ตอนเด็กๆเวลาดูหนังคาวบอย เรามักจะได้เห็นชาวอินเดียนแดงขี่ม้า
ไว้ผมทรงประหลาดๆ ทาสีตามตัว ชอบเอามือตบปากร้อง วู้ๆๆๆๆ
เราเคยคิดว่าคนพวกนี้ดูเหมือนคนป่า ดูน่ากลัว
แต่พอเริ่มมาอ่านเรื่องราวของพวกเค้า เรากลับเห็นรู้สึกเศร้า เห็นใจ เสียใจในชะตาชีวิตของพวกเค้า รวมทั้งเคารพและนับถือความทรนงในเกียรติในศักดิ์ศรีของพวกเค้า
บางคนอาจมองว่าอินเดียนแดงเป็นคนป่า เป็นพวกไร้อารยธรรม แต่ถ้าได้ลองศึกษาพวกเค้าอย่างไร้อคติ จะเห็นแง่คิดการใช้ชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของพวกเค้าที่บอกได้ว่าพวกเค้าไม่ใช่คนป่า ไม่ใช่คนไม่รู้ความ ซ้ำยังมีความคำสอนที่คล้ายศาสนาพุทธในบางครั้ง
" อินเดียนแดงเชื่อว่าโลกนี้ มิใช่ของมนุษย์ มนุษย์ต่างหากที่เป็นสมบัติของโลก จำต้องปฏิบัติต่อทุกสิ่งในโลกอย่างให้เกียรติ เพราะถ้าไม่มีสัตว์และพืช เสียสละชีวิต ให้รับประทานเป็นอาหารแล้ว เราก็ย่อมจะดำรงอยู่ไม่ได้ ผู้ใดทำลายผู้คน ทำลายธรรมชาติด้วยแล้ว หายนะจะมาเยือนผู้นั้นในไม่ช้า "
เพียงแต่เป็นชนเผ่าที่จิตวิญญาณผูกพันธ์กับธรรมชาติ รักและเคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
ใจของพวกเค้าเป็นอิสระ ทุกผืนดิน ทุกสายน้ำเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ของที่จะนับเป็นของตัว
ในที่สุดเมื่ออินเดียนแดงลุกขึ้นสู้กับผู้มาใหม่ ผู้ที่เข้ามาถือยึดครองบ้านของพวกเค้า ทั้งสังหาร กดขี่ ซ้ำยังขับไล่พวกเค้าไปเรื่อยๆ ผู้มาใหม่เรียกตัวว่าอเมริกันชน
เรียกตัวว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ที่ต้องมอบความรักให้เพื่อนมนุษย์ แล้วทำไมผู้ใหม่ถึงฆ่าพวกเข้าไม่เว้นกระทั่งเด็กผู้หญิงหรือคนแก่?
แม้ว่าอินเดียนแดงล้มตายกันไปมากมาย แต่จิตวิญญาณที่น่านับถือของพวกเค้าไม่เคยหายไปไหนเลย
บทความนี้ของซิตติ้ง บูล ทำให้เราเริ่มสนใจและตามอ่านเรื่องราวของชาวอินเดียนแดง
" ในขณะที่เรายากจนแต่เราก็มีอิสระ ไม่มีคนขาวคนใด สามารถกำหนดให้เราทำอะไรได้ และหากเราจะต้องตาย เราก็จะตายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของเรา
เราไม่เคยขโมยดินแดนของเขา ไม่เคยขโมยเงินแม้ซักเหรียญเดียว แต่พวกคนขาวกลับบอกว่าเราคือโจร
เราไม่เคยพูดจาดูหมิ่น หรือล่วงเกินผู้หญิงผิวขาว และเขาบอกว่าเราคือคนที่ชั่วช้า
