สวัสดีครับ วันนี้ จะมาเล่าประสบการณ์ ในการดูแล ครรภ์แฝด จากวิทยาศาสตร์ หรือ แฝดเทียม ให้อ่านกันครับ ยาวหน่อยนะครับ
จากกระทู้นี้ครับ
https://pantip.com/topic/35931044
เกริ่นก่อนครับ แฝดแท้ คือ เกิดจากการที่เชื้อ 2 ตัวจะเติบโตในไข่ใบเดียวกัน ดังนั้น หน้าตาจะเหมือนกันมากส่วนของผม เป็น แฝดเทียม แฝดที่เกิดจาก ไข่คนละใบ เชื้อคนละตัว ผสมกับไข่ของแม่คนละฟอง หน้าตา จะดูต่างกัน แต่มีส่วนคล้ายๆกัน ถ้าดูจากภายนอก จะไม่ทราบเลยว่าเป็นแฝดครับ
ข้อมูลพวกนี้ ผมก็เพิ่งรู้จากการที่เมียท้องนี่ล่ะครับ หาอ่านเอาไว้คุยกับ พันระยา เดี๋ยวจะคุยกับเธอไม่รู้เรื่อง
หลังจากกระทู้ก่อน มีหลายคนตั้งคำถามมากมายทั้งใน Inbox และ comments เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในครั้งนี้
ในเรื่องของค่าใช้จ่าย เราทั้งคู่อยู่ในขั้นตอนเริ่มแรก คือการฉีดเชื้อ นำเชื้อจากพ่อวัวอย่างผมใส่อุปกรณ์คล้ายจรวด แฟนบอกมานะครับ แต่ รูปร่าง มันจะต่างกับจรวดผมนะ คุณหมอจะเป็นคนกดปุ่มปล่อยกระสวยอวกาศ นับถอยหลัง 3 . 2 .1 ยิง.......
จากนั้นรอฟังผลครับ เรานั้นโชคดีมากๆครับ ที่ติดในครั้งแรกที่เริ่มกระบวนการผลิด ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ รวมถึงการเตรียมตัว เตรียมร่างกายก่อนเข้ากระบวนการฉีด ไปครั้งละ ประมาณ 2 – 4000 บาท ทั้งหมด ประมาณ 30000 บาทครับ ถ้ามีการฝังหรือผสมตัวอ่อนลงไป ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านี้ครับ
ครั้งแรกที่ตรวจเจอว่าแฝดสาม ไข่ สามฟอง เล็ก กลาง ใหญ่ ในตัว พันระยา ผมแทบเอาเท้า ก่ายหน้าผาก แต่ หลังจากนั้น เดือนนึง ธรรมชาติ ได้คัดกรอง ให้เหลือแฝดสอง ส่งใบเล็กที่สุดหลุดไปในธรรมชาติ
เราก็เข้าสู่กระบวนการตรวจ โครโมโซม กันครับ อันนี้ ลุ้นผลมาก ก ไก่ 75 ล้านตัว ว่าผลจะเป็นอย่างไร ดาว์นหรือซื้อสด ถ้าดาวน์ ทั้งคู่ไม่ยาก แต่ถ้า ดาวน์คนเดียว อันนี้เรื่องใหญ่ ลุ้นกันไปทุกวันเลยครับ
สุดท้ายก็ปกติดี ไม่มีดาวน์ทั้งคู่ โล่งใจสุดๆไป 1 ดอก
มาถึงเรื่องฝากครรภ์ครับ อันนี้จากประสบการณ์ตรงเลยนะครับ สำหรับท่านใดที่เลือกคุณหมอผู้เชี่ยวชาญแล้ว ลองสอบถามข้อมูลก่อนนะครับ ว่า คุณหมอที่เราปรึกษา ท่านลงทำคลอดที่ โรงพยาบาลไหนบ้าง
เรามีประสบการณ์มาแล้วครับ คุณหมอผู้ดูแลเราลงที่ รพ.เกษมราษฏร์ และ รพ.BNH แม่จ้าว.... ขึ้นชื่อทั้งนั้น คุณหมอก็แนะนำว่า ถ้าสู้ไม่ไหว ลองไปฝากที่ รพ.รัฐบาลก็ได้
เอาไงดี เรามองหน้ากัน
สุดท้ายด้วยเงื่อนไขของฐานะและรายได้ เราจึงเลือกที่จะไปปรึกษาที่ รพ.ของรัฐบาล หอบหิ้วใบรายงานผลการตั้งครรภ์จากคลีนิกไปด้วย
ครั้งแรก นั่งรอกัน 2 ชั่วโมง พอถึงคิว นั่งปุ๊บ คุณหมอสอบถามข้อมูลอย่างเป็นมิตร เป็นยังไงบ้าง ไหนตรวจพบเมื่อไหร่ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ยินดีด้วยนะ บลา บลา..
