นั่งรถไฟฟรีหนีไป(ก)าญจนบุรี วันธรรมดาก็ไปได้
วัตถุประสงค์การดินทาง แค่อยากนั่งรถไฟไปสุดสายที่กาญ ได้ผ่านทางสายมรณะ
ความในใจของเราเอง ไม่ยากและก็ไม่ง่ายกว่าที่เราจะกล้าออกมาจาก comfort zone ของตัวเอง การออกมาแต่ละครั้งจะมีคำถามเยะแยะผุดขึ้นมาในหัว จะไปยังไงผญ.คนเดียว เงินหละมีไหมเท่าไหร่ จะไปที่ไหน แล้วจะไปเจออะไร จะไปหลอกเขาไหม สาระพัด ความกลัวจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะออกไปไหน และพยายามหาเหตุผลมาประกอบต่าง ๆ นา ๆ สุดท้ายก็ไม่กล้าออกมาสักที
เราว่าความกลัวเป็นความรู้สึกพื้นฐานที่ทุกคนมี การออกเดินทางแต่ละครั้งเราก็จะเจอสิ่งใหม่ ๆ ให้จัดการตัดสินใจ ไตร่ตรองและอยู่กับมัน การเดินทางบนรางรถไฟก็เช่นกัน ช่วงแรกก็จะมีคำถามว่าเอาไงหละกล้า ๆ กลัว ๆ หันซ้ายแลขวา นั่งนิ่ง ๆ สักพักก็ได้คิดและคิดได้ แต่ละคนก็จะมีวิธีจัดการในแบบของตัวเอง
ทริปนี้มีเวลาจำกัดเพียง 1 วัน ไปเช้า-เย็นกลับ
ดอนเมือง-อนุเสาวรีย์-ธนบุรี
09.40 เริ่มต้นที่ดอนเมืองคะ เราเดินทางมาจากจังหวัดเลยมาลงสนามบินดอนเมือง ขาออกประตู 12 ชั้น 1 นั่งรถเมย์สาย a1
10.11 ถึงอนุเสาวรีย์ นั่งแท็กซี่ไปสถานีรถไฟธนบุรี
11.10 ถึงสถานีรถไฟธนบุรี บึ่งไปที่จุดจำหน่ายตั๋ว จนท.บอกว่าวันธรรมดารถไฟไปกาญมีแค่ 2 รอบ คือเช้าเจ็ดโมงและบ่ายโมง วันนี้เราทันรอบ 13.30 น.
เที่ยงนำบัตรประชาชนไปแลก รถรอบนี้เป็นรถไฟฟรีธรมดาไม่มีเลขที่นั่ง สามารถเลือกนั่งได้ทุกที่ ระหว่างนี้ก็เก็บภาพไปฆ่าเวลา

ซื้อของกินเตรียมให้พร้อม ถึงเวลารับตั๋ว

รถขบวนธนบุรี-น้ำตก เวลา 13.55 น. เวลาออกจริง ๆ คือ 14.00 ช้าตามระเบียบรถไฟไทยจ้า

ไปกันเลยพร้อม ปู๊นนนนนนน เป็นสัญญาญการเคลื่อนของรถไฟ ปู๊นนนน ๆ ฉึกกะฉัก ๆ ตามรายทางตลอดการเดินทาง วันนี้เป็นวันธรรมดารถไฟจึงว่าง ผู้โดยสารเบาบางแทบจะเป็นรถไฟของเราเอง ในตู้ที่เรานั่งมีผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน มองซ้ายแลขวา เลือกที่นั่งจากการรีวิวในพันทิปบอกว่าให้นงทางขวามือหันหน้าไปหาหัวจักร ทำตามคะ 55 เลือกที่นั่งติดหน้าต่าง(ระวังกิ่งไม้ข้าง ๆหน้าต่างด้วยนะคะ)ที่ไม่มีคน วางเป้ หยิบสมุดบันทึก ไม้เซลฟี่ เมื่อรถไฟเคลื่อนไปเราเริ่มสัมผัสได้ว่าการเดินทางทำให้เราได้ทบทวนตัวเองผ่านภาพวิถีชีวิตคนรอบรางรถไฟ เสียง กลิ่น ลมร้อนที่กระทบใบหน้าทั้งพัดผมสั้นมาปิดหน้าปิดตา




กั๊บ ๆ เราจะได้ยินเสียงที่เจาะ จนท.จะเดินตรวจตั๋วพร้อมกับหนีบตั๋วของผู้โดยสาร บอกถึงการตรวจสอบแล้ว รถไฟจะจอดรับผู้โดยสารตลอดสายตามสถานีต่างๆ เมื่อถึงแต่ละสถานีจะมีแม่ค้าพ่อค้าขายของเยอะแยะมาก สำหรับใครที่ไม่มีอาหารมาซื้อได้เลยตามสบาย ไม่แพงด้วยแต่เราไม่ซื้อเพราะตุนมาเต็มที่ มองออกไปข้างนอกสิ วิวสองข้างทางจะเห็นต้นธูปดอกปลิวโดนหน้า สะพาน ทุ่งนา วิถีชีวิตของผู้คนริมทาง


