เรารักกัน แต่เมื่อทุกอย่าง ทำให้เรารักกันไม่ได้

กระทู้สนทนา
สวัสดีคับ เรื่องนี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับ จขกท.เอง

ย้อนไปเมื่อต้นปี 59 ผมได้เข้ามาทำงานในบริษัทแห่งนึง ซึ่งตอนนั้นผมมีแฟนยุแล้ว คบกันตั้งแต่สมัยเรียนประมาณ 4ปีกว่า แต่ด้วยความที่ผมกับแฟน ยุไกลกันมาก และทางแฟนเองก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกพ่อแม่ของเขา เรื่องทั้งหมด มันจึงเกิดขึ้น

ผมได้รู้จักน้องคนนึง (สมมุติชื่อ น้องP) ทำงานอยู่คนล้ะแผนก น้องเป็นคนขี่เล่น ขี่อ่อย(พอน่ารักๆ) แต่ตอนแรกที่เข้าไปทำงาน เราไม่ได้คิดอะไรกับน้อง เพราะน้องเองก็มีแฟนอยู่แล้ว และอย่างที่บอกน้องเปนคนที่ขี่เล่น พอเราเดินผ่าน หรือ เจอก็จะมาพูดคุย หยอกเร่นกันเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีเสียงจากคนในออฟฟิตว่าน้องบ้าง แต่บอกไว้ก่อนว่าตอนนั้น ผมรักแฟนผมมาก ไม่ได้คิดไรกับน้องเค้าเลย

ต่อมาหลังจากทำงานประมาณ 4 เดือน ผมกับน้องสนิทกันมากขึ้นเริ่มมีเฟส ไลน์ และคุยกันในฐานะพี่น้อง ปรึกษาปัญหาความรักของกันและกัน  มีอะไรเราคุยกันได้หมด ผมไม่รุ้ว่าตอนนั้นผมรุ้สึกอะไรกันแน่ แต่รุ้ว่ามันไม่ควรที่เราจะมาคุยกันเยอะขนาดนี้ แล้ววันนั้นก็มาถึง น้องเลิกกับแฟนเขา ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ถึงตอนนั้นผมก็ยังไม่คิดที่จะคุยกับน้องเขาในเชิงจีบ

ส่วนผมกับแฟน เราสองคนเริ่มไม่ค่อยคุยกัน วันนึงเราแทบจะไม่ได้คุยกันเรย ผมรู้สึกว่าแฟนผมเปลี่ยนไป ผมถามเธอตรงๆ ว่ายังรักกันอยู่ไหม เธอบอกว่ารัก แต่เธอไม่มีไรจะคุย อยากอยู่คนเดียว ผมเอาเรื่องมาปรึกษาน้องP น้องพยายามบอกผมว่า คิดดีๆ ให้กลับไปง้อแฟนซ่ะ (แต่ผมง้อแฟนตลอดนะ) แล้วผมก็กลับไปดีกับแฟนเหมือนเดิม

เรื่องทุกอย่างเหมือนจะดี น้องมีแฟนใหม่ ผมเองก็ง้อแฟนสำเร็จ แต่เรื่องระหว่างผมกับน้อง ยังไม่จบ เราคุยกันทุกวัน ไม่ว่าจะทางไลน์ หรือโทรคุย ทั้งเวลาทำงาน และกลับบ้าน เราเริ่มคุยกันมากขึ้น มีสรรพนามให้เรียกกัน ผมยอมรับว่าตอนนั้น ผมเริ่มชอบน้องเขาซ่ะแล้ว T-T  ผมกับน้องไปไหนมาด้วยกัน ไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปงานคนในออฟฟิต แต่ก็ไม่ได้ไปกัน2คนน่ะคับ จะมีคนที่พอจะรุ้เรื่องของเราสองคน ไปด้วยเสมอ และเป็นแบบนี้อยู่จนถึงปลายปี59