พอเรายื่นใบจากคลีนิกให้ปุ๊บ สีหน้าคุณหมอเปลี่ยนไป เมื่อได้เห้นคำว่า Twins เหมือนละครคอมเมดี้ ที่กำลังดำเนินเรื่องด้วยความสุขอยู่ดีๆ พลันกล้องก็แพนไปที่รูปภาพที่แขวนอยู่บนผนัง แล้วตกลงมาแตกกระจายบนพื้น ดราม่าเริ่ม ..
“ทำไมไปทำแฝด รู้มั้ย ปัญหาแบบนี้ เกิดขึ้นมาเยอะมาก เพราะ ครรภ์แฝดแบบนี้ ส่วนใหญ่ อยู่ไม่ครบ ต้องเข้าตู้อบ แล้วตู้ รพ.มันไม่พอ เนี่ยทาง รพ.ส่วนใหญ่ เค้าก็เจอปัญหากันแบบนี้ตลอด ไม่รับ รับไม่ได้นะ เคสนี้ ทำมาได้ยังไงเนี่ยคนทำ ให้คนทำรับผิดชอบสิ”
ผมอยากจะเถียง “คุณหมอครับ เราไม่ทราบครับ ว่าเราจะได้ลูกแฝด เราแค่ต้องการมีลูกครับ แต่เค้ามาสองคน จะให้ผมทำยังไง ที่ผมมาปรึกษา นี่ก้เพราะไม่รู้ ผมโทรมา พยาบาลบอกว่า ให้ลองมาดูก่อน ผมก็มา ถ้ามีการบอกว่าไม่รับเคสแบบนี้ ผมจะพาลูกกับเมีย มานั่งรอ หมอทำไม ตั้ง 2 ชั่วโมง อธิบายกันดีๆ ก็ได้ โตแล้วครับ”
แต่ พันระยา ห้ามไว้ ผมเลย นั่งฟึดฟัด ก่อนจูงมือพากันกลับบ้าน
นั่นคืออารมณ์ของเราหลังจากคุณหมอเห็นคำว่า Twins บนใบฝากตัวจากคลีนิกที่เราไปทำบุตรกันมา
ไปสาม รพ. เจอสถานการณ์เดียวกันทั้งสาม รพ. สงสัยคนเขียนบทละคร คนเดียวกัน ฮ่าๆๆ
คุณหมอบางท่านจะพูดอธิบายด้วยคำพูดดีๆ ง่ายๆเข้าใจยาก แต่บางท่านก็ใส่อารมณ์เข้ามา จนเรามองหน้ากัน แล้วตั้งคำถามว่า “นี่กรูผิดมากหรือที่ตั้งครรภ์แฝด”
คำอธิบายคร่าวๆก็คือ ในกรณีแฝดวิทยาศาสตร์ หรือ แฝดทั่วไป ความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดจะสูงมากกว่าเคสเด็กปกติ เด็กมีโอกาสเข้าตู้อบสูงมาก ซึ่งในปัจจุบัน รพ.รัฐบาล ส่วนใหญ่ ตู้อบจะไม่ว่าง เป็นประเด็นกันมาหลายปีแล้ว และ ถ้าไม่ใช่เจ้าของไข้ หมอส่วนใหญ่จะไม่รับ เพราะเดี๋ยวจะเกิดปัญหา อันนี้เป็นข้อมูลที่เราเพิ่งทราบจริงๆ
ดังนั้น ลองสอบถามข้อมูลดูก่อนทำนะครับ ว่าคุณหมอลงที่ไหน แต่ถ้าศึกษาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจจะผลิตกับคุณหมอท่านนั้น และพร้อมด้วยทุนทรัพย์ก็จัดไปครับ
กลับมาที่เราสองคน เอาไงดี หลังจากเดินทางไปหลายที่ สงสัยไม่ได้เข้า รพ.รัฐบาลแน่ๆ หรือจะกัดฟัน ถอนขนหน้าแข้งจุกใหญ่ไปที่ BNH. ตามคุณหมอไป คุณหมอเราใจดีมากครับ
แต่ผมนึกขึ้นได้ว่า มีญาติเป็นหมออยู่นี่หว่า ลองติดต่อดู โชคดีอีกครั้ง ที่คุณอาหมอมีเพื่อนสนิทเป็นหมอสูตินารี หลังจากลองติดต่อ คุณหมอยินดีต้อนรับ พร้อมกับบอกว่า เคยเจอมาแล้ว ครรภ์แฝด รีบเข้ามา มาๆ เร็ว เร้ว.. สุดท้ายเราเข้าไปพบคุณหมอด้วยอายุครรภ์เกือบสามเดือน
หลังจากไปแนะนำตัวเรียบร้อย คุณหมอใจดี ดูแลดี ให้คำปรึกษาดีมากๆ ครับ เนื่องจากเป็นแฝดนัดถี่หน่อยนะ เป็น เดือนละ 2 ครั้ง เราก็ไปตามนัด มีซาวน์หัวใจ ได้ยินเสียงหัวใจ ได้เห็นขนาดหัวใจ ร่างกาย เราก็หัวใจพองโตตามไปด้วย แต่ต้องทำใจนะ เรื่องความเสียง คลอดก่อนกำหนด ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ครบ 36 สัปดาห์นะ แต่เดี๋ยวเราจะสู้กันสักตั้ง เอาให้ครบหรือเกิน
ประสานมือ แล้วชูขึ้น ร้อง เฮ้......สู้โว้ย...