จุดเปลี่ยน ที่ต้องชั่งใจเมื่อฝนตกผู้คนทยอยกันลงจากรถไฟเกือบหมด และเนื่องจากรถไฟช้ามากมาถึงกาญ 16.05 ซึ่งจอดพักหลบรถไฟขบวนเช้าที่มาจากน้ำตก ระหว่างฝนพรำ บรรยากาสดีมากแต่มันเปียกนี่สิ จนท.ต้องรีบมาปิดหน้าต่างรถไฟอย่างไว ได้พูดคุยกับป้ายาย ๆ หลายคนว่ากว่ารถจะไปถึงน้ำตกนานแค่ไหน แล้วมีรถกลับเข้าเมืองไหม ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มี หนูอย่าไปเลยมันอันตราย ไปถึงสายมรณะ น้ำตกก็ค่ำ ไปนอนกับยายก็ได้หรือกลับเข้าเมืองแล้วเที่ยวเช้า ในใจตอนนั้นน่าจะไปต่อได้อีก จึงตัดสินใจไปต่อระหว่างนั้นฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะที่รถไฟผ่านเมืองกาญมุ่งหน้าไปที่น้ำตก ได้เวลาทบทวนตัวเองว่าเอาไงดีถ้านอนพรุ้งนี้มีงานเช้าคงไม่ทันแน่ ตัดสินใจกลับเอาไว้มาใหม่ ช่วงที่รถไฟเปลี่ยนหัวจักรและค่อย ๆ เคลื่อนตัดสินใจลงจากรถไฟขามา ไปขึ้นรถไฟอีกขบวนเพื่อเข้าเมือง จังหวะที่กระโดดขึ้นรถไฟอีกคัน มันสูงนะ เสียงยาย ๆ เชียร์กันใหญ่ โดดเลย........โดด หลังจากกระโดดขึ้นรถไฟอีกคัน หันหลังกลับไป เห็นป้า ยาย เกาะหน้าต่าง ส่งยิ้มให้ ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นและประทับใจ
เราจึงมุ่งหน้าเข้าเมืองและได้พบกับเด็กหญิงและเด็กชายบนสายรถไฟ






จากสถานีรถไฟกาญ นั่งวินมอไซร์ท่ามกลางฝน และขึ้นรถตู้เข้าเมียงกรุงโดยปลอดภัยและเหนียว ๆ ถึงเวลา 21.30 น.
สิ่งที่ต้องเตรียมติดตัวไป
1.ร่มเผื่อฝนตก
2.น้ำ
3.พาวเวอร์แบ๊ง
4.อาหารแล้วแต่
5.หนังสือสักเล่ม แล้วแต่ความชอบ
6.ไม้เซลฟี่ ไปคนเดียว
7.แป้งมันจะเหนียวหน้ามาก
8.ทิชชู่ ซับน้ำตา 55 เหงื่อไง
9.เตรียมใจเพราะอากาศร้อน
อย่างอื่นแล้วแต่นึกได้จะเอาไป
ค่าใช้จ่าย
ค่ารถเมย์ 30 บาท
ค่ารถแท็กซี่ 125 บาท
ค่าข้าวเที่ยง 50 บาท
ค่าวินมอไซร์ 25 บาท
ค่ารถตู้ 120 บาท
ค่าแท็กซี่กลับที่พัก 100 บาท รวมค่าใช้จ่าย 450 บาท
+++อาจจะไม่บรรลุเป้าหมายในการเดินทางแต่ว่าสิ่งสวยงามระหว่างทางก็สำคัญไมน้อยไปกว่ากัน
เราเชื่อมั่นว่าประสบการณ์โลกกว้างสำคัญไม่แพ้ประสบการณ์ภายในใจ เมื่อเราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง เราจึงเริ่มออกแสวงหามัน ไม่ออกมาก็ไม่รู้ ประสบการณ์ไม่มีใครสอนมันจึงเป็นวิถีทางให้เราออกแสวงหามันด้วยตัวของเราเอง (กบฏความกลัวกัน)
ขึ้นรถไฟฟรีหนีไปกา(ญ) วันธรรมดาก็มาได้
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางบนรางรถไฟ
[CR] นั่งรถไฟฟรีหนีไป(ก)าญจนบุรี วันธรรมดาก็เที่ยวได้
วัตถุประสงค์การดินทาง แค่อยากนั่งรถไฟไปสุดสายที่กาญ ได้ผ่านทางสายมรณะ
ความในใจของเราเอง ไม่ยากและก็ไม่ง่ายกว่าที่เราจะกล้าออกมาจาก comfort zone ของตัวเอง การออกมาแต่ละครั้งจะมีคำถามเยะแยะผุดขึ้นมาในหัว จะไปยังไงผญ.คนเดียว เงินหละมีไหมเท่าไหร่ จะไปที่ไหน แล้วจะไปเจออะไร จะไปหลอกเขาไหม สาระพัด ความกลัวจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะออกไปไหน และพยายามหาเหตุผลมาประกอบต่าง ๆ นา ๆ สุดท้ายก็ไม่กล้าออกมาสักที
เราว่าความกลัวเป็นความรู้สึกพื้นฐานที่ทุกคนมี การออกเดินทางแต่ละครั้งเราก็จะเจอสิ่งใหม่ ๆ ให้จัดการตัดสินใจ ไตร่ตรองและอยู่กับมัน การเดินทางบนรางรถไฟก็เช่นกัน ช่วงแรกก็จะมีคำถามว่าเอาไงหละกล้า ๆ กลัว ๆ หันซ้ายแลขวา นั่งนิ่ง ๆ สักพักก็ได้คิดและคิดได้ แต่ละคนก็จะมีวิธีจัดการในแบบของตัวเอง
ทริปนี้มีเวลาจำกัดเพียง 1 วัน ไปเช้า-เย็นกลับ
ดอนเมือง-อนุเสาวรีย์-ธนบุรี
09.40 เริ่มต้นที่ดอนเมืองคะ เราเดินทางมาจากจังหวัดเลยมาลงสนามบินดอนเมือง ขาออกประตู 12 ชั้น 1 นั่งรถเมย์สาย a1
10.11 ถึงอนุเสาวรีย์ นั่งแท็กซี่ไปสถานีรถไฟธนบุรี
11.10 ถึงสถานีรถไฟธนบุรี บึ่งไปที่จุดจำหน่ายตั๋ว จนท.บอกว่าวันธรรมดารถไฟไปกาญมีแค่ 2 รอบ คือเช้าเจ็ดโมงและบ่ายโมง วันนี้เราทันรอบ 13.30 น.
เที่ยงนำบัตรประชาชนไปแลก รถรอบนี้เป็นรถไฟฟรีธรมดาไม่มีเลขที่นั่ง สามารถเลือกนั่งได้ทุกที่ ระหว่างนี้ก็เก็บภาพไปฆ่าเวลา
ซื้อของกินเตรียมให้พร้อม ถึงเวลารับตั๋ว
รถขบวนธนบุรี-น้ำตก เวลา 13.55 น. เวลาออกจริง ๆ คือ 14.00 ช้าตามระเบียบรถไฟไทยจ้า
ไปกันเลยพร้อม ปู๊นนนนนนน เป็นสัญญาญการเคลื่อนของรถไฟ ปู๊นนนน ๆ ฉึกกะฉัก ๆ ตามรายทางตลอดการเดินทาง วันนี้เป็นวันธรรมดารถไฟจึงว่าง ผู้โดยสารเบาบางแทบจะเป็นรถไฟของเราเอง ในตู้ที่เรานั่งมีผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน มองซ้ายแลขวา เลือกที่นั่งจากการรีวิวในพันทิปบอกว่าให้นงทางขวามือหันหน้าไปหาหัวจักร ทำตามคะ 55 เลือกที่นั่งติดหน้าต่าง(ระวังกิ่งไม้ข้าง ๆหน้าต่างด้วยนะคะ)ที่ไม่มีคน วางเป้ หยิบสมุดบันทึก ไม้เซลฟี่ เมื่อรถไฟเคลื่อนไปเราเริ่มสัมผัสได้ว่าการเดินทางทำให้เราได้ทบทวนตัวเองผ่านภาพวิถีชีวิตคนรอบรางรถไฟ เสียง กลิ่น ลมร้อนที่กระทบใบหน้าทั้งพัดผมสั้นมาปิดหน้าปิดตา
กั๊บ ๆ เราจะได้ยินเสียงที่เจาะ จนท.จะเดินตรวจตั๋วพร้อมกับหนีบตั๋วของผู้โดยสาร บอกถึงการตรวจสอบแล้ว รถไฟจะจอดรับผู้โดยสารตลอดสายตามสถานีต่างๆ เมื่อถึงแต่ละสถานีจะมีแม่ค้าพ่อค้าขายของเยอะแยะมาก สำหรับใครที่ไม่มีอาหารมาซื้อได้เลยตามสบาย ไม่แพงด้วยแต่เราไม่ซื้อเพราะตุนมาเต็มที่ มองออกไปข้างนอกสิ วิวสองข้างทางจะเห็นต้นธูปดอกปลิวโดนหน้า สะพาน ทุ่งนา วิถีชีวิตของผู้คนริมทาง