คนขาวเคยเห็นเราเมามายเพราะดื่มเหล้าหรือไม่ ไม่เคยมีใครที่หิวโหยมาหาเราแล้วจากเราไปด้วยท้องอันว่างเปล่า ใครเคยเห็นเราทุบตีลูกเมียบ้างไหม เราขอถามว่า พวกเราทำผิดกฎหมายข้อใดกัน
เราผิดที่เรารักตัวเราหรือ เราชั่วช้าเพราะผิวสีแดงของเราอย่างนั้นหรือ เพราะพวกเราคือชาวซู เพราะเราเกิดในดินแดนที่พ่อเราอยู่อาศัยเช่นนั้นหรือ หรือเพราะว่าเรายอมที่จะตายเพื่อปกป้องชนชาติ และดินแดนของเรา"
(Sitting Bull)
The Last of the Mohicans by Alexandro Querevalú
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราไม่รู้ความหมายของเพลงคืออะไร
แต่สำหรับการตีความของเรา คิดว่าดนตรีเป็นคำพูดบอกแทนเสียงของชาวอินเดียนแดง
ที่กู่ร้องถามโชคชะตาว่าพวกเค้าทำอะไรผิด ทำไมพวกเค้าต้องสูญเสียขนาดนี้
ถึงจะถามด้วยเสียงสั่นไหวแต่ก็ยังมีความหนักแน่นสมเป็นชาวอินเดียนแดง
เพลงดำเนินต่อไปเปลี่ยนเป็นเสียงของคนที่มีความหวัง เสียงที่บอกว่าพวกเค้าจะสู้และไม่ยอมแพ้
คลิปที่แปะมาให้เป็นการเล่นดนตรีของคนอินเดียนแดงในยุคปัจจุบัน มันทำให้อดสะท้อนใจไม่ได้ว่าพวกเค้าเคยเป็นถึงชนเผ่าที่หยิ่งและทระนงในศักดิ์ศรี มาวันนี้ต้องจำยอมให้สังคมกลืนตัวตน กลืนความหยิ่งทระนงของพวกเค้าเพื่อความอยู่รอด ตลอดการฟังเราน้ำตาไหลตลอดเลยค่ะ
พอได้มารู้เรื่องราวของพวกเค้า ตอนฟังเราร้องไห้เลย
ดนตรีมันทั้งเศร้า โหยหวน เจ็บปวด และฟังเหมือนพวกเค้ากำลังอ้อนวอนทวงคืนอิสรภาพ
รูปถ่ายชาวอินเดียนแดงยุคนั้น
จำนวนขนนกที่ประดับหมวกวอร์บอนเนต(War Bonnet) หมายถึงจำนวนของชัยชนะและชีวิตของศัตรู
ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้มีเชื้อสายอินเดียแดงให้ความเชิดชูเสมอ
อีกทั้งยังไม่ใช่เครื่องประดับของสตรี แต่ถือเป็นเครื่องประดับเพื่อให้นักรบชายใส่ออกรบ ปัจจุบันถูกใช้ใส่ในพิธีกรรมสำคัญของชนเผ่าเท่านั้น
สตรีจึงไม่ควรนำหมวกวอร์บอนเนตมาสวมใส่ ถือเป็นความไม่เหมาะสม เพราะภายใต้ความสวยงามของหมวกวอร์บอนเนตนั้น มีความหมายเชิงวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแฝงเร้นอยู่
เราเองเพิ่งติดตามหาอ่านเรื่องอินเดียนแดงได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยรู้เท่าไร เลยไม่กล้าเล่าอะไรมากเพราะข้อมูลยังไม่แน่นพอ กลัวที่เล่าไปจะคลาดเคลื่อนประวัติศาสตร์