โล่งใจสุดๆไป 2 ดอก
คุณหมอให้เดินทางได้ ในช่วงนี้ครับ เราก็มีไปพักผ่อนที่ทะเล กลับไปบ้านที่ ต่างจังหวัดบ้าง แต่อย่าอั้นปัสสาวะ ถ้าเจอ ปั๊มกลางทาง ให้พก ทิชชู่เปียกลงไปเช็ด จิ๊มิ ด้วย อย่าให้สกปรก คุณหมอพูดพร้อมเหลือบตามามองผม ถ้าก้มเช็ดไม่ไหว ให้สามีช่วยเช็ด พร้อม กำชับ อย่าอายนะ.....ผมนี่ล่ะ อายครับ หมอ แต่หลัง 4 เดือนหมอขอนะ
ขอให้งดเดินทาง
ปล่าว หมอ ขอไปด้วย แฮ่...
ดูแลกันแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ จนเข้าสู่เดือนที่ 7 ผมจำได้ดี วันนั้นเมียบอกว่า “ลูกอยากกินสุกี้.”
ช่วงตั้งท้อง ผมมักจะได้ยินคำว่า “ลูกอยากนู่นนี่นั่น” จากว่าที่คุณแม่อยู่เป็นปแระจำ เรียกได้ว่า ประโยคไม้ตายเลยล่ะ หัวอกคนเป็นว่าที่คุณพ่อ ก็นะ ได้ยินคำนี้ ก็รีบตามใจแทบทุกอย่าง แต่เรื่องเดียวที่ไม่ยอม ให้ยอมไม่ได้คือ ขอกินหอยทอดตอน ห้าทุ่มครึ่ง ไม่ไหวนะจ๊ะ.
หลังจากทานสุกี้เสร็จที่ห้างแถวบ้าน เดินเล่นนิดหน่อย เธอบ่นว่า หน่วงๆท้อง เราจึงรีบกลับมาพักผ่อนที่บ้าน สักสามทุ่มครึ่งพบว่ามีเลือดออก ผมรีบบึ่งรถไป รพ.ในทันที สวมวิญญาณ พี่ดอม เหตระกูล เอ้ย ดอม โทเร็ตโต้ ไปให้ถึง รพ. ให้เร็วที่สุด
คั่นนิดนึงครับ กรณี ลูกแฝด อย่าไปออกกำลังกายตาม ดาราผู้แข็งแรงหลายๆท่านเลยครับ จงระลึกเสมอว่า เค้ามีผู้ดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และ เรามีสองคน ส่วนใหญ่เค้ามีคนเดียวในท้อง เค้าเลยโลดโผนกันได้ เราสองคนเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ครับ ทำตามคำแนะนำของแพทย์ให้ได้มากที่สุด
ตัดกลับมาครับภายในรถ ดอม โทเร็ตโต้ บึ่งมาถึง รพ.ด้วยความวิตกกังวล โทรปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้ คุณหมอประสานงานกับแพทย์เวร สรุป ตรวจนู่นนี่นั่น เสร็จราวๆ 2.30 ชม. ท่ามกลางความกังวลของผม เปิดหาอ่านข้อมูลในมือถือ รัวๆๆ
สรุปสุดท้าย คุณหมอนัดมาในอีก 2 วันดูอาการถ้ามีอาการเลือดออกอีก ให้รีบมาด่วน พอถึงวันนัด คุณหมอตรวจดูละเอียดยิบ พร้อมออกใบสั่ง “ให้หยุดงานเนื่องจากมีความเสี่ยงคลอดก่อนกำนด” จงปฏิบัติ และ ให้มาพบหมอทุกสัปดาห์ นี่คือคำสั่ง ช่วงนี้เป็นช่วงไพรม์ไทม์ สั่งสามีอย่างเดียว งดทำงานบ้าน ให้สามีทำ เพราะว่า เรามีความเสี่ยง คุณหมอหันมาที่ผม คุณพ่อต้องเข้าใจและอย่าขัดใจนะ OK. นะ.
