คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ไทยน่าจะเอาแบบอย่างฝรั่ง ที่ใช้ มิสเตอร์ มิส มิสซิส(ซิปปี้ 555)
คำนำหน้าชื่อ หรือ คำนำหน้านาม[1] คือคำที่ใส่เพิ่มไปในชื่อของบุคคลเพื่อบ่งบอกถึงสถานภาพ เช่น การศึกษา ยศตำแหน่ง หรือบรรดาศักดิ์ อาทิ นาย นาง นางสาว ศาสตราจารย์ พันเอก เจ้าชาย กษัตริย์ จักรพรรดิ ฯลฯ ในบางวัฒนธรรมอาจใช้คำแทรกระหว่างชื่อตัวกับนามสกุล เช่น Graf ในชุมชนภาษาเยอรมัน หรือ พระคาร์ดินัลในตำแหน่งบาทหลวงโรมันคาทอลิก
แต่เดิมประเทศไทย ไม่มีการใช้คำนำหน้าชื่อเป็นกิจลักษณะ ต่อมาเมื่อมีการประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้ พระราชบัญญัติให้ใช้คำนำหน้าชื่อชนต่าง ๆ (ณ วันพุธ เดือน 10 ขึ้น 7 ค่ำ ปีระกาตรีศก) ซึ่งกำหนดคำนำหน้าชื่อ อยู่สำหรับ หญิงและชาย ซึ่งเป็นสามัญชนไว้เพียง 3 คำ ได้แก่ นาย อ้าย และ อี
https://th.wikipedia.org/wiki/คำนำหน้าชื่อ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประกาศพระราชบัญญัติให้ใช้คำนำหน้าชื่อชนต่างๆ
(ณ วันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีระกาตรีศก)
มีพระบรมราชโองการ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า คนในพระราชอาณาจักรมิใช่จีนมิใช่ฝรั่ง แขก ญวน พม่า มอญ ซึ่งมาแต่เมืองจีน เมืองฝรั่ง เมืองแขก เมืองญวน เมืองพม่า เมืองมอญ แลมิใช่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ชีพ่อพราหมณ์ หลวงญวน หลวงจีน บาดหลวงฝรั่ง โต๊ะแขก รูปชี แพทย์หมอ แลครูอาจารย์สอนหนังสือก็ดี ยกเสียแต่ข้าราชการที่มีชื่อตามบรรดาศักดิ์ แต่หมื่นขึ้นไปถึงสมเด็จเจ้าพระยาแลเจ้าพระยาก็ดี แลยกเสียแต่พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ แลเจ้าประเทศราช แลเจ้าซึ่งเป็นบุตรตหลานพี่น้องของเจ้าประเทศราช ตลอดลงไปจนท้าวเพี้ยในเมืองลาว พระยาพระในเมืองเขมรตองกูตวนเจะในเมืองมลายู จ่ากังในพวกกระเหรี่ยงก็ดีแล้ว
ชายสามัญทั้งปวงมีคำนำหน้าชื่ออยู่แต่สองอย่างคือ นายอย่างหนึ่ง อ้ายอย่างหนึ่ง ตั้งแต่นายยามหุ้มแพรมหาดเล็ก แลนายเวรตำรวจ นายม้าจูง นายท้ายช้าง ลงไปจนตัวเลกหมู่ไพร่หลวงสามัญ มิใช่ไพร่หลวงมหันตโทษ แลนักโทษที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ แลขาดบรรดาศักดิ์ก็ดี ไพร่สมกำลัง แลลูกหมู่มิใช่ทาสมิใช่เชลยก็ดี มีคำนำชื่อว่า นาย ทั้งหมด
ตัวแลลูกหมู่ไพร่หลวงมหันตโทษ แลนักโทษที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ แลขาดบรรดาศักดิ์แล้ว แลตัวแลลูกหมู่ ทาส เชลย ทั้งปวงมีคำนำหน้าชื่อว่า อ้าย หญิงเช่นชายที่มีคำนำหน้าชื่อว่าอ้ายทั้งปวงนั้น ย่อมมีคำนำหน้าชื่อว่า อี ทั้งสิ้น
