน 5 ปีแล้วที่เรารู้จักกันมา เค้าก้อเปลี่ยนนิสัยให้แล้ว ถึงมันจะไม่ได้ดีมากก็เถอะ แต่เขากลับขอเวลาอีกหน่อยได้ไหมขอเวลาถึงปีใหม่ เราก็โอเคถ้าภายในปีใหม่แล้วยังไม่ขอคบอีกเราก็จบกันนะ ไม่ต้องคุยกันอีก ถ้าจับได้อีกทุกอย่างจบเลิกนะ เขาก็โอเคตกลง แต่คำถามในใจของเราคือ ถ้าตอนนั้นเขามีคนอื่นอยู่เขาจะกลับมาง้อเราไหม...

แล้วก็ถึงวันขึ้นปีใหม่ปี 59

                    เราก็คอลคุยกัน แล้วก้อพูดถึงเรื่องที่จะขอคบ ตอนแรกเขาก็ดูยังไม่อยากกลับมาคบเท่าไร เขาเลยขอให้เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม เราก็ถามแบบไหน เขาก้อตอบมาว่าแบบคุยกันก่อน เราก็จะคุยไรอีก 5 ปีแล้วไม่พออีกหรอ เขาก้บอกมาว่า ไม่มั่นใจว่าคบแล้วจะดีไหม สุดท้ายคุยไปคุยมาเขาก็ขอเราเป็นแฟนตอน 00.47 น. จากนั้นเราก็คบกันมาเรื่อยๆ เราอยากลงรูปคู่ เราก็แบบขอเขาลงรูปคู่ได้ไหม แล้วก็อยากให้เขาลงด้วยแต่เขาก็บอกประมาณว่า เด๋วนี้ไม่อยากอัพโซเชียลแล้ว ไม่อยากลง ลงทำไม จะอวดใครหรอ อยากลงก็ลงไปแต่อยากแท็กไม่ชอบ แล้วก็ทะเลาะกันแบบเป็นเรื่องใหญ่เลย สุดท้ายเราก็ยอมโอเคไม่ลงก็ไม่ลง จะไม่พูดถึงอีก พอคบกันนานๆ ไปในความรู้สึกเราคือมันเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ เขาโทรมาหาเราบ่อยขึ้น ให้เราไปหาเขาได้บ่อยขึ้น พาเราไปดูหนัง พาเราไปกินของอร่อยๆ พาเราไปกินบิงซู เราอยากกินซูชิเขาก็พาเราไปกิน เลี้ยงเรา เขาไปไหนทำไรก็บอกเรา พาเราไปเล่นคอมที่สำนักคอมของม. ไปนั่งอ่านหนังสือด้วยกัน ไปเดินซื้อของด้วยกัน แล้วเขาก็ทำให้เราเชื่อใจเขาอีกครั้ง แล้วเมื่อวันวาเลนไทน์ของปีนี้ อยู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาว่าอิจฉาคนอื่นไหมที่ลงรูปคู่กัน เราก็แบบหื้อ ไมอยู่ๆ ถึงมาถาม เราก็เลยบอกไปว่า ก็มีนะรู้สึกนิดๆ แต่ก็เฉยๆ ไม่ได้อะไรแล้ว ไม่ได้คิดมากแล้ว เราก็ถามเขากลับว่าไม่อยากลงบ้างหรอ เขาก็บอก ก็มีของดีอะเลยไม่อยากอวดใคร เราก็คิดในใจ ห๊ะ? เอาจิงดิ? คิดงี้จิงดิ? เราก็เลยสวนกลับไปว่า วันนั้นที่ทะเลาะกันเรื่องลงรูปคู่เทอพูดอะไรไว้เค้าจำได้นะ

