เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เองค่ะ ประมาณสามเดือนกว่าๆได้ คือเริ่มแรกเลยเราได้มาสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่งใน กทม. โดยมีคนรู้จักแนะนำมา เราก็เลยลองมาสมัครงานดู ปรากฏว่าผ่านสัมภาษณ์ทางบริษัทรับเราเข้าทำงาน เราก็ตอบตกลงทันทีเพราะว่ากำลังว่างงานพอดี เราได้ทำงานพวกเอกสารอยู่ ณ แผนกนึง ซึ่งเค้าคนนี้ก็ทำอยู่ที่นี่
.....นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราได้รู้จักกันค่ะ เค้าเป็นรุ่นน้องอายุน้อยกว่าประมาณสองสามปีค่ะ แต่ว่าเค้าทำงานที่นี่มาพักนึงแล้ว ตั้งแต่เราเริ่มทำงานที่นี่เราไม่เคยได้คุยกันเลยนะค่ะตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาสามเดือนกว่า ทั้งๆที่เค้าก็คุยกับทุกคนในแผนกปกติ แต่กับเราไม่เคยเลยค่ะ หรือคุยเรื่องงานก็น้อยมากๆ นอกจากน้องจะทักทายสวัสดีตอนเช้ากับพี่ๆในแผนกทุกคนตามมารยาทปกติ ซึ่งก็รวมถึงตัวฉันด้วย ตอนนั้นเราก็รับไหว้น้องเค้าแบบปกติโดยไม่คิดอะไร จนผ่านไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ เราก็ยังทำแบบปกติเหมือนทุกวันคือน้องจะเข้าประตูมาแล้วไหว้ทักทายตอนเช้าแบบปกติ แต่ปกติโดยส่วนตัวเราเป็นคนมีนิสัยเงียบๆ ยิ่งกับคนที่ไม่สนิทหรือไม่รู้จักจะไม่ค่อยพูดด้วยเลย ไม่ชอบสบตากับคนอื่นซักเท่าไหร่ค่ะ แต่อยู่ๆวันนั้นน้องเค้าก็เดินเข้ามาไหว้เราปกติเหมือนทุกวัน แต่เราดันเงยหน้าขึ้นมาพอดีซึ่งปกติเราจะไม่ค่อยสบตากับใครแต่จะพยักๆหน้าแล้วก็ทักทายกลับ แต่ ณ ตอนนั้นอยู่ๆก็เงยหน้าขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนมีคนมอง เราจึงได้มีโอกาสสบตากับน้องเค้าพอดี ตอนนั้นเราได้มองตากันตรงๆอยู่ๆก็รู้สึกแปลกๆกับสายตาของน้องเค้าขึ้นมา หลังจากเหตุการณ์วันนั้นแรกๆก็ไม่กล้าพยายามมองหน้าน้องเค้าเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เราเองก็รู้สึกแปลกๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันทำให้อยากค้นหาคำตอบว่ามันใช่หรือไม่ใช่อย่างที่เราคิด ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ หรือโอกาสที่ต้องเจอกันไม่ว่าจะในแผนก หรือไปกินข้าว ช่วงเบรกอะไรประมาณนี้จะมีโอกาสเจอน้องวนเวียนอยู่แถวนั้นตลอด แถมเวลาเราหันไปมองน้องแบบไม่ตั้งใจกะว่าจะลองดูว่าถ้าเราแกล้งทำเป็นมองตรงที่น้องอยู่ เรายังจะเห็นน้องยิ้มแล้วก็มองเรามาเหมือนทุกครั้งมั้ย? ปรากฏว่าเจอสายตาของน้องเขาทุกครั้ง ยิ่งเวลาเราต้องไปยืนทำงานอยู่ใกล้กันหรือต้องคุยเรื่องงานกันตัวต่อตัว จะรู้สึกอึดอัดแปลกๆ น้องเองก็ดูเกร็งๆกับเรา เหมือนต่างคนต่างพยายามนิ่งให้ได้มากที่สุด อย่างล่าสุดน้องต้องออกไปไซต์งาน แล้วปรากฏวันนั้นช่วงเย็นมากแล้ว