แต่หญิงอื่นจากที่ต้องมีลักษณะจะเรียกว่า อี นั้น ถ้าเป็นพระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ก็เรียกว่าพระองค์เจ้า หม่อมเจ้าตามที่ ถ้าต้องโทษถอดจากบรรดาศักดิ์พระองค์เจ้าหม่อมเจ้าก็เรียกว่า หม่อม บุตรชายหญิงของหม่อมเจ้าก็เรียกว่าหม่อมเหมือนกันกับราชนิกูลที่ไม่มีชื่อตำแหน่ง ทั้งชายหญิงก็เรียกว่า หม่อม
แต่ในกาลทุกวันนี้เจ้าราชนิกูล ผู้หญิงเชื้อพระวงศ์ที่สนิทในพระเจ้าอยู่หัว เขาเรียกกันว่าคุณว่าเจ้าคุณบ้าง ข้างในใช้ชิดพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมมหาราชวังแลพระบวรราชวัง มีคำนำหน้าว่าเจ้าจอม ถ้ามีพระองค์เจ้าก็มีคำนำหน้าเพิ่มเข้าว่าเจ้าจอมมารดา จอมเปล่าก็ขาดไป ท่านเจ้าจอมก็เกินไป
เจ้าจอมอยู่งานในแผ่นดินที่ล่วงลับแล้ว ที่สูงอายุแล้วใช้ราชการออกข้างหน้าได้ เรียกว่าเจ้าจอมเถ้าแก่
พนักงานข้างในทั้งปวงที่ไม่ได้เป็นเจ้าแลราชนิกูลเรียกว่า หม่อมพนักงานทั้งสิ้น
หม่อมพนักงานที่สูงอายุแล้วใช้ราชการออกข้าหน้าก็ดี หญิงหม้ายภรรยาข้าราชการที่ผัวถึงอสัญกรรม ถึงแก่กรรมบ้าง ผัวหย่าร้างบ้าง เข้ามารับราชการเช่นนั้นก็ดี บรรดาหญิงสูงอายุที่มิใช่เจ้าจอมเก่า ซึ่งรับราชการเช่นกับเจ้าจอมเฒ่าแก่นั้น เรียกว่าท่านเฒ่าแก่
หญิงมีบรรดาศักดิ์ในตำแหน่งมีชื่อตามบรรดาศักดิ์ มีคำนำว่าท้าว แต่กาลบัดนี้หญิงที่ไม่มีชื่อตามบรรดาศักดิ์ แต่ว่าราชการแทนท้าวหรือเทียบที่ท้าว ก็มีคำว่า ท้าว หน้าชื่อเดิม ว่าท่านท้าวก็เกินไป
นายโขลนที่เป็นจ่าทนายเรือน ก็มีคำนำหน้าชื่อว่า ทนายเรือน ข้างในใช้ชิดของพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าทั้งปวง ที่มิใช่พระองค์เจ้าหม่อมเจ้าก็เรียกหม่อมทั้งสิ้น
ภรรยาหลวงข้าราชการที่ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการที่ถือศักดินาตั้งแต่นา ๑๐๐๐๐ ลงมาจนถึง ๔๐๐ ก็ดี ที่ได้พระราชทานเครื่องยศตามบรรดาศักดิ์ ก็มีคำว่าท่านผู้หญิงว่าท่านนำหน้าชื่อ ที่ไม่ได้พระราชทานเครื่องยศบรรดาศักดิ์ก็ดี เป็นอนุภริยามิใช่ทาสภริยาที่มีบุตรด้วยกันก็ดี หญิงบุตรหลานข้าราชการที่มีบรรดาศักดิ์ก็ดี หญิงยังไม่มีผัวก็ดี ไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อทั้งสิ้น
ภรรยาข้าราชการที่ต่ำนาน ๔๐๐ ลงมา จนถึงไพร่หลวง ไพร่สมทั้งปวง ยกแต่หญิงมหันตโทษทาสเชลยที่ต้องลักษณะ จะเรียกว่าอีแล้วมีคำนำหน้าชื่อว่าอำแดง
เด็กสามัญที่ยังไม่ได้โกนจุกอายุไม่เกินกว่า ๑๓ ปี ทั้งชายหญิงที่นอกจากจะเรียกว่าอ้ายว่าอีแล้ว จะเรียกว่าหนูนำหน้าชื่อก็ควร
ประกาศมา ณ วันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีระกาตรีศก ศักราช ๑๒๒๓ หรือวันที่๓๗๗๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
ที่มา www.bloggang.com
http://guru.sanook.com/3988/
ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน
นาย
...เมื่อใช้เป็นคํานําราชทินนามเป็นบรรดาศักดิ์ของข้าราชการในราชสํานักในสมัยก่อนเลิกบรรดาศักดิ์ เช่น นายนรินทร์ธิเบศ นายมหานุภาพ นายสุจินดา นายวรการบัญชา...
