สวัสดีครับ กระทู้นี้อาจจะยาวนิดนึงนะครับ แต่เป็นเรื่องประสบการณ์จริงของผมที่ประสบมา ใครอ่านจนจบก็ต้องขอบคุณมากๆนะครับ ผมเองก็เคยโพสเรื่องเกี่ยวกับเค้าหลายกระทู้แล้ว แต่ตอนนี้ถึงจุดที่ผมรู้สึกท้อแท้และไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นไปได้มั้ย ผมอายุ 25 แต่ดันหวังสูงชอบรุ่นพี่ 30 เรื่องมีอยู่ว่า ผมเจอกับพี่คนนึงตอนไปต่อโทที่เมืองนอก ซึ่งพี่เค้าก็ต่อโทเหมือนกัน ผมเองมีความสามารถทางภาษาที่ดีกว่า พี่เค้าเลยให้ผมช่วยเหลือบ่อยๆในแง่ของการเรียน การทำ assignment ส่ง แต่ก่อนผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่เค้าเลยแต่ด้วยความที่ได้เจอกันบ่อยๆเพราะช่วยงานต่างๆผมเลยรู้สึกสนิทกับพี่เค้ามากขึ้นเรื่อยๆ และได้รู้จักนิสัยใจคอว่าพี่เค้าก็เป็นคนนิสัยเลยทีเดียว ต้องเกริ่นก่อนว่าพี่เค้าไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่ก็เคยมีคนมาจีบบ้าง แต่ก็ไม่ได้คบใครเพราะเค้าทุ่มเรื่องเรียนมากกว่า
ผมก็ไม่มั่นใจความรู้สึกตัวเองมากตอนแรก ก็ใช้เวลาอยู่หลายเดือนตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกเพื่อรวบรวมความกล้าพาพี่เค้าไปกินข้าวแล้วบอกว่าชอบ พี่เค้าก็ดูตกใจเพราะไม่ได้คิดว่าผมจะชอบเค้า และตัวเค้าเองก็ไม่ได้คิดกับผมมากกว่าน้องชายมาก่อนเลย ตัวเค้าเองก็บอกว่าอยากได้ผู้ชายที่อายุเยอะกว่า แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรผม ก็ไม่ได้ห้ามที่จะให้ผมคุยด้วย เค้าก็บอกว่าก็ต้องดูกันไปในอนาคตแต่ถ้ายังไม่จบโท เค้าจะยังไม่คิดเรื่องแฟน เพราะเรื่องเรียนสำคัญมากสำหรับเค้า ผมเองก็เข้าใจพี่เค้า ก็ยังคอยช่วยเหลือพี่เค้าเรื่องเรียนมาโดยตลอด แต่ในระหว่างนั้นผมก็เริ่มหยอดพี่เค้า เช่น แซวพี่เค้ามากขึ้น ไลน์ไปฝันดี ไลน์ไปทักตอนเช้า ไลน์ไปถามว่ากินข้าวยัง เป็นต้น แต่พี่เค้าแทบจะไม่ได้ตอบอะไรหวานๆมาหาผมเลย แต่พี่เค้าก็บอกว่าพี่เค้าเป็นลักษณะแบบนี้อยู่แล้วคือจะไม่ค่อยแสดงออก ไม่หวาน ระหว่างนั้นเพื่อนๆผู้หญิงของพี่เค้าซึ่งก็อายุเยอะกว่าผมทุกคนก็เริ่มๆรู้ๆเรื่องที่ผมจีบพี่เค้า แต่พี่เค้าก็พยายามหลบๆไม่อยากให้ใครรู้เพราะเค้าว่ากลัวถูกแซว
ผมเองก็ช่วยเหลือพี่เค้าเรื่องเรียน ให้กำลังใจพี่เค้าตลอดมาเรื่อยๆในทุกๆเรื่อง มีอะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยพี่เค้ามาตลอดเทอม จนตอนนี้ทั้งพี่เค้ากับผมก็จบโทด้วยกันทั้งคู่ ช่วงระหว่างนั้นก็เคยมีงอนกันบ้าง มีเหมือนทะเลาะกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มจากเรื่องไม่เป็นเรื่องก่อน ซึ่งพี่เค้าก็บอกไม่ชอบ ตอนหลังผมก็ปรับตัวเองไม่ให้งอนหรืองี่เง่ากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ระหว่างนั้นก็คุยกันมากขึ้น