"นับเป็นช่วงชีวิตที่ดที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ " ผมำด้ยินเสียงเธอ ฮัมเพลงเบาๆ พร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย
จากนั้นมา พันระยา ก็นั่งนอนทำงานที่บ้าน และที่โชคดีสุดๆ ก็คือ ได้หัวหน้างานที่เข้าใจให้ ทำงานที่บ้านได้ ช่วงนี้ อาการก็จะมีกรดไหลย้อน เรอแสบหน้าอก คุณหมอให้ทาน กาวิส.... ได้ ไม่มีผลกระทบ ทานกันแทบทุกคืนครับ ไม่งั้นนอินไม่หลับเลยจริงๆ
จะทำอะไร ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ไว้ก่อนนะครับ เรื่องกินยา หรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าไม่แน่ใจ ถามได้ เรา ไลน์หรือโทรไปถามตลอดครับ ไม่แน่ใจเราไม่ทำ.
สุดท้ายผ่าน 9 เดือนไปได้ ยิ้มแก้มตุ่ยกันทั้ง คุณหมอ คนไข้ และผัวคนไข้ คุณหมอจะชมทุกครั้งที่เราได้พบกัน เก่งมากๆๆๆๆ ตบมือสิครับ รออะไร
สุดท้ายร่างกาย พันระยา บอกว่า ไม่ไหวแล้ว จึงได้ ฤกษ์งามยามดีที่ 37 + 3 สัปดาห์ครับ น้ำหนักแรกเกิด คนพี่ 2.50 คนน้อง 2.49 อวัยวะครบ ทันทีที่ได้ยินเสียง "Where Where แน่ะ สงสัยลูกจะได้ภาษาอังกฤษ ถามใหญ่เลยว่าที่นี่ที่ไหน" ผมน้ำตาคลอเบ้าเลยครับ สักพัก Where ก็ตามมา
คุณหมอให้เข้าไปในห้องคลอดได้แป็บนึง ไปเก็บภาพฟามประทับใจ แล้วออกมาเลยครับ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพยาบาล ดำเนินการต่อ
พอทราบน้ำหนักตัวของทั้งสองสาว เรา รวมทั้งคุณหมอตื่นเต้นตกใจกันมาก ไม่คิดว่าจะมีน้ำหนักได้ขนาดนี้ ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ แต่หลังจากคลอดเสร็จ ต้องพา เจ้าหญิงทั้งสอง เข้าตู้อบ เพราะ อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ และ หายใจเร็วและแรงครับ คุณหมอเด็กบอกว่า ไม่มีอะไรน่าตกใจ แต่ตอนนี้ต้องให้ใส่เครื่องช่วยหายใจ ให้เค้าได้หายใจได้ตามปกติก่อน
นอนกันสองคืน ให้เข้าไปเยี่ยมได้ เฉพาะ พ่อกับแม่ เท่านั้น ผมไปยืนดูลูกในตู้ทุกวัน พร้อมพูดกับลูกสาวทั้งสองคนข้างตู้อบว่า
"ออกมานอนข้างนอกเย็นๆ ดีกว่าลูก นอนคืนเดียวพอแล้ว ในนั้นร้อนจะตาย เนาะๆๆๆ"
ผมสอบถามข้อมูลทุกวัน ลุ้นทุกวัน ว่าจะได้ออกมาอยู่ฝั่งเดียวกับเพื่อนๆ เด็กปกติวันไหน
ผ่านไป สองคืน เจ้าหญิงทั้งสองของเรา ก็ได้เข้าไปอยู่แผนกเด็กปกติ ไม่มีภาวะตัวเหลือง พร้อมกลับบ้าน...
ตอนนี้ 5 เดือนกว่าแล้วครับ คนน้องทำน้ำหนักตัวนำพี่สาว เรียบร้อยแล้ว...
สำหรับท่านใด มีข้อสงสัย เพิ่มเติม หรือ คำแนะนำใดๆ สามารถสอบถามหรือแนะนำได้เลยนะครับ ถ้าตอบได้ผมยินดีให้ข้อมูลและรับฟังทุกความคิดเห็นเต็มที่ครับ
และขอให้ท่านที่อยากมีบุตร สมหวังเร็วๆ นะครับ บางที ทำมานานหลายครั้งยังไม่ติด จนเครียด ลองพักสักระยะ บางที ปาฏิหารย์จะบังเกิด ก็เป็นได้.... เป็นกำลังใจให้นะครับ
ทุกวันนี้ ผมยังคงงงและสงสัยอยู่เลยครับว่า มาได้ไงเนี่ย สองสาว ถ้าวันไหน ร้องไห้หรือหิวพร้อมกัน วันนั้นล่ะ ความบันเทิง บังเกิดเลยล่ะครับ..
#สนุกดีมีลูกแฝด
สวัสดีครับ.
