จากเรื่องที่เป็นข่าวตม.เกาหลีกักคนไทยตอนนี้ อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงนิดหน่อย
นี่คือเป็นเรื่องที่เราคาดคะเนเอา ใครคิดว่าไม่ใช่อย่างไรแนะนำกันได้ จะได้เป็นประโยชน์ให้คนอื่นๆด้วยค่ะ
เคยได้ยินมั้ย ว่าเตรียมตัวดีเกินไป น่าสงสัย?
เราเพิ่งไปเกาหลีมาเมื่อสองเดือนก่อน ไปกับเพื่อนๆ ไปสายการบินที่คนชอบไปโรบินฮู้ดด้วย
แต่บอกเลยว่าทริปนี้ ไม่ตื่นเต้นอะไร เพราะส่วนตัวไม่ได้อยากไปอะไรมาก ตามๆเพื่อนไปเฉยๆ
ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย เพราะช่วงนั้นยุ่งมากๆๆ เลยปล่อยเพื่อนจัดการ คือไม่รู้สักนิดเลยว่าพักที่ไหน
ไปไหนบ้าง จะไปทำอะไร ทำไมอยากมาเกาหลี แต่เผอิญว่าไม่เคยไม่เคยได้ยินเรื่องตม.โหดมาก่อน
ก็ไม่คิดอะไร เพราะปกติตอนไปที่อื่นก็ผ่านได้ชิวๆ คือเรามั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอะ
ไปถึงตม. เรายื่นพาสปอร์ต กับใบผ่านตม.อย่างเดียว ใบจองโรงแรม อยู่กับเพื่อน (เพื่อนแยกแถวไปด้วย ตอนนั้นเราผ่านตม.คนเดียว)
ใบจองเครื่องบินกลับ ไม่มี ไม่มีเอกสารอะไรที่เค้าบอกเตรียมไปๆเลย พอถึง ตม.มองหน้า คีย์ ให้แสกนนิ้ว ปล่อยเลย
ไม่ถงไม่ถามสักคำ55555
เราคิดว่าส่วนนึงคือเรื่องจิตใจด้วย บางทีถ้าเราตื่นเต้น อ่านรีวิวอะไรมาเยอะ กระวนกระวาย เค้าอาจจะสัมผัสความรู้สึกเราได้แล้วรู้สึกพิรุธ
เตรียมแพลนมาอย่างดีเกิน ก็อาจจะดูมีพิรุธในสายตาเค้าได้
คำแนะนำของเราคือเตรียมตัว เตรียมเอกสารดีแล้วค่ะ
เราอะเตรียมน้อยไป สมมติว่าวันนั้นเค้าเกิดถามขึ้นมา จะไปไหน ไปทำอะไร เงิบแน่นอน5555
แต่
เอกสารที่เตรียมมาเยอะๆเป็นแฟ้ม เก็บไว้ก่อนก็ได้ ยื่นให้ไปตามสมควร อย่างใบจองโรงแรม ใจบองตั๋วเครื่องบิน
ถ้าเค้าถามอะไร ดูเค้าสงสัยเรา ยืนกราน ขอเค้ายื่นอย่างอื่น หลักฐานอะไรที่มัดตัวเราไว้กับประเทศไทย
เช่นเป็นนักศึกษาก็ใบรับรองสภาพนักศึกษา ทำงานก็จดหมายยืนยันการทำงาน ถ้าอยากชัวร์
พยายามอย่ากดดันตัวเองมากไป เพราะมันแสดงออกได้ ว่าคนนี้ดูเครียด ตม.เค้าสัมผัสได้หนะ
แล้วถ้าไม่ถนัดอังกฤษ ก็พยายามฝึกภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวบ้าง ไม่ต้องกลัวพูดถูกผิด พูดมั่นใจๆไปเลย
ใครมีอะไรอยากเพิ่มเติม หรือเห็นต่างยังไง เสนอกันได้นะคะ เราไปเกาหลีมาครั้งเดียว แต่ไปประเทศอื่นมาพอสมควร
ทุกครั้งก็ไม่เคยเตรียมอะไรไปวุ่นวาย ไปแบบบริสุทธ์ใจ ไม่เคยโดนถามอะไรมากกว่า 5 ประโยคเลย
เราคิดว่าถ้าเราไม่ได้ไปทำอะไรผิด เราไม่ต้องตื่นเต้นหรือกลัวไปก่อนค่ะ ใจดีสู้เสือไว้
ยังไงถ้าใครอยากไปเที่ยวที่ไหน ก็ขอให้ผ่านฉลุยได้ดี ทั้งวีซ่า ทั้งตม.นะคะ
ว่าด้วยเรื่อง ตม.เกาหลี
นี่คือเป็นเรื่องที่เราคาดคะเนเอา ใครคิดว่าไม่ใช่อย่างไรแนะนำกันได้ จะได้เป็นประโยชน์ให้คนอื่นๆด้วยค่ะ
เคยได้ยินมั้ย ว่าเตรียมตัวดีเกินไป น่าสงสัย?