มีการโทรคุยไลน์กันบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะคุยเรื่องทั่วๆไปหมด ผมก็จะช่วยเรื่องเรียนพี่เค้าทั้งหมด แต่ผมกับพี่เค้าก็จะคุยกันตรงๆโดยที่ไม่ได้มีอะไรมาปิดบัง ผมก็ไว้ใจพี่เค้ามาก สามารถเล่าเรื่องทุกเรื่องหรือปรึกษาปัญหาทุกอันให้พี่เค้าฟังได้ ช่วงเรียนจบโทมาผมกับพี่เค้าก็กลับมาเมืองไทย ก็ยังได้มีโอกาสนัดเจอกันบ้าง ไปกินข้าวบ้าง ได้รู้จักแม่ของพี่เค้า แล้วตอนพี่เค้าต้องกลับไปเมืองนอกเพื่อเรียนต่อโทอีกใบนึง ผมก็ได้ไปส่งพี่เค้าที่สนามบินกับแม่พี่เค้า
ปัจจุบันนี้พี่เค้าก็ยังต่อโทอีกใบนึงที่นู่น ผมอยู่ไทย ก็ยังโทรติดต่อทางไลน์กับเค้าเกือบทุกวัน วันนึงครึ่งชมบ้างบางทีก็เป็นชม ผมก็ยังให้คำปรึกษาเรื่องเรียนกับพี่เค้าอยู่ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่เค้าก็ยังคลุมเคลือ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ผมก็ชอบถามพี่เค้าว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นแฟนกัน คำตอบพี่เค้าก็จะมาเดิมๆประมาณว่ารอเค้ากลับไทยก่อนค่อยว่ากัน เค้าเองไม่แน่ใจว่าผมจะรอเค้าจนจบมั้ย เค้าอยากให้แน่ใจเพราะเค้าก็ไม่มีใครมาจนถึงอายุขนาดนี้แล้ว เค้าบอกว่าเค้าก็อยากจะให้มันใช่จริงๆ ผมก็ยืนยันกับเค้าตลอดว่าตัวผมเองชอบเค้าจริงๆแล้วก็จะไม่มีทางไปคุยกับคนอื่นแม้ว่าผมกลับมาไทยแล้วจะมีสาวมาจีบก็ตาม แต่ผมก็ยังจริงใจกับเค้าขนาดเล่าให้พี่เค้าฟังได้มามีคนมาจีบแต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ซึ่งเหตุผลที่พี่เค้ายกขึ้นมาก็มีเหตุผลและผมก็เข้าใจจุดนั้นดี บางครั้งผมก็น้อยใจพี่เค้า เช่น อย่างวันนี้คุยกับพี่เค้า เค้าบอกว่าจะไม่ได้คุยเพราะเค้าจะไปเที่ยววันพรุ่งนี้แล้วก็ค้างคืนกับเพื่อนเค้า ซึ่งเพื่อนๆเค้าก็คือรุ่นพี่ที่ผมรู้จักทั้งนั้น แล้วพวกนั้นก็รู้ว่าผมจีบพี่เค้าอยู่ ผมก็ถามเค้าว่าคุยตอนกลับที่พักไม่ได้เหรอ เค้าบอกไม่ได้ ไม่สะดวก ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาคุยกับผมเค้าจะต้องทำเหมือนเป็นความลับกับคนอื่นๆ ให้คนอื่นรู้ไม่ได้ เพราะตัวผมเอง ผมก็ไม่เคยอายที่จะบอกเพื่อนๆว่าผมชอบรุ่นพี่แล้วก็จีบรุ่นพี่อยู่
แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่มั่นใจแล้วก็ท้อก็คือพี่เค้าเคยบอกว่าเค้าไม่ปิดโอกาสผมเลยตอนอยู่ที่ไทยแล้วเค้าอยู่ที่นู่น ถ้าผมอยากมีใครก็มีได้แต่แค่บอกเค้า ส่วนเค้าเองก็บอกอีกว่าเค้าก็ไม่ปิดโอกาสตัวเองเหมือนกัน ถ้าเค้ากลับมาแล้วเจอคนที่อายุเท่ากันหรือเยอะกว่าเค้า มีคุณสมบัติดีกว่าผม มีงานทำที่ดีเค้าก็อาจจะไป ผมก็เลยรู้สึกสับสน รู้สึกท้อ เพราะเหมือนผมจะเป็นฝ่ายรอพี่เค้าฝ่ายเดียว ที่ผมทุ่มเท