หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] ที่...เกาะหลีเป๊ะ... มันมีอะไร ที่ทำให้เรานั้นต้องอยากไป
กระทู้รีวิว
ดำน้ำ
เที่ยวทะเล
เที่ยวไทย
เกาะหลีเป๊ะ
ทริปนี้เราไปดำน้ำดูปลา ดูปะการังที่เกาะหลีเป๊ะกันค่ะ วันที่ 6-8 พ.ค. 60 เริ่มต้นการเดินทางเลยเนาะ
เราได้ไฟลท์บินเจ้าที่ถูกที่สุด ณ ตอนนั้นที่จองของนกแอร์ ดอนเมือง-หาดใหญ่ จองล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนมั้ง ไป-กลับคนละ 2,000 บาท รวมภาษีแล้ว
เราซื้อแพคเกจทัวร์ของ อัพทูยู คนละ 3,990 บาท รวมค่ารถรับ-ส่ง จากสนามบินถึงท่าเรือ ค่าที่พัก 2 คืน ค่าสปีดโบ๊ท จากท่าเรือไปเกาะ ค่าดำน้ำ 1 วัน
ไปถึงสนามบินหาดใหญ่ประมาณ 7.30 น. ก็มีคนขับรถตู้โทรมาบอกให้ไปรอตรงจุดนัดหมาย ระหว่างที่รอรถมารับ ส่วนใหญ่คนที่ลงเครื่องมาก็มุ่งหน้าไปเกาะหลีเป๊ะกันทั้งนั้นเลย เพราะมีรถตู้จากบริษัทฯ ทัวร์ต่างๆ วิ่งมารับน่าจะเกือบๆ 10 คัน เรานั่งรถตู้จากหาดใหญ่ไปท่าเรือปากบารา คนขับบอกว่าใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
พอนั่งมาได้ประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ รถก็จอดแวะที่หน้าร้านขายของชำในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง คนขับบอกว่าให้ซื้อของกินของใช้จากร้านนี้ได้เลย เพราะบนเกาะของจะแพง พ่อเราถามคนขับว่าแถวๆ ท่าเรือไม่มีเซเว่นหรอ คนขับบอกว่ามีแต่ต้องเดินไกล เราก็เลยซื้อพวกมาม่าคัพ น้ำ กะขนมเล็กน้อย (แต่พอไปถึงท่าเรือจริงๆ แล้ว เซเว่นอยู่ไม่ไกลเลยนะ _ _”)
นั่งรถต่อไปอีกประมาณ 40 นาที ก็ถึงท่าเรือปากบารา คนขับรถก็พาเราไปรับบัตรคิวขึ้นเรือ เราได้เรือชื่อว่า บันดาหยา ได้เรือรอบ 11 โมง พวกกระเป๋าสัมภาระต่างๆ เค้าให้กองรวมกันไว้ เค้าจะไปโหลดไว้ใต้ที่นั่งบนเรือให้ ระหว่างนั้นเราก็ไปเดินหาข้าวกินกันซะหน่อย เพราะตั้งแต่ออกจากบ้านมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องกันเลย _ _”
จากตรงจุดรับตั๋วเรือ ก็เดินข้ามฝั่งมาเข้าสู่ท่าเรือ ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าท่าเรือคนละ 20 บาท ระหว่างทางก็มีขนมของฝาก แล้วก็รูปถ่ายที่แปะใส่จานวางขายอยู่ เดินเข้ามาที่ท่าเรือก็มีคนรอเยอะอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทย ยุโรป แล้วก็มีคนจีนบ้างไม่เยอะมาก รอเรือเข้ามารับอยู่สักพัก เกือบๆ เที่ยง เค้าจะเรียกขึ้นเรือตามคิวลำละประมาณ 40 คน ลำที่เราขึ้นมีต่างชาติอยู่ 5 คน นอกนั้นก็คนไทยทั้งลำเลย มาจากเชียงใหม่ก็ปาเข้าไปครึ่งลำ (รู้เพราะได้ยินเค้าคุยกันเป็นภาษาเหนือ พ่อเราเลยเข้าไปทักทายเพราะคนบ้านเดียวกัน ^^)
จากท่าเรือไปถึงเกาะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ซึ่งระหว่างทางจะแวะให้อยู่ 2 จุด นั่งมาประมาณ 1 ชม. ก็มาถึงจุดแรก คือ เกาะตะรุเตามั้ง ก็แวะให้ถ่ายรูปประมาณ 15 นาที เป็นแค่จุดชมวิว ไม่ค่อยมีไรมาก เป็นชายหาดมีป้ายติดว่าห้ามลงเล่นน้ำด้วย น่าจะเพราะเป็นจุดที่มีเรือวิ่งเข้าออกตลอดมั้ง ก่อนเดินเข้าไปต้องซื้อบัตรสำหรับเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท เค้าบอกว่าบัตรนี้ต้องติดตัวเราตลอดเวลาอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ เพราะไม่ว่าจะไปเกาะไหนเค้าก็จะถามหาบัตร ถ้าไม่มีก็ต้องซื้อใหม่
นั่งเรือต่อมาอีกประมาณ 20 นาที ก็มาแวะจุดที่ 2 คือ เกาะไข่ ที่มีซุ้มอุโมงค์ให้คู่รักไปเดินรอด แต่เราไม่ได้เดินไป เพราะแค่ลงจากเรือเดินขึ้นหาดมาก็ต้องสะดุ้งกับแสดงแดดที่แผดเผา อีกทั้งมองไปคนก็เยอะด้วย เลยเดินเล่นอยู่ใกล้ๆ เรือ
นั่งเรือต่อไปอีกประมาณ 40 นาที ก็มาถึงเกาะหลีเป๊ะละค่ะ พอลงจากเรือรอรับของ ที่พักต่างๆ เค้าก็จะมีเจ้าหน้าที่มารอรับ ส่วนของเราพักที่ ศลิษา รีสอร์ท ตามที่ทัวร์แจ้งไว้คือเราต้องหาเรือหางยาวหรือแท็กซี่ต่อไปที่พักเอาเอง เราก็มองหาเรือหางยาวก็มีเรือมาจอดอยู่เต็มเลย แต่ส่วนใหญ่เค้ามาส่งคน ไม่ได้มารับคน เราเลยไม่กล้าเดินไปขึ้น ก็เลยถามคนแถวนั้นเค้าเลยบอกให้เดินเข้าซอยวอร์คกิ้งไป จะเจอแท็กซี่ใกล้ๆ เซเว่น แท็กซี่ที่นี่จะเป็นรถมอไซค์พ่วงข้างค่ะ ค่าบริการคนละ 50 บาท จากวอร์คกิ้งไปที่พักก็ดูเหมือนไม่ไกลมาก แต่ถ้าเดินก็น่าจะเหนื่อยพอสมควร ช่วงนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมาเลย เพราะถือของ แล้วแดดก็ร้อนเลยรีบเดิน รีบขึ้นรถ
แล้วก็มาถึงที่พักของเราค่ะ ศลิษา รีสอร์ท เป็นที่พักติดชายหาด ไปถึงปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็ต้อนรับด้วยการเอาน้ำอัญชันมะนาวมาให้ดื่มคนละแก้วเล็กๆ พอให้ได้ชื่นใจ ที่หาดนี่น้ำใสมากค่ะ เดินลงไปนิดเดียวก็มองเห็นปลาตัวเล็กๆ แล้วก็จะมีกอปะการังอยู่ไม่ไกลมาก แต่น้ำลึกขาเหยียบไม่ถึงพื้น ต้องดำน้ำไปดูน่าจะเห็นปลาเยอะอยู่ค่ะ เราว่ายน้ำไปไม่เป็น เลยได้แค่พายเรือคายัคไปวนดูรอบๆ ยังมองเห็นปลาเลย แต่เราไม่ชอบอย่างนึงคือมันจะมีเรือมาจอดอยู่ตรงนี้ตามรูป เวลามีเรือเข้าออกเล่นน้ำอยู่ก็ต้องระวัง แล้วก็เวลาเค้าติดเครื่องเรือก็จะเหม็นควันเหม็นน้ำมัน เลยเล่นน้ำไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่
พอเล่นน้ำกันได้สักพักก็เริ่มหิวค่ะ เลยคิดว่าจะลองเดินไปวอร์คกิ้งสตรีทดู ถ้าเหนื่อยหรือไปไม่ถึงก็แวะหาข้าวกินตามข้างทางก็ได้ เพราะตอนที่นั่งแท็กซี่มาก็เห็นมีร้านอาหารอยู่บ้าง