ตั้งแต่ปีใหม่มา เราสองคนเริ่มชัดเจนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบางคนในออฟฟิตเริ่มสงสัย ว่าเราสองคนแอบกิ๊กกัน เราคุยกันว่า จะไม่บอกใคร มีเพียงคนเดียวที่รู้คือเพื่อนสนิทของน้องเท่านั้น ตอนนี้เราแอบคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เรารู้สึกดีให้กันตั้งแต่ตอนไหน ไม่มีใครตอบได้ เราพยามแสดงออกทางไลน์ เพราะไม่อยากให้ใครเห็น เราสองคนยอมรับว่า เรามีความรุ้สึกดีๆ และมีใจให้กัน ซึ่งตอนนั้นผมกับแฟนก็ระหองระแหงกันอยู่แล้ว

ผมกับแฟนเริ่มระหองระแหงกันอีกรอบ เพราะหลายๆเหตุผล ทั้งตัวผมเอง และแฟนผม ทุกอย่างทำให้ผมเอง ให้ความสำคัญกับน้องP มากขึ้น แล้วผมก็จบความรักของผมเองด้วยการบอกเลิกแฟนเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา (ขอไม่อธิบายเหตุผล) ถามว่าเสียใจไหม ตอบได้เลยว่ามาก ผมบอกน้องว่าเลิกกับแฟนไปแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้ผม ได้เปิดใจกับน้องได้เต็มที่ แต่ว่าตอนนี้ น้องPก็มีแฟนอยู่แล้ว

น้องเริ่มแสดงออกกับผมชัดเจนมากขึ้น งอล หวง เป็นห่วง มาครบ (ลืมบอกไปว่า เวลาเราคุยกัน จะไม่ถามเรื่องแฟนอีกคน เว้นแต่จะเล่าเอง) ผมสังเกตุช่วง1-2 เดือนที่ผ่านมา เวลาผมไปไหนน้องจะถามว่ากลับกี่โมง แล้วถ้ากลับช้า ก็จะงอล โกด แต่ง้อก็หาย (เป็นคนไม่ชอบคนผิดเวลา) แต่การกระทำแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกดีมากกว่า  

เราเริ่มไปไหนมาไหนกันสองคน เปิดตัวแบบไม่แคร์คนในบริษัท ทั้งไปเที่ยว ไปกินข้าวกลางวัน หรือหลังเลิกงาน ไปรับ-ส่งมาทำงานด้วยกัน  เราพูดได้ว่าเรารักกัน แสดงออกกันทุกวัน ผมเข้าไปมีบทบาทในชีวิตน้องมากขึ้น จนมีประโยคนึงออกมาจากปากน้องว่า “ทำไมเราไม่เจอกันเร็วกว่านี้” น้องต้องบอกพ่อแม่ ว่าเราเป็นแค่พี่น้องกันที่ทำงาน เวลาน้องไปไหนกับแฟน ก็จะบอกเราว่าห้ามโทร ห้ามทักไปน่ะ แล้วจะรีบกลับมาคุยกัน ดูแคร์เรามาก ผมรักเธอไปแล้วตอนนี้ ประโยคมันอาจดูดีน่ะ แต่มันไม่ได้รู้สึกดีเลย
ผมกลายเป็นคนที่คบซ้อนของน้องไปแล้ว แต่มันเป็นเพราะเรารักไปแล้ว เลยไม่ได้คิดถึงความถูกต้อง ทุกวันนี้มีบางอารมณ์ที่อยากจะออกมาจากตรงนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะใจเราสองคนไม่เด็ดขาดพอ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเรื่องนี้ ต่างคนจะต่างใจอ่อนแล้วกลับมาคุยกันดีเหมือนเดิม ผมไม่รุ้ว่า ระหว่างเราสองคน มันเรียกว่าไร แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน ผมรู้สึกได้ว่าเราสองคนมีความสุข เราจับมือกัน เดินควงแขน หอมหน้าผาก ซบกันได้โดยไม่รุ้สึกผิดอะไร เรารักกัน แต่ด้วยทุกอย่าง ทำให้เรารักกันไม่ได้ ผมจะฝืนทุกสิ่งแล้วคบต่อไปหรือตัดใจเดินออกมาดี
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่