ที่รอ ที่ทำมาทั้งหมด ผมเหมือนเป็นแค่ตัวเลือกนึงสำหรับพี่เค้าใช่มั้ยครับ แบบนี้ผมควรตัดใจมั้ยคับ บางทีผมสับสนกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่เหมือนกันว่ามันคืออะไร มันจะมีความเป็นไปได้มั้ยครับที่ถ้าผมรอพี่เค้าอีกสี่เดือนแล้วผมกับพี่เค้าจะได้คบกัน ตอนนี้สับสนมาก ว่าผมควรจะรุกต่อไปดีมั้ยหรือว่าควรจะหยุดเพียงแค่นี้ก่อนที่ผมจะเจ็บไปมากกว่านี้
เคยมั้ยครับที่ชอบใครสักคนมากๆ ทุ่มเททุกอย่าง แต่วันนึงก็รู้สึกท้อเพราะเราดูเหมือนจะไม่สำคัญในสายตาเค้าเลย
ผมก็ไม่มั่นใจความรู้สึกตัวเองมากตอนแรก ก็ใช้เวลาอยู่หลายเดือนตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกเพื่อรวบรวมความกล้าพาพี่เค้าไปกินข้าวแล้วบอกว่าชอบ พี่เค้าก็ดูตกใจเพราะไม่ได้คิดว่าผมจะชอบเค้า และตัวเค้าเองก็ไม่ได้คิดกับผมมากกว่าน้องชายมาก่อนเลย ตัวเค้าเองก็บอกว่าอยากได้ผู้ชายที่อายุเยอะกว่า แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรผม ก็ไม่ได้ห้ามที่จะให้ผมคุยด้วย เค้าก็บอกว่าก็ต้องดูกันไปในอนาคตแต่ถ้ายังไม่จบโท เค้าจะยังไม่คิดเรื่องแฟน เพราะเรื่องเรียนสำคัญมากสำหรับเค้า ผมเองก็เข้าใจพี่เค้า ก็ยังคอยช่วยเหลือพี่เค้าเรื่องเรียนมาโดยตลอด แต่ในระหว่างนั้นผมก็เริ่มหยอดพี่เค้า เช่น แซวพี่เค้ามากขึ้น ไลน์ไปฝันดี ไลน์ไปทักตอนเช้า ไลน์ไปถามว่ากินข้าวยัง เป็นต้น แต่พี่เค้าแทบจะไม่ได้ตอบอะไรหวานๆมาหาผมเลย แต่พี่เค้าก็บอกว่าพี่เค้าเป็นลักษณะแบบนี้อยู่แล้วคือจะไม่ค่อยแสดงออก ไม่หวาน ระหว่างนั้นเพื่อนๆผู้หญิงของพี่เค้าซึ่งก็อายุเยอะกว่าผมทุกคนก็เริ่มๆรู้ๆเรื่องที่ผมจีบพี่เค้า แต่พี่เค้าก็พยายามหลบๆไม่อยากให้ใครรู้เพราะเค้าว่ากลัวถูกแซว
ผมเองก็ช่วยเหลือพี่เค้าเรื่องเรียน ให้กำลังใจพี่เค้าตลอดมาเรื่อยๆในทุกๆเรื่อง มีอะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยพี่เค้ามาตลอดเทอม จนตอนนี้ทั้งพี่เค้ากับผมก็จบโทด้วยกันทั้งคู่ ช่วงระหว่างนั้นก็เคยมีงอนกันบ้าง มีเหมือนทะเลาะกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มจากเรื่องไม่เป็นเรื่องก่อน ซึ่งพี่เค้าก็บอกไม่ชอบ ตอนหลังผมก็ปรับตัวเองไม่ให้งอนหรืองี่เง่ากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ระหว่างนั้นก็คุยกันมากขึ้น มีการโทรคุยไลน์กันบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะคุยเรื่องทั่วๆไปหมด ผมก็จะช่วยเรื่องเรียนพี่เค้าทั้งหมด แต่ผมกับพี่เค้าก็จะคุยกันตรงๆโดยที่ไม่ได้มีอะไรมาปิดบัง ผมก็ไว้ใจพี่เค้ามาก สามารถเล่าเรื่องทุกเรื่องหรือปรึกษาปัญหาทุกอันให้พี่เค้าฟังได้ ช่วงเรียนจบโทมาผมกับพี่เค้าก็กลับมาเมืองไทย ก็ยังได้มีโอกาสนัดเจอกันบ้าง ไปกินข้าวบ้าง ได้รู้จักแม่ของพี่เค้า แล้วตอนพี่เค้าต้องกลับไปเมืองนอกเพื่อเรียนต่อโทอีกใบนึง ผมก็ได้ไปส่งพี่เค้าที่สนามบินกับแม่พี่เค้า