จุดเปลี่ยน ที่ต้องชั่งใจเมื่อฝนตกผู้คนทยอยกันลงจากรถไฟเกือบหมด และเนื่องจากรถไฟช้ามากมาถึงกาญ 16.05 ซึ่งจอดพักหลบรถไฟขบวนเช้าที่มาจากน้ำตก ระหว่างฝนพรำ บรรยากาสดีมากแต่มันเปียกนี่สิ จนท.ต้องรีบมาปิดหน้าต่างรถไฟอย่างไว ได้พูดคุยกับป้ายาย ๆ หลายคนว่ากว่ารถจะไปถึงน้ำตกนานแค่ไหน แล้วมีรถกลับเข้าเมืองไหม ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มี หนูอย่าไปเลยมันอันตราย ไปถึงสายมรณะ น้ำตกก็ค่ำ ไปนอนกับยายก็ได้หรือกลับเข้าเมืองแล้วเที่ยวเช้า ในใจตอนนั้นน่าจะไปต่อได้อีก จึงตัดสินใจไปต่อระหว่างนั้นฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะที่รถไฟผ่านเมืองกาญมุ่งหน้าไปที่น้ำตก ได้เวลาทบทวนตัวเองว่าเอาไงดีถ้านอนพรุ้งนี้มีงานเช้าคงไม่ทันแน่ ตัดสินใจกลับเอาไว้มาใหม่ ช่วงที่รถไฟเปลี่ยนหัวจักรและค่อย ๆ เคลื่อนตัดสินใจลงจากรถไฟขามา ไปขึ้นรถไฟอีกขบวนเพื่อเข้าเมือง จังหวะที่กระโดดขึ้นรถไฟอีกคัน มันสูงนะ เสียงยาย ๆ เชียร์กันใหญ่ โดดเลย........โดด หลังจากกระโดดขึ้นรถไฟอีกคัน หันหลังกลับไป เห็นป้า ยาย เกาะหน้าต่าง ส่งยิ้มให้ ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นและประทับใจ
เราจึงมุ่งหน้าเข้าเมืองและได้พบกับเด็กหญิงและเด็กชายบนสายรถไฟ
จากสถานีรถไฟกาญ นั่งวินมอไซร์ท่ามกลางฝน และขึ้นรถตู้เข้าเมียงกรุงโดยปลอดภัยและเหนียว ๆ ถึงเวลา 21.30 น.
สิ่งที่ต้องเตรียมติดตัวไป
1.ร่มเผื่อฝนตก
2.น้ำ
3.พาวเวอร์แบ๊ง
4.อาหารแล้วแต่
5.หนังสือสักเล่ม แล้วแต่ความชอบ
6.ไม้เซลฟี่ ไปคนเดียว
7.แป้งมันจะเหนียวหน้ามาก
8.ทิชชู่ ซับน้ำตา 55 เหงื่อไง
9.เตรียมใจเพราะอากาศร้อน
อย่างอื่นแล้วแต่นึกได้จะเอาไป
ค่าใช้จ่าย
ค่ารถเมย์ 30 บาท
ค่ารถแท็กซี่ 125 บาท
ค่าข้าวเที่ยง 50 บาท
ค่าวินมอไซร์ 25 บาท
ค่ารถตู้ 120 บาท
ค่าแท็กซี่กลับที่พัก 100 บาท รวมค่าใช้จ่าย 450 บาท
+++อาจจะไม่บรรลุเป้าหมายในการเดินทางแต่ว่าสิ่งสวยงามระหว่างทางก็สำคัญไมน้อยไปกว่ากัน
เราเชื่อมั่นว่าประสบการณ์โลกกว้างสำคัญไม่แพ้ประสบการณ์ภายในใจ เมื่อเราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง เราจึงเริ่มออกแสวงหามัน ไม่ออกมาก็ไม่รู้ ประสบการณ์ไม่มีใครสอนมันจึงเป็นวิถีทางให้เราออกแสวงหามันด้วยตัวของเราเอง (กบฏความกลัวกัน)
ขึ้นรถไฟฟรีหนีไปกา(ญ) วันธรรมดาก็มาได้
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางบนรางรถไฟ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น