อาบน้ำเสร็จก็ออกเดินทางค่ะ ก็เจอนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เดินออกมาเป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม คาดว่าน่าจะไปวอร์คกิ้งเหมือนกัน เลยคิดว่ามันไม่น่าจะไกลมาก เดินไปเรื่อยๆ ประมาณไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงทางเข้าแล้วค่ะ คือที่แท็กซี่พามาน่าจะเป็นทางอ้อมสำหรับรถวิ่งมันเลยดูไกล เราก็เดินเล่นทะลุออกไปอีกฝั่ง เป็นหาดที่ลงเรือมาตอนแรก แล้วก็เดินกลับมาหาข้าวกิน เสร็จแล้วก็กลับที่พัก
เช้ามาวันที่สอง ก็ไปกินอาหารเช้าตรงล็อบบี้รีสอร์ท แล้วก็ไปเตรียมตัวออกไปดำน้ำ ตามโปรแกรมจะพาไปแวะ 6 ที่ ตอนออกไปนี่แดดเปรี้ยงมากค่ะ แต่พอใกล้ๆ ถึงจุดที่ 1 เมฆเริ่มครึ้มมาละ พอลงน้ำเท่านั้นแหละ ฝนก็ตกลงมา แต่ไม่หนักมาก พอปรอยๆ ให้เย็นๆ จุดที่ 2 หาดหินงามค่ะ หาดนี้เรียกถามหาบัตรเข้าอุทยานด้วย ไปดำน้ำก็ต้องพกบัตรไปนะคะ หินดำเงาสวยงามมากค่ะ แต่ฟ้ามันครึ้มๆ ฝนจะตก แดดไม่มี เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเยอะ ถ้าแดดจ้าๆ กระทบกับหินและน้ำทะเล น่าจะสวยงามทีเดียว พอไปดำน้ำจุดที่ 3 ฝนก็ตกลงมาหนักเลยค่ะ ดำน้ำมองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย เพราะน้ำมันขุ่น ก็เลยขึ้นเรือต่อไปจุดที่ 4 เป็นหาดทรายขาวๆ แวะพักกินข้าวกล่องกันที่นี่ ตอนนั้นแดดเริ่มออกละ เสร็จแล้วก็ไปดำต่ออีก 2 จุด เวลาแดดออกแรงๆ จะเห็นแสงแดดกระทบกับน้ำและปะการังด้านล่างสวยงามมากค่ะ เรารวมรูปใต้ทะเลไว้ทีเดียวเลยเนาะ ก็จะมีรูปที่เราถ่ายเองบ้าง ละก็เอาจากจากกล้องของพี่คนขับเรือบ้าง พี่เค้าจะดำลงไปใต้น้ำลึก ไปซูมปะการังกับปลานีโม่มาให้ค่ะ พอดีกล้องกันน้ำเราพังกลางทะเลซะงั้น เลยได้รูปมานิดเดียวเอง เสียดายมากกก แต่ก็ดูด้วยตาและเก็บความสวยงามไว้ในความทรงจำ ^^
ดำน้ำเสร็จกลับมาที่พักก็ประมาณบ่ายสองกว่าๆ ก็อาบน้ำแล้วก็นอนพักกันค่ะ รู้สึกว่าเหนื่อยเพลียมากๆ ตอนเย็นๆ ก็ออกไปเดินเล่นที่วอร์คกิ้งแล้วก็หาข้าวกินอีก เช้ามาก็เช็คเอ้าท์ออกตอน 10 โมงค่ะ เพราะเราต้องขึ้นเรือกลับตอน 11 โมง รู้สึกว่ายังไม่อยากกลับเลยย ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีกค่ะ เรารวมรูปวิวอื่นๆ ไว้ข้างล่างนี้นะ
...ลาไปด้วยเจ้าปูเสฉวนตัวน้อย...
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
ชื่อสินค้า:
เกาะหลีเป๊ะ
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
รีวิวสั้นๆ เกาะหลีเป๊ะ 3วัน 2คืน หาดสวยน้ำใส ไปไม่ยาก (มีรูป)
สวัสดีครับ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ขาดตกอะไรไปขออภัยด้วยนะครับ ....เริ่ม! (รูปอาจมีบ้างไม่มีบ้าง เพิ่งเคยไปครั้งแรก เที่ยวเพลินไปหน่อย ลืมถ่าย) .................