แชร์ประสบการณ์ ดูแลครรภ์แฝด ที่ได้มาจากกระบวนการวิทยาศาสตร์ ในมุมมองคุณพ่อ มือใหม่
จากกระทู้นี้ครับ
https://pantip.com/topic/35931044
เกริ่นก่อนครับ แฝดแท้ คือ เกิดจากการที่เชื้อ 2 ตัวจะเติบโตในไข่ใบเดียวกัน ดังนั้น หน้าตาจะเหมือนกันมากส่วนของผม เป็น แฝดเทียม แฝดที่เกิดจาก ไข่คนละใบ เชื้อคนละตัว ผสมกับไข่ของแม่คนละฟอง หน้าตา จะดูต่างกัน แต่มีส่วนคล้ายๆกัน ถ้าดูจากภายนอก จะไม่ทราบเลยว่าเป็นแฝดครับ
ข้อมูลพวกนี้ ผมก็เพิ่งรู้จากการที่เมียท้องนี่ล่ะครับ หาอ่านเอาไว้คุยกับ พันระยา เดี๋ยวจะคุยกับเธอไม่รู้เรื่อง
หลังจากกระทู้ก่อน มีหลายคนตั้งคำถามมากมายทั้งใน Inbox และ comments เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในครั้งนี้
ในเรื่องของค่าใช้จ่าย เราทั้งคู่อยู่ในขั้นตอนเริ่มแรก คือการฉีดเชื้อ นำเชื้อจากพ่อวัวอย่างผมใส่อุปกรณ์คล้ายจรวด แฟนบอกมานะครับ แต่ รูปร่าง มันจะต่างกับจรวดผมนะ คุณหมอจะเป็นคนกดปุ่มปล่อยกระสวยอวกาศ นับถอยหลัง 3 . 2 .1 ยิง.......
จากนั้นรอฟังผลครับ เรานั้นโชคดีมากๆครับ ที่ติดในครั้งแรกที่เริ่มกระบวนการผลิด ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ รวมถึงการเตรียมตัว เตรียมร่างกายก่อนเข้ากระบวนการฉีด ไปครั้งละ ประมาณ 2 – 4000 บาท ทั้งหมด ประมาณ 30000 บาทครับ ถ้ามีการฝังหรือผสมตัวอ่อนลงไป ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านี้ครับ
ครั้งแรกที่ตรวจเจอว่าแฝดสาม ไข่ สามฟอง เล็ก กลาง ใหญ่ ในตัว พันระยา ผมแทบเอาเท้า ก่ายหน้าผาก แต่ หลังจากนั้น เดือนนึง ธรรมชาติ ได้คัดกรอง ให้เหลือแฝดสอง ส่งใบเล็กที่สุดหลุดไปในธรรมชาติ
เราก็เข้าสู่กระบวนการตรวจ โครโมโซม กันครับ อันนี้ ลุ้นผลมาก ก ไก่ 75 ล้านตัว ว่าผลจะเป็นอย่างไร ดาว์นหรือซื้อสด ถ้าดาวน์ ทั้งคู่ไม่ยาก แต่ถ้า ดาวน์คนเดียว อันนี้เรื่องใหญ่ ลุ้นกันไปทุกวันเลยครับ
สุดท้ายก็ปกติดี ไม่มีดาวน์ทั้งคู่ โล่งใจสุดๆไป 1 ดอก
มาถึงเรื่องฝากครรภ์ครับ อันนี้จากประสบการณ์ตรงเลยนะครับ สำหรับท่านใดที่เลือกคุณหมอผู้เชี่ยวชาญแล้ว ลองสอบถามข้อมูลก่อนนะครับ ว่า คุณหมอที่เราปรึกษา ท่านลงทำคลอดที่ โรงพยาบาลไหนบ้าง
เรามีประสบการณ์มาแล้วครับ คุณหมอผู้ดูแลเราลงที่ รพ.เกษมราษฏร์ และ รพ.BNH แม่จ้าว.... ขึ้นชื่อทั้งนั้น คุณหมอก็แนะนำว่า ถ้าสู้ไม่ไหว ลองไปฝากที่ รพ.รัฐบาลก็ได้
เอาไงดี เรามองหน้ากัน
สุดท้ายด้วยเงื่อนไขของฐานะและรายได้ เราจึงเลือกที่จะไปปรึกษาที่ รพ.ของรัฐบาล หอบหิ้วใบรายงานผลการตั้งครรภ์จากคลีนิกไปด้วย
ครั้งแรก นั่งรอกัน 2 ชั่วโมง พอถึงคิว นั่งปุ๊บ คุณหมอสอบถามข้อมูลอย่างเป็นมิตร เป็นยังไงบ้าง ไหนตรวจพบเมื่อไหร่ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ยินดีด้วยนะ บลา บลา..
