ครั้งที่แล้วได้ตั้งกระทู้เรื่องนี้ขึ้นมา บ้างคนก็อยากจะฟังต่อบ้างคนหาว่าเราหน้าแก เราหน้าแกเหรอ???
มีรูปให้ท่านผู้ชมตัดสินค่ะ เราคนที่ใส่ชุดนักศึกษานะค่ะ

เราจะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นหรือจุดเปลี่ยนของชีวิตจากเด็กที่ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองเลยมีแต่คนทำให้เรียกง่ายๆภาษาบ้านๆว่า 'อีลูกเทวดา'
หลังจากที่แม่ของเราไปทำงาที่ต่างจังหวัดได้ไม่กี่ปีเราได้ข่าวจากแม่ของเราว่า เรากำลังจะมีน้องจ้าให้ตายเถอะฉันจะมีเพื่อนเล่นแล้วแม่เรามีน้องตอนอายุได้ประมาณ36นั้นเป็นช่วงอายุที่ไม่หน้าจะมีลูกเพราะมันเสี่ยงมาก ถ้าไม่เสี่ยงกับคนเป็นแม่ก็เสี่ยงกับลูกแต่เราไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้ใส่ใจตลอดเวลาที่แม่เราท้องน้องเราอยู่เรามีความรู้สึกว่า 'นี่เราจะกลายเป็นหมาหัวเน่าแล้วนี้หว้า' แม่ต้องรักน้องมากกว่าตูแน่ๆเลย
พอถึงวันนี้แม่เจ็บท้องจะคลอดแม่เราก็ไปโรงพยาบาลตั้งแต่10โมงเช้าแต่น้องก็ยังไม่ยอมออกสักที่จนกระทั้งเรากับมาบ้านลุงของเราก็บอกว่า
'ตอนนี้แม่อยู่ที่โรงพบยาบาลนะกำลังไปออกน้อง' เรายิงคำถามเป็นร้อยล้านข้อใส่ลุงเรา เราตื่นเต้นมากทำอะไรไม่ถูกเด็กอายุ14อย่างเราไปยืนเกาะประตูห้องคลอดเห็นเด็กสองคนนอนอยูข้างในห่อด้วยผ้าขนหนูสีชมพูกับสีฟ้าในใจได้แต่คิด ขอให้ได้ผู้ชายด้วยเถอะจะพาไปเตะบอลแต่สุดท้ายฝันสลายได้ผู้หญิงตระกูลนี้มีแต่ผู้หญิง พอแม่ออกมาจากห้องคลอดเรารีบเดินไปหา ไม่ได้ไปหาแม่นะไปหาน้องโครตน่ารักเลยไม่ร้องไห้หลับอย่างเดียว ในช่วงวินาทีนั้นเราเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่เลยนะว่ารู้สึกยังไง อารมณ์แบบว่าปวดท้องขี้อย่างรุนแรงใจสั้น ตื่นเต้นเหมือนจะได้ไปดูหนังกับคนแอบชอบหงุดหงิดเหมือนตอนอาจารย์บอกให้ทำการบ้านแล้วทำไม่เป็นอารมณ์ประมาณนั้น เราได้ซื้อเสื้อให้น้องครั้งแรกได้ดมขี้น้องครั้งแรกและได้อุ้มน้องครั้งแรก และได้ตั้งชื่อเป็นครั้งแรก ด.ญ.ภัทราพร
จนเวลาผ่านไปได้1ปีน้องเราฉลาดมากให้ทำไรทำได้ไม้งอแง้ไม่เอาแต่ใจ เป็นที่รักของคนในซอยทุกคนรู้จักเพราะตอนนั้นนางอ้วนมากยังกับใส่กรอกจนเราคิดว่าไอ้นี่ไม่มีวันผอมแน่นอนเดือนอายุ1ปีกว่าๆหนัก19กก.ตายๆ OoO จนกระทั้งน้องเราได้2ปีเริ่มพูดได้แต่...