เรื่องราวคือเรามาเรียนอยู่ออสเตรเลียแล้วมีเพื่อนเป็นผู้ชายปากีสถานเป็นมุสลิมรู้จักมาสี่ปี เจอครั้งแรกในเว็บออนไลน์ของที่ออสคะ ช่วงที่รู้จักกันเค้าก็พูดคุยลักษณะชอบพออยากเจอ อยากคุยแต่เราไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะสี่ปีที่รู้จักกันเรามีแฟนมาตลอด แต่ก็จะส่งข้อความ โทรหากันบ้าง จนมาปีนี้เราเลิกกับแฟน เราเศร้าซึมเครียดมาก เราจึงหันไปทักเพื่อนเราคนนี้ จนคุยกันทุกวันเจอกันบ่อยมากขึ้น แต่ทีผ่านมาเราไม่เคยสนใจว่าเค้าจะมีแฟนมั้ยหรือมีใครรึป่าว จนถึงตอนนี้ลองเลียบเคียงถาม เค้าว่าเค้าไม่มีแฟน จนวันนึงเราตัดสินใจจะทำธุรกิจร้านนวดด้วยกัน คือเราสองคนมีงานประจำแต่แค่อยากมีธุรกิจ แล้วเราสองคนก็ต่างคนต่างได้สัญชาติออสเตรเลียแล้ว เราคิดอะไรไม่ออก แต่แน่นอนคือไม่ทำร้านอาหาร ร้านกาแฟ เลยอยากเปิดร้านนวด เค้าตกลงใจร่วมหุ้นกับเรา เราคุยกันปรึกษากันตลอด เรารู้สึกดีดี กับเค้ามาก เค้าเองก็ดีกับเรามาก พาไปกินข้าว ชอปปิ้ง ออกเงินให้ตลอด เอาใจ โรแมนติกมากน่ารัก เค้าบอกคิดถึงแต่ไม่เคยบอกรักหรือขอเป็นแฟน ไม่เคยแม้แต่จับมือถือแขนกันเลย เค้าชวนเราไปเที่ยวหาครอบครัวเค้าที่ปากีสถาน ซึ่งเราสับสนมากว่าเค้าชอบเราแบบไหนกันแน่ แต่เราไม่กล้าออกตัวก่อน เพราะกังวลเรื่อง ศาสนาและความเป็นอยู่เราถามเค้าว่าทำไมอยากทำร้านนวด แล้วทำไมไว้ใจเรา เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้สนใจธุรกิจนวด แค่อยากลงเงินทำอะไรซักอย่างร่วมกันกับเรา แล้วก็ไว้ใจเชื่อใจเรามาก เราลองถามเค้าตรงๆว่าทำไมต้องดีกับเรา แล้วเค้าใจดีแบบนี้กับเพื่อนทุกคนรึป่าว เค้าบอกว่าเราน่ารักมาก สำหรับเค้า แล้วทุกครั้งที่เจอเรา เค้ารู้สึกดีและมีความสุขมาก และเค้าก็เป็นแค่กับเราคนเดียว บางครั้งเราทำงานไม่ได้ตอบข้อความ หรือรับสายเค้าจะเป็นกังวลมากว่าเราจะหายไปไม่คุยด้วย แต่ใจจริงเราก็ชอบแอบส่องเค้าเป็นประจำ คือเพื่อนๆคิดว่า เค้าชอบเราแบบเพื่อนอย่างที่เราเป็นอยู่จริงๆมั้ยคะ เราจะได้ไม่มโนไปเองมากไปกว่านี้ พยายามทำตัวเองให้วางใจเป็นกลางไม่คิดมากเกินเพื่อน เพราะจริงๆ คิดเกินไปแล้ว เพื่อนๆคิดเห็นว่าไงคะ เรื่องของตัวเองเหมือนเส้นผมบังภูเขาเลยคะ
ระหว่างเราสถานะไหน