เตือนภัย!!!! พนักงาน CH..B สมค.ประกันภัย โทรมาขายประกันบอกไม่เสียเงิน แต่มาเรียกเก็บทีหลัง

สวัสดีค่ะ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา หากผิดพลาด หรือมีข้อแนะนำ ติชม แจ้งมาได้เลยนะคะ..

อยากเล่าเรื่องนี้เพราะอยากจะเตือนทุกๆคนเวลาสมัครเครดิต และคนที่รับปากส่งๆเวลาประกันโทรมาค่ะ
เรื่องนี้มีอยู่ว่า...
เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ได้มีการไปสมัครบัตรเครดิตอยู่บัตรหนึ่งเพื่อซื้อโทรศัพท์(โทรศัพท์เดิมใช้ต่อจากพ่อ และใช้มา 4-5 ปีแล้ว เลยตัดสินใจซื้อใหม่ในราคาเบาๆ)
ยอมรับว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสมัครบัตรเครดิตเลย เลยพยายามไปสอบถามคนรอบข้างที่ใช้บัตรนี้ ก็มีแต่คนบอกว่าดี อีกอย่างคือดอกเบี้ย 0% ด้วย และก่อนที่สมัครก็ไปสอบถามเจ้าหน้าที่จนเข้าใจในระดับหนึ่งแล้ว ก็เลยสมัคร

แต่เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากนี้....

ไม่ถึงเดือน ได้มีเจ้าหน้าที่โทรมา บอกว่าโทรจาก CฺH... สมค.ประกันภัย เสนอให้เราทำประกัน เราก็ปฏิเสธไป เจ้าหน้าที่ก็พูดมารัวๆๆๆถึงสิ่งที่จะได้จากประกันอย่างนู้นอย่างนี้(เร็วและรัวจนจับใจความไม่ได้) และย้ำว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด ย้ำ! ว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด!!! พร้อมถามถึงบัตรเครดิตที่เราเพิ่งสมัครไป และข้อมูลส่วนตัวที่พนักงานรู้อยู่แล้ว (คาดว่าจะรู้มาจากบัตรเครดิต)

เราก็เลย เอ้อ.... อาจจะเป็นประกันที่พ่วงมากับบัตรรึป่าว เพราะเคยได้ยินมาว่าบางบัตรเครดิตจะมีประกันให้ด้วย และเราก็ไม่เคยไปให้ข้อมูลที่ไหนครบถ้วนขนาดนี้ อีกอย่างคือพนักงานก็ย้ำเองว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย และคือตอนนั้นก็กำลังทำงานอยู่ ตอบไลน์ลูกค้าไป ฟังพนักงานบ่นไป เลยตอบไป ค่ะ ค่ะ ค่ะ เพื่อตัดปัญหา (เพราะปฏิเสธแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ฟัง) และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะส่งเอกสารมาที่บ้าน แล้วขอวางสายไป...

เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะไม่คิดจะทำอยู่แล้ว อีกอย่างที่เคยทำประกันมาคือต้องมีเซ็นเอกสารนู้นนี่นั่น แล้วเราก็ยังไม่ได้ไปตกปากรับคำขนาดนั้น ก็เลยคิดว่าพนักงานอาจจะส่งเอกสารมาให้พิจารณา แล้วคงติดต่อมาอีกที

ผ่านไปสักพักใหญ่ๆๆๆ (หลายวันอยู่) จดหมายก็มาถึงบ้าน ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะเป็นช่วงที่งานกำลังยุ่งมากๆ ออกจากบ้านแต่เช้า กลับบ้านอีกทีก็มืดแล้ว  ......ก็เลยปล่อยจดหมายไว้

ทีนี้ พอมีเวลาว่างก็เลยนึกขึ้นได้ ก็เอามาอ่านดู.....
ปรากฏว่า...ในเอกสารระบุว่าจะต้องเสียเบี้ยประกันเดือนละ 600+ ก็ชักรู้สึกไม่ชอบมาพากล เลยโทรถาม CH... ซึ่งพนักงานก็บอกว่า เป็นค่าเบี้ยประกันที่จะต้องเสียทุกเดือน (แต่จะเสียทีเดียวตอนครบปี) ผ่านบัตรเครดิตที่เราสมัครไปนั่นแหละ (สมัครอยู่บัตรเดียว) เราก็ อ้าวว....... ไหนตอนแรกโทรมาบอกว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยไง ก็เลยขอยกเลิกตอนนั้นเลย