http://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute/นาย
ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงมีพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๖๐ และเพิ่มเติม ๒๔๖๔ มีข้อกำหนดว่า ให้หญิงที่ยังไม่มีสามี เรียกว่า นางสาว (แปลว่าคำว่านางสาวเพิ่งมีครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๖เด้อ) ที่มีสามีแล้วแต่สามีไม่มีบรรดาศักดิ์ (ทำให้เมียอาศัยรุ่งไม่ได้) ให้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นาง แล้วเอานามสกุลสมามาต่อท้าย เช่นสมานามสกุล อ้วนน่ารัก ภรรยาก็ จะเป็นนางอ้วนน่ารัก และถ้าเป็นหญิงที่สามีมีบรรดาศักดิ์ชั้นพระยา หรือหญิงที่ได้รับพระชทานเครื่องราชอิสริยาภรณืชั้นจุลจอมเกล้าฝ่ายใน ให้มีคำนำหน้านามว่า คุณหญิง
นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงให้ยกเลิกคำนำหน้าชื่อเด็กไทยว่า หนู ตามพระชกฤษฎีกาคำนำหน้านามเด็ก ประกาศ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๖๔ สรุปแล้วกันนะ ว่าเดิมคำว่า หนู น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า อินู จึงไม่สมควรใช้สำหรับเป็นคำนำหน้านามเด็กที่เป็นเชื้อชาติสยามแท้ ดังนั้นเด็กไทยที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปีลงมาให้เรียกว่า เด็กชาย เด็กหญิงแทน ส่วนบุตรข้าราชการชั้นสัญญาบัตร เว้นแต่มีเชื้อเจ้าที่จะมีคำนำหน้าชื่อตามฐานันดรอยู่แล้ว ชาย ให้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นายน้อย หญิง ให้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นางน้อย แต่ต่อมา ได้มีการยกเลิกการใช้คำว่า นายน้อย นางน้อย แต่ยกเลิกเมื่อไหร่ ยังค้นมิเจอ ขออภัยด้วย
ตอบแค่นี้ละเหนื่อยแล้ว ขอไปเอนหลัง หาหมากกินคำก่อนนะ
แหล่งข้อมูล:
ประชุมประกาศรัชกาลที ๔ พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๐๔
https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080922171551AATt6Fz
http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/749
คำนำหน้าชื่อ หรือ คำนำหน้านาม[1] คือคำที่ใส่เพิ่มไปในชื่อของบุคคลเพื่อบ่งบอกถึงสถานภาพ เช่น การศึกษา ยศตำแหน่ง หรือบรรดาศักดิ์ อาทิ นาย นาง นางสาว ศาสตราจารย์ พันเอก เจ้าชาย กษัตริย์ จักรพรรดิ ฯลฯ ในบางวัฒนธรรมอาจใช้คำแทรกระหว่างชื่อตัวกับนามสกุล เช่น Graf ในชุมชนภาษาเยอรมัน หรือ พระคาร์ดินัลในตำแหน่งบาทหลวงโรมันคาทอลิก
แต่เดิมประเทศไทย ไม่มีการใช้คำนำหน้าชื่อเป็นกิจลักษณะ ต่อมาเมื่อมีการประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้ พระราชบัญญัติให้ใช้คำนำหน้าชื่อชนต่าง ๆ (ณ วันพุธ เดือน 10 ขึ้น 7 ค่ำ ปีระกาตรีศก) ซึ่งกำหนดคำนำหน้าชื่อ อยู่สำหรับ หญิงและชาย ซึ่งเป็นสามัญชนไว้เพียง 3 คำ ได้แก่ นาย อ้าย และ อี
https://th.wikipedia.org/wiki/คำนำหน้าชื่อ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประกาศพระราชบัญญัติให้ใช้คำนำหน้าชื่อชนต่างๆ
(ณ วันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีระกาตรีศก)