อยากให้ท่านที่พอมีความรู้เรื่องชนเผ่าอินเดียนแดงมาช่วยกันแชร์ความรู้หน่อยค่ะ และก็ช่วยแนะนำหนังสือเกี่ยวกับอินเดียนแดงให้เราที อยากรู้วัฒนธรรมของพวกเค้าเพิ่ม เราคิดว่าพวกเค้ามีเสน่ห์นะคะ แค่การแสดงในคลิปที่แปะไว้ยังดึงดูดได้ขนาดนี้ สำหรับเรามันเป็นการแสดงที่ดูมีพลังและน่าสนใจมาก
ขอบคุณค่ะ
อินเดียนแดงเป็นชนเผ่าที่เราคิดว่ามีเสน่ห์มาก เรื่องราวของพวกเค้ามันมีทั้งน่าเศร้าสลดใจ และน่ายกย่องชื่นชม
ลองศึกษาพวกเค้าดูแล้วคุณจะหลงเสน่ห์พวกเค้า
ปล. ความรู้เล็กๆ ภาษาอังกฤษในอดีตได้เรียกพวกเค้าว่า Red Indian แต่ได้เลิกใช้แล้วโดยถือว่าเป็นคำไม่สุภาพในการกล่าวถึง โดยใช้คำว่า Indian หรือ Native American แทน
มาคุยเรื่อง ชาวอินเดียนแดง กันค่ะ
ไว้ผมทรงประหลาดๆ ทาสีตามตัว ชอบเอามือตบปากร้อง วู้ๆๆๆๆ
เราเคยคิดว่าคนพวกนี้ดูเหมือนคนป่า ดูน่ากลัว
แต่พอเริ่มมาอ่านเรื่องราวของพวกเค้า เรากลับเห็นรู้สึกเศร้า เห็นใจ เสียใจในชะตาชีวิตของพวกเค้า รวมทั้งเคารพและนับถือความทรนงในเกียรติในศักดิ์ศรีของพวกเค้า
บางคนอาจมองว่าอินเดียนแดงเป็นคนป่า เป็นพวกไร้อารยธรรม แต่ถ้าได้ลองศึกษาพวกเค้าอย่างไร้อคติ จะเห็นแง่คิดการใช้ชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของพวกเค้าที่บอกได้ว่าพวกเค้าไม่ใช่คนป่า ไม่ใช่คนไม่รู้ความ ซ้ำยังมีความคำสอนที่คล้ายศาสนาพุทธในบางครั้ง
" อินเดียนแดงเชื่อว่าโลกนี้ มิใช่ของมนุษย์ มนุษย์ต่างหากที่เป็นสมบัติของโลก จำต้องปฏิบัติต่อทุกสิ่งในโลกอย่างให้เกียรติ เพราะถ้าไม่มีสัตว์และพืช เสียสละชีวิต ให้รับประทานเป็นอาหารแล้ว เราก็ย่อมจะดำรงอยู่ไม่ได้ ผู้ใดทำลายผู้คน ทำลายธรรมชาติด้วยแล้ว หายนะจะมาเยือนผู้นั้นในไม่ช้า "
เพียงแต่เป็นชนเผ่าที่จิตวิญญาณผูกพันธ์กับธรรมชาติ รักและเคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
ใจของพวกเค้าเป็นอิสระ ทุกผืนดิน ทุกสายน้ำเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ของที่จะนับเป็นของตัว
ในที่สุดเมื่ออินเดียนแดงลุกขึ้นสู้กับผู้มาใหม่ ผู้ที่เข้ามาถือยึดครองบ้านของพวกเค้า ทั้งสังหาร กดขี่ ซ้ำยังขับไล่พวกเค้าไปเรื่อยๆ ผู้มาใหม่เรียกตัวว่าอเมริกันชน
เรียกตัวว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ที่ต้องมอบความรักให้เพื่อนมนุษย์ แล้วทำไมผู้ใหม่ถึงฆ่าพวกเข้าไม่เว้นกระทั่งเด็กผู้หญิงหรือคนแก่?