เราเพิ่งไปเกาหลีมาเมื่อสองเดือนก่อน ไปกับเพื่อนๆ ไปสายการบินที่คนชอบไปโรบินฮู้ดด้วย
แต่บอกเลยว่าทริปนี้ ไม่ตื่นเต้นอะไร เพราะส่วนตัวไม่ได้อยากไปอะไรมาก ตามๆเพื่อนไปเฉยๆ
ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย เพราะช่วงนั้นยุ่งมากๆๆ เลยปล่อยเพื่อนจัดการ คือไม่รู้สักนิดเลยว่าพักที่ไหน
ไปไหนบ้าง จะไปทำอะไร ทำไมอยากมาเกาหลี แต่เผอิญว่าไม่เคยไม่เคยได้ยินเรื่องตม.โหดมาก่อน
ก็ไม่คิดอะไร เพราะปกติตอนไปที่อื่นก็ผ่านได้ชิวๆ คือเรามั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอะ
ไปถึงตม. เรายื่นพาสปอร์ต กับใบผ่านตม.อย่างเดียว ใบจองโรงแรม อยู่กับเพื่อน (เพื่อนแยกแถวไปด้วย ตอนนั้นเราผ่านตม.คนเดียว)
ใบจองเครื่องบินกลับ ไม่มี ไม่มีเอกสารอะไรที่เค้าบอกเตรียมไปๆเลย พอถึง ตม.มองหน้า คีย์ ให้แสกนนิ้ว ปล่อยเลย
ไม่ถงไม่ถามสักคำ55555
เราคิดว่าส่วนนึงคือเรื่องจิตใจด้วย บางทีถ้าเราตื่นเต้น อ่านรีวิวอะไรมาเยอะ กระวนกระวาย เค้าอาจจะสัมผัสความรู้สึกเราได้แล้วรู้สึกพิรุธ
เตรียมแพลนมาอย่างดีเกิน ก็อาจจะดูมีพิรุธในสายตาเค้าได้
คำแนะนำของเราคือเตรียมตัว เตรียมเอกสารดีแล้วค่ะ
เราอะเตรียมน้อยไป สมมติว่าวันนั้นเค้าเกิดถามขึ้นมา จะไปไหน ไปทำอะไร เงิบแน่นอน5555
แต่เอกสารที่เตรียมมาเยอะๆเป็นแฟ้ม เก็บไว้ก่อนก็ได้ ยื่นให้ไปตามสมควร อย่างใบจองโรงแรม ใจบองตั๋วเครื่องบิน
ถ้าเค้าถามอะไร ดูเค้าสงสัยเรา ยืนกราน ขอเค้ายื่นอย่างอื่น หลักฐานอะไรที่มัดตัวเราไว้กับประเทศไทย
เช่นเป็นนักศึกษาก็ใบรับรองสภาพนักศึกษา ทำงานก็จดหมายยืนยันการทำงาน ถ้าอยากชัวร์
พยายามอย่ากดดันตัวเองมากไป เพราะมันแสดงออกได้ ว่าคนนี้ดูเครียด ตม.เค้าสัมผัสได้หนะ
แล้วถ้าไม่ถนัดอังกฤษ ก็พยายามฝึกภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวบ้าง ไม่ต้องกลัวพูดถูกผิด พูดมั่นใจๆไปเลย
ใครมีอะไรอยากเพิ่มเติม หรือเห็นต่างยังไง เสนอกันได้นะคะ เราไปเกาหลีมาครั้งเดียว แต่ไปประเทศอื่นมาพอสมควร
ทุกครั้งก็ไม่เคยเตรียมอะไรไปวุ่นวาย ไปแบบบริสุทธ์ใจ ไม่เคยโดนถามอะไรมากกว่า 5 ประโยคเลย
เราคิดว่าถ้าเราไม่ได้ไปทำอะไรผิด เราไม่ต้องตื่นเต้นหรือกลัวไปก่อนค่ะ ใจดีสู้เสือไว้
ยังไงถ้าใครอยากไปเที่ยวที่ไหน ก็ขอให้ผ่านฉลุยได้ดี ทั้งวีซ่า ทั้งตม.นะคะ