สมาชิกหมายเลข 4036561
เกาะหลีเป๊ะ คนไทยก็ไปได้
สวัสดีค่ะ กลับมาอีกแล้วกับการเที่ยวในประเทศ ในช่วงที่โควิดระรอก 3 ระบาด แน่นอนเรายกเลิกอะไรไม่ได้เลย ทริปนี้เราไปกันทั้งหมด 4 คน จองตั้งแต่ปีใหม่เรียบร้อยหมดแล้
จอมมารใจดี
รีวิว เกาะหลีเป๊ะ หาดสวย น้ำใส ต้องไปโดน พร้อมสรุปค่าใช้จ่าย
ก็เรามันทะเล ไม่ใช่เขา (ฮิ้วววว) เกาะหลีเป๊ะมันเกาะที่ถูกจัดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยคือไม่ไป ไม่ได้แล้ว เกาะหลีเป๊ะอยู่ในจ.สตูล เป็นเกาะที่ทะเลสวยมากกก น้ำใส หาด
สมาชิกหมายเลข 2469010
ตะลุยหลีเป๊ะ 3 วัน 2 คืน
หนีร้อนไปพักร่างช่วงซัมเมอร์ริมทะเลที่ เกาะหลีเป๊ะ มัลดีฟส์เมืองไทย ที่ไม่ต้องบินไกลถึงต่างประเทศ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เต็มสิบไม่หักเลยจ่ะการเดินทาง เราขับรถจากสงขล
สมาชิกหมายเลข 5026857
ดีต่อใจ >>> ไปหลีเป๊ะ
ทริปเซอร์เวย์ ไปหลีเป๊ะแบบประหยัด ๆ สบายกระเป๋า เริ่มจากจองตั๋วถูกข้ามปี (แต่ก่อนเดินทางเจอถูกกว่าอีก T_T) และเสี่ยงซื้อทัวร์เที่ยวหลีเป๊ะ 3 วัน 2 คืน ในราคา 19
nuch9981
เที่ยวเกาะกูดแบบแพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน กับรีสอร์ทสุดชิคบนอ่าวบางเบ้า ที่ To The Sea The Resort Koh kood
รีวิว เที่ยวเกาะกูดแบบแพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน ที่ To The Sea The Resort Koh Kood จะฟีลกู๊ดขนาดไหน และมีอะไรบ้าง มาดูกันจ้า https://www.youtube.com/watch?v=bj7EuYcrn
Suzy TH
เกาะขาม กับ เกาะแสมสาร สัตหีบ ถ้าให้เลือกไป เกาะไหนดีกว่ากันคะ
พอดีจะไปเที่ยวสัตหีบ แต่มีเวลาเที่ยว แค่วันเดียว ถ้าเลือกระหว่า เกาะขาม กับ แสมสาร อันไหนน่าไปกว่ากันคะ ส่วนตัวชอบดำน้ำ และ ถ่ายรูปชายหาดขาวๆน้ำใสๆ ไม่เน้นเล่นน
กี่กี้ kikie
Koh Chang เกาะช้างงง ที่ไหนสวย ที่ไหนอร่อย คนเกาะจะพาไปเจาะลึกเองงง ตามมา!!
คิดถึงทะเลลลล คิดถึงเกาะช้างงเลย ชายหาดสวยๆ น้ำทะเลสีฟ้าเขียวใสๆๆ ที่กินที่เที่ยว ของอร่อยๆ ประมาณ 5-6 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ ขับรถชิวๆๆ แวะตลอดทาง ระยอง จันทบุรี
สมาชิกหมายเลข 4465308
🇹🇭 {Thailand} พาทานอาหารเช้า ใจกลางป่าลึก ณ "The Ironwood" เชียงใหม่ 🍛☕
สวัสดีค่ะ วันนี้ป้าอาร์ยูขอพาไปเข้าป่าลึก ณ จังหวัดเชียงใหม่เพื่อทานอาหารเช้าในบรรยากาศสุดคลาสสิกกันนะคะ ..ป้าพาลุงกลับไทยมาเที่ยวไทยและมาเยี่ยมบ้านที่เชียงใหม่
Are you for real ?