ไม่คิดว่าน้องจะกลับมาทำโอต่อ เพราะปกติคนไปออกไซต์งานงานจะเลิกไวคนอื่นเขาก็จะกลับที่พักกัน แต่น้องเปล่าเลย กับมาทำโอต่อแถมวันนี้ซื้อขนมมาฝากพี่ที่แผนกด้วย ซึ่งเหลืออยู่ไม่กี่คน เราเห็นน้องเดินถือถุงขนมมาแต่ไกลแล้ว แต่ก็ทำเป็นเฉยๆ แต่เห็นน้องทำท่าทางเกร็งๆไม่ค่อยถูก เราก็เลยหันไปมองๆน้องอยุ่บ้าง น้องก็ยิ้มมองเรากลับมาแต่ทำเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด ทำตัวเก้ๆกังๆสรุปน้องเลยบอกพี่ที่นั่งอยุ่ตรงนั้นสามคนว่าซื้อขนมมาฝากตอนออกไปไซต์งาน โดยที่ไม่เรียกเรากินขนม แต่เรียกชื่อทุกคนตรงนั้น เราก็เลยแบบเออไม่เป็นไร แล้วเราก็เดินเข้าไปในครัว เพราะกำลังจะต้มมาม่าพอดี น้องเองก็เดินมาในครัวเพื่อจะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน เรายังยืนทำมาม่าอยู่ในครัวเป็นจังหวะเดียวกันกับที่น้องเค้าออกมาจากห้องน้ำพอดี น้องก็ทำท่าเหมือนเดิมคือเกร็งๆจะกล้าพูดอะไรซักอย่างก็ไม่กล้า เราก็เลยลองตัดใจหันไปมองน้องเค้าเพราะเห็นน้องยืนอยุ่ไม่ยอมเข้าไปในห้องทำงานซักที พอเรามองน้องเขา น้องก็เลยพูดแบบเกร็งๆว่าพี่เอครับ(นามสมมุติ) ผมซื้อขนมมากินได้นะครับประมาณนี้ ตอนนั้นเราก็ งงๆ ตกใจด้วย ไม่คิดว่าน้องจะพูดกับเรา เพราะปกติเวลาเรามองกันสายตาน้องเขาเหมือยมันมีอะไรที่แบบอยากจะพูดกับเราทางสายตา แต่ก็ไม่เห็นน้องพูดเลยซักครั้ง คุยกันยังไม่เคยเลย นี่เป็นประโยคแรกที่ไม่ใช่คุยเรื่องงานที่เราคุยกันอันน้อยนิดมากๆ ที่น้องเริ่มต้นเอ่ยมาพูดกับเราก่อน ณ ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ถูกก็เลยไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้ารับรู้ว่าอื้มม โอเคอะไรประมาณนี้ แล้วก็ตอนกำลังจะกลับเลิกงาน น้องกลับก่อน แต่เรายังไม่กลับเรายืนล้างชามอยุ่ในครัว อยุ่ๆน้องก็เดินมาทางประตูครัวแล้วเอียงหน้ามามองตรงประตูครัวเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ เราเองก็มองอยุ่บ้างแต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ก็เลยหันกลับมาไม่ได้สนใจต่อ น้องก็บอกลาทุกคนก่อนกลับ แต่ไม่ได้เดินมาบอกเราแล้วก็กลับเลย
นี่คือบางส่วนที่เราพยายามเล่าออกมาให้เห็นภาพมากที่สุด เพราะปกติใช้สายตาอย่างเดียวที่ต่างคนต่างมอง(ส่วนของน้องไม่มั่นใจ มั้งนะ) ฮ่าๆๆๆ
ที่เราเล่ามาทั้งหมด อาจจะบรรยายให้ทุกคนเข้าใจไม่ค่อยถูก แต่ว่าคนที่เคยตกอยุ่ในสถานการณ์ที่คล้ายๆแบบเรา คงจะเข้าใจ เราเองก็ไม้รู้ว่าชอบน้องเค้าไปโดยไม่รุ้ตัวรึป่าว รุ้แต่ว่ามันรุ้สึกค้างคาใจตัวเองมากที่เราหาคำตอบไม่ได้ไม่รุ้ว่าความรุ้สึก ณ ตอนนี้เราคิดไปเองรึป่าว หรือคิดยังไง บางครั้งเราก็จะคิดย้ำๆไว้ในหัวตลอดว่าไม่ใช่หรอกๆๆ เรามโนไปเอง แล้วน้องก็ดูจะเป็นเงียบๆ ขี้อาย ไม่ค่อยพูดอยู่แล้วด้วย เห้อออ ใครมีประสบการณ์คล้ายๆเรา ช่วยแนะนำหรือบอกเล่าให้เราฟังหน่อยซิว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี
ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดกับฉันยังไง? แอบชอบ หรือ คิดไปเอง
.....นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราได้รู้จักกันค่ะ เค้าเป็นรุ่นน้องอายุน้อยกว่าประมาณสองสามปีค่ะ แต่ว่าเค้าทำงานที่นี่มาพักนึงแล้ว ตั้งแต่เราเริ่มทำงานที่นี่เราไม่เคยได้คุยกันเลยนะค่ะตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาสามเดือนกว่า ทั้งๆที่เค้าก็คุยกับทุกคนในแผนกปกติ แต่กับเราไม่เคยเลยค่ะ หรือคุยเรื่องงานก็น้อยมากๆ นอกจากน้องจะทักทายสวัสดีตอนเช้ากับพี่ๆในแผนกทุกคนตามมารยาทปกติ ซึ่งก็รวมถึงตัวฉันด้วย ตอนนั้นเราก็รับไหว้น้องเค้าแบบปกติโดยไม่คิดอะไร จนผ่านไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ เราก็ยังทำแบบปกติเหมือนทุกวันคือน้องจะเข้าประตูมาแล้วไหว้ทักทายตอนเช้าแบบปกติ แต่ปกติโดยส่วนตัวเราเป็นคนมีนิสัยเงียบๆ ยิ่งกับคนที่ไม่สนิทหรือไม่รู้จักจะไม่ค่อยพูดด้วยเลย ไม่ชอบสบตากับคนอื่นซักเท่าไหร่ค่ะ แต่อยู่ๆวันนั้นน้องเค้าก็เดินเข้ามาไหว้เราปกติเหมือนทุกวัน แต่เราดันเงยหน้าขึ้นมาพอดีซึ่งปกติเราจะไม่ค่อยสบตากับใครแต่จะพยักๆหน้าแล้วก็ทักทายกลับ แต่ ณ ตอนนั้นอยู่ๆก็เงยหน้าขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนมีคนมอง เราจึงได้มีโอกาสสบตากับน้องเค้าพอดี ตอนนั้นเราได้มองตากันตรงๆอยู่ๆก็รู้สึกแปลกๆกับสายตาของน้องเค้าขึ้นมา หลังจากเหตุการณ์วันนั้นแรกๆก็ไม่กล้าพยายามมองหน้าน้องเค้าเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เราเองก็รู้สึกแปลกๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันทำให้อยากค้นหาคำตอบว่ามันใช่หรือไม่ใช่อย่างที่เราคิด ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ หรือโอกาสที่ต้องเจอกันไม่ว่าจะในแผนก หรือไปกินข้าว ช่วงเบรกอะไรประมาณนี้จะมีโอกาสเจอน้องวนเวียนอยู่แถวนั้นตลอด แถมเวลาเราหันไปมองน้องแบบไม่ตั้งใจกะว่าจะลองดูว่าถ้าเราแกล้งทำเป็นมองตรงที่น้องอยู่ เรายังจะเห็นน้องยิ้มแล้วก็มองเรามาเหมือนทุกครั้งมั้ย? ปรากฏว่าเจอสายตาของน้องเขาทุกครั้ง ยิ่งเวลาเราต้องไปยืนทำงานอยู่ใกล้กันหรือต้องคุยเรื่องงานกันตัวต่อตัว จะรู้สึกอึดอัดแปลกๆ น้องเองก็ดูเกร็งๆกับเรา เหมือนต่างคนต่างพยายามนิ่งให้ได้มากที่สุด อย่างล่าสุดน้องต้องออกไปไซต์งาน แล้วปรากฏวันนั้นช่วงเย็นมากแล้ว ไม่คิดว่าน้องจะกลับมาทำโอต่อ เพราะปกติคนไปออกไซต์งานงานจะเลิกไวคนอื่นเขาก็จะกลับที่พักกัน แต่น้องเปล่าเลย กับมาทำโอต่อแถมวันนี้ซื้อขนมมาฝากพี่ที่แผนกด้วย