ปัจจุบันนี้พี่เค้าก็ยังต่อโทอีกใบนึงที่นู่น ผมอยู่ไทย ก็ยังโทรติดต่อทางไลน์กับเค้าเกือบทุกวัน วันนึงครึ่งชมบ้างบางทีก็เป็นชม ผมก็ยังให้คำปรึกษาเรื่องเรียนกับพี่เค้าอยู่ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่เค้าก็ยังคลุมเคลือ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ผมก็ชอบถามพี่เค้าว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นแฟนกัน คำตอบพี่เค้าก็จะมาเดิมๆประมาณว่ารอเค้ากลับไทยก่อนค่อยว่ากัน เค้าเองไม่แน่ใจว่าผมจะรอเค้าจนจบมั้ย เค้าอยากให้แน่ใจเพราะเค้าก็ไม่มีใครมาจนถึงอายุขนาดนี้แล้ว เค้าบอกว่าเค้าก็อยากจะให้มันใช่จริงๆ ผมก็ยืนยันกับเค้าตลอดว่าตัวผมเองชอบเค้าจริงๆแล้วก็จะไม่มีทางไปคุยกับคนอื่นแม้ว่าผมกลับมาไทยแล้วจะมีสาวมาจีบก็ตาม แต่ผมก็ยังจริงใจกับเค้าขนาดเล่าให้พี่เค้าฟังได้มามีคนมาจีบแต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ซึ่งเหตุผลที่พี่เค้ายกขึ้นมาก็มีเหตุผลและผมก็เข้าใจจุดนั้นดี บางครั้งผมก็น้อยใจพี่เค้า เช่น อย่างวันนี้คุยกับพี่เค้า เค้าบอกว่าจะไม่ได้คุยเพราะเค้าจะไปเที่ยววันพรุ่งนี้แล้วก็ค้างคืนกับเพื่อนเค้า ซึ่งเพื่อนๆเค้าก็คือรุ่นพี่ที่ผมรู้จักทั้งนั้น แล้วพวกนั้นก็รู้ว่าผมจีบพี่เค้าอยู่ ผมก็ถามเค้าว่าคุยตอนกลับที่พักไม่ได้เหรอ เค้าบอกไม่ได้ ไม่สะดวก ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาคุยกับผมเค้าจะต้องทำเหมือนเป็นความลับกับคนอื่นๆ ให้คนอื่นรู้ไม่ได้ เพราะตัวผมเอง ผมก็ไม่เคยอายที่จะบอกเพื่อนๆว่าผมชอบรุ่นพี่แล้วก็จีบรุ่นพี่อยู่
แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่มั่นใจแล้วก็ท้อก็คือพี่เค้าเคยบอกว่าเค้าไม่ปิดโอกาสผมเลยตอนอยู่ที่ไทยแล้วเค้าอยู่ที่นู่น ถ้าผมอยากมีใครก็มีได้แต่แค่บอกเค้า ส่วนเค้าเองก็บอกอีกว่าเค้าก็ไม่ปิดโอกาสตัวเองเหมือนกัน ถ้าเค้ากลับมาแล้วเจอคนที่อายุเท่ากันหรือเยอะกว่าเค้า มีคุณสมบัติดีกว่าผม มีงานทำที่ดีเค้าก็อาจจะไป ผมก็เลยรู้สึกสับสน รู้สึกท้อ เพราะเหมือนผมจะเป็นฝ่ายรอพี่เค้าฝ่ายเดียว ที่ผมทุ่มเท ที่รอ ที่ทำมาทั้งหมด ผมเหมือนเป็นแค่ตัวเลือกนึงสำหรับพี่เค้าใช่มั้ยครับ แบบนี้ผมควรตัดใจมั้ยคับ บางทีผมสับสนกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่เหมือนกันว่ามันคืออะไร มันจะมีความเป็นไปได้มั้ยครับที่ถ้าผมรอพี่เค้าอีกสี่เดือนแล้วผมกับพี่เค้าจะได้คบกัน ตอนนี้สับสนมาก ว่าผมควรจะรุกต่อไปดีมั้ยหรือว่าควรจะหยุดเพียงแค่นี้ก่อนที่ผมจะเจ็บไปมากกว่านี้