บลูแพลนเที่ยวชวนคุย : "อุทยานแห่งชาติ"ในไทย ที่ประทับใจมากที่สุด
ประเทศไทยเรามีอุทยานแห่งชาติถึงร้อยกว่าแห่ง ตั้งแต่ยอดดอยสูงเสียดฟ้าที่มีทะเลหมอกหน้าหนาว ไปจนถึงน้ำใสราวกระจกของทะเลทางใต้ แต่ละที่ก็มีเสน่ห์ต่างกันไป นอกจากวิ
บลูแพลนเที่ยว
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ดำน้ำ
เที่ยวทะเล
เที่ยวไทย
เกาะหลีเป๊ะ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 62
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] ที่...เกาะหลีเป๊ะ... มันมีอะไร ที่ทำให้เรานั้นต้องอยากไป
ทริปนี้เราไปดำน้ำดูปลา ดูปะการังที่เกาะหลีเป๊ะกันค่ะ วันที่ 6-8 พ.ค. 60 เริ่มต้นการเดินทางเลยเนาะ
เราได้ไฟลท์บินเจ้าที่ถูกที่สุด ณ ตอนนั้นที่จองของนกแอร์ ดอนเมือง-หาดใหญ่ จองล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนมั้ง ไป-กลับคนละ 2,000 บาท รวมภาษีแล้ว
เราซื้อแพคเกจทัวร์ของ อัพทูยู คนละ 3,990 บาท รวมค่ารถรับ-ส่ง จากสนามบินถึงท่าเรือ ค่าที่พัก 2 คืน ค่าสปีดโบ๊ท จากท่าเรือไปเกาะ ค่าดำน้ำ 1 วัน
ไปถึงสนามบินหาดใหญ่ประมาณ 7.30 น. ก็มีคนขับรถตู้โทรมาบอกให้ไปรอตรงจุดนัดหมาย ระหว่างที่รอรถมารับ ส่วนใหญ่คนที่ลงเครื่องมาก็มุ่งหน้าไปเกาะหลีเป๊ะกันทั้งนั้นเลย เพราะมีรถตู้จากบริษัทฯ ทัวร์ต่างๆ วิ่งมารับน่าจะเกือบๆ 10 คัน เรานั่งรถตู้จากหาดใหญ่ไปท่าเรือปากบารา คนขับบอกว่าใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
พอนั่งมาได้ประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ รถก็จอดแวะที่หน้าร้านขายของชำในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง คนขับบอกว่าให้ซื้อของกินของใช้จากร้านนี้ได้เลย เพราะบนเกาะของจะแพง พ่อเราถามคนขับว่าแถวๆ ท่าเรือไม่มีเซเว่นหรอ คนขับบอกว่ามีแต่ต้องเดินไกล เราก็เลยซื้อพวกมาม่าคัพ น้ำ กะขนมเล็กน้อย (แต่พอไปถึงท่าเรือจริงๆ แล้ว เซเว่นอยู่ไม่ไกลเลยนะ _ _”)
นั่งรถต่อไปอีกประมาณ 40 นาที ก็ถึงท่าเรือปากบารา คนขับรถก็พาเราไปรับบัตรคิวขึ้นเรือ เราได้เรือชื่อว่า บันดาหยา ได้เรือรอบ 11 โมง พวกกระเป๋าสัมภาระต่างๆ เค้าให้กองรวมกันไว้ เค้าจะไปโหลดไว้ใต้ที่นั่งบนเรือให้ ระหว่างนั้นเราก็ไปเดินหาข้าวกินกันซะหน่อย เพราะตั้งแต่ออกจากบ้านมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องกันเลย _ _”