แม้ว่าอินเดียนแดงล้มตายกันไปมากมาย แต่จิตวิญญาณที่น่านับถือของพวกเค้าไม่เคยหายไปไหนเลย
บทความนี้ของซิตติ้ง บูล ทำให้เราเริ่มสนใจและตามอ่านเรื่องราวของชาวอินเดียนแดง
" ในขณะที่เรายากจนแต่เราก็มีอิสระ ไม่มีคนขาวคนใด สามารถกำหนดให้เราทำอะไรได้ และหากเราจะต้องตาย เราก็จะตายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของเรา
เราไม่เคยขโมยดินแดนของเขา ไม่เคยขโมยเงินแม้ซักเหรียญเดียว แต่พวกคนขาวกลับบอกว่าเราคือโจร
เราไม่เคยพูดจาดูหมิ่น หรือล่วงเกินผู้หญิงผิวขาว และเขาบอกว่าเราคือคนที่ชั่วช้า
คนขาวเคยเห็นเราเมามายเพราะดื่มเหล้าหรือไม่ ไม่เคยมีใครที่หิวโหยมาหาเราแล้วจากเราไปด้วยท้องอันว่างเปล่า ใครเคยเห็นเราทุบตีลูกเมียบ้างไหม เราขอถามว่า พวกเราทำผิดกฎหมายข้อใดกัน
เราผิดที่เรารักตัวเราหรือ เราชั่วช้าเพราะผิวสีแดงของเราอย่างนั้นหรือ เพราะพวกเราคือชาวซู เพราะเราเกิดในดินแดนที่พ่อเราอยู่อาศัยเช่นนั้นหรือ หรือเพราะว่าเรายอมที่จะตายเพื่อปกป้องชนชาติ และดินแดนของเรา"
(Sitting Bull)
คลิปที่แปะมาให้เป็นการเล่นดนตรีของคนอินเดียนแดงในยุคปัจจุบัน มันทำให้อดสะท้อนใจไม่ได้ว่าพวกเค้าเคยเป็นถึงชนเผ่าที่หยิ่งและทระนงในศักดิ์ศรี มาวันนี้ต้องจำยอมให้สังคมกลืนตัวตน กลืนความหยิ่งทระนงของพวกเค้าเพื่อความอยู่รอด ตลอดการฟังเราน้ำตาไหลตลอดเลยค่ะ
พอได้มารู้เรื่องราวของพวกเค้า ตอนฟังเราร้องไห้เลย
ดนตรีมันทั้งเศร้า โหยหวน เจ็บปวด และฟังเหมือนพวกเค้ากำลังอ้อนวอนทวงคืนอิสรภาพ
จำนวนขนนกที่ประดับหมวกวอร์บอนเนต(War Bonnet) หมายถึงจำนวนของชัยชนะและชีวิตของศัตรู
ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้มีเชื้อสายอินเดียแดงให้ความเชิดชูเสมอ
อีกทั้งยังไม่ใช่เครื่องประดับของสตรี แต่ถือเป็นเครื่องประดับเพื่อให้นักรบชายใส่ออกรบ ปัจจุบันถูกใช้ใส่ในพิธีกรรมสำคัญของชนเผ่าเท่านั้น
สตรีจึงไม่ควรนำหมวกวอร์บอนเนตมาสวมใส่ ถือเป็นความไม่เหมาะสม เพราะภายใต้ความสวยงามของหมวกวอร์บอนเนตนั้น มีความหมายเชิงวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแฝงเร้นอยู่
เราเองเพิ่งติดตามหาอ่านเรื่องอินเดียนแดงได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยรู้เท่าไร เลยไม่กล้าเล่าอะไรมากเพราะข้อมูลยังไม่แน่นพอ กลัวที่เล่าไปจะคลาดเคลื่อนประวัติศาสตร์
อยากให้ท่านที่พอมีความรู้เรื่องชนเผ่าอินเดียนแดงมาช่วยกันแชร์ความรู้หน่อยค่ะ และก็ช่วยแนะนำหนังสือเกี่ยวกับอินเดียนแดงให้เราที อยากรู้วัฒนธรรมของพวกเค้าเพิ่ม เราคิดว่าพวกเค้ามีเสน่ห์นะคะ แค่การแสดงในคลิปที่แปะไว้ยังดึงดูดได้ขนาดนี้ สำหรับเรามันเป็นการแสดงที่ดูมีพลังและน่าสนใจมาก
ขอบคุณค่ะ
อินเดียนแดงเป็นชนเผ่าที่เราคิดว่ามีเสน่ห์มาก เรื่องราวของพวกเค้ามันมีทั้งน่าเศร้าสลดใจ และน่ายกย่องชื่นชม
ลองศึกษาพวกเค้าดูแล้วคุณจะหลงเสน่ห์พวกเค้า
ปล. ความรู้เล็กๆ ภาษาอังกฤษในอดีตได้เรียกพวกเค้าว่า Red Indian แต่ได้เลิกใช้แล้วโดยถือว่าเป็นคำไม่สุภาพในการกล่าวถึง โดยใช้คำว่า Indian หรือ Native American แทน