มีพระบรมราชโองการ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า คนในพระราชอาณาจักรมิใช่จีนมิใช่ฝรั่ง แขก ญวน พม่า มอญ ซึ่งมาแต่เมืองจีน เมืองฝรั่ง เมืองแขก เมืองญวน เมืองพม่า เมืองมอญ แลมิใช่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ชีพ่อพราหมณ์ หลวงญวน หลวงจีน บาดหลวงฝรั่ง โต๊ะแขก รูปชี แพทย์หมอ แลครูอาจารย์สอนหนังสือก็ดี ยกเสียแต่ข้าราชการที่มีชื่อตามบรรดาศักดิ์ แต่หมื่นขึ้นไปถึงสมเด็จเจ้าพระยาแลเจ้าพระยาก็ดี แลยกเสียแต่พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ แลเจ้าประเทศราช แลเจ้าซึ่งเป็นบุตรตหลานพี่น้องของเจ้าประเทศราช ตลอดลงไปจนท้าวเพี้ยในเมืองลาว พระยาพระในเมืองเขมรตองกูตวนเจะในเมืองมลายู จ่ากังในพวกกระเหรี่ยงก็ดีแล้ว
ชายสามัญทั้งปวงมีคำนำหน้าชื่ออยู่แต่สองอย่างคือ นายอย่างหนึ่ง อ้ายอย่างหนึ่ง ตั้งแต่นายยามหุ้มแพรมหาดเล็ก แลนายเวรตำรวจ นายม้าจูง นายท้ายช้าง ลงไปจนตัวเลกหมู่ไพร่หลวงสามัญ มิใช่ไพร่หลวงมหันตโทษ แลนักโทษที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ แลขาดบรรดาศักดิ์ก็ดี ไพร่สมกำลัง แลลูกหมู่มิใช่ทาสมิใช่เชลยก็ดี มีคำนำชื่อว่า นาย ทั้งหมด
ตัวแลลูกหมู่ไพร่หลวงมหันตโทษ แลนักโทษที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ แลขาดบรรดาศักดิ์แล้ว แลตัวแลลูกหมู่ ทาส เชลย ทั้งปวงมีคำนำหน้าชื่อว่า อ้าย หญิงเช่นชายที่มีคำนำหน้าชื่อว่าอ้ายทั้งปวงนั้น ย่อมมีคำนำหน้าชื่อว่า อี ทั้งสิ้น
แต่หญิงอื่นจากที่ต้องมีลักษณะจะเรียกว่า อี นั้น ถ้าเป็นพระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ก็เรียกว่าพระองค์เจ้า หม่อมเจ้าตามที่ ถ้าต้องโทษถอดจากบรรดาศักดิ์พระองค์เจ้าหม่อมเจ้าก็เรียกว่า หม่อม บุตรชายหญิงของหม่อมเจ้าก็เรียกว่าหม่อมเหมือนกันกับราชนิกูลที่ไม่มีชื่อตำแหน่ง ทั้งชายหญิงก็เรียกว่า หม่อม
แต่ในกาลทุกวันนี้เจ้าราชนิกูล ผู้หญิงเชื้อพระวงศ์ที่สนิทในพระเจ้าอยู่หัว เขาเรียกกันว่าคุณว่าเจ้าคุณบ้าง ข้างในใช้ชิดพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมมหาราชวังแลพระบวรราชวัง มีคำนำหน้าว่าเจ้าจอม ถ้ามีพระองค์เจ้าก็มีคำนำหน้าเพิ่มเข้าว่าเจ้าจอมมารดา จอมเปล่าก็ขาดไป ท่านเจ้าจอมก็เกินไป
เจ้าจอมอยู่งานในแผ่นดินที่ล่วงลับแล้ว ที่สูงอายุแล้วใช้ราชการออกข้างหน้าได้ เรียกว่าเจ้าจอมเถ้าแก่
พนักงานข้างในทั้งปวงที่ไม่ได้เป็นเจ้าแลราชนิกูลเรียกว่า หม่อมพนักงานทั้งสิ้น
หม่อมพนักงานที่สูงอายุแล้วใช้ราชการออกข้าหน้าก็ดี หญิงหม้ายภรรยาข้าราชการที่ผัวถึงอสัญกรรม ถึงแก่กรรมบ้าง ผัวหย่าร้างบ้าง เข้ามารับราชการเช่นนั้นก็ดี บรรดาหญิงสูงอายุที่มิใช่เจ้าจอมเก่า ซึ่งรับราชการเช่นกับเจ้าจอมเฒ่าแก่นั้น เรียกว่าท่านเฒ่าแก่
หญิงมีบรรดาศักดิ์ในตำแหน่งมีชื่อตามบรรดาศักดิ์ มีคำนำว่าท้าว แต่กาลบัดนี้หญิงที่ไม่มีชื่อตามบรรดาศักดิ์ แต่ว่าราชการแทนท้าวหรือเทียบที่ท้าว ก็มีคำว่า ท้าว หน้าชื่อเดิม ว่าท่านท้าวก็เกินไป
นายโขลนที่เป็นจ่าทนายเรือน ก็มีคำนำหน้าชื่อว่า ทนายเรือน ข้างในใช้ชิดของพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าทั้งปวง ที่มิใช่พระองค์เจ้าหม่อมเจ้าก็เรียกหม่อมทั้งสิ้น
ภรรยาหลวงข้าราชการที่ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการที่ถือศักดินาตั้งแต่นา ๑๐๐๐๐ ลงมาจนถึง ๔๐๐ ก็ดี ที่ได้พระราชทานเครื่องยศตามบรรดาศักดิ์ ก็มีคำว่าท่านผู้หญิงว่าท่านนำหน้าชื่อ ที่ไม่ได้พระราชทานเครื่องยศบรรดาศักดิ์ก็ดี เป็นอนุภริยามิใช่ทาสภริยาที่มีบุตรด้วยกันก็ดี หญิงบุตรหลานข้าราชการที่มีบรรดาศักดิ์ก็ดี หญิงยังไม่มีผัวก็ดี ไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อทั้งสิ้น