จากตรงจุดรับตั๋วเรือ ก็เดินข้ามฝั่งมาเข้าสู่ท่าเรือ ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าท่าเรือคนละ 20 บาท ระหว่างทางก็มีขนมของฝาก แล้วก็รูปถ่ายที่แปะใส่จานวางขายอยู่ เดินเข้ามาที่ท่าเรือก็มีคนรอเยอะอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทย ยุโรป แล้วก็มีคนจีนบ้างไม่เยอะมาก รอเรือเข้ามารับอยู่สักพัก เกือบๆ เที่ยง เค้าจะเรียกขึ้นเรือตามคิวลำละประมาณ 40 คน ลำที่เราขึ้นมีต่างชาติอยู่ 5 คน นอกนั้นก็คนไทยทั้งลำเลย มาจากเชียงใหม่ก็ปาเข้าไปครึ่งลำ (รู้เพราะได้ยินเค้าคุยกันเป็นภาษาเหนือ พ่อเราเลยเข้าไปทักทายเพราะคนบ้านเดียวกัน ^^)
จากท่าเรือไปถึงเกาะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ซึ่งระหว่างทางจะแวะให้อยู่ 2 จุด นั่งมาประมาณ 1 ชม. ก็มาถึงจุดแรก คือ เกาะตะรุเตามั้ง ก็แวะให้ถ่ายรูปประมาณ 15 นาที เป็นแค่จุดชมวิว ไม่ค่อยมีไรมาก เป็นชายหาดมีป้ายติดว่าห้ามลงเล่นน้ำด้วย น่าจะเพราะเป็นจุดที่มีเรือวิ่งเข้าออกตลอดมั้ง ก่อนเดินเข้าไปต้องซื้อบัตรสำหรับเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท เค้าบอกว่าบัตรนี้ต้องติดตัวเราตลอดเวลาอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ เพราะไม่ว่าจะไปเกาะไหนเค้าก็จะถามหาบัตร ถ้าไม่มีก็ต้องซื้อใหม่
นั่งเรือต่อมาอีกประมาณ 20 นาที ก็มาแวะจุดที่ 2 คือ เกาะไข่ ที่มีซุ้มอุโมงค์ให้คู่รักไปเดินรอด แต่เราไม่ได้เดินไป เพราะแค่ลงจากเรือเดินขึ้นหาดมาก็ต้องสะดุ้งกับแสดงแดดที่แผดเผา อีกทั้งมองไปคนก็เยอะด้วย เลยเดินเล่นอยู่ใกล้ๆ เรือ
นั่งเรือต่อไปอีกประมาณ 40 นาที ก็มาถึงเกาะหลีเป๊ะละค่ะ พอลงจากเรือรอรับของ ที่พักต่างๆ เค้าก็จะมีเจ้าหน้าที่มารอรับ ส่วนของเราพักที่ ศลิษา รีสอร์ท ตามที่ทัวร์แจ้งไว้คือเราต้องหาเรือหางยาวหรือแท็กซี่ต่อไปที่พักเอาเอง เราก็มองหาเรือหางยาวก็มีเรือมาจอดอยู่เต็มเลย แต่ส่วนใหญ่เค้ามาส่งคน ไม่ได้มารับคน เราเลยไม่กล้าเดินไปขึ้น ก็เลยถามคนแถวนั้นเค้าเลยบอกให้เดินเข้าซอยวอร์คกิ้งไป จะเจอแท็กซี่ใกล้ๆ เซเว่น แท็กซี่ที่นี่จะเป็นรถมอไซค์พ่วงข้างค่ะ ค่าบริการคนละ 50 บาท จากวอร์คกิ้งไปที่พักก็ดูเหมือนไม่ไกลมาก แต่ถ้าเดินก็น่าจะเหนื่อยพอสมควร ช่วงนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมาเลย เพราะถือของ แล้วแดดก็ร้อนเลยรีบเดิน รีบขึ้นรถ
แล้วก็มาถึงที่พักของเราค่ะ ศลิษา รีสอร์ท เป็นที่พักติดชายหาด ไปถึงปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็ต้อนรับด้วยการเอาน้ำอัญชันมะนาวมาให้ดื่มคนละแก้วเล็กๆ พอให้ได้ชื่นใจ ที่หาดนี่น้ำใสมากค่ะ เดินลงไปนิดเดียวก็มองเห็นปลาตัวเล็กๆ แล้วก็จะมีกอปะการังอยู่ไม่ไกลมาก แต่น้ำลึกขาเหยียบไม่ถึงพื้น ต้องดำน้ำไปดูน่าจะเห็นปลาเยอะอยู่ค่ะ เราว่ายน้ำไปไม่เป็น เลยได้แค่พายเรือคายัคไปวนดูรอบๆ ยังมองเห็นปลาเลย แต่เราไม่ชอบอย่างนึงคือมันจะมีเรือมาจอดอยู่ตรงนี้ตามรูป เวลามีเรือเข้าออกเล่นน้ำอยู่ก็ต้องระวัง แล้วก็เวลาเค้าติดเครื่องเรือก็จะเหม็นควันเหม็นน้ำมัน เลยเล่นน้ำไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่