พนักงานก็บอกว่า ทำการยกเลิกให้แล้ว แต่ต้องเสียค่าเบี้ยประกันที่ผ่านมา 2 เดือน รวมแล้วจะเท่ากับ 1200+
เราก็เลยแย้งไปว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้องนะ ไหนว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรไง (เหวี่ยงไปเป็นชุด ยอมรับว่าโมโหมากๆ)

พนักงาน : เราเข้าใจความรู้สึกลูกค้าดี แต่ลูกค้ามียอดค้างชำระ 1200+ ซึ่งจะคุ้มครองให้ถึงเดือน พ.ค.
เรา : ไม่ได้ต้องการให้มาคุ้มครองอะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะไม่ได้เต็มใจตั้งแต่แรก ตอนแรกคุณบอกเองว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่พอเวลาผ่านมา จะมาเก็บค่าใช้จ่ายพันกว่าบาทคืออะไร
พนักงาน : ครับ แต่เราจะคุ้มครองให้ถึงเดือน พ.ค.

เถียงวนไปวนมาแบบนี้ จนเราต้องบอกว่า..
เรา : เดี๋ยวจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นรับรู้แล้วกันนะ แล้วเดี๋ยวจะให้ทุกคนมาช่วยตัดสินเองว่าเราควรจะทำยังไงต่อ ควรจะเสียเงินไหม
พนักงาน : เอาอย่างนี้แล้วกันครับ เนื่องจากเห็นว่าลูกค้าไม่ประสงค์จะชำระเบี้ยประกันจริงๆ จะขอให้เป็นกรณีพิเศษ ให้ลูกค้าสำรองจ่ายมาก่อน แล้วจะทำเรื่องคืนเงินให้

เราก็เลย ไหนๆก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ก็นัดแนะกับพนักงานว่าให้โทรมาแจ้งว่าผลเป็นอย่างไร ขอเงินคืนได้ไหม

12/04/17 พนักงานท่านเดิมโทรมาบอกว่าทำเรื่องให้แล้ว และจะโทรมาแจ้งผลวันที่ 19/4/17

แต่... ก็ไม่โทรมา

02/5/17 เป็นวันที่จ่ายบัตร และเราจ่ายไปแล้ว เราเลยโทรไปถามว่า สรุปคืออย่างไร จะโทรมาทำเรื่องขอคืนเงิน เพราะครั้งที่แล้วพนักงานบอกว่าให้สำรองจ่ายไปก่อน แล้วจะทำเรื่องคืนเงินให้ พนักงานเลยบอกว่า เดี๋ยวให้พนักงานคนเดิมติดต่อกลับ ซึ่งพอโทรกลับมาเราประชุมอยู่เลยไม่ได้รับ

04/5/17 เราเลยโทรไปอีกที (เพิ่งว่าง) บอกว่าพอดีวันที่พนักงานโทรมา เราประชุม แต่ก็ไม่เห็นโทรมาอีก เลยโทรมาเอง ก็เป็นพนักงานคนใหม่คุย ก็ถามถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ว่าจะขอทำเรื่องคืนเงินเพราะอะไร ยังไง พนักงานก็บอกขอตรวจสอบสักครู่

สักพักก็บอกว่า ยังไงเราก็ต้องจ่ายเงิน ไม่ได้มีการคืนเงินด้วย เราก็ อ้าว.....คือที่เราคุยกับพนักงานคนก่อนหน้า ไม่ใช่แบบนี้เลยนะ (เราก็เลยเหวี่ยงไปอีกชุด) พนักงานก็ทำเสียงไม่พอใจ และแจ้งว่าพนักงานได้พยายามติดต่อไปเพื่อจะแจ้งแล้วว่าคืนไม่ได้