พอเรายื่นใบจากคลีนิกให้ปุ๊บ สีหน้าคุณหมอเปลี่ยนไป เมื่อได้เห้นคำว่า Twins เหมือนละครคอมเมดี้ ที่กำลังดำเนินเรื่องด้วยความสุขอยู่ดีๆ พลันกล้องก็แพนไปที่รูปภาพที่แขวนอยู่บนผนัง แล้วตกลงมาแตกกระจายบนพื้น ดราม่าเริ่ม ..
“ทำไมไปทำแฝด รู้มั้ย ปัญหาแบบนี้ เกิดขึ้นมาเยอะมาก เพราะ ครรภ์แฝดแบบนี้ ส่วนใหญ่ อยู่ไม่ครบ ต้องเข้าตู้อบ แล้วตู้ รพ.มันไม่พอ เนี่ยทาง รพ.ส่วนใหญ่ เค้าก็เจอปัญหากันแบบนี้ตลอด ไม่รับ รับไม่ได้นะ เคสนี้ ทำมาได้ยังไงเนี่ยคนทำ ให้คนทำรับผิดชอบสิ”
ผมอยากจะเถียง “คุณหมอครับ เราไม่ทราบครับ ว่าเราจะได้ลูกแฝด เราแค่ต้องการมีลูกครับ แต่เค้ามาสองคน จะให้ผมทำยังไง ที่ผมมาปรึกษา นี่ก้เพราะไม่รู้ ผมโทรมา พยาบาลบอกว่า ให้ลองมาดูก่อน ผมก็มา ถ้ามีการบอกว่าไม่รับเคสแบบนี้ ผมจะพาลูกกับเมีย มานั่งรอ หมอทำไม ตั้ง 2 ชั่วโมง อธิบายกันดีๆ ก็ได้ โตแล้วครับ”
แต่ พันระยา ห้ามไว้ ผมเลย นั่งฟึดฟัด ก่อนจูงมือพากันกลับบ้าน
นั่นคืออารมณ์ของเราหลังจากคุณหมอเห็นคำว่า Twins บนใบฝากตัวจากคลีนิกที่เราไปทำบุตรกันมา
ไปสาม รพ. เจอสถานการณ์เดียวกันทั้งสาม รพ. สงสัยคนเขียนบทละคร คนเดียวกัน ฮ่าๆๆ
คุณหมอบางท่านจะพูดอธิบายด้วยคำพูดดีๆ ง่ายๆเข้าใจยาก แต่บางท่านก็ใส่อารมณ์เข้ามา จนเรามองหน้ากัน แล้วตั้งคำถามว่า “นี่กรูผิดมากหรือที่ตั้งครรภ์แฝด”
คำอธิบายคร่าวๆก็คือ ในกรณีแฝดวิทยาศาสตร์ หรือ แฝดทั่วไป ความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดจะสูงมากกว่าเคสเด็กปกติ เด็กมีโอกาสเข้าตู้อบสูงมาก ซึ่งในปัจจุบัน รพ.รัฐบาล ส่วนใหญ่ ตู้อบจะไม่ว่าง เป็นประเด็นกันมาหลายปีแล้ว และ ถ้าไม่ใช่เจ้าของไข้ หมอส่วนใหญ่จะไม่รับ เพราะเดี๋ยวจะเกิดปัญหา อันนี้เป็นข้อมูลที่เราเพิ่งทราบจริงๆ
ดังนั้น ลองสอบถามข้อมูลดูก่อนทำนะครับ ว่าคุณหมอลงที่ไหน แต่ถ้าศึกษาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจจะผลิตกับคุณหมอท่านนั้น และพร้อมด้วยทุนทรัพย์ก็จัดไปครับ
กลับมาที่เราสองคน เอาไงดี หลังจากเดินทางไปหลายที่ สงสัยไม่ได้เข้า รพ.รัฐบาลแน่ๆ หรือจะกัดฟัน ถอนขนหน้าแข้งจุกใหญ่ไปที่ BNH. ตามคุณหมอไป คุณหมอเราใจดีมากครับ
แต่ผมนึกขึ้นได้ว่า มีญาติเป็นหมออยู่นี่หว่า ลองติดต่อดู โชคดีอีกครั้ง ที่คุณอาหมอมีเพื่อนสนิทเป็นหมอสูตินารี หลังจากลองติดต่อ คุณหมอยินดีต้อนรับ พร้อมกับบอกว่า เคยเจอมาแล้ว ครรภ์แฝด รีบเข้ามา มาๆ เร็ว เร้ว.. สุดท้ายเราเข้าไปพบคุณหมอด้วยอายุครรภ์เกือบสามเดือน
หลังจากไปแนะนำตัวเรียบร้อย คุณหมอใจดี ดูแลดี ให้คำปรึกษาดีมากๆ ครับ เนื่องจากเป็นแฝดนัดถี่หน่อยนะ เป็น เดือนละ 2 ครั้ง เราก็ไปตามนัด มีซาวน์หัวใจ ได้ยินเสียงหัวใจ ได้เห็นขนาดหัวใจ ร่างกาย เราก็หัวใจพองโตตามไปด้วย แต่ต้องทำใจนะ เรื่องความเสียง คลอดก่อนกำหนด ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ครบ 36 สัปดาห์นะ แต่เดี๋ยวเราจะสู้กันสักตั้ง เอาให้ครบหรือเกิน
ประสานมือ แล้วชูขึ้น ร้อง เฮ้......สู้โว้ย...