ดันพูดแบบคนสลับคำ แบบ 'แม่ไหนไป' 'ข้าวกินอยู่' ตอนนั้นกลายเป็นเรื่องสนุกเฮฮามากสำหรับคนที่ได้ยิน พอหลังจากนั้นน้องเราก็ดูการ์ตูน เล่นโทรศัพท์จนติดไม่ยอมทำไรเลยเอาออกร้องไห้โวยวาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราปิดเทมอจะขึ้นมอ.สี่พอดีเราได้ดูน้องมากขึ้นวันนั้นน้องป่วยต้องพาไปหาหมอทุกคนมอง นินทา สงสัยวันนั้นแม่เราไม่ได้ไปด้วยเราไปกับยาย แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไร จนน้องของเราหายป่วยหลังจากนั้นน้องเราก็ไปไหนมาไหนกับน้องเราตลอดตัวติดกันมากจนกลายเป็นว่าน้องเราติดเรามากกว่าแม่ มานอนกับเราทุกคืนพอปวดขี้ ขี้ใส่กางเกงเราก็ต้องเก็บ ฉี่เราก็ต้องเช็ค นมเราก็ต้องชงจนวันนั้นแม่เราเริ่มสุขภาพไม่ได้แขนขาไม่มีแรง ตรวจพบว่าเป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งแม่เราอายุแค่38-39 หมอบอกไม่ได้จะเป็นเลยยังไม่อยากจะฟัดธงเท่าไรแต่ให้ยามากิน เราต้องทำหน้าที่ทุกอย่างเริ่มหัดขับรถมอไซร์ เริ่มทำอะไรใหม่ๆ
จนวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้านน้องเราป่วยคนนั้นจำได้ขึ้นใจเลยว่าท้อแท้และเหนื่อยมากกับการได้มาดูแลเด็กคนนี้ที่ไม่ใส่ลูกน้องแท้ๆก็แค้ครึ่งหนึ่งเพราะคนละพ่อ น้องเราร้องไห้ตลอดเวลาหายใจไม่ออกหน้าแดงไข้สูง แต่เช็ดตัวทุกครั้งที่ไข้ขึ้นถ่ายตลอดไม่ยอมกินอะไรเราต้องนอนในท่านั่งน้ตามันก็ไหลออกมา ความรู้สึกในตอนนั้น แม่ของเราคงเปป็นแบบนี้เหมือนกันตอนที่เราเป็นเด็ก หลังจากคืนนั้นมันทำให้เราเข้าใจแม่เรามากขึ้นกล้าทำอะไรมากขึ้นและพอน้องเราหายดี เราเลยพาน้องออกไปเที่ยวห้างก็ไม่วายโดยนินทาแต่ครั้งนี้เจ็บเพราะผ้ชายนิทาจ้า ได้ยินนางสองคนพูดว่า 'ว่าน้องหรือลูกวะ'
'น้องแน่เลยวะ' ตาสายตาคุณบ่งบอกมากว่าคำตอบที่อยากตอยคือฉันเป็นแม่ เราเลยตอบกลับไปว่า 'เป้นแม่ค่ะ' อ้าว...แค่ตอบเองไม่เห็นต้องรีบเดินหนีเลย เวลาจะนินทาอะนินทาเบาๆเดี๋ยวเขารู้ว่านินทา
พอนางได้เข้าโรงเรียนอนุบาลหน้าที่ในการพาไปซ้อของคือเรา ตื่นเต้นลูกสาวจะได้เข้าเรียนแล้วหลังจากที่ผ่านอะไรกันมามากเราก็กล้าพูดเต็มปากเลยว่าเราเป็นแม่ของน้องเรา เพราะแม่ของเราไม่มีเวลาที่จะมาดูแลเพราะท่านก็ป่วยและต้องรักษาตัวเองทำอะไรหนักๆไม่ค่อยได้ สิ่งที่น้องเราจะได้ทำหรือทางโรงเรียนจะต้องเอาใบอะไรมาให้แม่เราเซนต์เราจะเป็นคนเซนต์และอนุมัติตลอด แต่...ยายต้องอนุญาติด้วยนะบ้างเรื่อง