พนักงาน : ทางเราพยายามติดต่อคุณไปแล้วนะคะ แต่คุณไม่รับสาย
เรา : คุณบอกจะโทรมาวันที่ 19/4 แต่ก็ไม่เห็นโทร จนเราต้องเป็นคนโทรไปถาม และการที่คุณโทรกลับมาแค่สายเดียว ไม่ได้เรียกว่าพยายามนะคะ แล้วสรุปทำไมถึงคืนไม่ได้ ในเมื่อก่อนหน้านี้ที่ติดต่อมา พนักงานบอกว่าจะทำเรื่องขอคืนเงินให้ ให้เราสำรองจ่ายไปก่อน เราก็จ่ายแล้ว
พนักงาน : ค่ะ พนักงานพยายามจะแจ้งคุณแล้ว และตอนที่มีการยกเลิก และทางเราแจ้งว่าจะต้องเสียค่าเบี้ยประกัน ลูกค้าก็ตกลงที่จะยอมเสียเบี้ยประกันค่ะ ซึ่งเราได้ฟังไฟล์เสียงแล้ว (แต่ไม่มีข้อมูลในส่วนของการขอคืนเงิน)
เรา : ไม่ได้ยินยอมเลยค่ะ ไม่ได้ยินยอมตั้งแต่แรกเลยยยยยยยยยย แต่ที่ตอนแรกโอเคคือคุณบอกว่า จะไม่เสียค่าใช้จ่าย และพนักงานก็พูดรัวๆๆๆจนจับใจความไม่ได้ และบอกจะส่งเอกสารมาที่บ้าน และขอวางสายเลย ยังงี้คืออะไร อย่างนี้เรียกหลอกลวงไหม สามารถฟ้องร้องได้ไหม เดี๋ยวนี้ประกันหากินแบบนี้หรอ บอกไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้วมาเก็บทีหลัง นี่ประกันหรือโจรคะ (ตอนนั้นคือปรี๊ดมาก)
พนักงาน : เอาอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่คนเดิมติดต่อกลับไป
เรา: ไม่ต้องติดต่ออะไรกลับมาแล้ว เพราะไม่รู้จะมาหลอกให้ทำประกันหรือเสียเงินอะไรอีกรึป่าว เงินที่จ่ายไปถือว่าเป็นค่าโง่แล้วกัน เพราะไม่รู้จริงๆว่าการที่พูดค่ะๆๆๆ เพื่อตัดปัญหา และไม่ได้เซ็นเอกสารอะไรเลย คือการยอมทำประกัน ต่อจากนี้ขอยุติกับCH... โดยถาวร และขอให้ไม่ต้องโทรมาอีก และจะเอาเรื่องไปเล่าให้คนอื่นฟัง ให้คนอื่นได้ตัดสินกันเองแล้วกันว่าเราควรทำอย่างไรต่อ
พนักงาน : หมายความว่าไงคะ?
เรา : เดี๋ยวก็รู้เองค่ะ (วางสายไป)

สักพัก ก็มีพนักงานโทรมาบอกจะทำเรื่องคืนเงินให้ เราเลยบอกว่าครั้งที่แล้วก็พูดอย่างนี้ แต่จนตอนนี้ก็ไม่เห็นทำอะไรเลย พอโทรมาถามก็บอกว่าไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ พนักงานก็ย้ำว่าจะทำเรื่องคืนให้

จนตอนนี้....ก็ยังไม่ได้เงินคืน

คือตอนนั้นโมโหมาก พนักงานแต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน พูดจากลับไปกลับมา ตอนแรกพูดอย่าง พอติดต่อกลับอีกคนรับสายก็พูดอีกอย่าง

ที่เล่ามา เพื่อนๆอาจจะด่าว่าเราโง่ก็ได้นะ แต่คือเราไม่มีความรู้ในเรื่องนี้จริงๆ และยืนยันว่าไม่ได้แต่งเรื่อง เราเลยอยากจะมาเตือนให้คนที่คิดจะสมัครบัตรเครดิตหรือได้รับโทรศัพท์จากประกันในลักษณะนี้ให้ระวังตัว อย่ารับปากแบบส่งๆ และถามข้อมูลให้ดีดี เพราะเดี๋ยวจะเสียเงินแบบไม่คาดคิดกับเรา

คนอื่นอาจจะคิดว่า เงินแค่ 1200+ นิดหน่อย แต่สำหรับคนที่เงินเดือนหมื่นนิดๆแบบเรา มันไม่ได้นิดหน่อยเลย และถ้าเราไม่ได้ยกเลิกตอน 2 เดือน แต่ยกเลิกตอนครบปี เราจะเสียมากแค่ไหน

หากใครมีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ รบกวนเสนอมาหน่อยนะคะ เพราะไม่รู้จริงๆ และตอนนี้ก็ไม่ได้หวังจะได้เงินคืนแล้ว เพียงแต่อยากเล่าให้ทุกคนรับรู้และระวังตัวค่ะ

ขอบคุณที่รับฟังค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่