โล่งใจสุดๆไป 2 ดอก
คุณหมอให้เดินทางได้ ในช่วงนี้ครับ เราก็มีไปพักผ่อนที่ทะเล กลับไปบ้านที่ ต่างจังหวัดบ้าง แต่อย่าอั้นปัสสาวะ ถ้าเจอ ปั๊มกลางทาง ให้พก ทิชชู่เปียกลงไปเช็ด จิ๊มิ ด้วย อย่าให้สกปรก คุณหมอพูดพร้อมเหลือบตามามองผม ถ้าก้มเช็ดไม่ไหว ให้สามีช่วยเช็ด พร้อม กำชับ อย่าอายนะ.....ผมนี่ล่ะ อายครับ หมอ แต่หลัง 4 เดือนหมอขอนะ
ขอให้งดเดินทาง
ปล่าว หมอ ขอไปด้วย แฮ่...
ดูแลกันแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ จนเข้าสู่เดือนที่ 7 ผมจำได้ดี วันนั้นเมียบอกว่า “ลูกอยากกินสุกี้.”
ช่วงตั้งท้อง ผมมักจะได้ยินคำว่า “ลูกอยากนู่นนี่นั่น” จากว่าที่คุณแม่อยู่เป็นปแระจำ เรียกได้ว่า ประโยคไม้ตายเลยล่ะ หัวอกคนเป็นว่าที่คุณพ่อ ก็นะ ได้ยินคำนี้ ก็รีบตามใจแทบทุกอย่าง แต่เรื่องเดียวที่ไม่ยอม ให้ยอมไม่ได้คือ ขอกินหอยทอดตอน ห้าทุ่มครึ่ง ไม่ไหวนะจ๊ะ.
หลังจากทานสุกี้เสร็จที่ห้างแถวบ้าน เดินเล่นนิดหน่อย เธอบ่นว่า หน่วงๆท้อง เราจึงรีบกลับมาพักผ่อนที่บ้าน สักสามทุ่มครึ่งพบว่ามีเลือดออก ผมรีบบึ่งรถไป รพ.ในทันที สวมวิญญาณ พี่ดอม เหตระกูล เอ้ย ดอม โทเร็ตโต้ ไปให้ถึง รพ. ให้เร็วที่สุด
คั่นนิดนึงครับ กรณี ลูกแฝด อย่าไปออกกำลังกายตาม ดาราผู้แข็งแรงหลายๆท่านเลยครับ จงระลึกเสมอว่า เค้ามีผู้ดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และ เรามีสองคน ส่วนใหญ่เค้ามีคนเดียวในท้อง เค้าเลยโลดโผนกันได้ เราสองคนเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ครับ ทำตามคำแนะนำของแพทย์ให้ได้มากที่สุด
ตัดกลับมาครับภายในรถ ดอม โทเร็ตโต้ บึ่งมาถึง รพ.ด้วยความวิตกกังวล โทรปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้ คุณหมอประสานงานกับแพทย์เวร สรุป ตรวจนู่นนี่นั่น เสร็จราวๆ 2.30 ชม. ท่ามกลางความกังวลของผม เปิดหาอ่านข้อมูลในมือถือ รัวๆๆ
สรุปสุดท้าย คุณหมอนัดมาในอีก 2 วันดูอาการถ้ามีอาการเลือดออกอีก ให้รีบมาด่วน พอถึงวันนัด คุณหมอตรวจดูละเอียดยิบ พร้อมออกใบสั่ง “ให้หยุดงานเนื่องจากมีความเสี่ยงคลอดก่อนกำนด” จงปฏิบัติ และ ให้มาพบหมอทุกสัปดาห์ นี่คือคำสั่ง ช่วงนี้เป็นช่วงไพรม์ไทม์ สั่งสามีอย่างเดียว งดทำงานบ้าน ให้สามีทำ เพราะว่า เรามีความเสี่ยง คุณหมอหันมาที่ผม คุณพ่อต้องเข้าใจและอย่าขัดใจนะ OK. นะ.