ซึ่งเหลืออยู่ไม่กี่คน เราเห็นน้องเดินถือถุงขนมมาแต่ไกลแล้ว แต่ก็ทำเป็นเฉยๆ แต่เห็นน้องทำท่าทางเกร็งๆไม่ค่อยถูก เราก็เลยหันไปมองๆน้องอยุ่บ้าง น้องก็ยิ้มมองเรากลับมาแต่ทำเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด ทำตัวเก้ๆกังๆสรุปน้องเลยบอกพี่ที่นั่งอยุ่ตรงนั้นสามคนว่าซื้อขนมมาฝากตอนออกไปไซต์งาน โดยที่ไม่เรียกเรากินขนม แต่เรียกชื่อทุกคนตรงนั้น เราก็เลยแบบเออไม่เป็นไร แล้วเราก็เดินเข้าไปในครัว เพราะกำลังจะต้มมาม่าพอดี น้องเองก็เดินมาในครัวเพื่อจะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน เรายังยืนทำมาม่าอยู่ในครัวเป็นจังหวะเดียวกันกับที่น้องเค้าออกมาจากห้องน้ำพอดี น้องก็ทำท่าเหมือนเดิมคือเกร็งๆจะกล้าพูดอะไรซักอย่างก็ไม่กล้า เราก็เลยลองตัดใจหันไปมองน้องเค้าเพราะเห็นน้องยืนอยุ่ไม่ยอมเข้าไปในห้องทำงานซักที พอเรามองน้องเขา น้องก็เลยพูดแบบเกร็งๆว่าพี่เอครับ(นามสมมุติ) ผมซื้อขนมมากินได้นะครับประมาณนี้ ตอนนั้นเราก็ งงๆ ตกใจด้วย ไม่คิดว่าน้องจะพูดกับเรา เพราะปกติเวลาเรามองกันสายตาน้องเขาเหมือยมันมีอะไรที่แบบอยากจะพูดกับเราทางสายตา แต่ก็ไม่เห็นน้องพูดเลยซักครั้ง คุยกันยังไม่เคยเลย นี่เป็นประโยคแรกที่ไม่ใช่คุยเรื่องงานที่เราคุยกันอันน้อยนิดมากๆ ที่น้องเริ่มต้นเอ่ยมาพูดกับเราก่อน ณ ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ถูกก็เลยไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้ารับรู้ว่าอื้มม โอเคอะไรประมาณนี้ แล้วก็ตอนกำลังจะกลับเลิกงาน น้องกลับก่อน แต่เรายังไม่กลับเรายืนล้างชามอยุ่ในครัว อยุ่ๆน้องก็เดินมาทางประตูครัวแล้วเอียงหน้ามามองตรงประตูครัวเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ เราเองก็มองอยุ่บ้างแต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ก็เลยหันกลับมาไม่ได้สนใจต่อ น้องก็บอกลาทุกคนก่อนกลับ แต่ไม่ได้เดินมาบอกเราแล้วก็กลับเลย
นี่คือบางส่วนที่เราพยายามเล่าออกมาให้เห็นภาพมากที่สุด เพราะปกติใช้สายตาอย่างเดียวที่ต่างคนต่างมอง(ส่วนของน้องไม่มั่นใจ มั้งนะ) ฮ่าๆๆๆ
ที่เราเล่ามาทั้งหมด อาจจะบรรยายให้ทุกคนเข้าใจไม่ค่อยถูก แต่ว่าคนที่เคยตกอยุ่ในสถานการณ์ที่คล้ายๆแบบเรา คงจะเข้าใจ เราเองก็ไม้รู้ว่าชอบน้องเค้าไปโดยไม่รุ้ตัวรึป่าว รุ้แต่ว่ามันรุ้สึกค้างคาใจตัวเองมากที่เราหาคำตอบไม่ได้ไม่รุ้ว่าความรุ้สึก ณ ตอนนี้เราคิดไปเองรึป่าว หรือคิดยังไง บางครั้งเราก็จะคิดย้ำๆไว้ในหัวตลอดว่าไม่ใช่หรอกๆๆ เรามโนไปเอง แล้วน้องก็ดูจะเป็นเงียบๆ ขี้อาย ไม่ค่อยพูดอยู่แล้วด้วย เห้อออ ใครมีประสบการณ์คล้ายๆเรา ช่วยแนะนำหรือบอกเล่าให้เราฟังหน่อยซิว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี