หลังจากวันนั้นมาที่เรายอมตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกับพี่เค้า..และคุยเรื่องของเราสองคนกับพ่อแม่เรา..ท่านก็ยินดีค่ะไม่ขัดอะไรเลย(ไฟเขียวงี้)แต่เราลืมไปเลยว่าเราต้องเรียนต่อ เราเลยลองคุยกับพี่เค้าไปว่ารอก่อนได้มั้ยอ่ะต้องเรียนต่อก่อนแต่คือ..
เรา : พี่ท๊อป..คือร่าต้องเรียนต่ออีกน่ะไว้ร่าจบก่อนล่ะค่อยแต่งหน้อะ แค่4ปีเอง..😊😊
พี่ท๊อป : ห้ะะ 4ปี!! โหหหห..ใจร้ายว่ะ
เรา : หืมมม.ใจร้ายตรงไหนกันนน
พี่ท๊อป : แต่งก่อนค่อยเรียนดิ
เรา : ใจร้อนว่ะ ฮ่าๆๆ
พี่ท๊อป : (ยักไหล่)
เรา : แล้วจะแต่งเมื่อไหร่ล่ะอีก5เดือนเปิดเรียนล่ะน้าาา
พี่ท๊อป : ไม่ต้องห่วงหรอกคับแต่งต้นเดือนหน้านี่แหละ..พี่ไปถามฤกษ์แล้วถ้าไม่แต่งปลายเดือนหน้าก็แต่งอีกทีต้นปีหน้าเลย
เรา : อ้าว..ก็ดีนี่ต้นปีหน้า..ปีใหม่พอดีนี่😄😄😄
พี่ท๊อป : ไม่เอา..แต่งเดือนหน้าก็คือเดือนหน้า..อย่าดื้อดิ
เรา : โอเค้..ยังไงก็ได้😊
หลังจากวันนั้นมาเราสองคนก็เริ่มที่จะเตรียมงานแต่งของเราสองคนกันอย่างขมักเขม้นค่ะ..เพลนงานทั้งหมดเราเป็นคนกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นยังไงแต่พี่เค้าขอเราอยู่อย่างเดียวนั่นก็คือ..รูปพรีเวดดิ้งของเราคือ..จะต้องถ่ายคู่กับรถค่ะ😂😁😳 ซึ่งมันก็จะ......คือเราไม่เชิงกับว่าไม่ชอบเท่าไหร่น่ะแต่ก็อย่างว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่พี่เค้าขอเอาไว้...ก็เลยตามนั้น
ในส่วนของเรานั้นจัดแบบเรียบๆค่ะ (หรือเปล่า) อย่างว่าเรานั้นสายย่อทั้งคู่ค่ะงานนี้เครื่องเสียงจัดไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ...
วันแต่งงาน...
เป็นวันที่เราทั้งคู่..ทั้งพ่อแม่ของทั้ง2ฝ่ายและรวมไปถึงเพื่อนของเราที่คอยให้คำปรึกษาและเป็นทั้งที่ระบายต่างๆนาๆ
ต่างก็เข้ามาอวยพรและกินเลี้ยงสังสรรค์กันและร่วมเป็นสักขีพยานแก่ความรักของเราทั้งคู่...
จากนี้ไปเราไม่รู้หรอกว่าชีวิตของเราสองคนจะเป็นยังไง..จะมือมีมือที่สามที่สี่เข้ามาหรือเปล่ามันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสองคน...จะจับมือกันแน่นพอหรือเปล่าที่จะก้าวข้ามเรื่องทุกอย่างนั้นมาได้...