"นับเป็นช่วงชีวิตที่ดที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ " ผมำด้ยินเสียงเธอ ฮัมเพลงเบาๆ พร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย
จากนั้นมา พันระยา ก็นั่งนอนทำงานที่บ้าน และที่โชคดีสุดๆ ก็คือ ได้หัวหน้างานที่เข้าใจให้ ทำงานที่บ้านได้ ช่วงนี้ อาการก็จะมีกรดไหลย้อน เรอแสบหน้าอก คุณหมอให้ทาน กาวิส.... ได้ ไม่มีผลกระทบ ทานกันแทบทุกคืนครับ ไม่งั้นนอินไม่หลับเลยจริงๆ
จะทำอะไร ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ไว้ก่อนนะครับ เรื่องกินยา หรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าไม่แน่ใจ ถามได้ เรา ไลน์หรือโทรไปถามตลอดครับ ไม่แน่ใจเราไม่ทำ.
สุดท้ายผ่าน 9 เดือนไปได้ ยิ้มแก้มตุ่ยกันทั้ง คุณหมอ คนไข้ และผัวคนไข้ คุณหมอจะชมทุกครั้งที่เราได้พบกัน เก่งมากๆๆๆๆ ตบมือสิครับ รออะไร
สุดท้ายร่างกาย พันระยา บอกว่า ไม่ไหวแล้ว จึงได้ ฤกษ์งามยามดีที่ 37 + 3 สัปดาห์ครับ น้ำหนักแรกเกิด คนพี่ 2.50 คนน้อง 2.49 อวัยวะครบ ทันทีที่ได้ยินเสียง "Where Where แน่ะ สงสัยลูกจะได้ภาษาอังกฤษ ถามใหญ่เลยว่าที่นี่ที่ไหน" ผมน้ำตาคลอเบ้าเลยครับ สักพัก Where ก็ตามมา
คุณหมอให้เข้าไปในห้องคลอดได้แป็บนึง ไปเก็บภาพฟามประทับใจ แล้วออกมาเลยครับ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพยาบาล ดำเนินการต่อ
พอทราบน้ำหนักตัวของทั้งสองสาว เรา รวมทั้งคุณหมอตื่นเต้นตกใจกันมาก ไม่คิดว่าจะมีน้ำหนักได้ขนาดนี้ ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ แต่หลังจากคลอดเสร็จ ต้องพา เจ้าหญิงทั้งสอง เข้าตู้อบ เพราะ อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ และ หายใจเร็วและแรงครับ คุณหมอเด็กบอกว่า ไม่มีอะไรน่าตกใจ แต่ตอนนี้ต้องให้ใส่เครื่องช่วยหายใจ ให้เค้าได้หายใจได้ตามปกติก่อน
นอนกันสองคืน ให้เข้าไปเยี่ยมได้ เฉพาะ พ่อกับแม่ เท่านั้น ผมไปยืนดูลูกในตู้ทุกวัน พร้อมพูดกับลูกสาวทั้งสองคนข้างตู้อบว่า
"ออกมานอนข้างนอกเย็นๆ ดีกว่าลูก นอนคืนเดียวพอแล้ว ในนั้นร้อนจะตาย เนาะๆๆๆ"
ผมสอบถามข้อมูลทุกวัน ลุ้นทุกวัน ว่าจะได้ออกมาอยู่ฝั่งเดียวกับเพื่อนๆ เด็กปกติวันไหน
ผ่านไป สองคืน เจ้าหญิงทั้งสองของเรา ก็ได้เข้าไปอยู่แผนกเด็กปกติ ไม่มีภาวะตัวเหลือง พร้อมกลับบ้าน...
ตอนนี้ 5 เดือนกว่าแล้วครับ คนน้องทำน้ำหนักตัวนำพี่สาว เรียบร้อยแล้ว...
สำหรับท่านใด มีข้อสงสัย เพิ่มเติม หรือ คำแนะนำใดๆ สามารถสอบถามหรือแนะนำได้เลยนะครับ ถ้าตอบได้ผมยินดีให้ข้อมูลและรับฟังทุกความคิดเห็นเต็มที่ครับ
และขอให้ท่านที่อยากมีบุตร สมหวังเร็วๆ นะครับ บางที ทำมานานหลายครั้งยังไม่ติด จนเครียด ลองพักสักระยะ บางที ปาฏิหารย์จะบังเกิด ก็เป็นได้.... เป็นกำลังใจให้นะครับ
ทุกวันนี้ ผมยังคงงงและสงสัยอยู่เลยครับว่า มาได้ไงเนี่ย สองสาว ถ้าวันไหน ร้องไห้หรือหิวพร้อมกัน วันนั้นล่ะ ความบันเทิง บังเกิดเลยล่ะครับ..
#สนุกดีมีลูกแฝด
สวัสดีครับ.