พอเล่นน้ำกันได้สักพักก็เริ่มหิวค่ะ เลยคิดว่าจะลองเดินไปวอร์คกิ้งสตรีทดู ถ้าเหนื่อยหรือไปไม่ถึงก็แวะหาข้าวกินตามข้างทางก็ได้ เพราะตอนที่นั่งแท็กซี่มาก็เห็นมีร้านอาหารอยู่บ้าง
อาบน้ำเสร็จก็ออกเดินทางค่ะ ก็เจอนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เดินออกมาเป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม คาดว่าน่าจะไปวอร์คกิ้งเหมือนกัน เลยคิดว่ามันไม่น่าจะไกลมาก เดินไปเรื่อยๆ ประมาณไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงทางเข้าแล้วค่ะ คือที่แท็กซี่พามาน่าจะเป็นทางอ้อมสำหรับรถวิ่งมันเลยดูไกล เราก็เดินเล่นทะลุออกไปอีกฝั่ง เป็นหาดที่ลงเรือมาตอนแรก แล้วก็เดินกลับมาหาข้าวกิน เสร็จแล้วก็กลับที่พัก
เช้ามาวันที่สอง ก็ไปกินอาหารเช้าตรงล็อบบี้รีสอร์ท แล้วก็ไปเตรียมตัวออกไปดำน้ำ ตามโปรแกรมจะพาไปแวะ 6 ที่ ตอนออกไปนี่แดดเปรี้ยงมากค่ะ แต่พอใกล้ๆ ถึงจุดที่ 1 เมฆเริ่มครึ้มมาละ พอลงน้ำเท่านั้นแหละ ฝนก็ตกลงมา แต่ไม่หนักมาก พอปรอยๆ ให้เย็นๆ จุดที่ 2 หาดหินงามค่ะ หาดนี้เรียกถามหาบัตรเข้าอุทยานด้วย ไปดำน้ำก็ต้องพกบัตรไปนะคะ หินดำเงาสวยงามมากค่ะ แต่ฟ้ามันครึ้มๆ ฝนจะตก แดดไม่มี เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเยอะ ถ้าแดดจ้าๆ กระทบกับหินและน้ำทะเล น่าจะสวยงามทีเดียว พอไปดำน้ำจุดที่ 3 ฝนก็ตกลงมาหนักเลยค่ะ ดำน้ำมองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย เพราะน้ำมันขุ่น ก็เลยขึ้นเรือต่อไปจุดที่ 4 เป็นหาดทรายขาวๆ แวะพักกินข้าวกล่องกันที่นี่ ตอนนั้นแดดเริ่มออกละ เสร็จแล้วก็ไปดำต่ออีก 2 จุด เวลาแดดออกแรงๆ จะเห็นแสงแดดกระทบกับน้ำและปะการังด้านล่างสวยงามมากค่ะ เรารวมรูปใต้ทะเลไว้ทีเดียวเลยเนาะ ก็จะมีรูปที่เราถ่ายเองบ้าง ละก็เอาจากจากกล้องของพี่คนขับเรือบ้าง พี่เค้าจะดำลงไปใต้น้ำลึก ไปซูมปะการังกับปลานีโม่มาให้ค่ะ พอดีกล้องกันน้ำเราพังกลางทะเลซะงั้น เลยได้รูปมานิดเดียวเอง เสียดายมากกก แต่ก็ดูด้วยตาและเก็บความสวยงามไว้ในความทรงจำ ^^
ดำน้ำเสร็จกลับมาที่พักก็ประมาณบ่ายสองกว่าๆ ก็อาบน้ำแล้วก็นอนพักกันค่ะ รู้สึกว่าเหนื่อยเพลียมากๆ ตอนเย็นๆ ก็ออกไปเดินเล่นที่วอร์คกิ้งแล้วก็หาข้าวกินอีก เช้ามาก็เช็คเอ้าท์ออกตอน 10 โมงค่ะ เพราะเราต้องขึ้นเรือกลับตอน 11 โมง รู้สึกว่ายังไม่อยากกลับเลยย ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีกค่ะ เรารวมรูปวิวอื่นๆ ไว้ข้างล่างนี้นะ
...ลาไปด้วยเจ้าปูเสฉวนตัวน้อย...
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น