และสิ่งสำคัญที่สุดที่คู่รักทุกคู่ควรจะมีให้กันนั่นก็คือ....ความเชื่อใจกัน
ปล.บางคำบางตอนอาจจะพิมพ์ผิดไปบ้างหรือสถานการณ์การสนทนาอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้างก็ขอโทษมาใน ณ ที่นี้ด้วยน่ะค่ะ..อาจจะรีบพิมพ์ไปหน่อย
สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องความรักของเราน่ะค่ะ..เรื่องราวที่เริ่มต้นจากผู้หญิงอ้วนๆคนหนึ่งที่เผลอใจไปรักกับคนที่ตรงข้ามกับเราทั้งหมดกับจุดสิ้นสุดที่เรากำหนดได้ด้วยหัวใจเราค่ะ..แต่อยากให้ดูที่ความพยายามค่ะ
แค่พยายามอีกนิดก็เฟอร์เฟกต์ได้ค่ะแล้วคุณจะฟินนนนน😊😊😍😘
กว่าจะพอ#ตอนสุดท้าย
เรา : พี่ท๊อป..คือร่าต้องเรียนต่ออีกน่ะไว้ร่าจบก่อนล่ะค่อยแต่งหน้อะ แค่4ปีเอง..😊😊
พี่ท๊อป : ห้ะะ 4ปี!! โหหหห..ใจร้ายว่ะ
เรา : หืมมม.ใจร้ายตรงไหนกันนน
พี่ท๊อป : แต่งก่อนค่อยเรียนดิ
เรา : ใจร้อนว่ะ ฮ่าๆๆ
พี่ท๊อป : (ยักไหล่)
เรา : แล้วจะแต่งเมื่อไหร่ล่ะอีก5เดือนเปิดเรียนล่ะน้าาา
พี่ท๊อป : ไม่ต้องห่วงหรอกคับแต่งต้นเดือนหน้านี่แหละ..พี่ไปถามฤกษ์แล้วถ้าไม่แต่งปลายเดือนหน้าก็แต่งอีกทีต้นปีหน้าเลย
เรา : อ้าว..ก็ดีนี่ต้นปีหน้า..ปีใหม่พอดีนี่😄😄😄
พี่ท๊อป : ไม่เอา..แต่งเดือนหน้าก็คือเดือนหน้า..อย่าดื้อดิ
เรา : โอเค้..ยังไงก็ได้😊
หลังจากวันนั้นมาเราสองคนก็เริ่มที่จะเตรียมงานแต่งของเราสองคนกันอย่างขมักเขม้นค่ะ..เพลนงานทั้งหมดเราเป็นคนกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นยังไงแต่พี่เค้าขอเราอยู่อย่างเดียวนั่นก็คือ..รูปพรีเวดดิ้งของเราคือ..จะต้องถ่ายคู่กับรถค่ะ😂😁😳 ซึ่งมันก็จะ......คือเราไม่เชิงกับว่าไม่ชอบเท่าไหร่น่ะแต่ก็อย่างว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่พี่เค้าขอเอาไว้...ก็เลยตามนั้น
ในส่วนของเรานั้นจัดแบบเรียบๆค่ะ (หรือเปล่า) อย่างว่าเรานั้นสายย่อทั้งคู่ค่ะงานนี้เครื่องเสียงจัดไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ...
วันแต่งงาน...
เป็นวันที่เราทั้งคู่..ทั้งพ่อแม่ของทั้ง2ฝ่ายและรวมไปถึงเพื่อนของเราที่คอยให้คำปรึกษาและเป็นทั้งที่ระบายต่างๆนาๆ
ต่างก็เข้ามาอวยพรและกินเลี้ยงสังสรรค์กันและร่วมเป็นสักขีพยานแก่ความรักของเราทั้งคู่...
จากนี้ไปเราไม่รู้หรอกว่าชีวิตของเราสองคนจะเป็นยังไง..จะมือมีมือที่สามที่สี่เข้ามาหรือเปล่ามันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสองคน...จะจับมือกันแน่นพอหรือเปล่าที่จะก้าวข้ามเรื่องทุกอย่างนั้นมาได้...
และสิ่งสำคัญที่สุดที่คู่รักทุกคู่ควรจะมีให้กันนั่นก็คือ....ความเชื่อใจกัน
ปล.บางคำบางตอนอาจจะพิมพ์ผิดไปบ้างหรือสถานการณ์การสนทนาอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้างก็ขอโทษมาใน ณ ที่นี้ด้วยน่ะค่ะ..อาจจะรีบพิมพ์ไปหน่อย
สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องความรักของเราน่ะค่ะ..เรื่องราวที่เริ่มต้นจากผู้หญิงอ้วนๆคนหนึ่งที่เผลอใจไปรักกับคนที่ตรงข้ามกับเราทั้งหมดกับจุดสิ้นสุดที่เรากำหนดได้ด้วยหัวใจเราค่ะ..แต่อยากให้ดูที่ความพยายามค่ะ
แค่พยายามอีกนิดก็เฟอร์เฟกต์ได้ค่ะแล้วคุณจะฟินนนนน😊😊😍😘