เข้าไปเรียนวันแรกเจอเพื่อนแกล้งเลยจ้าดีงามจากเด็กร่าเริง พูดมากพอไปโรงเรียนกล้าเป็นเด็กเงียบไม่พูดไม่กล้าแสดงออกเวลาน้องเราอยู่บ้านถ้าทำอะไรพูดจะมีคนว่า ว่าแบบเสียงดังๆดุดังๆ ทำแบบนี้จนน้องเรากลัว กลัวว่าถ้าทำอะไรผิดจะโดนดุและนั้นอาจจะเป็นเหตุผลที่เขาไม่ยอมพูดที่โรงเรียน จนเวลาผ่านไปนางเขียนหนังสือไม่ได้ จดจ่ออยู่อะไรไม่ได้นานๆจนเราคิดไปเองว่าน้องเราสมาธิสั้นไม่ก็เป็นไฮเปอร์เพราะนางนังนิ่งไม่ได้เลยย้ำๆไม่ได้เลยต้องวิ่งต้องทำต้องวาดรูป แต่วาดได้แค่รูเดียวคือวงกลมเราพาน้องไปตรวจก็พบว่าน้องเราไอคิวต่ำมาก ตอนที่ไปตรวจอยู่ป.1แล้วนะ IQอนู่ที่64 เท่าเด็กอนุบาลตอนป.1เขียนก.ไก่ไม่ได้ ระบายสีไม่เป็น ทำได้อย่างเดียวคือวาดวงกลม แต่แปลกที่เขาสามารถร้องเพลงภาษาอังกฤษจากการ์ตูนได้ แอตติ่งตามการ์ตูนสุดยอดแต่เขียนหนังสือไม่ได้ ขึ้นป.1ได้เทมอหนึ่งค่อยยังชั่วที่น้องเราสามารถอ่านก.ไก่ได้ นับเลขได้แต่ไม่สมบรูณ์ แต่เขียนหนังสือไม่ได้เท่าไร ในตอนนี้เราเริ่มดูพัฒนาการของเขาเริ่มหาวิธีมาสอนเขา เขาเริ่มโตกลัวเวลาอยู่โรงเรียนแล้วมีคนเรียกให้ไปไหนก็จะไป แต่สิ่งที่ดีใจที่สุดคือเขาไม่สอบตกซ่ำชั้นเขาสอบได้ที่28ของห้องที่สุดท้ายอ่ะนะ ได้ก็ให้กำลังใจนะเลยบอกว่าปีหน้าเอาใหม่
ตอนนี้ ภัทราพร อยู่ป.2แล้วนะ เริ่มขึ้นชื่อตัวเองได้แล้ว40% ดีใจมาก

ไดอารี่ย์ของคุณแม่ยังสาว เด็กไฮเปอร์
มีรูปให้ท่านผู้ชมตัดสินค่ะ เราคนที่ใส่ชุดนักศึกษานะค่ะ
เราจะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นหรือจุดเปลี่ยนของชีวิตจากเด็กที่ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองเลยมีแต่คนทำให้เรียกง่ายๆภาษาบ้านๆว่า 'อีลูกเทวดา'
หลังจากที่แม่ของเราไปทำงาที่ต่างจังหวัดได้ไม่กี่ปีเราได้ข่าวจากแม่ของเราว่า เรากำลังจะมีน้องจ้าให้ตายเถอะฉันจะมีเพื่อนเล่นแล้วแม่เรามีน้องตอนอายุได้ประมาณ36นั้นเป็นช่วงอายุที่ไม่หน้าจะมีลูกเพราะมันเสี่ยงมาก ถ้าไม่เสี่ยงกับคนเป็นแม่ก็เสี่ยงกับลูกแต่เราไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้ใส่ใจตลอดเวลาที่แม่เราท้องน้องเราอยู่เรามีความรู้สึกว่า 'นี่เราจะกลายเป็นหมาหัวเน่าแล้วนี้หว้า' แม่ต้องรักน้องมากกว่าตูแน่ๆเลย
พอถึงวันนี้แม่เจ็บท้องจะคลอดแม่เราก็ไปโรงพยาบาลตั้งแต่10โมงเช้าแต่น้องก็ยังไม่ยอมออกสักที่จนกระทั้งเรากับมาบ้านลุงของเราก็บอกว่า