ภรรยาข้าราชการที่ต่ำนาน ๔๐๐ ลงมา จนถึงไพร่หลวง ไพร่สมทั้งปวง ยกแต่หญิงมหันตโทษทาสเชลยที่ต้องลักษณะ จะเรียกว่าอีแล้วมีคำนำหน้าชื่อว่าอำแดง
เด็กสามัญที่ยังไม่ได้โกนจุกอายุไม่เกินกว่า ๑๓ ปี ทั้งชายหญิงที่นอกจากจะเรียกว่าอ้ายว่าอีแล้ว จะเรียกว่าหนูนำหน้าชื่อก็ควร
ประกาศมา ณ วันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีระกาตรีศก ศักราช ๑๒๒๓ หรือวันที่๓๗๗๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
ที่มา www.bloggang.com
http://guru.sanook.com/3988/
ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน
นาย
...เมื่อใช้เป็นคํานําราชทินนามเป็นบรรดาศักดิ์ของข้าราชการในราชสํานักในสมัยก่อนเลิกบรรดาศักดิ์ เช่น นายนรินทร์ธิเบศ นายมหานุภาพ นายสุจินดา นายวรการบัญชา...
http://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute/นาย
ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงมีพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๖๐ และเพิ่มเติม ๒๔๖๔ มีข้อกำหนดว่า ให้หญิงที่ยังไม่มีสามี เรียกว่า นางสาว (แปลว่าคำว่านางสาวเพิ่งมีครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๖เด้อ) ที่มีสามีแล้วแต่สามีไม่มีบรรดาศักดิ์ (ทำให้เมียอาศัยรุ่งไม่ได้) ให้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นาง แล้วเอานามสกุลสมามาต่อท้าย เช่นสมานามสกุล อ้วนน่ารัก ภรรยาก็ จะเป็นนางอ้วนน่ารัก และถ้าเป็นหญิงที่สามีมีบรรดาศักดิ์ชั้นพระยา หรือหญิงที่ได้รับพระชทานเครื่องราชอิสริยาภรณืชั้นจุลจอมเกล้าฝ่ายใน ให้มีคำนำหน้านามว่า คุณหญิง
นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงให้ยกเลิกคำนำหน้าชื่อเด็กไทยว่า หนู ตามพระชกฤษฎีกาคำนำหน้านามเด็ก ประกาศ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๖๔ สรุปแล้วกันนะ ว่าเดิมคำว่า หนู น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า อินู จึงไม่สมควรใช้สำหรับเป็นคำนำหน้านามเด็กที่เป็นเชื้อชาติสยามแท้ ดังนั้นเด็กไทยที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปีลงมาให้เรียกว่า เด็กชาย เด็กหญิงแทน ส่วนบุตรข้าราชการชั้นสัญญาบัตร เว้นแต่มีเชื้อเจ้าที่จะมีคำนำหน้าชื่อตามฐานันดรอยู่แล้ว ชาย ให้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นายน้อย หญิง ให้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นางน้อย แต่ต่อมา ได้มีการยกเลิกการใช้คำว่า นายน้อย นางน้อย แต่ยกเลิกเมื่อไหร่ ยังค้นมิเจอ ขออภัยด้วย
ตอบแค่นี้ละเหนื่อยแล้ว ขอไปเอนหลัง หาหมากกินคำก่อนนะ
แหล่งข้อมูล:
ประชุมประกาศรัชกาลที ๔ พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๐๔
https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080922171551AATt6Fz
http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/749
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คำนำหน้าชื่อทำไมผู้หญิงมี นางและ นางสาว แต่ผู้ชายถึงมีแต่คำว่านายค่ะ
สมัยนี้ผู้หญิงก็เลือกได้แล้วว่าจะยังคงคำนำหน้าว่านางสาวอยู่ได้
ทำไมถึงไม่ยกเลิกล่ะ
สมัยก่อนความสำคัญที่ต้องมีนาง. และนางสาว ในการใช้คำนำหน้าชื่อคืออะไรคะ
ขอบคุณค่ะ ยังหาคำตอบกับคำถามนี้ไม่ได้เลยมาตั้งกระทู้ถามคะ