วันที่ 13 เม.ย. 60

                    เขาขอเราออกไปเที่ยวที่ถนนข้าวสาร เราก็โอเคอยากไปก็ไปไม่ห้าม เขาบอกนะว่าถ้าเราไม่อยากให้ไปเขาก็จะไม่ไป แต่เราก็แบบจะห้ามได้ไง โตๆ กันแล้ว เขาไม่เคยไปเที่ยวอะไรแบบนี้เก็ให้เขาไป แล้วเราก็ถามเขาว่ากินเหล้าไหมไปผับไหม ตอนแรกเขาก็ไม่อยากตอบ เราก็เอาละรู้ละอาการแบบนี้คือไปกินแน่ๆ ไปผับแน่ๆ เราก็ยังไม่ได้คำตอบจากปากเขาไง เราก็ถามเขาอีก เขาก็อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนจะตอบใช่แต่ก็ไม่ใช่ อธิบายไม่ถูก เราก็แบบโมโหไงทำไมถามไรไม่ตอบ ตอบมาสิเอาชัดๆ ไม่ได้หรอว่าไปรึป่าว จะกินไม่กินก็ตอบมาสิ แล้วเขาก็บอกมาว่า ถ้าไม่อยากให้กินก็จะไม่กิน เราก็เลยตอบกลับไปว่า อย่าสัญญาเลยถ้าทำไม่ได้อะ แล้วเขาก้อตอบมาปะโยคสุดท้ายของวันนั้นว่า แล้วแต่เทอเลย คือประมาณว่าแล้วแต่จะคิดเลย คือเราก็ให้ไปก็ไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้ไปไม่ได้บอกว่าเล่นน้ำเสร็จแล้วกลับเลยนะ เราแค่ห่วงเขามากไป ในความรู้สึกคือไม่อยากให้เขาไปที่แบบนั้นอะเพราะมันเป็นช่วงเทศกาลเรากลัวว่ามันจะเกิดเหตุอะไรไหม ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าคนเมามันเป็นยังไง เราไม่ได้ว่าว่าเขาจะเป็นคนแบบนั้น เราแค่กลัวคนอื่น กลัวเขาจะโดนลูกหลงอะไรป่าว หลังจากจบประโยค แล้วแต่เทอเลย เขาก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย เราก็สงสัยว่าทำไมไม่ติดต่อมาเลย เราก็โทรไปหาเขา เขาปิดเครื่อง เราก็โอเคเข้าใจว่าเขาคงเล่นน้ำอยู่ จนตอนเย็นเขาไม่ติดด่อมาสักทีเราก็เลยเข้าไปดูไอจีเขาว่าเคลื่อนไหวอะไรไหม (เราก็มีเทคนิกเล็กน้อยในการส่อง 55) ก็ไปเจอสตอรี่ของผญคนนึงเข้า เห็นรูปที่มีผญอยู่ตรงกลางมีแฟนเราอยู่ข้างๆ แล้วก็เพื่อนของแฟนเราอยู่อีกข้างนึง เราก็เลยโทรไปหาเขาอีกรอบ ปรากฎว่าโทรติดแต่เขาไม่รับโทรศัพท์ เราก็เอ้าไมไม่รับ จบตอนประมาณทุ่มนึง เห็นเขาออนเฟส แต่ไม่โทรกลับมา ไม่ตอบไลน์ เราก็รู้สึกแปลๆ ละ ทำไมเป็นอย่างงี้ เราก็เลยแชทเฟสไปเลยว่าไมไม่ตอบไลน์ ไม่โทรกลับ? เขาก้อหายไปไม่อ่านไม่ตอบอีก แล้วเขาก็มาออนเฟสอีกแต่ไม่อ่านไม่ตอบอีก.... เราก็แบบ เห้ยโกรธกันขนาดนี้เลยอ่อ ไม่อ่านไม่ตอบเลยหรอ เราก็โทรไปหาอีกเขาไม่รับอีก เราก็โทรไปอีกรอบนี้เขาปิดเครื่องเลย คือเราพยายามติดต่อไปสองสามรอบได้มั้งแล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดคือเห็นว่าออนเฟสแต่ไม่ตอบเราก็เลยโทรไปรอบแรกติดโทรไปอีกปิดเครื่อง ก็พยายามไปส่งในไอจีอีก คราวนี้เห็นจังๆ เลยเป็นไอจีคนเดีวกับที่เห็นสตอรี่ในตอนแรก เป็นรูปคู่สภาพคืออยู่ในผับแน่ๆ เราก็แบบอืม เพราะคนนี้ใช่มั้ยถึงได้เป็นแบบนี้ เราก็แคปละก็ส่งให้เขาดูเลย คราวนี้เขาอ่านแต่ไม่ตอบ เราก็บอกไปว่า คืนนี้กลับมาคุยกันเราจะคุยกันดีๆ เขาก็โอเคตกลง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่