'ตอนนี้แม่อยู่ที่โรงพบยาบาลนะกำลังไปออกน้อง' เรายิงคำถามเป็นร้อยล้านข้อใส่ลุงเรา เราตื่นเต้นมากทำอะไรไม่ถูกเด็กอายุ14อย่างเราไปยืนเกาะประตูห้องคลอดเห็นเด็กสองคนนอนอยูข้างในห่อด้วยผ้าขนหนูสีชมพูกับสีฟ้าในใจได้แต่คิด ขอให้ได้ผู้ชายด้วยเถอะจะพาไปเตะบอลแต่สุดท้ายฝันสลายได้ผู้หญิงตระกูลนี้มีแต่ผู้หญิง พอแม่ออกมาจากห้องคลอดเรารีบเดินไปหา ไม่ได้ไปหาแม่นะไปหาน้องโครตน่ารักเลยไม่ร้องไห้หลับอย่างเดียว ในช่วงวินาทีนั้นเราเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่เลยนะว่ารู้สึกยังไง อารมณ์แบบว่าปวดท้องขี้อย่างรุนแรงใจสั้น ตื่นเต้นเหมือนจะได้ไปดูหนังกับคนแอบชอบหงุดหงิดเหมือนตอนอาจารย์บอกให้ทำการบ้านแล้วทำไม่เป็นอารมณ์ประมาณนั้น เราได้ซื้อเสื้อให้น้องครั้งแรกได้ดมขี้น้องครั้งแรกและได้อุ้มน้องครั้งแรก และได้ตั้งชื่อเป็นครั้งแรก ด.ญ.ภัทราพร
จนเวลาผ่านไปได้1ปีน้องเราฉลาดมากให้ทำไรทำได้ไม้งอแง้ไม่เอาแต่ใจ เป็นที่รักของคนในซอยทุกคนรู้จักเพราะตอนนั้นนางอ้วนมากยังกับใส่กรอกจนเราคิดว่าไอ้นี่ไม่มีวันผอมแน่นอนเดือนอายุ1ปีกว่าๆหนัก19กก.ตายๆ OoO จนกระทั้งน้องเราได้2ปีเริ่มพูดได้แต่...ดันพูดแบบคนสลับคำ แบบ 'แม่ไหนไป' 'ข้าวกินอยู่' ตอนนั้นกลายเป็นเรื่องสนุกเฮฮามากสำหรับคนที่ได้ยิน พอหลังจากนั้นน้องเราก็ดูการ์ตูน เล่นโทรศัพท์จนติดไม่ยอมทำไรเลยเอาออกร้องไห้โวยวาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราปิดเทมอจะขึ้นมอ.สี่พอดีเราได้ดูน้องมากขึ้นวันนั้นน้องป่วยต้องพาไปหาหมอทุกคนมอง นินทา สงสัยวันนั้นแม่เราไม่ได้ไปด้วยเราไปกับยาย แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไร จนน้องของเราหายป่วยหลังจากนั้นน้องเราก็ไปไหนมาไหนกับน้องเราตลอดตัวติดกันมากจนกลายเป็นว่าน้องเราติดเรามากกว่าแม่ มานอนกับเราทุกคืนพอปวดขี้ ขี้ใส่กางเกงเราก็ต้องเก็บ ฉี่เราก็ต้องเช็ค นมเราก็ต้องชงจนวันนั้นแม่เราเริ่มสุขภาพไม่ได้แขนขาไม่มีแรง ตรวจพบว่าเป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งแม่เราอายุแค่38-39 หมอบอกไม่ได้จะเป็นเลยยังไม่อยากจะฟัดธงเท่าไรแต่ให้ยามากิน เราต้องทำหน้าที่ทุกอย่างเริ่มหัดขับรถมอไซร์ เริ่มทำอะไรใหม่ๆ
จนวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้านน้องเราป่วยคนนั้นจำได้ขึ้นใจเลยว่าท้อแท้และเหนื่อยมากกับการได้มาดูแลเด็กคนนี้ที่ไม่ใส่ลูกน้องแท้ๆก็แค้ครึ่งหนึ่งเพราะคนละพ่อ น้องเราร้องไห้ตลอดเวลาหายใจไม่ออกหน้าแดงไข้สูง แต่เช็ดตัวทุกครั้งที่ไข้ขึ้นถ่ายตลอดไม่ยอมกินอะไรเราต้องนอนในท่านั่งน้ตามันก็ไหลออกมา ความรู้สึกในตอนนั้น แม่ของเราคงเปป็นแบบนี้เหมือนกันตอนที่เราเป็นเด็ก หลังจากคืนนั้นมันทำให้เราเข้าใจแม่เรามากขึ้นกล้าทำอะไรมากขึ้นและพอน้องเราหายดี เราเลยพาน้องออกไปเที่ยวห้างก็ไม่วายโดยนินทาแต่ครั้งนี้เจ็บเพราะผ้ชายนิทาจ้า ได้ยินนางสองคนพูดว่า 'ว่าน้องหรือลูกวะ'
'น้องแน่เลยวะ' ตาสายตาคุณบ่งบอกมากว่าคำตอบที่อยากตอยคือฉันเป็นแม่ เราเลยตอบกลับไปว่า 'เป้นแม่ค่ะ' อ้าว...แค่ตอบเองไม่เห็นต้องรีบเดินหนีเลย เวลาจะนินทาอะนินทาเบาๆเดี๋ยวเขารู้ว่านินทา
พอนางได้เข้าโรงเรียนอนุบาลหน้าที่ในการพาไปซ้อของคือเรา ตื่นเต้นลูกสาวจะได้เข้าเรียนแล้วหลังจากที่ผ่านอะไรกันมามากเราก็กล้าพูดเต็มปากเลยว่าเราเป็นแม่ของน้องเรา เพราะแม่ของเราไม่มีเวลาที่จะมาดูแลเพราะท่านก็ป่วยและต้องรักษาตัวเองทำอะไรหนักๆไม่ค่อยได้ สิ่งที่น้องเราจะได้ทำหรือทางโรงเรียนจะต้องเอาใบอะไรมาให้แม่เราเซนต์เราจะเป็นคนเซนต์และอนุมัติตลอด แต่...ยายต้องอนุญาติด้วยนะบ้างเรื่อง
เข้าไปเรียนวันแรกเจอเพื่อนแกล้งเลยจ้าดีงามจากเด็กร่าเริง พูดมากพอไปโรงเรียนกล้าเป็นเด็กเงียบไม่พูดไม่กล้าแสดงออกเวลาน้องเราอยู่บ้านถ้าทำอะไรพูดจะมีคนว่า ว่าแบบเสียงดังๆดุดังๆ ทำแบบนี้จนน้องเรากลัว กลัวว่าถ้าทำอะไรผิดจะโดนดุและนั้นอาจจะเป็นเหตุผลที่เขาไม่ยอมพูดที่โรงเรียน จนเวลาผ่านไปนางเขียนหนังสือไม่ได้ จดจ่ออยู่อะไรไม่ได้นานๆจนเราคิดไปเองว่าน้องเราสมาธิสั้นไม่ก็เป็นไฮเปอร์เพราะนางนังนิ่งไม่ได้เลยย้ำๆไม่ได้เลยต้องวิ่งต้องทำต้องวาดรูป แต่วาดได้แค่รูเดียวคือวงกลมเราพาน้องไปตรวจก็พบว่าน้องเราไอคิวต่ำมาก ตอนที่ไปตรวจอยู่ป.1แล้วนะ IQอนู่ที่64 เท่าเด็กอนุบาลตอนป.1เขียนก.ไก่ไม่ได้ ระบายสีไม่เป็น ทำได้อย่างเดียวคือวาดวงกลม แต่แปลกที่เขาสามารถร้องเพลงภาษาอังกฤษจากการ์ตูนได้ แอตติ่งตามการ์ตูนสุดยอดแต่เขียนหนังสือไม่ได้ ขึ้นป.1ได้เทมอหนึ่งค่อยยังชั่วที่น้องเราสามารถอ่านก.ไก่ได้ นับเลขได้แต่ไม่สมบรูณ์ แต่เขียนหนังสือไม่ได้เท่าไร ในตอนนี้เราเริ่มดูพัฒนาการของเขาเริ่มหาวิธีมาสอนเขา เขาเริ่มโตกลัวเวลาอยู่โรงเรียนแล้วมีคนเรียกให้ไปไหนก็จะไป แต่สิ่งที่ดีใจที่สุดคือเขาไม่สอบตกซ่ำชั้นเขาสอบได้ที่28ของห้องที่สุดท้ายอ่ะนะ ได้ก็ให้กำลังใจนะเลยบอกว่าปีหน้าเอาใหม่
ตอนนี้ ภัทราพร อยู่ป.2แล้วนะ เริ่มขึ้นชื่อตัวเองได้แล้ว40% ดีใจมาก